ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 209 เย็นวาบไปจนถึงแก่นกลาง
บทที่ 209 เย็นวาบไปจนถึงแก่นกลาง
น้ำเสียงของหลินหม่านซางค่อนข้างดุดัน ราวกับอาจารย์หมอที่มีอายุกำลังสั่งสอนหมอหน้าใหม่
หากจะดูตามอายุ หลินหม่านซางนั้นมีอายุมากกว่าฉินซานไห่มากพอสมควร
แถมด้วยชื่อเสียงในแวดวงของหลินหม่านซาง สามารถกล่าวได้เลยว่าเขาไม่สนว่าคำพูดของตนจะไปขัดใจคณบดีฉินหรือไม่
กลับกัน ฉินซานไห่ต่างหากที่ควรคำนึงถึงความรู้สึกของหลินหม่านซาง
ที่เป็นเช่นนี้ เพราะในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีระดับอย่างหลินหม่านซาง หากโรงพยาบาลเมืองจินไม่ต้องการแล้ว อย่างไรก็ยังมีโรงพยาบาลอื่น ๆ คอยจ้องจะแย่งตัวเขาอยู่แน่นอน
เมื่อถึงเวลานั้น แม้แต่เมืองหลวงและเมืองใหญ่ ๆ อย่างมหานครเซี่ยงไฮ้และกรุงปักกิ่งก็มีโอกาสยื่นข้อเสนอให้กับหลินหม่านซาง
บรรดาแพทย์หนุ่มที่อยู่โดยรอบต่างมองฉินซานไห่อย่างตั้งใจ พวกเขาคาดหวังให้คณบดีฉินตัดสินใจลงโทษเจี๋ยเป่า ผู้ไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำให้สาสม
ทว่าการกระทำต่อไปของฉินซานไห่กลับทำให้ทุกคนผิดหวัง
ทุกคนเห็นฉินซานไห่เอนกายลงไปด้านหลังเล็กน้อย เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ความเงียบกลับบอกได้ทุกอย่าง
ในขณะที่หลินหม่านซางพอใจเป็นอย่างมากกับผลลัพธ์นี้ จึงกล่าวออกมาอย่างภาคภูมิ
“อืม ดูเหมือนว่าคณบดีฉินจะรู้สึกเห็นด้วยกับคำพูดของผมอย่างมากทีเดียวนะ!”
เมื่อพูดจบ หลินหม่านซางหันไปมองบรรดาหมอหนุ่มที่กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว
บรรดาหมอหนุ่มเหล่านี้ยังไม่คู่ควรที่จะประลองกับเขา
“แต่ผมได้ยินมาว่าตอนที่หมอหานเพิ่งเข้ามาฝึกงานที่โรงพยาบาล ไม่ได้ถูกหมอเจี๋ยกลั่นแกล้งเพียงอย่างเดียว”
“แม้แต่ตอนที่หมอหานช่วยชีวิตลูกชายของผู้อำนวยการ หมอเจี๋ยก็ยังเข้ามาแทรกแซงด้วย”
“จริง ๆ แล้วการกระทำของหมอเจี๋ย ไม่ว่าจะกับหมอหานที่ตั้งใจมาเรียนรู้ หรือกับโรงพยาบาลเอง ก็ล้วนแต่เป็นโทษทั้งนั้น”
“เพราะได้ยินมาว่า หากไม่มีหมอหานที่ใช้เทคนิคพิเศษ ผ่าตัดระบายของเหลวที่สะสมอยู่ให้กับลูกชายของผู้อำนวยการได้ทันท่วงที”
“เรื่องของโรงพยาบาลพวกคุณในวันนี้ คงจะจบง่าย ๆ ไม่ได้แน่”
ขณะที่หลินหม่านซางยังคงภูมิใจอยู่ เสียงของอวี๋ฟางก็ดังขึ้น ทำให้ผู้อำนวยการเฒ่าชะงักไปชั่วขณะ
“คุณ!”
