ประกาศิต ราชามังกร - บทที่ 860 การซ่อนตัว
ขณะที่หลงหวู่กำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
สีหน้าของอู๋เหม่ยเอ๋อร์และหลงหวู่แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ใครกันที่มาเยือนยามวิกาลเช่นนี้?
หลงหวู่ส่งสัญญาณสายตาให้อู๋เหม่ยเอ๋อร์ไปเปิดประตู ขณะที่ตัวเขาเองเตรียมพร้อมจู่โจมรับมือในทันที
ทว่าเมื่ออู๋เหม่ยเอ๋อร์เปิดประตูออก เธอกลับพบว่าเป็นเฉินผิงและซูอวี่ฉีที่เดินทางกลับมา
“ทำไมถึงกลับมาเร็วนักล่ะ?” อู๋เหม่ยเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
เมื่อเห็นว่าเป็นเฉินผิง หลงหวู่ก็ขมวดคิ้วแน่นพลางถามขึ้น “เฉินผิง เจ้ากลับมาเร็วถึงเพียงนี้ เกิดเรื่องอันใดขึ้นงั้นหรือ?”
เฉินผิงส่ายหน้าเบาๆ “ท่านลุงหลง ข้าได้ผลึกมังกรน้ำแข็งมาแล้ว…”
ได้ยินเช่นนั้น หลงหวู่ก็แผ่พลังจิตเข้าตรวจสอบร่างของเฉินผิงอย่างรวดเร็ว เมื่อสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายใน เขาก็เอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น “ได้ผลึกมังกรมาเร็วถึงเพียงนี้ ยอดเยี่ยมยิ่งนัก! แล้วผลึกมังกรเพลิงเล่า?”
ยามที่หลงหวู่เอ่ยถึงผลึกมังกรเพลิง ภาพของเสี่ยวหรูที่กลายสภาพเป็นรูปปั้นน้ำแข็งก็ผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงของเฉินผิง บรรยากาศรอบตัวพลันหม่นหมองลงในพริบตา
“ท่านลุงหลง… ข้าไม่อาจยอมเสียสละคนรอบกายเพียงเพื่อแลกกับผลึกมังกรได้…” เฉินผิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง
หลงหวู่กวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นเงาร่างของเสี่ยวหรู เขาก็พลันเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ทันที ขอบตาของเขาแดงระเรื่อขึ้นมา “เฉินผิงเอ๋ย นี่คือโชคชะตาที่มิอาจหลีกเลี่ยง อย่าได้จมอยู่กับความเสียใจจนเกินไป ข้าหวังเพียงว่าเจ้าจะไม่ทำให้ผลึกมังกรที่เสี่ยวหรูแลกมาด้วยชีวิตต้องสูญเปล่า…”
“ท่านลุงหลง เสี่ยวหรูถูกผนึกไว้ในน้ำแข็งบนเกาะมังกรปิดตายจริงๆ หรือคะ? ท่านพอจะมีหนทางช่วยเธอได้หรือไม่?” ซูอวี่ฉีที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยถามขึ้นด้วยความหวัง เพราะในสายตาของเธอ หลงหวู่เปรียบประดุจเทพเซียนผู้มีฤทธานุภาพมหาศาล
หลงหวู่ส่ายศีรษะอย่างจนใจ “ข้าไร้ความสามารถที่จะช่วยเหลือนางได้ แต่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรนั้นไร้ที่สิ้นสุด บางทีเมื่อพลังการฝึกฝนของเจ้าก้าวข้ามข้าไปแล้ว เจ้าอาจจะค้นพบวิธีช่วยชีวิตเสี่ยวหรูก็เป็นได้”
“ข้าจะต้องหาทางพาเสี่ยวหรูกลับมาให้จงได้…” แววตาของเฉินผิงฉายประกายแน่วแน่เด็ดเดี่ยว หากมิอาจปกป้องคนรอบข้างไว้ได้ การฝึกฝนตนเพื่อมุ่งสู่วิถีอมตะจะมีความหมายอันใด?
