บุตรสาวของนางร้ายหวนคืนสู่ตำแหน่งฮองเฮา - บทที่ 11
บุตรสำวนำงร้ำยโดนขัด
“เช่นนั้นก็มาลองดูว่าข้ากับเจ้า ใครจะชนะ” ครั้นเซียงจิ่นจวน
เปิดศึก ซ่งย่วนหยวนก็ไม่อยากแสร้งเล่นละครกับอีกฝ่ายต่อ แม้ในใจ
คาดเดาไม่ออกว่าเหตุใดสหายชั่วจึงเข้าร่วมการคัดเลือกพระชายาองค์
ชายใหญ่ แทนที่จะไปยั่วยวนเยี่ยนอ๋องเหมือนชาติที่แล้ว
ซ่งย่วนหยวนเอ่ยจบแล้วก็เตรียมเข้าไปในตำหนักคุนหนิง ทว่ามี
สตรีผู้หนึ่ง เดินมาขวางกั้นนางไม่ให้เดินเข้าไป หนำซ ้ายังปรายตามอง
ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า แล้วหัวเราะขบขัน
“เจ้ามาคัดเลือกพระชายาองค์ชายใหญ่จริงหรือ เหตุใดจึง
แต่งตัวเช่นนี้ จะผ่านบททดสอบจากฮ่องเต้และฮองเฮาหรือ”
เพราะสตรีคนนี้พูดค่อนข้างดัง คุณหนูคนอื่น ๆ ที่เดินทางมาเข้า
ร่วมการคัดเลือกพระชายาองค์ชายใหญ่ต่างหันมามองไม่ละสายตา
พบว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
140
นึกอย่างไรแต่งกายด้วยอาภรณ์ธรรมดาสีขาว ปักปิ่นไม้ ทั้งยัง
แต่งแต้มเครื่องประทินโฉมบางเบา องค์ชายใหญ่ผู้สูงศักดิ์ พบเจอสตรี
มาก มีหรือจะสะดุดตากับคนแต่งกายเรียบง่าย
ซ่งย่วนหยวนไม่อยากเถียงพวกนางมาก หญิงสาวเอ่ยว่า “พวก
เจ้าควรเคารพความคิดของคนอื่น ข้าอยากแต่งเช่นนี้ก็เรื่องของข้า หาก
ข้าพลาด ไม่ได้เป็นพระชายาองค์ชายใหญ่ นั่นก็คือสิ่งที่ข้าเลือกเอง และ
ข้าไม่มีทางเสียใจภายหลังอย่างแน่นอน”
กล่าวจบก็เดินคอตรง ท่วงท่ามั่นใจเข้าไปในตำหนักคุนหนิง
เหล่าบรรดาคุณหนูผู้สูงศักดิ์ได้แต่หันมองกัน เอ่ยว่าสตรีคนเมื่อครู่ไม่มี
ทางผ่านบททดสอบวันนี้หรอก กระทั่งการแต่งกายเข้าวังหลวงยังไร้
กาลเทศะ
ห้องโถงในพระตำหนักคุนหนิงเต็มไปด้วยหญิงสาวหน้าตา
งดงาม คล้ายบุปผาหลากสีท่ามกลางต้นไม้เขียวขจี ฮ่องเต้หลี่เจิ้นและ
ฟางฮองเฮานั่งบนบัลลังก์ ทอดมองว่าที่สะใภ้แววตาเต็มไปด้วย
ความหวัง
หลายปีมีการจัดงานคัดเลือกพระชายาแก่องค์ชายใหญ่ สตรี
มากมายผ่านการทดสอบจากฮ่องเต้และฮองเฮา ทว่าสุดท้ายหลี่เฉิน
141
กลับไม่เลือก เรื่องนี้ทำให้ฮ่องเต้ทรงกริ้วพระโอรส กระนั้นก็ไม่อยากบีบ