เดิมทีเขาตั้งใจจะยกนิ้วชี้ไปยังผู้พูด เพื่อดูว่าใครกันที่กล้าไร้มารยาทเช่นนี้
แต่เมื่อเห็นว่าผู้พูดคืออวี๋ฟาง มือของเขาก็ต้องหยุดชะงักลง
อย่างไรเสียอวี๋ฟาก็ไม่ได้เป็นเพียงภรรยาของหานเหวินซานเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้บริหารระดับสูงของหาน เทคโนโลยีอีกด้วย
แม้หลินหม่านซางอยากจะปกป้องลูกศิษย์ แต่ก็ไม่ได้อยากจะก่อเรื่องจนถึงขั้นถูกไล่ออกจากงาน
บรรดาแพทย์หนุ่มที่ยืนอยู่โดยรอบ เมื่อเห็นสีหน้าแดงก่ำสลับกับซีดขาวของหลินหม่านซางและเจี๋ยเป่า ก็อดหัวเราะคิกคักออกมาไม่ได้
“หึ เจี๋ยเป่า ไปกันเถอะ!”
หลินหม่านซางทนกับความอัปยศอดสูในที่สาธารณะเช่นนี้ไม่ไหว จึงเอ่ยเรียกเจี๋ยเป่าแล้วสับเท้าก้าวอย่างฉับไวออกไปที่ประตู
ลั่วจือซินพูดขึ้นมาก่อนใคร
“ไม่คิดว่าหมอหานจะเก่งขนาดนี้ แต่คุณแม่ของหมอหานเองก็เก่งไม่แพ้กันเลยค่ะ”
“ปกติแล้วเราไม่กล้าพูดอะไรกับผู้อำนวยการหลินเลยค่ะ ยิ่งเป็นเจี๋ยเป่า ที่ใจร้ายกับเราอยู่เสมอ เรายิ่งไม่กล้าพูดอะไรเลย!”
“แต่พอคุณแม่ของหมอหานมา ก็ทำให้พวกเขารู้สึกกลัวไปหมดเลย!”
ลั่วจือซินพูดพลางกะพริบตาไปทางอวี๋ฟางที่อยู่ข้าง ๆ
ข้อมูลเมื่อครู่เป็นข้อมูลที่เธอให้อวี๋ฟางก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้น
นอกจากจะต้องการช่วยเหลือหานชิงอวี่แล้ว เธอยังมีความคิดที่จะสร้างความประทับใจให้กับแม่ของเขาอีกด้วย
เป็นไปตามคาด อวี๋ฟางยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้า
“ส่วนใหญ่ก็เพราะว่าเธอช่วยเหลือด้วยนั่นแหละจ้ะ”
“ฉันและพ่อของหานชิงอวี่รู้สึกสบายใจนะ ที่มีเพื่อนอย่างเธออยู่เคียงข้างเขา”
ตอนนี้ น้ำเสียงของอวี๋ฟางอ่อนโยนลง ไม่แข็งกร้าวเหมือนตอนที่เผชิญหน้ากับหลินหม่านซางอีกแล้ว
ลั่วจือซินหัวเราะคิกคัก จากนั้นก็ดึงชายเสื้อของหานชิงอวี่เบา ๆ
“เปล่าหรอกค่ะ ปกติแล้วพวกเรามักจะเป็นฝ่ายที่ได้รับการดูแลจากหมอหานอยู่เสมอเลย!”
“ขอบคุณหมอหานมากนะคะ ที่ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือพวกเราในหลาย ๆ อย่าง แต่ยังเป็นคนที่หน้าตาดีอีกด้วย”
“ถึงแม้จะอยู่ในห้องแผนกที่นี่ หมอหานก็ยังเป็นคนที่ดูแล้วสบายตาอยู่ดี!”
