บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ - บทที่ 899 องค์รัชทายาทตามตัวอักษร
บทที่ 899 องค์รัชทายาทตามตัวอักษร
ฮ่องเต้ต้าเหลียงไม่ใช่คนที่จะยอมรับความผิดพลาดง่าย ๆ เหตุผลที่เขากลายเป็นคนเข้าอกเข้าใจเช่นนี้ก็เพื่อใช้ปากจางซิวเย่ส่งต่อทัศนคติของเขาไปยังฉินเฟิง บอกให้ฉินเฟิงรู้ว่า เขาจะร่วมมือกับฉินเฟิงทั้งภายในและภายนอก สร้างพันธมิตรที่มั่นคง
ภายใต้การสนับสนุนของฮ่องเต้ต้าเหลียง สถานการณ์ทางการเมืองของแคว้นต้าเหลียงจะมั่นคง แนวหลังของฉินเฟิงก็จะไม่ลุกเป็นไฟ
ทำนองเดียวกัน ภายใต้การสนับสนุนของฉินเฟิง ฮ่องเต้ต้าเหลียงก็จะสามารถมั่นใจและต่อสู้กับผู้ใดก็ตามที่กล้าท้าทายอำนาจของเขา
ฮ่องเต้กับขุนนางเกื้อหนุนกัน ย่อมกลายเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่ง
ภายใต้การนำทางของจางซิวเย่ ฮ่องเต้ต้าเหลียงมายังวัดกวนอิม เตรียมจะเข้าไปหารือกับฮองเฮาอย่างจริงจัง
ขณะเดียวกัน คุกของสำนักขุนนางฝ่ายใน หลี่ยงนั่งอยู่บนพื้น เงยหน้ามองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ดวงตาว่างเปล่า
ด้านนอกมีสตรีสองนางยืนอยู่ ไม่ใช่ใครอื่น เป็นเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์กับฉีหยางจวิ้นจู่
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์มองแผ่นหลังของหลี่ยงที่ราวกับไร้วิญญาณ สายตาไม่มีความเวทนาสงสาร ด้วยทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลจากการกระทำของเขาเอง
“องค์ชายเจ็ด ฝ่าบาทเสด็จกลับเมืองหลวงแล้วเพคะ”
หลี่ยงไม่มีปฏิกิริยาใด ยังคงเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเช่นเดิม
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ก็ไม่ได้บังคับ เพียงแต่พูดต่อไปว่า “ตามกฎแล้ว สิ่งแรกที่ฝ่าบาทควรทำหลังเสด็จกลับเมืองหลวงคือการไต่สวนพระองค์”
“แต่ฝ่าบาทเหมือนจะไม่มีอารมณ์ทำเช่นนั้น ตอนนี้ไม่ไต่สวน เกรงว่าต่อไปก็คงไม่มีการไต่สวน”
“อนาคตที่รอองค์ชายอยู่มีเพียงสองทาง หนึ่ง ใช้ชีวิตที่เหลือในคุกนี้ เน่าเปื่อยผุพัง ถูกผู้คนลืมเลือนไป”
“หรือสอง ข้าใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวช่วยองค์ชายออกจากคุก กักบริเวณไว้ในวัง อย่างน้อยชีวิตความเป็นอยู่ก็จะสบายกว่ามาก”
ในที่สุดหลี่ยงก็มีปฏิกิริยาบ้างแล้ว เขาค่อย ๆ หันกลับมามองเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ที่อยู่นอกคุก แล้วยิ้มอย่างขมขื่น “คำพูดเหล่านี้ เป็นฉินเฟิงสั่งให้เจ้ามาบอกกับข้ากระมัง?”