บังคับ รอคอยจนกว่าองค์ชายใหญ่จะพานพบสตรีถูกใจ
ในพระทัยฮ่องเต้จึงคาดหวังกับวันนี้ค่อนข้างมาก
“องค์ชายใหญ่เสด็จ” เสียงขันทีหน้าห้องโถงในพระตำหนัก
คุนหนิงดังกังวาน หลี่เฉินเดินเข้ามาด้านในด้วยอาภรณ์ผ้าฝ้ายสีขาว
เรียบง่าย หลังคำนับถวายพระพรเสด็จพ่อกับเสด็จแม่เรียบร้อยจึงไปนั่ง
ประจำที่
การที่องค์ชายใหญ่เสด็จ สร้างความตกใจแก่ฮ่องเต้และฮองเฮา
อย่างยิ่งยวด โดยปกติขั้นตอนนี้หลี่เฉินไม่จำเป็นต้องมาดูก็ได้ สามารถ
รอเลือกสาวงามผ่านบททดสอบที่ตำหนักตน
เหล่าบรรดาคุณหนูเห็นรูปโฉมหล่อเหลาขององค์ชายใหญ่ ต่าง
พากันก้มหน้าเก็บซ่อนความเขินอาย หากเทียบระหว่างองค์ชายองค์อื่น
ๆ กับองค์ชายใหญ่ ผู้สูงศักดิ์เบื้องหน้าเข้าใกล้ตำแหน่งรัชทายาทมาก
ที่สุดแล้ว พวกนางแค่ไม่เข้าใจ ไยจนป่านนี้ ฮ่องเต้ยังไม่ทรงเลือกเสียที
เซียงจิ่นจวนลอบมองใบหน้าองค์ชายใหญ่ แก้มสองข้างพลัน
ขึ้นสีแดงเรื่อ เมื่อก่อนนางคิดว่าเยี่ยนอ๋องคือบุรุษรูปโฉมหล่อเหลาอันดับ
142
หนึ่งในแคว้นโตวหลี่ แต่เมื่อพานพบองค์ชายใหญ่ จึงกระจ่างว่ายังมี
บุรุษที่หล่อเหลากว่าเยี่ยนอ๋อง
เพราะคำพูดใจร้ายของเยี่ยนอ๋องในวันนั้น นางจึงพาหัวใจอัน
ชอกช ้ากลับไปยังเมืองหยางคัง ใช้เวลาเยียวยาจิตใจตนเอง กระทั่งมี
จดหมายเชิญเข้าร่วมการคัดเลือกพระชายาองค์ชายใหญ่ นางก็
ตัดสินใจเข้าร่วมทันที เดิมทีกลัวว่าหากเลือกข้างผิด อนาคตองค์ชาย
ฝ่ายตรงข้ามได้ขึ้นครองบัลลังก์แทนพระสวามีตน อาจนำความ
เดือดร้อนมาให้
แต่ตอนนี้นางไม่คิดเช่นนั้นแล้ว หากไตร่ตรองดี ๆ องค์ชายใหญ่
อาจได้เป็นองค์รัชทายาท นางต้องการตำแหน่งพระชายาองค์ชายใหญ่
อนาคตคือฮองเฮา สตรีที่คนทั้งแคว้นต้องก้มหัวให้ รวมถึงซ่งย่วนหยวน
ครั้งนี้นางจะไม่ยอมพ่ายแพ้ซ่งย่วนหยวนเด็ดขาด!
ทว่านางไม่เคยทราบมาก่อน องค์ชายใหญ่ทรงเรียบง่าย
เหลือเกิน สวมใส่อาภรณ์สีขาวไร้ลวดลายในวังหลวง
เซียงจิ่นจวนมองไปยังซ่งย่วนหยวนที่แต่งกายเรียบง่ายเหมือน
องค์ชายใหญ่แล้วย่นคิ้ว เหตุใดสหายสนิทนางคล้ายแต่งตัวเหมือนองค์
ชายใหญ่?
