บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1641: ไม่คู่ควร!
………………..
ตอนที่ 1641: ไม่คู่ควร!
อวี๋เซิงตัดสินใจสู้รบต่อ!
เรื่องนี้สร้างความตื่นตัวให้แก่ฝั่งแดนเซียน แต่ละคนล้วนมีความหวัง
ทว่าฮูหยินเซียงอวิ๋นกลับแสดงสีหน้าเป็นห่วงออกมา
ความสามารถที่อวี๋เซิงแสดงออกมาเมื่อก่อนหน้านี้ทำให้ฝั่งมารนอกแดนระวังตัว ครู่ถัดไป ฝ่ายตรงข้ามจะต้องส่งเสนามารที่ร้ายกาจออกมาสู้รบด้วยอย่างแน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนี้ เป็นไปได้มากว่าอวี๋เซิงอาจจะประสบอันตราย!
ตามความคาดหมาย อิ๋นเซี่ยวเทียนของฝั่งมารนอกแดนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “เฟิงชื่อ เจ้าจงสู้กับสตรีคนนั้นดู!”
“ได้!”
ชายสวมชุดสีเงิน รูปร่างผอมบางก้าวออกมา
เฟิงชื่อ
มาจากเผ่ามารเรืองอาคเนย์ เป็นบุคคลชั้นสุดยอดคนหนึ่งในกลุ่มผู้แข็งแกร่งระดับเสนามาร!
ฟิ้ว!
เฟิงชื่อเพิ่งปรากฏตัว ร่างพลันหายไปกลายเป็นลมกรดความเร็วสูงพุ่งตรงไปพิฆาตอวี๋เซิง
ความรวดเร็วนั้น ถึงขั้นสะท้านโลกา
นอกจากนี้ เคล็ดวิชาที่เขาใช้ยังมีความน่ากลัวและพิศดารอย่างที่สุดอีกด้วย ทำให้สนามประลองเต็มไปด้วยความโกลาหล พายุโหมกระหน่ำ บดขยี้อากาศรอบทศทิศจนย่อยยับ
ส่วนร่างของเฟิงชื่อ โผล่วับ ๆ แวม ๆ อยู่กลางพายุใหญ่ โฉบไปมาอย่างรวดเร็วจนไม่อาจจับตัวได้ทัน
การบุกโจมตีของเขาถือได้ว่าน่ากลัวมากเช่นกัน เหมือนกับนักลอบสังหารที่อำพรางตัวอยู่ในพายุ ไปมาไร้ร่องรอย บุกโจมตีแต่ละครั้งรุนแรนถึงแก่ชีวิต
ความสามารถที่น่ากลัวเช่นนั้นทำให้ราชันเซียนของฝ่ายฝั่งแดนเซียนตื่นตระหนกจนเหงื่ออาบ ในใจมีแต่ความหวาดหวั่น
มหาเซียนเหล่านั้นต่างก็แสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา
ภายใต้การบุกจู่โจมเช่นนี้ อวี๋เซิงก็ไม่ประมาทเช่นกัน นางต่อสู้อย่างสุดกำลัง
เมฆาเขียวมหาวิถีผุดขึ้นรอบตัวนาง ก่อตัวเป็นพลังพรมแดนป้องกันตัวทรงกลม บดบังพายุโหมกระหน่ำรุนแรงนั้น
ทว่าการโจมตีของเฟิงชื่อมีความรุนแรงอย่างที่สุด เข้าถึงทุกซอกทุกมุมราวกับพายุซัดฝนกระหน่ำ
เพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น เมฆาเขียวมหาวิถีรอบตัวอวี๋เซิงก็เริ่มแตกสลายไป ตกเป็นฝ่ายที่โดนเสียเปรียบ
ทว่า อวี๋เซิงแลดูเยือกเย็นสงบนิ่งมาก ไม่รีบร้อนบุ่มบ่าม
มุ่งมั่นอดทนราวกับว่าไม่ว่าลมฝนกระซัดกระหน่ำเพียงใด ข้าก็มิสั่นคลอน!
ครืน!
