บุตรสาวของนางร้ายหวนคืนสู่ตำแหน่งฮองเฮา - บทที่ 5
ชีวิตสูญสิ้น
ซ่งย่วนหยวนพลันตื่นตระหนก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น ทว่า
ในใจยังคงไม่เชื่อ จึงเอ่ยถามอีกหน “จริงหรือ”
“จริงขอรับ ตอนนี้ฮ่องเต้มีคำสั่งให้องครักษ์ตามขบวนไปสืบ ข้า
ได้ข่าวว่าองค์ชายใหญ่สิ้นพระชนม์กลางดึกตอนพักค้างแรมในกระโจม
ตนเอง หมดลมหายใจอย่างมิทราบสาเหตุ”
ร่างกายซ่งย่วนหยวนแข็งค้าง หลังได้ยินความจริงจากปากสาย
ข่าวท่านพ่อ หญิงสาวรู้สึกเสียใจ กระนั้นก็ยังไม่เชื่อ
องค์ชายใหญ่ทรงพระปรีชาสามารถ ระแวดระวังรอบด้านเป็น
อย่างดี จู่ ๆ จะสิ้นลมหายใจกลางดึกในกระโจมตนเองได้อย่างไร การ
คุ้มกันหละหลวมถึงเพียงนั้นเลยหรือ?
ซ่งย่วนหยวนฝากปิงปิงดูแลบุพการีและน้องชาย ส่วนตนเอง
ปลีกตัวไปยังค่ายทหาร เมื่อมาถึง หญิงสาวเรียกทหารคนสนิทท่านพ่อ
มาสอบถาม ทราบเรื่ององค์ชายใหญ่หรือไม่
62
“คุณหนูซ่ง เรื่องนี้จริงแน่นอนขอรับ เมื่อเช้าท่านแม่ทัพฝ่ายขวา
พากองกำลังออกจากเมืองหลวงไปแทนที่องค์ชายใหญ่ตามรับสั่งของ
ฝ่าบาท องครักษ์เสื้อแพรรับหน้าที่สืบคดีนี้ พร้อมเคลื่อนย้ายพระศพ
องค์ชายใหญ่กลับมา”
ครานี้ซ่งย่วนหยวนทรงตัวไม่อยู่ ทรุดกายลงบนพื้นอย่างหมด
เรี่ยวแรง องค์ชายใหญ่…เป็นทั้งพี่ชายและสหายสำหรับนาง ที่ผ่านมา
เขาคอยเคียงข้าง ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือครอบครัวสกุลซ่งหลาย
อย่าง
เหตุใดคนใกล้ชิดนางถึงตายจากอีกแล้ว…
เขาพูดเอง หากกลับจากปราบกบฏ จะแวะซื้อเป็ดย่างที่เมือง
ซีฉวนมาให้นาง ไฉนจึงจากไปก่อนเช่นนี้
ซ่งย่วนหยวนรู้สึกเจ็บปวด ในอกรวดร้าว คล้ายกำลังค่อย ๆ
แตกสลาย ใครจะคาดคิด วันที่เขามาหานางก่อนออกไปปราบกบฏ คือ
ครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน นางรู้สึกว่าตนกำลังทำผิดต่อเขา หากวันนั้นอยู่
ด้วยกันมากหน่อยก็คงดี
ชั่วชีวิตมั่นใจว่าตนเองไม่เคยทำชั่ว ไฉนเรื่องราวเลวร้ายหวนคืน
สนอง ที่ผ่านมา…สวรรค์ยังมอบบททดสอบให้ไม่พอหรือไร
63
เดิมทีตนคือคนยุคใหม่ บิดามารดาตายจาก สวรรค์เมตตาให้มี
โอกาสมาเกิดใหม่ในยุคโบราณในร่างทารก ทว่าท่านแม่กลับเป็นนาง
ร้าย ท่านพ่อคือพระเอก ตามเนื้อเรื่อง ทั้งสองไม่ได้ลงเอย
ตอนนั้นนางทั้งเครียดและท้อแท้ ทว่าก็ฟันฝ่าอุปสรรคกระทั่ง
ท่านพ่อและท่านแม่บอกรักกัน
บัดนี้นางใช้ชีวิตในยุคโบราณสิบหกปี ถูกคนรักและสหายหัก
หลัง ต่อมาคนในครอบครัวป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุ ท่านย่าตายจาก