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ไม่ปิดบัง “เมื่อเป่ยตี๋อยู่ห่างไกล ข้าจะพบเขาตามใจชอบได้อย่างไร? คำพูดเหล่านี้เป็นเพียงสิ่งที่องครักษ์เสื้อแพรนำมาบอกต่อเท่านั้น”
“แต่ความประสงค์ขององครักษ์เสื้อแพรก็ย่อมเป็นความประสงค์ของเขา”
“องค์ชายไม่จำเป็นต้องคิดมาก ฉินเฟิงไม่ใช่คนคนดีมีเมตตา เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู เขาไม่เคยเหลือช่องว่างให้รอดไปได้”
“ความเมตตาที่แสดงต่อท่านมีเหตุผล ท่านเป็นองค์ชายองค์สุดท้ายของราชวงศ์หลี่ ข้าหมายถึง องค์ชายที่มีความสามารถ ส่วนพวกองค์ชายที่ใช้ชีวิตอิสระเสรีคนอื่น ๆ ไม่นับ”
“หากท่านตาย อนาคตแคว้นต้าเหลียงย่อมตกอยู่ในมือของคนไร้ความสามารถ แล้วแผ่นดินนี้ที่อยู่ภายใต้การปกครองของผู้ไร้ความสามารถก็ย่อมจะถูกทำลายจนย่อยยับ ประชาชนไม่อาจกินอิ่มนอนอุ่น สิ่งนี้ล้วนไม่ใช่สิ่งที่ฉินเฟิงหรือผู้ใดอยากเห็น”
แท้จริงแล้วหลี่ยงเฉลียวฉลาด หากไม่ใช่ต้องเผชิญหน้ากับฉินเฟิง ใต้หล้านี้คงไม่มีผู้ใดบีบให้เขาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้
หลี่ยงจะไม่เข้าใจความหมายลึกซึ้งของฉินเฟิงได้อย่างไร
ฉินเฟิงตั้งใจจะให้เขาเป็นองค์รัชทายาทตามความหมายตัวอักษร เก็บเขาไว้ก่อน เตรียมพร้อมสำหรับยามฉุกเฉิน
หากวันหนึ่งเกิดเหตุฮ่องเต้ต้าเหลียงสวรรคตกะทันหัน หรือสละบัลลังก์เพราะปัจจัยภายนอก หลี่ยงก็จะได้ขึ้นสืบทอดบัลลังก์ต่อได้ ส่วนองค์ชายคนอื่น ๆ ฉินเฟิงไม่เห็นว่าผู้ใดจะมีค่าพอ หากได้นั่งบัลลังก์ ย่อมเป็นได้แค่ทรราช ไม่มีประโยชน์อันใดต่อบ้านเมือง มีแต่จะนำหายนะมาเยือน
หลี่ยงสูดหายใจลึก ดวงตาเริ่มมีประกายขึ้นมาบ้าง
“ในเมื่อฉินเฟิงยอมรับในตัวข้า เหตุใดต้องเอาชนะข้าด้วย? หากเขาช่วยสนับสนุนข้า ตอนนี้ข้าก็คงได้เป็นฮ่องเต้ต้าเหลียงแล้ว แล้วข้าก็จะปกครองแคว้นต้าเหลียงให้เจริญรุ่งเรืองไปอีกสามสิบปี!”
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ยืนอย่างสง่างาม แม้สถานะของนางจะไม่อาจเทียบกับราชวงศ์หลี่ แต่แค่เป็นสตรีของฉินเฟิงก็เพียงพอจะทำให้นางไม่หวั่นเกรงผู้ใดและสงบนิ่งได้
เผชิญกับคำถามของหลี่ยง เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า “จิตใจมนุษยืยากหยั่ง ต่อให้พระองค์เหมือนฮ่องเต้ต้าเหลียงองค์ปัจจุบันแค่ไหน ก็ไม่มีทางกลายเป็นฮ่องเต้ต้าเหลียงคนที่สองได้”
“เฟิงเอ๋อร์ยอมรับในความสามารถขององค์ชาย ขณะเดียวกันก็สงสัยต่อพระองค์ สิ่งนี้ไม่ได้ขัดแย้งกันแต่อย่างใด”
“ถูกต้อง หากท่านได้นั่งบัลลังก์ ท่านย่อมสืบสานและสร้างความมั่นคงแก่แผ่นดินต้าเหลียง สานราชกิจของฮ่องเต้ต้าเหลียงได้ไม่บกพร่อง ทว่าแนงทาง นโยบาย และกลยุทธ์ของท่านเองเป็นอย่างไร? เกรงว่าตอนนี้ แม้แต่ท่านก็ยังไม่อาจอธิบายได้กระมัง?”
“เฟิงเอ๋อร์ทำงานกับฝ่าบาทมาเนิ่นนานกว่าจะสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันได้ หากวันนี้องค์ชายขึ้นนั่งบัลลังก์ ไม่เท่ากับว่า ทุกสิ่งต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดหรอกหรือ?”