พายุซัดกระหน่ำ สนามประลองโกลาหล
ศึกในครั้งนี้ดูท่าทางดุเดือดเหลือกำลัง ทำให้ทุกคนที่คอยดูเหตุการณ์ตื่นตระหนกหวาดเกรง
“เริ่มเดายากแล้ว…”
ซูอี้ขมวดคิ้ว
เมื่อชาติก่อนเขาเคยฆ่าสังหารจักรพรรดิมารมากมาย เคยฆ่าพวกเผ่ามารนอกแดนเป็นร้อยเป็นพัน เพียงแค่แวบเดียวจึงมองพื้นฐานของ ‘เฟิงชื่อ’ ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
พรสวรรค์ รากฐาน ระดับการฝึกตน รวมไปถึงเคล็ดวิชาเด็ดที่เฟิงชื่อใช้ ซูอี้ล้วนเข้าใจอย่างเต็มที่
เมื่อเทียบกับความสามารถของอวี๋เซิง สุดท้ายซูอี้ตัดสินว่า อวี๋เซิง… น่าจะแพ้!
การตัดสินเช่นนี้ ทำให้ซูอี้ถึงกับเศร้าในใจ แอบถอนหายใจไม่หยุด
เขายอมให้ตัวเองตัดสินผิดไปจะดีเสียกว่า!
แต่เสียดาย ราวกับเป็นการพิสูจน์ข้อตัดสินของเขา ในการต่อสู้ช่วงถัดมา อวี๋เซิงเริ่มได้รับบาดเจ็บอยู่ตลอด!
คมของสายลมที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการทำลายล้างบาดลึกเข้าไปในเนื้อหนังของอวี๋เซิง เกิดเป็นบาดแผลเลือดไหลซิบเป็นทาง
ร่างบางของนางอาบไปด้วยเลือด ผมยาวสยายพลิ้ว ใบหน้างดงามเริ่มขาวซีด ทุกคนในฝั่งแดนเซียนถึงกับปาดเหงื่อ กระวนกระวายใจ
เฟิงชื่อก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ทว่าเมื่อเทียบกันแล้ว บาดแผลยังไม่ถึงขั้นร้ายแรง
โครม!
ไม่นานนัก เสียงกระทบสนั่นฟ้าดินก็ดังขึ้น
เมฆาเขียวมหาวิถีรอบตัวอวี๋เซิงแตกระเบิด แม้กระทั่งร่างของนางก็ยังได้รับบาดเจ็บอย่างแสนสาหัส เลือดสาดกระเซ็น
สร้างความตื่นตระหนกให้กับทุกคน
มือคู่งามของฮูหยินเซียงอวิ๋นกำแน่น ร้อนรนไม่เป็นสุข ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลและหวาดวิตก
“ตาย!”
ระหว่างเสียงร้องตวาดที่เย็นชา เฟิงชื่อพลันกลายร่างเป็นลมกรดที่โหมกระหน่ำ พุ่งจู่โจมไปที่อวี๋เซิงจากรอบด้าน
ครืน!
ทุกแห่งที่ลมพายุพัดผ่าน ฟ้าดินราวกับถูกบดจนแหลก อากาศยุบตัวจนแทบสลาย
ส่วนอวี๋เซิงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสมากแล้วโดนจู่โจมอย่างรุนแรงเหมือนดังต้นหญ้าที่อยู่ท่ามกลางพายุใหญ่
“ไม่ได้การ!”
มหาเซียนเหล่านั้นสีหน้าเปลี่ยน
“เช่นนี้… หมายความแพ้แล้วเช่นนั้นหรือ…”
ทุกคนทั่วทั้งด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดวิตกกังวล หัวใจแทบจะหลุดไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“อวี๋เซิง!!”
ฮูหยินเซียงอวิ๋นระงับความรู้สึกไม่อยู่ ลุกพรวดขึ้น ดวงตาแดงก่ำ ตาแทบถลน
เผ่ามารนอกแดน กลับแสดงสีหน้าตื่นเต้นดีใจออกมา
ใครบ้างที่มองไม่ออกว่าศึกในครั้งนี้ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว?
และสตรีที่ชื่อว่าอวี๋เซิงคนนั้น จะต้องถูกฆ่าตาย!