143
ความคิดของเซียงจิ่นจวนถูกทำลายด้วยคำพูดของฟางฮองเฮา
“การทดสอบแรก ข้าอยากให้พวกเจ้าเขียนกลอนออกมาหนึ่งบท พร้อม
อธิบายว่าเหตุใดจึงเลือกกลอนนี้”
ฮ่องเต้และฮองเฮาทรงอยากทราบความคิดภายในอันแท้จริง
ของเหล่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์ เพราะตำแหน่งพระชายาองค์ชายใหญ่
นอกจากรูปโฉมงดงาม ต้องมีความสามารถด้านอื่นประกอบด้วย
มิเช่นนั้นอาจใช้ชีวิตในวังหลวงด้วยความยากลำบาก
คุณหนูสูงศักดิ์ต่างลงมือทันที หลังเวลาผ่านไปหนึ่งเค่อ8 ก็ถึง
เวลาที่สตรีแต่ละคนต้องอธิบายกลอนของตนเอง หลี่เฉินลอบมองซ่ง
ย่วนหยวนไม่ละสายตา หลังสั่งราชองครักษ์สืบเรื่องนาง ครั้นทราบว่าซ่ง
ย่วนหยวนเข้าร่วมการคัดเลือกพระชายา ตนก็ปรี่มายังห้องโถงในพระ
ตำหนักคุนหนิง
ใครจะคาดคิดใจเขาและนางตรงกันถึงเพียงนี้ ซ่งย่วนหยวน
แต่งกายด้วยอาภรณ์สีขาวเรียบง่าย เขาก็แต่งกายด้วยอาภรณ์สีขาว
เรียบง่ายเช่นเดียวกัน เพราะเหตุการณ์ความแห้งแล้งที่ดินแดนใต้ นาง
8 15 นาที
144
อาจคิดเหมือนเขากระมัง ไม่อยากใช้ของราคาแพงกว่าราษฎรที่ได้รับ
ความเดือดร้อน
คุณหนูแต่ละคนกำลังอ่านกลอนที่ตนเองเขียนเสียงหวาน ทว่า
สายตาคมกริบองค์ชายใหญ่มองเสี้ยวหน้างามซ่งย่วนหยวนตลอดเวลา
เพราะนางแต่งแต้มเครื่องประทินโฉมแบบพอดี งดงามน่ารักตาม
ธรรมชาติ ไม่ว่ามุมใดล้วนน่ามองไปหมด
กระทั่งซ่งย่วนหยวนต้องอ่านกลอนของตนเอง ครานี้องค์ชาย
ใหญ่ให้ความสนใจเป็นพิเศษ ผิดกับสตรีอื่นที่เขาไม่ฟังเข้าหูแม้แต่น้อย
“หม่อมฉันซ่งย่วนหยวน บุตรสาวของซ่งอ๋องเพคะ” เหล่าบรรดา
คุณหนูต่างหันมามองด้วยความสนใจใคร่รู้ พวกนางได้ยินว่าบุตรสาว
ซ่งอ๋องเข้าร่วมกองทัพ สตรีดุดันใจกล้าเช่นนี้ เหตุใดต้องเข้าร่วมการ
คัดเลือกเป็นพระชายาองค์ชายใหญ่ด้วย
ปกติบุรุษมักชมชอบสตรีอ่อนหวาน บุตรสาวซ่งอ๋องคงยากจะ
ก้าวไปสู่จุดนั้น
“คุณหนูซ่งกล่าวกลอนของเจ้ามาได้ ข้ากับฝ่าบาทจะ
ลงคะแนน” ฮองเฮาเอ่ยยิ้มแย้ม สำหรับนางสตรีที่มีโอกาสเข้ามา
คัดเลือกเหมาะสมกับหลี่เฉินทุกคน บุตรสาวซ่งอ๋องก็นับว่าดี เป็นสตรีที่
145
เก่งเรื่องบู๊ด้วย ค่อนข้างหายากทีเดียว นางจึงอยากทราบเกี่ยวกับ
ศาสตร์ด้านอื่นเพิ่มเติม