“ว่าแต่พวกเจ้ากลับมาได้อย่างไรกัน? ปกติแล้วการเดินทางมิควรใช้เวลาถึงสามวันหรอกหรือ?” หลงหวู่เอ่ยถามด้วยความฉงน เพราะตระกูลหลงมีเรือแล่นรับส่งเพียงลำเดียวเท่านั้น
เฉินผิงจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างทางให้หลงหวู่ฟัง แต่จงใจปกปิดความจริงที่ว่าคฤหาสน์ไร้เงาก็เป็นหนึ่งในตำหนักย่อยของวังมังกรสวรรค์เอาไว้
เมื่อฟังจบ หลงหวู่ก็ขมวดคิ้วแน่น สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมอย่างยิ่ง
“อีกไม่นาน เรื่องที่เจ้ากลืนผลึกมังกรลงไปจะต้องแพร่สะพัด และไม่มีทางปิดบังตระกูลหลงได้พ้น นับจากนี้เจ้าต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้นเป็นทวีคูณ สิ่งที่เจ้าต้องทำอย่างเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือการเดินทางออกจากเมืองหนานฮวาโดยทันที หาที่ซ่อนตัวอันเงียบสงบ แล้วใช้ผลึกมังกรในการบำเพ็ญเพียรเพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของตนเอง”
“ส่วนอวี่ฉีและหลิงเอ๋อร์ ข้าจะเป็นผู้ดูแลและถ่ายทอดวิชาการฝึกฝนให้พวกนางเอง ด้วยพลังของพวกนางในตอนนี้ การติดตามเจ้าไปรังแต่จะเป็นภาระเสียเปล่าๆ จำไว้ให้ดี อย่าได้เปิดเผยพลังฝีมือหากไม่จำเป็นจริงๆ ยามนี้เมื่อเจ้ากลืนผลึกมังกรเข้าไป เจ้าได้กลายเป็นเป้าหมายที่ทุกคนหมายหัวไปแล้ว ข้าเกรงว่าจะมีคนมากมายต้องการเอาชีวิตเจ้า…”
หลงหวู่กล่าวเตือนและกำชับเฉินผิงอย่างจริงจัง
เขาคาดไม่ถึงเลยว่าจะมีผู้คนมากมายพบเห็นตอนที่เฉินผิงชิงผลึกมังกรไป และไม่คาดคิดว่าจะมีคนรู้ตำแหน่งของมังกรน้ำแข็งมากถึงเพียงนี้
นี่คือเล่ห์เหลี่ยมอันน่ารังเกียจของตระกูลหลง หากพวกมันไม่จงใจเปิดเกาะมังกรปิดตายอย่างกะทันหัน ก็คงไม่มีผู้คนแห่แหนไปรวมตัวกันมากมายขนาดนั้น และเฉินผิงก็คงมีโอกาสแอบลอบเข้าไปชิงผลึกมังกรออกมาได้อย่างแนบเนียน
ทว่าในเวลานี้ เมื่อเรื่องที่เฉินผิงครอบครองผลึกมังกรถูกเปิดเผย เส้นทางเบื้องหน้าของเขาย่อมต้องเต็มไปด้วยขวากหนามและยากลำบากยิ่งขึ้นเป็นเท่าทวี
เฉินผิงไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าผลกระทบจะรุนแรงถึงเพียงนี้ ทว่าเมื่อได้ฟังคำเตือนของหลงหวู่ เขาก็รู้ดีว่าคงมีศัตรูจำนวนมากตามมาราวีไม่หยุดหย่อนแน่นอน
หลังจากกล่าวคำอำลากับทุกคน เฉินผิงก็ตัดสินใจเร้นกายเดินทางออกจากเมืองไปในคืนนั้นทันที
ฝ่ายหลงหวู่เองก็มิได้รั้งอยู่ต่อเช่นกัน เขาพาตัวซูอวี่ฉี กู่หลิงเอ๋อร์ อู๋เหม่ยเอ๋อร์ พร้อมกับหมาป่าหิมะเร้นกายหายลับไปจากเมืองหนานฮวา โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่าพวกเขามุ่งหน้าไปยังทิศทางใด