ทว่าในเวลาเดียวกันนี้เอง ดวงตาของซูอี้เกิดประกายสว่างวาบขึ้นมา
เขารู้สึกได้ว่า ในตัวของอวี๋เซิง มีศักยภาพอันน่าทึ่งบางอย่างสั่งสมรวมตัวกัน กำลังจะแตกระเบิด!
ครืน…!
ราวกับฟ้าดินยุบตัว สนามประลองแห่งนั้นหลุดเข้าไปอยู่ในกระแสแห่งการทำลายล้าง
อวี๋เซิงที่เดิมทีตกอยู่ในสภาวะอับจนหนทาง กลับระเบิดพลังสะท้านโลกาออกมาในชั่วขณะนี้ พลังปราณในตัวระเบิด สายรุ้งเทวะนับพันนับหมื่นเส้นพุ่งกระจาย
ทันใด พายุโหมกระหน่ำนั้นก็แตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ
เฟิงชื่อที่พรางตัวอยู่ในพายุโดนสายรุ้งเทวะนั้นแทงทะลุร่าง เลือดสาดกระเซ็นเต็มท้องฟ้า ส่งเสียงครวญครางทุกข์ทรมานออกมา
“เจ้า…”
เฟิงชื่อร้องตวาด ขณะที่จะพูด
อวี๋เซิงแหวกอากาศบุกเข้ามา
ร่างของนางอาบชโลมด้วยเลือด ผิวขาวซีด ทว่ารอบตัวราวกับมีเพลิงเทวะจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังแผดเผา กลิ่นอายพลังรุนแรงราวกับดวงตะวัน!
ครืน!
นางก้าวสู่ฟากฟ้าอย่างรวดเร็วราวกับแสง
ฟ้าดินราวกับผืนผ้า ถูกฉีกเป็นแนวยาวเหยียดยาวถึงสามหมื่นจั้ง
ส่วนร่างของเฟิงชื่อ แตกระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยภายใต้รอยฉีกแนวยาวนี้!
ตั้งแต่อวี๋เซิงตกอยู่ในสภาวะจนตรอกและทำการตอบโต้ ฆ่าสังหารเฟิงชื่อ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วปานอสนีบาต
รวดเร็วมาก!
เร็วจนคนส่วนใหญ่ตั้งตัวไม่ทัน
กระทั่งมองเห็นร่างของเฟิงชื่อระเบิดกลายเป็นฝนเลือดกระจายไปทั่วฟ้าแล้ว คนทั้งหลายต่างก็ยังตะลึงตั้งสติไม่ทัน
ชนะแล้วหรือ?
ใครกันจะคาดคิดว่า อวี๋เซิงผู้ที่ตกอยู่ในสภาวะอับจน จะกลับเป็นฝ่ายย้อนสังหารได้?
เผ่ามารนอกแดนทางนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าแต่ละคนแข็งกระด้าง
ขณะที่ฝ่ายฝั่งแดนเซียน ทุกคนอ้าปากค้าง
กระทั่งฮูหยินเซียงอวิ๋นก็ยังนิ่งตะลึงอยู่ตรงนั้น
มีแต่ซูอี้เท่านั้นที่หัวเราะ ยกไหสุราขึ้นดื่มอย่างมีความสุข!
นี่คือการประลองเป็นตายอย่างแท้จริง มีเหตุคาดไม่ถึงและตื่นเต้นดีใจอยู่ตลอด!
ในช่วงเวลาที่ดูเหมือนจะอับจนหมดหนทาง ครู่ถัดมาอาจจะเกิดความพลิกผัน เมฆสลายพระจันทร์ปรากฏก็เป็นได้!
บนสนามประลอง อวี๋เซิงกระอักเลือดอย่างแรง ร่างบางได้รับบาดเจ็บสาหัส สภาพคล้ายกับมนุษย์เลือด น่าอนาถยิ่ง
ทว่าสุดท้ายนางก็รอดมาได้ ชนะศึกครั้งนี้เพื่อฝั่งแดนเซียน!
ในสายตาทุกคน ชั่วขณะนี้ราชันเซียนหญิงจากหอตำราสัตย์ซื่อยุติธรรมดุจดังดวงตะวันบนท้องฟ้า เจิดจ้าจรัสแสง!