เพราะเสียสติ เผาเรือนตนเองกระทั่งไฟลุกลาม สุดท้าย…องค์ชายใหญ่
ทรงสิ้นพระชนม์
นี่มันเรื่องบัดซบใด ยังมีใครในใต้หล้าพบเจอเรื่องเลวร้าย
มากกว่านางหรือไม่
ซ่งย่วนหยวนหยิบผ้าเช็ดหน้าที่องค์ชายใหญ่ยื่นให้ในค ่าคืนนั้น
ออกจากแขนเสื้อ พินิจพิจารณาพลางลูบสัมผัสแผ่วเบา ในหัวปรากฏ
ภาพเขาไม่จางหาย บ่อยครั้งองค์ชายใหญ่ชมชอบการกลั่นแกล้งนาง
ทว่าเมื่อนางพบเจอปัญหา เขาก็จะยื่นมือเข้ามาช่วยทุกครั้ง อย่างเช่น
ฝึกกระบี่ นางใช้เวลานานกว่าทหารอื่น เนื่องด้วยสรีระสตรีไม่เอื้ออำนวย
64
องค์ชายใหญ่ก็อาสาสอนจนเก่งกาจ และมักพานางไปเลี้ยงอาหารเลิศ
รสที่เหลาอาหาร
เขาคือบุรุษแสนดีคนหนึ่ง นางทำใจไม่ได้จริง ๆ
องค์ชายใหญ่จากไปแล้ว…จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ…
ซ่งย่วนหยวนปล่อยน ้าตาไหลอาบแก้ม รู้สึกชอกช ้าร้าวราน
อย่างยิ่งยวด นอกจากคนในครอบครัวแล้ว นางก็ปรารถนาอยากให้องค์
ชายใหญ่มีพระชนม์มายุยืนยาว กลายเป็นฮ่องเต้ที่คนในแคว้นโตวหลี่
เคารพนับถือภายภาคหน้า
เขาอุตส่าห์ออกทัพด้วยตนเองเพื่อพิสูจน์ความสามารถ แต่น่า
เสียดายที่ไม่ถึงฝั่งฝัน ก็ดับสิ้นลงก่อน
หญิงสาวมองไปรอบ ๆ ค่ายทหารดวงตาพร่ามัว ที่แห่งนี้ยังมี
กลิ่นอายขององค์ชายใหญ่ติดตาไม่จางหาย หลังจากร ่าเรียนวิชา
ทางการทหารกับท่านพ่อของนางจบแล้ว หากมีเวลาว่าง องค์ชายใหญ่
มักแวะเวียนมาที่นี่เสมอ และไม่ลืมนำอาหารที่นางโปรดปรานมาให้ลิ้ม
ลอง
ซ่งย่วนหยวนโศกสลด นับจากนี้เรื่องราวดี ๆ ที่องค์ชายใหญ่
เคยทำให้ ไม่มีทางเกิดขึ้นอีก ช่างน่าปวดใจยิ่งนัก
65
นางยังไม่ทันทำอะไรเพื่อเขาเลย ไยเขาจึงจากไปก่อนเล่า…
ทหารคนสนิทซ่งอ๋องเห็นบุตรสาวผู้บัญชาการร้องไห้ปานจะ
ขาดใจก็ไม่กล้าเอ่ยถามเรื่องผู้บังคับบัญชา วันนี้ตนไม่เห็นหน้าซ่งอ๋อง
และฮ่องเต้ยังเลือกแม่ทัพฝ่ายขวาไปปราบกบฏแทนองค์ชายใหญ่ที่
สิ้นพระชนม์ ในหัวเขามีความสงสัยมากมาย เหตุใดฝ่าบาทไม่เลือก
ซ่งอ๋อง
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ซ่งย่วนหยวนร้องไห้ เปล่งเสียงร้องสะอื้น
กระทั่งหมดแรง หญิงสาวใช้ผ้าเช็ดคราบน ้าตาทิ้ง ครั้นเงยหน้าขึ้น เมื่อ
เห็นทหารคนสนิทท่านพ่อยังอยู่ก็เอ่ย
“ฝ่าบาททรงทราบเรื่องท่านพ่อป่วยจึงส่งแม่ทัพฝ่ายขวาไป
ปราบกบฏแทนองค์ชายใหญ่กระมัง”
สำหรับฮ่องเต้ บ้านเมืองสำคัญ แม้ไม่ทราบเรื่องระหว่างนาง
กับเยี่ยนอ๋อง ยังคิดว่างานแต่งยังมีอยู่ ทว่าผู้ปกครองแผ่นดินคงเลือก
เลื่อนงานแต่งออกไปก่อน ส่งแม่ทัพฝ่ายขวาไปปราบกบฏโดยด่วน
