บุตรสาวของนางร้ายหวนคืนสู่ตำแหน่งฮองเฮา - บทที่ 45
พยำนรักของฮ่องเต้หลี่เฉินและซ่งฮองเฮำ
ฮ่องเต้หลี่เฉินวางงานทั้งหมดบนโต๊ะ เร่งรีบไปยังตำหนัก
ฉือหนิงหลังขันทีทูลว่ายามนี้หมอหลวงกำลังตรวจวรกายซ่งฮองเฮา
เนื่องด้วยฟางไทเฮาคาดเดามารดาแผ่นดินกำลังตั้งครรภ์ ก้อนเนื้อข้าง
ซ้ายฮ่องเต้หลี่เฉินพลันเต้นระรัว
เดิมทีเขาไม่โทษซ่งย่วนหยวน ได้แต่โทษตนเอง อาจเพราะ
ทำงานหนักมากเกินไป ร่างกายจึงไร้ประสิทธิภาพ มิอาจทำนางตั้งครรภ์
บัดนี้ความหวังอยู่ตรงหน้า จึงตื่นเต้นเป็นพิเศษ
ครั้นมาถึงตำหนักฉือหนิง หลี่เฉินก้าวเข้าไปด้านในทันที หมอ
หลวงเพิ่งออกจากห้องบรรทมฟางไทเฮา เมื่อเห็นฮ่องเต้ก็หยุดถวายพระ
พร
“หมอหลวง ฮองเฮาเป็นเช่นไรบ้าง” ฮ่องเต้หลี่เฉินเอ่ยถามหมอ
หลวงทันที พระพักตร์หล่อเหลาเต็มไปด้วยคำถาม เขาปรารถนาอยาก
561
ได้ยินว่าซ่งย่วนหยวนตั้งครรภ์แล้ว อยากเห็นเจ้าก้อนแป้งตัวอวบอ้วนใน
เร็ววัน
หมอหลวงยิ้ม ตอบฮ่องเต้น ้าเสียงสุขุม “ฝ่าบาท ฮองเฮาทรง
ตั้งครรภ์ กระหม่อมเขียนเทียบยาและจัดยาบำรุงแบบดีที่สุดให้ฮองเฮา
แล้ว ยินดีกับฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่เฉินชาวาบทั่วร่าง ความรู้สึกของคนกำลังจะได้เป็นพ่อช่างมี
ความสุข หลังจากพยายามกันมานาน เขากับหยวนเอ๋อร์ก็มีพยานรัก
ฮ่องเต้หนุ่มไม่พูดกับหมอหลวงต่อ ทว่าก้าวเข้าไปในห้องบรรทม
ตำหนักฉือหนิง
ยามนี้ฟางไทเฮาร้องไห้สะอึกสะอื้น ซ่งฮองเฮาต้องคอยปลอบ
“เสด็จแม่ อย่าร้องไห้เลยเพคะ”
“แม่ร้องไห้เพราะเจ้าตั้งครรภ์แล้ว แม่ดีใจยิ่งนัก” ฟางไทเฮายิ้ม
ด้วยน ้าตา ก่อนจะยกมือเช็ดหยาดน ้าออกจากขอบตาร้อนผ่าว
ฮ่องเต้เพิ่งมาถึง เดินไปหยุดหน้าฮองเฮา วางพระหัตถ์บนศีรษะ
นางแล้วลูบไปมา กล่าวเต็มความภาคภูมิใจ “ข้ารู้จากหมอหลวงแล้ว ใน
ที่สุดหยวนเอ๋อร์ก็ตั้งครรภ์ เจ้าเก่งจริง ๆ”
562
ซ่งย่วนหยวนเงยหน้ามองพระสวามี ยิ้มหวานตอบเขา “ขอบ
พระทัยเพคะ หม่อมฉันก็ดีใจ”