“แน่นอน พระองค์เหมาะสมจะสืบบัลลังก์ แต่เวลายังไม่เหมาะสม”
หลี่ยงพยักหน้า เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเขาพ่ายแพ้ เขาแพ้เพราะเขากลายเป็นปัจจัยที่ไม่แน่นอนต่อฉินเฟิง และเพราะฉินเฟิงสงสัยในสายตาและทัศนะทางการเมืองของหลี่ยง จึงทำลายความทะเยอทะยานในนั่งบัลลังก์ของหลี่ยง ไม่มีเหตุผลอื่นใดแล้ว
ตอนนี้ฮ่องเต้ต้าเหลียงน่าเชื่อถือกว่าหลี่ยง แต่เมื่อถึงเวลาที่ฮ่องเต้ต้าเหลียงสละบัลลังก์ ฉินเฟิงก็จะเลือกหลี่ยงเป็นอันดับแรกแน่นอน
พอได้รู้ว่าตนเองยังมีคุณค่าให้ใช้ประโยชน์ได้ หลี่ยงหัวเราะขมขื่น
“ราชวงศ์หลี่กลายเป็นหุ่นเชิดในมือของฉินเฟิงไปแล้วหรือ?”
ได้ยินคำว่าหุ่นเชิด เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์แสดงท่าทีดูถูก
“องค์ชายลองถามตัวพระองคืเองเถิดว่า แินเฟิงสนใจจะสร้างอำนาจในแคว้นต้าเหลียงจริงหรือ”
“การมีอยู่ของฉินเฟิง สำหรับแผ่นดินต้าเหลียงและราชวงศ์หลี่ เขาเป็นประโยชน์มากกว่าโทษ หรือมีโทษมากกว่าประโยชน์กันแน่?”
เผชิญกับคำถามของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ หลี่ยงตกอยู่ในความเงียบงัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่าราชวงศ์คนใดที่ได้รับการสนับสนุนจากฉินเฟิงก็สามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจ แม้จะเผชิญกับปัญหา ไม่ว่าปัญหาภายในหรือภายนอกก็สามารถรับมือได้
สถานการณ์ปัจจุบันของแคว้นต้าเหลียงความจริงแล้วก็ไม่น่ายินดีนัก
สงครามระหว่างแคว้นเพิ่งสิ้นสุด ผลกระทบยังไม่ทันหมดไป ฤดูหนาวอันโหดร้ายก็ตามมาแล้ว เมื่อมีการทำสงคราม ย่อมต้องมีการสูญเสีย ไม่เพียงแต่แคว้นที่พ่ายแพ้ที่ประชาชนเดือดร้อน แม้แต่แคว้นที่ชนะสงครามก็มีราคาที่ต้องจ่าย
ทางฝั่งเป่ยตี๋ ภายนอกพูดจาไพเราะเสียยิ่งกว่าร้องเพลง บอกว่าจะรีบจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามโดยเร็ว แต่เมื่อถึงคราวจริง ๆ กลับจงใจถ่วงเวลา ไม่เพียงแต่ราชสำนักแคว้นต้าเหลียงจะไม่มีทางแก้ไข แม้แต่ฉินเฟิงก็ไม่มีวิธีจัดการ เป่ยตี๋รับปากว่าจะจ่ายเงินแล้ว จะให้ทำอย่างไรได้อีก?
การเงินของแคว้นต้าเหลียงจึงไม่มั่นคงนัก ไหนจะมีตระหลินที่เจียงหนานกับตระกูลใหญ่ทางใต้คอยต่อต้านอำนาจสิ่งที่รอแคว้นต้าเหลียงอยู่ก็คือ สงครามกลางเมืองที่โหดร้าย
หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากฉินเฟิง ด้วยแรงกดดันจากทางใต้ เกรงว่าราชสำนักคงจะรับเอานโยบายสงบศึกมาใช้ มุ่งเน้นการปลอบประโลมทางใต้เป็นหลัก
และหากนำนโยบายสงบศึกมาใช้ ความพยายามทั้งหมดของฮ่องเต้ต้าเหลียงนับตั้งแต่ขึ้นครองบัลลังก์ก็จะสูญเปล่า การจะกำจัดภัยแฝงทางใต้ให้หมดสิ้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ชั่วข้ามคืน อาจต้องใช้ความพยายามของคนหลายรุ่นจึงจะสำเร็จ
ไม่ว่าจะสำหรับแคว้นต้าเหลียงหรือราชวงศ์หลี่ การมีอยู่ของฉินเฟิงล้วนเป็นประโยชน์มากกว่าโทษอย่างชัดเจน
หลี่ยงสูดหายใจลึก “การอดทนต่อความอัปยศเพื่อแก้แค้นในภายหลัง สำหรับข้า ไม่ใช่สิ่งที่ยอมรับไม่ได้”
“แม้ฉินเฟิงจะยอมปล่อยข้า แต่ฝ่าบาท…”
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ไม่รอให้หลี่ยงพูดจบ นางกล่าวว่า “พระประสงค์ของฝ่าบาท องค์ชายคาดเดาไม่ออกจริงหรือ?”