ซ่งย่วนหยวนหยิบกระดาษขึ้นมาอ่านเชื่องช้าด้วยน ้าเสียง
โศกเศร้า
“ดอกไม้ใบไม้ต ่าบังเรือนพธู
วสันต์มาสู่หว่างคิ้วตรึกตรม
พิงรั้วผินหลังให้นกแก้ว
ครุ่นคิดเรื่องใดแล้วไยไม่หันชม9”
ยามเอื้อนเอ่ย ซ่งย่วนหยวนหวนนึกถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดกับ
ตนในชาติก่อน ทั้งครอบครัวและองค์ชายใหญ่สิ้นพระชนม์โดยไม่ทราบ
สาเหตุ น ้าเสียงจึงโศกเศร้ามาจากข้างใน ทำให้คนฟังคล้อยตาม
ฮองเฮาถึงกับน ้าตาคลอหน่วย
“เหตุใดวันดี ๆ เจ้าจึงเลือกกลอนนี้เล่า” ฟางฮองเฮาเอ่ยถาม
บุตรสาวซ่งอ๋องด้วยความสงสัยใคร่รู้
9 กลอนลำนำฤดูใบไม้ผลิของไป๋จีว์อี้
146
ซ่งย่วนหยวนเม้มปาก เหลือบมององค์ชายใหญ่ครู่หนึ่ง นาง
อยากบอกว่าหลังจากเขาตายจาก ไม่มียามใดที่นางไม่ทุกข์ ชาตินี้มี
โอกาสย้อนกลับคืนมาในอดีต นางจะสนับสนุนองค์ชายใหญ่อย่างเต็ม
กำลัง
“หม่อมฉันเป็นตัวแทนของคนที่โศกเศร้าเพคะ ชีวิตคนเราไม่
แน่นอน วันนี้อยากทำสิ่งใดก็ควรทำ อย่างเช่นหม่อมฉันอยากเข้าร่วม
การคัดเลือกพระชายาองค์ชายใหญ่ ต่อให้ผลเป็นอย่างไร จะไม่เสียใจ
ในภายหลังอย่างแน่นอน เพราะหม่อมฉันได้ทำเต็มที่แล้ว”
หลี่เฉินผลิยิ้มหลังฟังคำตอบของซ่งย่วนหยวน ทว่าเพียงครู่
เดียวก็ปรับสีหน้าเรียบสงบดังเดิม ด้วยไม่อยากเปิดเผยพิรุธต่อหน้าผู้อื่น
ฟางฮองเฮาผงกศีรษะเข้าใจ นางชมชอบการคิดต่างของ
ซ่งย่วนหยวนมากทีเดียว สตรีอื่นมักเลือกบทกลอนสดใสมีชีวิตชีวา แต่มี
เพียงบุตรสาวซ่งอ๋องเลือกกลอนโศกเศร้า ผู้คนที่ฟังย่อมจดจำกลอน
ลึกซึ้งเข้าถึงอารมณ์มากกว่า
กระทั่งการแต่งกาย ซ่งย่วนหยวนยังสวมใส่อาภรณ์เรียบง่าย
แต่เพราะรูปโฉมงดงามอยู่แล้ว กลับขับเน้นความบริสุทธิ์ดุจเทพธิดาบน
สรวงสวรรค์
147
หลังจบการทดสอบแรก ฮ่องเต้หลี่เจิ้นและฟางฮองเฮาต่าง
ลงคะแนน ยามนั้นนางกำนัลต่างยกน ้าชาและขนมวางบนโต๊ะของเหล่า
คุณหนูผู้สูงศักดิ์ หลังเหน็ดเหนื่อยจากการอ่านกลอน
บททดสอบต่อไป ฮ่องเต้หลี่เจิ้นอยากถามเกี่ยวกับการเมืองและ
การทหาร เนื่องด้วยพระชายาองค์ชายใหญ่มีโอกาสเป็นฮองเฮาในภาย
ภาคหน้า อย่างน้อยต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเมืองและการทหารติดตัว
บ้าง
“ข้ามีคำถามอยากถาม หากฮ่องเต้ขึ้นครองบัลลังก์ใหม่ แต่มีขุน