นางเพิ่งรับรู้ถึงความรู้สึกเมื่อได้เป็นแม่คน ช่างดีเหลือเกิน
อยากดูแลครรภ์อย่างทะนุถนอม จนกว่าจะคลอดออกมา ยามเจ้าก้อน
แป้งลืมตา ตนจะเลี้ยงดู ปกป้อง มอบความรักเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้
ฮองเฮาตั้งครรภ์ ฮ่องเต้หลี่เฉินประทานรางวัลอย่างยิ่งใหญ่ แม้
เดิมทีมอบทรัพย์สมบัติส่วนพระองค์ที่เป็นเงินทั้งหมดแก่ซ่งฮองเฮาแล้ว
ทว่าพระองค์ยังมีกิจการหลากหลายอย่าง หนนี้จึงมอบกิจการเป็นชื่อ
ซ่งย่วนหยวน
สองสามีภรรยาอยู่ในตำหนักคุนหนิงด้วยกัน ฮ่องเต้หนุ่มนอน
กอดภรรยาไม่ปล่อย จมูกโด่งคลอเคลียติ่งหูนุ่ม ซ่งย่วนหยวนรู้สึกจักจี้
จึงย่นคอ เพราะวันนี้เขาประทานรางวัลให้นางอีกแล้ว หญิงสาวเอ่ยถาม
ด้วยความเป็นห่วง “ฝ่าบาทไม่เหลือเงินติดตัวแล้วนะเพคะ ไหนจะเงิน
ไหนจะกิจการ เป็นของหม่อมฉันหมดแล้ว”
แววตาซ่งย่วนหยวนประกายสดใสคล้ายลูกกวาง หัวใจหลี่เฉิน
คันยุบยิบ “เช่นนั้นข้าขอเกาะหยวนเอ๋อร์มิได้หรือ ได้โปรดเลี้ยงสามีด้วย”
563
ซ่งย่วนหยวนหัวเราะ นางยังคงยิ้มอารมณ์ดี “แน่นอนเพคะ ฝ่า
บาทหล่อเหลา ทำให้หม่อมฉันพอใจยามอยู่บนเตียง บุรุษคนเดียว ไย
หม่อมฉันจะดูแลไม่ได้”
หลี่เฉินโปรดปรานความน่ารักเสมอต้นเสมอปลายของซ่งย่วน
หยวน ยามเขาพานพบเรื่องราวเลวร้าย ขอเพียงได้เห็นรอยยิ้มนาง
ตลอดทั้งวันก็มีพลังในการก้าวเดินต่อ อย่าว่าแต่ทรัพย์สมบัติส่วนตัวเลย
นางอยากได้สิ่งใด เขาจะหามาให้ทั้งหมด
ระหว่างคู่รักแนบชิดคลอเคลียบนเตียง หยอกล้อก่อกวนกันด้วย
ความรัก ขันทีหน้าตำหนักคุณหนิงรายงาน “ฝ่าบาท แม่ทัพฝ่ายขวาของ
ซ่งอ๋องกับองค์หญิงใหญ่ขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
“เข้ามาได้” ซ่งฮองเฮาเป็นคนเอ่ยอนุญาต อันที่จริงนางควรย้าย
ไปห้องโถงมากกว่า ทว่าคนทั้งสองมิใช่ใครอื่นไกล
ซ่งฮองเฮาและฮ่องเต้หลี่เฉินย้ายไปนั่งเก้าอี้ในห้องบรรทม กระ
ทั่งซ่งเทียนฉือและหลี่ฮุ่ยเข้ามาด้านใน ทั้งสองยอบกายกายถวายพระ
