ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 265 งานพิเศษตอนดึก
บทที่ 265 งานพิเศษตอนดึก
ในเวลาเดียวกัน
ณ โรงแรม
ในตอนนี้พี่น้องตระกูลเจียงได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมแล้ว ห้องพักในโรงแรมที่พวกเขาพักอยู่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดเวลา
ตลอดสองวันที่ผ่านมา พวกเขาได้รับการปกป้องอย่างดี
เจียงหวู่ก็ดูเหมือนจะพอใจกับสถานการณ์นี้มาก ทุกครั้งที่ออกไปทำงานข้างนอก เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม ในคืนนี้เจียงหลานหยวนได้บอกกับเจียงหวู่ว่าเธอกำลังจะออกไปข้างนอกเป็นครั้งแรกอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
เมื่อเห็นว่าน้องสาวกำลังจะออกไป เจียงหวู่จึงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“เสี่ยวหยวน เธอกำลังจะไปไหน?”
เจียงหลานหยวนมัดผมของตัวเองเป็นหางม้าสูง ขณะเอ่ยขึ้น
“ฮิ ๆ คืนนี้หางานพิเศษทางเน็ตได้อีกแล้ว เป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านหม้อไฟ”
“ฉันจะไปทดลองงานคืนนี้ หากผ่าน อีกสองวันก็จะได้ออกไปทำงานตอนกลางวันเหมือนพี่ชายแล้ว!”
เจียงหวู่ขมวดคิ้ว ดูเหมือนจะมีข้อสงสัยบางอย่างเกี่ยวกับงานที่น้องสาวว่า
“นี่…”
“ในเมื่อเป็นงานกลางวัน ทำไมไม่ทดลองงานตอนกลางวันล่ะ?”
“ดึกดื่นขนาดนี้จะทดลองงานเสร็จกี่โมง เธอเป็นผู้หญิงและช่วงนี้มีเรื่องวุ่นวายมากมาย พี่กลัวว่าเธอจะมีอันตราย!”
จริง ๆ แล้วคำพูดของเจียงหวู่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล เพราะเจียงหลานหยวนก็ถือว่าหน้าตาดีพอสมควร
กับงานที่ต้องเปิดเผยหน้าตาแบบนี้ โดยปกติแล้วคงไม่น่าจะมีใครปฏิเสธเธอได้
ความสวยแบบนี้ยิ่งเสี่ยงอันตรายเป็นทวีคูณ
แม้จะไม่มีเรื่องราววุ่นวายเกิดขึ้นเหมือนอย่างในตอนนี้ เขาก็ไม่มีทางปล่อยให้เธอออกจากบ้านกลางดึกแน่นอน
แต่เจียงหลานหยวนกลับส่ายหัวอย่างไม่พอใจ
“โอ๊ย พี่ชาย!”
“พี่ฟังพวกขี้เม้าท์บนเน็ตมากไปแล้ว!”
“อีกอย่าง ฉันไปทดลองงานแค่วันนี้วันเดียวเองนะ”
“ฉันสัญญาเลย แค่วันเดียว! หลังจากวันนี้ฉันจะไปทำงานตอนกลางวันเท่านั้น!”
“พี่ชายวางใจเถอะ ฉันจะดูแลความปลอดภัยของตัวเองให้ดีที่สุด!”
พูดจบเจียงหลานหยวนก็ทำหน้าทะเล้นใส่พี่ชาย ก่อนจะเตรียมตัวออกไป
เจียงหวู่เห็นแบบนี้ก็ส่ายหัวอย่างอับจนหนทาง
เขารู้ว่าน้องสาวของตนเป็นคนดื้อรั้น ไม่ยอมอยู่เฉย ๆ ให้หานชิงอวี่ เป็นคนจ่ายเงินเพียงฝ่ายเดียว
ดังนั้น เขาเองก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะห้ามไม่ให้เธอออกไปทำงาน
มองตามหลังเจียงหลานหยวนที่เดินจากไป เจียงหวู่ได้แต่ถอนหายใจยาว
เขารักและเอ็นดูน้องสาวคนนี้เหลือเกิน หากไม่จำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ เขาคงไม่ยอมให้เธอออกไปทำงานพิเศษ
หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเจียงหลานหยวนในตอนนี้ ต่างก็ใช้เวลาในหอพักไปกับการดูซีรีส์ พูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ ที่วัยรุ่นทั่วไปจะพูดคุยกัน
แต่ทั้งหมดนี้กลับเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยสำหรับเจียงหลานหยวน ดังนั้นเธอจึงไม่เคยพูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย
แต่ในอีกมุมหนึ่ง หญิงสาวก็ไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตของเธอนั้นขาดความสุข
ตรงกันข้าม เธอกลับพอใจในชีวิตของเธอมาก
คืนนี้ เจียงหลานหยวนที่ไม่ได้ออกมาข้างนอกตอนกลางคืนมานานแล้ว กำลังเดินออกจากโรงแรม พร้อมกับฮัมเพลงเบา ๆ
ไม่คาดคิดว่าทันทีที่ก้าวออกจากประตูโรงแรม ก็เหลือบไปเห็นรถแท็กซี่คันหนึ่งจอดอยู่หน้าประตู พลันมีมือข้างหนึ่งโบกมาทางเธอ
“หนู ๆ มาทางนี้!”