นางเก่าแก่ที่ทำงานไม่ตรงใจ เจ้าจะให้คำแนะนำกับฮ่องเต้เช่นไร”
ความเงียบปกคลุมห้องโถงในตำหนักคุนหนิง หญิงสาวหลาย
คนถึงขั้นเบิกตากว้าง พวกนางไม่ค่อยรับรู้เรื่องราวการเมือง ควรตอบ
เช่นไรจึงจะถูกพระทัยฮ่องเต้หลี่เจิ้นเล่า
แต่เพราะขุนนางนั้นทำงานไม่ถูกพระทัยฮ่องเต้ การผลักออก
จากตำแหน่งจึงเป็นเรื่องสมควรกระทำ อย่างไรอำนาจก็อยู่ในมือฮ่องเต้
อยู่แล้ว
148
รวมถึงเซียงจิ่นจวน เมื่อถึงตอนที่มีโอกาสพูด นางกล่าวออกไป
อย่างมั่นใจ “หม่อมฉันจะแนะนำฮ่องเต้ ไม่ควรเก็บขุนนางนั้นไว้เพคะ
หากทำงานร่วมกันไม่ได้ ย่อมส่งผลเสียกับราษฎร”
ฮ่องเต้หลี่เจิ้นผงกศีรษะ ทว่าสีพระพักตร์ราบเรียบ คาดเดาไม่
ถูกว่าทรงพอพระทัยหรือไม่
เหล่าคุณหนูทุกคนต่างเอ่ยออกมาเช่นนี้แทบจะกลายเป็นตำ
ตอบคล้ายกัน หลี่เฉินฟังแล้วง่วงนอน จวบจนถึงคราวที่ซ่งย่วนหยวนพูด
เขาจึงตั้งใจฟังนางขึ้นมาในทันใด
“สำหรับหม่อมฉัน ฮ่องเต้เพิ่งครองบัลลังก์ใหม่ รากฐานไม่
มั่นคง ขุนนางทำงานในราชสำนักมานาน มิควรขับไล่กะทันหันเพคะ
ต้องใช้เวลาไตร่ตรองและลองปรับตัวก่อน หากเขาทำงานดีก็ดำรง
ตำแหน่งต่อ แต่หากไม่ดี เป็นขุนนางกังฉิน ก็ใช้หลักฐานขับไล่ออกไปเพ
คะ”
คำตอบของซ่งย่วนหยวนทำให้ฮ่องเต้หลี่เจิ้นและองค์ชายใหญ่
ยิ้มออก การปกครองหลังจากนั่งบัลลังก์ใหม่ ฮ่องเต้ไม่ควรบุ่มบ่าม มอง
หลาย ๆ ด้าน คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม มิใช่เอาแต่ใจตน
149
“ต่อไปเป็นคำถามเกี่ยวกับกองทัพ ไม่บังคับตอบ ใครยินดีตอบ
ข้าจะเพิ่มคะแนนให้” ฮ่องเต้ตรัสเจือรอยยิ้ม
เหลล่าคุณหนูต่างคิดในใจว่าไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย พวกนาง
ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับกองทัพเสียหน่อย
เซียงจิ่นจวนมีบิดาทำงานด้านนี้ หญิงสาวรีบยกมือ “หม่อมฉัน
เพคะ”
ฮ่องเต้เห็นคุณหนูคนหนึ่งยกมือ พระองค์ตรัสถาม “สิ่งใดเป็น
กลยุทธ์หลักของการใช้กองกำลัง”
เซียงจิ่นจวนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ “กองกำลังต้องเก่ง
เพคะ หากไม่เก่งก็จะไม่ชนะ”
ฮ่องเต้ผงกศีรษะ คำตอบนี้มีส่วนถูก แต่ยังไม่เพียงพอ ทันใดนั้น
ซ่งย่วนหยวนยกมือ “คุณหนูซ่งเชิญกล่าว”