“ขอรับ” ทหารรับคำเมื่อทราบว่าที่ฮ่องเต้ให้เยี่ยนอ๋องออกทัพไป
ปราบกบฏเผ่าหลัวอีเพราะซ่งอ๋องกำลังป่วย
66
“ข้าฝากเจ้าดูแลคนในค่ายทหารด้วย หากมีเรื่องเร่งด่วน ก็ไป
แจ้งข้าที่จวน” ท่านพ่อป่วย เยี่ยนอ๋องซึ่งเป็นแม่ทัพฝ่ายขวาเคลื่อนทัพไป
ปราบกบฏ ทว่าซ่งย่วนหยวนจำเป็นต้องกลับไปดูแลคนในครอบครัว
เรื่องฝึกทหารใหม่ ย่อมฝากฝังกับทหารคนสนิทท่านพ่อ
“ขอรับคุณหนูซ่ง”
ซ่งย่วนหยวนพาร่างกายอันหนักอึ้งกลับจวน แม้ในใจยัง
เจ็บปวดเรื่ององค์ชายใหญ่ ทว่านางที่มีร่างกายแข็งแรงกว่าคนอื่นใน
ครอบครัว มิควรแสดงด้านอ่อนแอ ต้องเข้มแข็งเป็นเสาหลักต่อไป
ตอนที่ซ่งย่วนหยวนเดินทางถึงจวน รถม้าจากวังหลวงจอดหน้า
ประตูจวน หัวหน้าหมอหลวงถือล่วมยาเดินลงมา หญิงสาวคาดเดาออก
ฮ่องเต้คงส่งมาตรวจอาการท่านพ่ออีกครั้ง
นางยอบกายคารวะด้วยความนอบน้อมตามมารยาท “ท่าน
หมอ เชิญด้านในเจ้าค่ะ”
ซ่งย่วนหยวนเดินนำหน้าท่านหมอเข้าไปในจวน ทว่าเมื่อยก
ชายกระโปรงก้าวข้ามผ่านธรณีประตู ปิงปิงก็วิ่งเข้ามาหานางหน้าตาตื่น
67
เอ่ยน ้าเสียงตะกุกตะกัก “คุณหนู แย่แล้วเจ้าค่ะ! ท่านอ๋อง พระชายา
คุณชาย… พวกเขาสิ้นลมหายใจแล้ว!”
เป็นอีกครั้งที่ร่างกายซ่งย่วนหยวนชาวาบ หญิงสาวกึ่งวิ่งกึ่งเดิน
ไปยังเรือนนอนส่วนหน้าทันที หมอหลวงเห็นเช่นนั้นก็รีบติดตามไป
ระยะทางจากประตูจวนจนถึงเรือนนอนสำหรับนางค่อนข้าง
ไกล แต่ซ่งย่วนหยวนอยากไปถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด นางภาวนาตลอด
ทาง ท่านพ่อ ท่านแม่ และน้องชายล้วนหมดลมหายใจ ได้โปรดอย่าเป็น
ความจริงได้หรือไม่
กระทั่งถึงเรือนนอน หญิงสาวกวาดสายตามองทั้งสาม พบว่า
บัดนี้นอนแน่นิ่งไร้การเคลื่อนไหว จู่ ๆ นางก็หวาดกลัว ไม่กล้าเข้าไป
ตรวจลมหายใจ รอจนหมอหลวงมาถึง ซ่งย่วนหยวนจึงขอร้องเสียงสั่น
“ท่านหมอ ตรวจลมหายใจท่านพ่อ ท่านแม่ และฉือเอ๋อร์ให้ข้าได้หรือไม่
เจ้าคะ”
เหตุด้วยซ่งย่วนหยวนประสบเรื่องเลวร้ายติดกัน บัดนี้จิตใจนาง
แตกสลายไม่เหลือชิ้นดี มิกล้าเข้าไปตรวจลมหายใจคนในครอบครัว
ด้วยตนเอง ปิงปิงเพิ่งตามมาถึง เห็นคุณหนูท่าทางไม่ดี ก็ประคองพาไป
นั่งบนตั่ง
68
หมอหลวงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเริ่มตรวจลมหายใจ
ซ่งอ๋องเป็นคนแรก ตามด้วยพระชายาซ่งอ๋อง ปิดท้ายด้วยซ่งเทียนฉือ
ซ่งย่วนหยวนไม่ชมชอบช่วงเวลาแบบนี้เลยจริง ๆ หากผล
ออกมา ทุกคนจากไปแล้วเล่า นางจะใช้ชีวิตต่อไปเช่นไร…
หมอหลวงส่ายศีรษะ ก่อนจะรวบรวมแรงเพื่อหันกลับไปบอก
คนที่เฝ้ารอ เพราะหากเป็นตน คนในครอบครัวจากพร้อมกัน นับเป็น