พร แล้วความยินดีเรื่องฮองเฮาทรงตั้งครรภ์ พวกตนได้ยินมาจากเหล่า
ขันทีและนางกำนัลหน้าตำหนัก รู้สึกมีความสุขตามไปด้วยประหนึ่งเป็น
ลูกตัวเอง
564
“ไม่ต้องมากพิธี นั่งลงเถอะ” หลี่เฉินกล่าวให้ซ่งเทียนฉือและ
หลี่ฮุ่ยนั่งลงบนเก้าอี้ เขาพอคาดเดาออก การเข้าเฝ้าวันนี้อาจมีเรื่อง
สำคัญ และอาจเกี่ยวกับความรักระหว่างชายหญิง
“ฝ่าบาท กระหม่อมกับองค์หญิงใหญ่มีใจตรงกัน อยากใช้ชีวิต
ร่วมกัน กระหม่อมจึงอยากสู่ขอองค์หญิงใหญ่จากฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าอนุญาต” ซ่งเทียนฉือและหลี่ฮุ่ยรักกัน เพียงเท่านี้ก็ไม่มี
เหตุผลต้องกีดกัน ซ่งเทียนฉือคือบุตรชายซ่งอ๋อง ยามนี้รั้งตำแหน่งแม่
ทัพมือขวาซ่งอ๋อง เบี้ยหวัดเพียงพอต่อการดูแลหลี่ฮุ่ย ตนไม่กังวลใจว่า
องค์หญิงใหญ่จะได้รับความยากลำบาก
“ขอบพระทัยฝ่าบาท กระหม่อมจะยกสินสอดมาสู่ขอนางพ่ะย่ะ
ค่ะ”
“หลังทำตามพิธีแล้ว สินสอดเหล่านี้ก็เก็บไว้เถอะ เก็บไว้ใช้
ภายในครอบครัว” ซ่งย่วนหยวนกล่าวด้วยรอยยิ้ม จากคำพูดของ
ซ่งเทียนฉือ และแววตาองค์หญิงใหญ่ คาดว่าคงแต่งเข้าจวนฝ่ายชาย
วันนี้นางซึ่งเป็นพี่สาวเห็นน้องชายมีความสุข ตัดสินใจสร้าง
ครอบครัวกับคนรัก ในอกพลันเอ่อล้นด้วยความสุข องค์หญิงใหญ่แต่ง
เจ้าจวนซ่งอ๋องเป็นเรื่องดี ท่านพ่อกับท่านแม่นางไม่ต้องเหงา หาก
565
อนาคตมีหลานอีก ในจวนก็วุ่นวายเต็มไปด้วยเสียงเล่นสนุกสนานของ
เด็ก ๆ
นางปรารถนาเช่นนั้นเหมือนกัน อยากมองดูเจ้าก้อนแป้งตัว
กลมอวบอ้วนวิ่งเล่น ยามนี้ในวังหลวงอันใหญ่โต ดูเหมือนจะเงียบเหงา
ไม่น้อย เพราะเหล่าองค์ชายหลายพระองค์ต่างทูลขอฮ่องเต้ย้ายไปอยู่
เมืองอื่นแล้ว เชื้อพระวงศ์ที่อยู่ในวังหลวงยามนี้มีเพียงฮ่องเต้ ฮองเฮา
และไทเฮา
วันเวลาหมุนเปลี่ยน แคว้นโตวหลี่เจริญรุ่งเรือง ประชาชนมี
ความสุขภายใต้การปกครองของฮ่องเต้หลี่เฉิน ช่วงราชสำนักหยุดปีใหม่
หลี่เฉินใช้โอกาสนี้พาซ่งฮองเฮาและพระโอรสวัยสองขวบเดินทางขึ้นเขา
ไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิมเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล
หลังราชรถม้าหยุดบริเวณทางขึ้นไปยังอาราม ครานี้ฮ่องเต้
ฮองเฮา และองค์ชายต้องเดินผ่านบันไดหลายขั้น อันที่จริงสามารถนั่ง
เกี้ยวให้เหล่าข้าราชบริพารแบกหามได้ ทว่าทั้งสามเลือกเดินด้วยตนเอง
ส่วนนางกำนัล ขันที ราชองครักษ์ติดตามห่าง ๆ
566
ทว่าลูกเพิ่งสองขวบ คนเป็นพ่อและแม่จึงคอยระมัดระวัง เดิน
ติดตามด้านหลังไม่ห่าง เด็กน้อยตัวอวบอ้วน แก้มยุ้ยเหมือนซาลาเปามี
นามว่าหลี่เฟยใบหน้าล้วนถอดแบบมาจากบิดามารดาอย่างละครึ่ง
กำลังตั้งอกตั้งใจเดินขึ้นบันได เพราะเสด็จพ่อเสด็จแม่บอกว่าด้านบน
สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองหลวงและวังหลวง
“ค่อย ๆ เดินลูก” ซ่งฮองเฮาขบขันท่าทางเร่งรีบของเจ้าก้อนแป้ง
ตัวอวบ เด็กคนนี้ซุกซนเสมอ วัน ๆ วิ่งเล่นทั่วตำหนัก ชนข้าวของล้ม
กระจัดกระจาย บางวันก็รบเร้าให้พาไปขี่ม้า นิสัยเช่นนี้คล้ายจะถอด
แบบมาจากนาง
“ไป…เฟยเอ๋อร์จะไปด้านยน” นิ้วสั้นป้อมชี้ไปด้านบนซึ่งเป็น
จุดหมายปลายทาง แต่เมื่อตากลมแป๋วมองขั้นบันไดที่เหลืออยู่ก็ทอด
ถอนลมหายใจ หย่อนก้นเล็กนั่งลงบนขั้นบันไดอย่างหมดเรี่ยวแรง
หลี่เฉินมองลูกแล้วยิ้มด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มนั่งลงข้าง ๆ
พระโอรส วางพระหัตถ์บนศีรษะ “ด้านบน ไม่ใช่ด้านยน” ฮ่องเต้เลือกแก้
คำพูดก่อน เพราะเจ้าก้อนแป้งวัยสองขวบยังพูดไม่ชัด “เฟยเอ๋อร์เหนื่อย
ก็นั่งพักก่อน แต่เราจะเดินไปถึงด้านบนด้วยตนเอง ห้ามนั่งเกี้ยวเด็ดขาด
หากเฟยเอ๋อร์เดินเองจะกลายเป็นคนเก่ง”
567
หลี่เฟยผงกศีรษะหงึกหงัก เชื่อฟังคำสั่งเสด็จพ่ออย่างเคร่งครัด
“เก่ง…เฟยเอ๋อร์เก่ง” เอ่ยพลางยกมือน้อย ๆ ขึ้นมาตบแปะ ๆ พร้อมกับ
หัวเราะคิกคักชอบใจ เด็กน้อยชื่นชอบหากมีคนชมว่าตนเองเก่ง
ซ่งย่วนหยวนนั่งลงข้างกายลูกบ้าง “เฟยเอ๋อร์เก่งมาก พักชั่วครู่