อวี๋ฟางคุ้นเคยกับการกระทำแบบนี้ของสาวน้อยตรงหน้าเป็นอย่างดี
ตั้งแต่เด็กจนโต หานชิงอวี่มักจะถูกหญิงสาวรุมล้อมเพราะหน้าตาของเขาอยู่เสมอ
พูดได้ว่า หานชิงอวี่เติบโตมากับการที่มีแต่หญิงสาวล้อมรอบ และยังมีผู้ชายที่ต้องการใช้ชื่อเสียงของเขาเพื่อเข้าหาหญิงสาวพวกนั้นอีกด้วย
ในแวดวงสังคมที่หานชิงอวี่เป็นจุดศูนย์กลาง ทุกคนต่างมีลำดับชั้นที่ชัดเจน และแบ่งหน้าที่กันอย่างลงตัว
แต่หัวใจหลักที่สำคัญที่สุด มีเพียงสองประการ
ข้อแรก ทุกสิ่งเพื่อความสุขของหานชิงอวี่
ข้อสอง ตราบใดที่ลูกชายเธอมีความสุข ทุกคนก็จะมีความสุขไปด้วย
ด้วยหลักความคิดแบบนี้ ไม่ว่าหานชิงอวี่จะไปที่ไหน ก็ล้วนแต่เป็นที่นิยมที่สุดในสายตาหญิงสาวเสมอ
ขณะที่อวี๋ฟางกำลังคิดหาข้ออ้างเพื่อขอตัวออกไปก่อน เวลานั้นเองก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องประชุมที่ว่างเปล่า
ท่ามกลางสายตาจับจ้องของผู้คน ฉินซานไห่หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า แล้วขมวดคิ้วมองดู
“ครับ สวัสดีครับ ผมฉินชานไห่ครับ”
“อะไรนะ?”
บรรดาแพทย์ที่ได้ยินเสียงดังกล่าว ต่างพากันเงี่ยหูฟังด้วยความตั้งใจเพื่อรับฟังว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่ฉินซานไห่ก็เพียงแค่พึมพำตอบรับ พลางขีดเขียนลงในสมุดบันทึกของเขา
บรรดาแพทย์จึงทำได้เพียงลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ
“ครับ ทราบแล้ว”
ในที่สุดฉินซานไห่ก็วางสาย ก่อนจะหันไปพูดกับทุกคน
“คราวนี้เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่มีความยากสูงมาก”
“ปกติการผ่าตัดแบบนี้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าแผนกศัลยศาสตร์ทางเดินปัสสาวะ แต่ตอนนี้หัวหน้าแผนกไม่อยู่”
“ดังนั้น ตอนนี้เราจำเป็นต้องหาคนฝีมือดีคนหนึ่งมาทำให้สำเร็จ!”
คณะกรรมการที่อยู่โดยรอบเริ่มทยอยแยกย้ายกันไป เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะเข้ามาจัดการ
พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร
ส่วนบรรดาแพทย์ที่นั่งอยู่ด้านข้าง ต่างก็มีสีหน้าตื่นตระหนกกันทุกคน
พวกเขารู้ว่าเมื่อใดก็ตามที่ฉินซานไห่แสดงสีหน้าแบบนี้ นั่นหมายความว่าเรื่องนี้ทั้งร้ายแรงและจัดการได้ยาก
แม้จะมีแพทย์ระดับหัวหน้าแผนกคนอื่น ๆ อยู่ในที่นั้น แต่ตอนนี้ก็ต่างก็ทำทีหันหน้าหนีด้วยความอึดอัด
มีเพียงไม่กี่คนที่กล้าพอจะเอ่ยปากถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“คณบดี ผ่าตัดอะไรกันครับ พวกเราจะได้เริ่มหาคนมาช่วย”
ประโยคนี้พุ่งเข้าตรงประเด็น ทุกคนต่างมองไปยังฉินซานไห่ด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น
ฉินซานไห่จึงกระแอมแล้วพูดว่า
“เป็นการผ่าตัดอัณฑะ หมายความว่าเคสนี้มีปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะเพศ”
“ถ้าหากจัดการไม่ดี อาจจะต้องตัดทิ้ง”
ทันทีที่ฉินซานไห่พูดประโยคนี้จบ แพทย์หญิงที่อยู่รอบข้างต่างก็หน้าแดง
ส่วนแพทย์ชาย ต่างก็รู้สึกเย็นวาบไปถึงแก่นกลางกาย
ความรู้สึกมหัศจรรย์บางอย่างแผ่ขยายไปทั่วบริเวณ