“กองทัพต้องเก่งคือเรื่องจริง ทว่าสิ่งสำคัญมากกว่าคือความ
สามัคคีเพคะ หากเก่งทว่าความคิดไม่ตรงกัน กองทัพอาจพ่ายแพ้ได้
ต้องเชื่อผู้บังคับบัญชา ทำงานร่วมกัน พลิกแพลงสถานการณ์ให้เป็น ชัย
ชนะย่อมรออยู่”
150
บนพระพักตร์ฮ่องเต้หลี่เจิ้นฉายแววพึงพอใจมาก พระองค์จับ
พู่กัน เขียนคะแนนหลังชื่อซ่งย่วนหยวน พลางเหลือบมองพระโอรส
ตนทราบดีว่าหลี่เฉินกับซ่งย่วนหยวนสนิทสนมกัน แต่อาจใน
ฐานะสหาย ทว่าแววตาหลี่เฉินวันนี้ชัดเจนมากทีเดียว แท้จริงพระองค์ก็
หาคำตอบให้ตนเองได้แล้วว่าเหตุใดปีที่ผ่านมา หลี่เฉินจึงไม่เลือกสตรี
คนใดในใต้หล้า
เพราะคนที่หลี่เฉินรอคอยยังไม่มาต่างหาก
“ข้าจะให้ขันทีรวบรวมคะแนนแล้วประกาศคนที่มีสิทธิ์เป็นพระ
ชายาองค์ชายใหญ่ สุดท้ายหลังจากนี้องค์ชายใหญ่จะเลือกพระชายา
ด้วยตนเอง” ฮ่องเต้หลี่เจิ้นมอบกระดาษของตนเองและฟางฮอองเฮาให้
หัวหน้าขันทีรวบรวมคะแนน อันที่จริงบุตรสาวขุนนางที่มีสิทธิ์เข้าร่วม
การคัดเลือกพระชายานับว่าเพียบพร้อมอยู่แล้ว ฮ่องเต้ ฮองเฮาแค่อยาก
ทำความรู้จักเพิ่มเติม จึงไม่มีบททดสอบมากมาย หลังจากนี้อยู่ที่ความ
พึงพอใจของหลี่เฉินล้วน ๆ
ระหว่างหัวหน้าขันทีกำลังรวบรวมคะแนน เซียงจิ่นจวนที่กำลัง
กำมือแน่นก็คิดหาวิธีกำจัดซ่งย่วนหยวน
151
ทว่านางจะไม่ลงมือเอง แต่ยืมดาบผู้อื่นสังหารคน หญิงสาวจึง
หันไปกระซิบกับคุณหนูผู้หนึ่ง บอกว่าหากซ่งย่วนหยวนผ่านเข้ารอบคง
ไม่ยุติธรรม เพราะแต่งกายไม่ให้เกียรติสถานที่สูงส่ง
คุณหนูผู้นั้นฟังแล้วคล้อยตาม สูดหายใจเข้าลึกแล้วทูลฮ่องเต้
“ฝ่าบาทเพคะ หากผลคะแนนออกมา คุณหนูซ่งผ่านบททดสอบ ย่อมไม่
ยุติธรรมกับพวกเรา สตรีทุกคนต่างแต่งกายสวยงามเหมาะสมกับ
สถานที่ แต่คุณหนูซ่งกลับแต่งกายอาภรณ์ราคาถูก ทั้งยังใช้ปิ่นไม้ แต่ง
แต้มเครื่องประทินโฉมบางเบา หม่อมฉันว่านางไม่สมควรมีโอกาสเข้า
มาปรากฏต่อหน้าพระพักตร์ด้วยซ ้าเพคะ” ในห้องโถงตำหนักคุนหนิง
เกิดเสียงฮือฮา คนที่คิดเช่นนี้ในใจตั้งแต่แรกหันไปพูดคุยกันว่าไม่
ยุติธรรม
เซียงจิ่นจวนที่เฝ้ามองสถานการณ์เงียบเชียบลอบอมยิ้ม ก่อน
จะปรับสีหน้าให้ราบเรียบเช่นเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
152