หากมีแรงก็เดินต่อ ดีหรือไม่”
“ดี”
บรรยากาศระหว่างครอบครัวมีเสียงหัวเราะ อบอวลด้วยความ
อบอุ่น หลี่เฉินยิ้มให้ซ่งย่วนหยวน เขาและนางมักใช้วันหยุดประจำปีอยู่
ร่วมกัน ออกท่องเที่ยว เติมความรักหวานชื่น รวมถึงเลี้ยงลูกให้เหมือน
คนทั่วไปมากที่สุด
นั่งไปได้สักพัก เจ้าก้อนแป้งก็ลุกขึ้นยืน ชูมือขึ้นเหนือศีรษะ
ท่าทางมั่นใจ “เฟยเอ๋อร์มีแรงแย้ว เดินต่อ”
เจ้าก้อนแป้งเอ่ยถ้อยคำไม่ชัด หลังจากยืนตัวตรงก็เดินขึ้นบันได
ต่อ ไม่รอเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ หลี่เฉินส่ายศีรษะพร้อมซ่งย่วนหยวน เด็ก
คนนี้พลังล้นเหลือจริง ๆ ขอเพียงหลอกล่อด้วยคำว่าเก่งก็พร้อมทำ
สุดกำลัง
568
ระหว่างพระโอรสเดินขึ้นบันไดโดยไม่สนใจพ่อแม่ ฮ่องเต้หันไป
ถามฮองเฮาด้วยความเป็นห่วง “หยวนเอ๋อร์เดินไหวหรือไม่ บันไดเหลือ
อีกหลายขั้น”
ซ่งย่วนหยวนเขย่งปลายเท้า ขยับใบหน้าจุมพิตแก้มพระสวามี
ครั้งหนึ่งก่อนจะยืนตัวตรงเช่นเดิม “ไหวเพคะ หากหม่อมฉันนั่งเกี้ยวก็
ต้องอายเฟยเอ๋อร์แล้ว”
หญิงสาวทอดสายตามองลูก ยามนี้เจ้าก้อนแป้งขยับขาเร็วขึ้น
ทำให้ห่างออกไปไกลมากทีเดียว นางเป็นแม่ไม่ควรเลือกสบาย มิเช่นนั้น
จะสอนลูกอย่างไร
“ไปกันเถอะ”
มือใหญ่กอบกุมมือเล็ก พานางก้าวขึ้นบันไดด้วยกัน ซ่งย่วน
หยวนหน้าแดง รู้สึกเหมือนตนเองกำลังท่องเที่ยวกับคนรักตามลำพัง
พระสวามีใส่ใจกันเสมอ ไม่เคยปล่อยนางโดดเดี่ยวสักครั้ง ช่างเป็น
ช่วงเวลาที่มีความสุขจริง ๆ
เหล่านางกำนัลติดตามด้านหลังสองพระองค์ต่างก้มหน้าเขิน
อาย แม้ฮ่องเต้และฮองเฮาแสดงความรักเช่นนี้เสมอ เคยเห็นบ่อยครั้งทั้ง
ในตำหนักและด้านนอก แต่พวกนางไม่เคยชินเลยสักครั้ง
569
ช่างเป็นคู่รักที่น่าอิจฉาเหลือเกิน
ใช้เวลาพักใหญ่ทีเดียว ในที่สุดครอบครัวก็มาถึงอารามสำเร็จ
ฮ่องเต้หลี่เฉิน ซ่งฮองเฮาเอ่ยชมพระโอรสพร้อมกันว่าเก่ง เด็กตัวอวบ
อ้วนกระโดดโลดเต้นดีใจ ใบหน้าฉายชัดความสุข
“เฟยเอ๋อร์เก่ง!”