“อวี๋เซิง รีบกลับมา!”
ฮูหยินเซียงอวิ๋นรีบร้องตะโกน
อวี๋เซิงพยักหน้า หมุนตัวเดินไป
“เชอะ! แค่ชนะสองสนามเท่านั้น ข้ารับรองได้เลยว่า ฝั่งแดนเซียนของพวกเจ้าไม่อาจเปลี่ยนแปลงจุดจบที่ต้องตายในวันนี้อย่างแน่นอน!”
มหามารในฝั่งมารนอกแดนสบถ
ประโยคเดียว ทำให้ความปีติยินดีของฝั่งแดนเซียนเลือนหายไปไม่น้อย
ตามความคาดหมาย ศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตดำเนินมาจนถึงตอนนี้ ฝั่งแดนเซียนสูญเสียราชันเซียนไปแล้วสี่คน และตอนนี้อวี๋เซิงที่ชนะติดต่อกันก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำต้องออกจากการแข่งขัน
ย้อนกลับไปมองฝ่ายมารต่างแดน สูญเสียไปแค่สองคนเท่านั้น ได้รับบาดเจ็บสาหัสหนึ่งคน ยังมีตัวตนน่ากลัวระดับสุดยอดอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ร่วมประลอง
เช่นอิ๋นเป๋ยอู่ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ลงประลองด้วยตนเอง!
ซูอี้ไม่ใส่ใจในสิ่งเหล่านี้ เขาหยิบแผ่นหยกแผ่นหนึ่งออกมา มอบให้เผยหงจิ่ง “ภายในหยกแผ่นนี้สลักเคล็ดวิชาหนึ่งไว้ สามารถซ่อมบำรุงบาดแผลวิถีของอวี๋เซิงได้”
เผยหงจิ่งอึ้งไปชั่วครู่ รับมาแล้วก็รีบมอบให้ฮูหยินเซียงอวิ๋น และบอกตามที่ซูอี้กล่าว
ฮูหยินเซียงอวิ๋นสีหน้าเปลี่ยนไป หันไปพินิจซูอี้อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นกล่าว “ขอบคุณสหายเต๋ามาก!”
ซูอี้โบกมือ ไม่ได้กล่าวอะไร
จนกระทั่งอวี๋เซิงได้รับแผ่นหยกชิ้นนั้นแล้ว นางถึงกับตะลึง
ครั้งนี้ ถึงแม้นางจะชนะ แต่ไม่ได้รู้สึกดีใจมากนัก เพราะชัยชนะนี้ นางต้องได้รับบาดเจ็บอย่างแสนสาหัส ไม่เพียงร่างกายกับจิตวิญญาณเท่านั้นที่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งยังได้รับบาดแผลวิถีที่แทบไม่อาจซ่อมบำรุงได้อีก!
สำหรับนางแล้ว ถึงแม้ครั้งนี้สุดท้ายจะรอดจากศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตมาได้ ทว่าหนทางวิถีในวันข้างหน้าจะต้องได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงไปด้วยอย่างแน่นอน!
ทว่าเวลานี้ เซียนขอบเขตจักรวาลที่ชื่อว่าซูอี้กลับมอบเคล็ดวิชาที่สามารถซ่อมบำรุงบาดแผลวิถีได้ให้แก่นาง จะไม่ให้นางรู้สึกตกใจได้อย่างไร?
จนกระทั่งอ่านคัมภีร์วิถีที่ชื่อว่า ‘คัมภีร์วิญญาณว่างเสริมแก่น’ ในแผ่นหยกนั้นแล้ว ในดวงตาของอวี๋เซิงผุดสีสันเป็นประกาย ปรากฏอาการปลื้มปีติบนใบหน้า
“ขอบคุณสหายเต๋ามาก!”
อวี๋เซิงถ่ายทอดเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ
ซูอี้ยิ้ม “เดิมทีเป็นสิ่งที่เจ้าควรจะได้รับอยู่แล้ว รักษาตัวเสียก่อน ถึงแม้ศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตยังไม่สิ้นสุดลง แต่ก็ไม่มีอะไรให้เจ้าต้องเป็นห่วงอีก”
อวี๋เซิงตะลึง
จากคำกล่าวนี้ นางฟังความมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มที่ของซูอี้ออก!