เรื่องเลวร้ายเกินจะรับไหว
จริงอยู่ที่ชีวิต เกิด แก่ เจ็บ ตาย คือเรื่องปกติ ทว่าจากไปพร้อม
กัน มันช่างร้ายแรงและโหดร้ายสำหรับสตรีอายุสิบหกปี
“คุณหนูซ่ง ทั้งสามไม่มีลมหายใจแล้ว”
‘คุณหนูซ่ง ทั้งสามไม่มีลมหายใจแล้ว’
ประโยคนี้ก้องในโสต ซ่งย่วนหยวนชะงักงัน คล้ายโลกทั้งใบ
กำลังถล่มลงมาตรงหน้านาง ชีวิตของนางที่เลวร้าย กลับเลวร้าย
กว่าเดิม
หมอหลวงเห็นบุตรสาวซ่งอ๋องโศกเศร้ามาก ในใจรู้สึกสงสาร
แต่ตนมิอาจช่วยเหลือ คนจากไปแล้ว มีเพียงต้องทำใจ เขาบอกลา
69
คุณหนูตระกูลซ่ง พร้อมบอกจะทูลฮ่องเต้เรื่องนี้ให้ จากนั้นก็ออกไปเพื่อ
ทำหน้าที่ต่อ
คล้อยหลังหมอหลวง ซ่งย่วนหยวนกอดร่างไร้ลมหายใจของ
ท่านพ่อ แนบใบหน้าบนอกท่าน ในหัวย้อนนึกถึงความทรงจำดี ๆ ที่มี
ร่วมกัน ท่านพ่อรักนาง ตามใจทุกอย่าง อยากเข้าร่วมกองทัพก็ให้เข้า
ชมชอบสิ่งใดล้วนสนับสนุน ตนจะไม่มีทางลืมบุณคุณอย่างแน่นอน
จากนั้นค่อยเปลี่ยนไปกอดท่านแม่ ท่านแม่คือคนที่นางรัก ยอม
ทำทุกอย่างเพื่อลูกเสมอ แม้มีเรื่องทุกข์ใจ ท่านไม่เคยปริปากบ่นสักครั้ง
ซ่งย่วนหยวนแนบแก้มกลมถูไถกับอ้อมอกอันอบอุ่น น ้าตาไหลพราก
ประหนึ่งน ้าตกสายยาว
สุดท้ายซ่งย่วนหยวนย้ายมากอดน้องชาย ซ่งเทียนฉือใกล้จะ
เรียนวิชาทหารจบแล้ว อยากมีโอกาสออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่ท่านพ่อ
ทว่าความฝันน้องชายนางไม่มีทางเกิดขึ้นอีกต่อไป
เพราะเหตุใด…เกิดอะไรขึ้น….
ซ่งย่วนหยวนคิดว่าการตายของท่านพ่อ ท่านแม่ และน้องชาย
ผิดธรรมชาติมากเกินไป ต้องสืบให้กระจ่าง
ทว่าตอนนี้นางไม่มีแรง ไม่มีแรงแล้วจริง ๆ
70
ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านย่า น้องชาย และองค์ชายใหญ่ ทุกคน
ล้วนจากไปแล้ว จากไปโดยไม่มีวันหวนกลับ ไร้โอกาสพานพบกัน
ปิงปิงปวดหัวใจเช่นเดียวกัน นางรับใช้ใกล้ชิดพระชายาเนิ่น
นาน ตามด้วยคุณหนูซ่งย่วนหยวน นอกจากโศกเศร้าเรื่องพระชายา
ซ่งอ๋อง ยังพลอยปวดใจไปกับคุณหนู
ตอนนี้ในจวนซ่งอ๋องเหลือเพียงคุณหนู โหดร้ายเกินจะรับไหว
เหลือเกิน
หญิงสาวอายุสิบหกปี ต้องเข้มแข็งเพียงใดหลังจากนี้
หนำซ ้าคนรักก็สารเลว ที่พึ่งสุดท้ายที่พอมีอำนาจในราชสำนัก
คือองค์ชายใหญ่ ก็สิ้นพระชนม์อย่างกะทันหัน
ปิงปิงเข้าใกล้คุณหนู ดึงสตรีวัยแรกแย้มมากอด ลูบแผ่นหลัง
ปลอบโยน ซ่งย่วนหยวนซึ่งไร้ที่พึ่งพิงกอดตอบปิงปิงจนแน่น แล้วเปล่ง
เสียงร้องไห้สะอื้นเจ็บปวดออกมา
ท่านย่าผู้เอ็นดูหลานสาว
องค์ชายใหญ่ บุรุษที่ดีกับนางเสมอมา
คำสอนของท่านพ่อ