หลี่เฉินกับซ่งย่วนหยวนพาหลี่เฟยไปขอพรกับเจ้าแม่กวนอิม
ก่อน หลังจุดธูปเรียบร้อย เจ้าก้อนแป้งประสานมือเข้าหากันตามเสด็จ
พ่อและเสด็จแม่ มองยังเจ้าแม่กวนอิมแววตามุ่งมั่น
‘เจ้าแม่กวนอิม เฟยเอ๋อร์ขอให้เสด็จพ่อเสด็จแม่รักกันและ
รักเฟยเอ๋อร์ไปตลอดกาลขอรับ’
ความคิดเจ้าหนูน้อยบริสุทธิ์ สิ่งที่ปรารถนาย่อมเป็นเรื่องใกล้ตัว
หลี่เฉินและซ่งย่วนหยวนสังเกตเห็นลูกนั่งนิ่ง จึงช่วยภาวนาให้พรนั้นเป็น
จริงอีกแรง
เด็กชายขอพรเสร็จก็หันไปรบเร้าบิดามารดา “เฟยเอ๋อร์อยากดู”
570
ลูกกล่าวเพียงเท่านี้ ซ่งย่วนหยวนกระจ่างในทันที หลี่เฟยอยาก
ชื่นชมทิวทัศน์เมืองหลวงจากที่สูง หญิงสาวผงกศีรษะให้พระสวามี แล้ว
ทั้งสองก็พาพระโอรสไปยังด้านหลังอาราม
บริเวณนี้สามารถมองเห็นความเจริญรุ่งเรืองของเมืองหลวง
ห่างออกไปไม่ไกลยังเห็นความยิ่งใหญ่ของวังหลวง ฮ่องเต้หลี่เฉินอุ้ม
พระโอรสเพื่อให้มองทัศนียภาพชัดเจน
นิ้วสั้นป้อมเด็กชายชี้วังหลวงบ้าง สิ่งปลูกสร้างในเมืองหลวง
บ้าง แววตากลมโตเป็นประกาย “ชอบ”
แม้เขายังเด็ก แต่ก็ทราบว่าแผ่นดินแห่งนี้ บิดาและมารดา
ช่วยกันรักษา ล้วนทำงานหนักเพื่อทุกคน เฟยเอ๋อร์รู้สึกรักและภาคภูมิใจ
ในตัวพวกท่านยิ่งนัก เจ้าก้อนแป้งสูดลมหายใจเข้าลึก อากาศบนเขา
บริสุทธิ์มาก ยิ่งชมทิวทัศน์ไปด้วยก็เบิกบานใจมากทีเดียว
ซ่งย่วนหยวนลอบมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาพระสวามี แต่งงาน
กันกระทั่งวันนี้ นางคิดว่ากำลังรักเขามากขึ้นทุกวัน หลงใหลฮ่องเต้อย่าง
ไม่อาจถอนตัว
571
ฮ่องเต้หลี่เฉินคือฮ่องเต้ผู้ครองใจประชาชน ขณะเดียวกันก็
ครองใจนาง เขาทำหน้าที่ผู้ปกครองแผ่นดิน หน้าที่สามี หน้าที่พ่ออย่าง
ไม่ขาดตกบกพร่อง
หญิงสาวเอ่ยเสียงหวาน
“ฝ่าบาท ขอบพระทัยที่พาหม่อมฉันกับลูกมาขอพรที่อารามนะ
เพคะ หม่อมฉันมีความสุขมาก”
หลี่เฉินกำลังชมทิวทัศน์กับพระโอรสออกจากภวังค์ หันไปมอง
ซ่งย่วนหยวน หลังนางเอ่ยขอบคุณน ้าเสียงหวาน ยามนี้แสงแดดตก
กระทบใบหน้าเนียน จนเห็นขนเส้นเล็ก ดูบริสุทธิ์สดใสไม่ต่างจาก
วันวาน ชายหนุ่มมองหญิงสาวแววตารักใคร่ เขามักหวั่นไหวกับความ
งามตรงหน้าเสมอ ไม่ว่าอิริยาบถใดของนางก็ตาม
“หยวนเอ๋อร์มีความสุข สำหรับข้าคุ้มค่าแล้ว”
เมื่อได้รักสตรีนามซ่งย่วนหยวน แม้เป็นฮ่องเต้ ถูกขุนนางกดดัน
ให้รับสนม ทว่าเขาไม่สนใจ แต่เลือกทำผลงานให้คนเหล่านั้นมองว่า
ฮ่องเต้หลี่เฉินมีอำนาจ มีความสามารถรอบด้าน ไม่ต้องพึ่งพาใคร
สามีอยากให้ภรรยามีเพียงสามีผู้เดียว เช่นนั้นสามีก็ควรมี
ภรรยาคนเดียว ห้ามเอารัดเอาเปรียบกัน
572
เขาโชคดีที่มีซ่งย่วนหยวนในชีวิต
นางคือพลังและกำลังใจ
หนึ่งเดียวและคนเดียวของเขา
(จบ)