และไม่ว่าจะเป็นฮูหยินเซียงอวิ๋น หรือว่าเผยหงจิ่ง เวลานี้ต่างก็มองซูอี้ไม่เหมือนเดิม ยิ่งรู้สึกว่าคนหนุ่มผู้นี้ลึกลับจนเดาไม่ถูก
ลำดับถัดมา ราชันเซียนคนที่หกของฝั่งแดนเซียนก็ออกศึก
นั่นคือผู้ชายสีหน้ามุ่งมั่น สวมชุดสีดำ หนวดราวกับง้าว ดวงตาเย็นสะท้าน
เขามีนามว่าจางหลิน ราชันเซียนขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์ มาจากขุมกำลังราชันเซียนที่ชื่อว่า ‘สำนักเต๋าเกลาจิต’
ครั้งนี้ เขาเป็นฝ่ายขอรบเอง!
แต่ผิดไปจากความคาดหมายของทุกคน เวลานี้จางหลินกลับปฏิเสธที่จะออกรบ!
แค่ครู่เดียว ทุกคนส่งเสียงอึกทึก
มหาเซียนเหล่านั้นต่างไม่พอใจ ต่อว่าจางหลิน
เผ่ามารนอกแดนทางนั้นกลับส่งเสียงหัวเราะเยาะ เพิ่มความอับอายให้แก่ฝั่งแดนเซียน!
ทำให้ทุกคนทั่วทั้งด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดต่างโกรธแค้น พุ่งความไม่พอใจไปที่จางหลิน
เวลาเช่นนี้กลับถอยหนีไม่ยอมสู้ ไม่ใช่แค่อับอายขายหน้าเท่านั้น แต่เป็นความอัปยศอดสูของทั้งแดนเซียน!!
ทูตอารักษ์เสิ่นชิงสือทนความไม่พอใจไม่ไหว กล่าวเสียงเย็นชา “เหตุใดเจ้าจึงไม่สู้? กลัวจนหมดกำลังใจแล้วเช่นนั้นหรือ?”
เจอกับคำถามของเสิ่นชิงสือ จางหลิงกลับไม่กลัว ตอบเสียงดังฟังชัด “ข้าไม่ได้กลัวตาย แต่ข้าไม่อยากสู้!”
พูดจบ เขากวาดสายตามองดูทุกคนในที่นั้น แสดงความเคียดแค้นและชิงชังออกมาอย่างเก็บกดไม่อยู่ ร้องตะคอก “รบเพื่อสรรพชีวิตในแดนเซียนอันใดกัน!”
“ขณะที่ราชันเซียนอย่างพวกเราออกไปสู้รบเอาชีวิตเข้าแลก คนของเมืองหมื่นดาราเหล่านั้นกลับเอาชีวิตของพวกเราไปวางเดิมพันกันอย่างสนุกสนาน!”
“พวกเขา… เห็นพวกเราเป็นตัวอะไร?!”
“ที่น่าเศร้าก็คือ พวกเขาแทบทั้งหมดล้วนเดิมพันให้พวกเราพ่ายแพ้ ใช้ความตายของพวกเรารับผลประโยชน์จากการเดิมพัน!”
พูดถึงตรงนี้ ดวงตาของจางหลินแดงก่ำ โมโหโกรธา แม้แต่เสียงก็ยังแหบขึ้นมา
“ข้าไม่สู้ตายเพื่อคนเหล่านี้หรอก!”
“ไม่คู่ควร!!!”
ช้า ๆ ชัด ๆ ทีละคำ ราวกับต้องการระบายความโกรธแค้นที่สุมอยู่ในอกออกมาให้หมด เสียงดังกึกก้องไปทั่วผืนฟ้าผืนแผ่นดิน
ชั่วขณะนั้น ทุกคนเงียบกริบ
ทุกคนต่างก็มองหน้ากัน เข้าใจแล้วว่าที่จางหลินปฏิเสธออกรบ ก็เพราะสาเหตุนี้นั่นเอง!