71
ถ้อยคำบอกรักจากท่านแม่
ผู้ที่คอยปลอบใจพี่สาวอย่างเช่นซ่งเทียนฉือ
สิ่งเหล่านี้…อนาคตนางไม่มีทางได้รับมันอีกแล้ว
ต่อให้มีชีวิตยืนนาน ทว่าข้างกายไร้พวกเขา ก็ไม่มีความหมาย
นางเจ็บ…นางปวดหัวใจเหลือเกิน ต้องทำเช่นไรพวกเขาจะฟื้น
คืนมา อยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่นเหมือนเดิม
วันเวลาที่มีค่าเหล่านั้น…ขอคืนมาได้หรือไม่
“ฮึก ท่านพ่อ ท่านแม่ ฉือเอ๋อร์ ได้โปรดกลับมา ข้าไม่อยากใช้
ชีวิตโดยที่ไม่มีคนในครอบครัว” น ้าเสียงซ่งย่วนหยวนสั่นเครือ ร่างสั่น
สะท้านตามจังหวะร้องไห้ ปิงปิงสงสารผู้เป็นนายจับใจ น ้าตาสาวรับใช้
พลันไหลริน ร้องไห้ไปพร้อมกับคุณหนู
เสียงสะอื้นสองนายบ่าวดังก้องทั่วเรือนนอน ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม
ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเบาลง
กระทั่งผู้เป็นนายหมดแรงก่อน จึงสลบไสลต่อหน้าต่อตาปิงปิง
“คุณหนู คุณหนู!”
72
สามวันให้หลัง ซ่งย่วนหยวนรู้สึกแปลกประหลาดในกาย ราว
กับมีไฟแผดเผา คล้ายกำลังอยู่ท่ามกลางกลองเพลิง ความเจ็บปวดนี้
ค่อย ๆ ทวีความรุนแรงขึ้น รุนแรงขึ้นจนซ่งย่วนหยวนแทบจะทนไม่ไหว
กรีดร้องออกมาสุดเสียง ปิงปิงที่อยู่ในห้องนอนด้วยกันตื่นตระหนก รีบ
ไปนั่งข้างกายผู้เป็นนายบนเตียง เอ่ยเสียงสั่น “คุณหนู คุณหนู”
ซ่งย่วนหยวนไม่มีแรงแล้ว ลมหายใจค่อย ๆ ขาดห้วง ก่อนภาพ
ตรงหน้าจะดับมือลง ซ่งย่วนหยวนมองบนท้องนภาด้วยหัวใจที่แตก
สลาย
นางทราบดีว่าสวรรค์ได้ให้ชีวิตหนที่สองแก่ตน อยู่กับครอบครัว
นานถึงสิบหกปี ทว่าโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น สำหรับนางเหมาะสมแล้ว
หรือ หากคนผู้นั้นได้ดี ยิ่งตอกย ้าว่าการทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วต่างหากที่จะ
ได้ดี
นางช่วยเหลือคนมากมาย เข้าร่วมกองทัพเพื่อรักษาความสงบ
แก่ดินแดน มีจิตใจเมตตาช่วยเหลือราษฎร หากบุญกุศลนั้นยังพอมี ได้
โปรดเถิดสวรรค์ ขอให้นางย้อนเวลาหวนคืนอดีต
73
ขอท่านพ่อ ท่านแม่ น้องชาย ท่านย่า และองค์ชายใหญ่ได้มี
ชีวิตต่อไป
ได้โปรด…รับคำวิงวอนจากหญิงสาวผู้นี้อีกสักครั้งได้หรือไม่?
สิ้นสุดการร้องอ้อนวอนในใจ มือเล็กค่อย ๆ ร่วงหล่นลงข้าง
ลำตัว พร้อมกับเสียงกรีดร้องของปิงปิงดังขึ้นสั่นเครือ “คุณหนู อย่า
จากปิงปิงไป…ฮึก”
ปิงปิงกรีดร้องเสียงหลง ปล่อยน ้าตาอาบแก้มไม่ขาดสาย เนื้อ
ตัวสาวรับใช้สั่นระริก นางรักและเทิดทูดครอบครัวสกุลซ่ง พวกเขาล้วน
จากไป ต่อจากนี้นางจะทำเช่นไร…
74