เจียงหลานหยวนชะงักไปเล็กน้อย
จากนั้นเธอจึงหันมองไปรอบ ๆ
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ เธอจึงมั่นใจได้ในที่สุดว่าคนในรถแท็กซี่กำลังเรียกเธอ
เจียงหลานหยวนจึงเดินไปที่รถแท็กซี่พร้อมกับโบกมือปฏิเสธ
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่นั่งรถ ขอบคุณค่ะ!”
ผู้หญิงผมหยิกนั่งอยู่บนเบาะหน้าข้างคนขับ ใบหน้าแฝงไปด้วยความใจดีและอ่อนโยน
เธอได้ฟังคำพูดของเจียงหลานหยวนก็หัวเราะจนแทบหุบปากไม่ลง
เธอเฝ้ามองเจียงหลานหยวนแล้วพูดขึ้น
“ดี ดีมาก เด็กสาวคนนี้ไม่เพียงแค่หน้าตาดี แต่ยังมีมารยาทที่ดีอีกด้วย”
“ป้าแค่จะถามหนูว่า หนูจะไปไหน?”
เจียงหลานหยวนเขินอายเล็กน้อยจากคำชมที่ไม่รู้ที่มาของคุณป้า เธอจึงพูดประโยคหนึ่งออกมาโดยไม่รู้ตัว
“อ้อ ฉันไม่ได้ไปไกลหรอก แค่ร้านหม้อไฟแถวนี้เอง”
“น่าจะเป็นร้านหม้อไฟซยงซื่อสินะ!”
เดิมทีเจียงหลานหยวนต้องการจะบอกเธอว่าอยู่ใกล้ ๆ ไม่จำเป็นต้องนั่งรถ
แต่ในใจเธอก็แอบคิดว่ารถคันนี้มีผู้โดยสารอยู่แล้วแท้ ๆ ทำไมถึงให้เธอขึ้นมาด้วย?
หรือว่าเป็นลูกค้าคนก่อนหน้าที่เห็นว่าเจ้าของรถรายได้ไม่ดี เลยอยากช่วยหาลูกค้าให้รึเปล่า?
ขณะที่เจียงหลานหยวนกำลังรู้สึกประหลาดใจ สายตาของคุณป้าตรงหน้าก็เป็นประกายขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
“โอ้ เราไปทางเดียวกันเลย”
“ขึ้นมาเถอะ หลังจากที่ส่งเธอแล้วป้าจะลงตรงที่ไกลออกไปอีกหน่อย”
ในใจของเจียงหลานหยวนยังคงสงสัยไม่หาย
“แล้วทำไม…”
อย่างไรก็ตาม คุณป้าก็เหมือนจะมองออกว่าเจียงหลานหยวนกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ
โดยที่เธอยังไม่ทันจะได้พูดจนจบประโยค คุณป้าก็ได้ตอบเจียงหลานหยวนทันที
“จริง ๆ แล้ว ฉันกับคุณลุงคนขับเป็นสามีภรรยากัน”
“ทุกวันหลังเลิกงาน ก็จะแวะรับคนที่กลับทางเดียวกับเราไปส่งสักคน ถือว่าทำบุญทำกุศลนั่นแหละ”
“อย่างวันนี้ก็ได้เจอหนูไง”
“เอาล่ะ เอาล่ะ อย่าให้เปลืองน้ำมันของคุณลุงเลย รีบขึ้นมาเถอะ เดี๋ยวเราไปส่ง”
เจียงหลานหยวนมองคุณป้าด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ความรู้สึกอบอุ่นก็พลันผุดขึ้นมาในใจ
ถึงแม้ว่าความใจดีแบบนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ในชีวิตจริง แต่เมื่อมองจากใบหน้าที่โอบอ้อมอารีของคุณป้า เจียงหลานหยวนก็อดไม่ได้ที่จะเลือกเชื่อใจ
“งั้น…ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณป้า!”
เมื่อเห็นว่ารถได้สตาร์ทเครื่องยนต์ และกำลังส่งเสียงดังอื้ออึง เจียงหลานหยวนก็พลันรู้สึกผิดขึ้นมาทันที
ในเมื่อคุณป้าใจดีขนาดนี้แล้ว หากเธอปฏิเสธไม่ขึ้นรถไป ก็คงดูเหมือนเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันเปล่า ๆ
หญิงสาวจึงกล่าวคำขอบคุณ ก่อนจะขึ้นรถไปทันที
แต่ทันทีที่เธอปิดประตูรถ เมื่อหันกลับมาก็พบว่าคุณป้าที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับเมื่อครู่ ตอนนี้ได้โน้มตัวเข้ามาหาเธอแล้ว
และในมือของคุณป้ากำลังถือผ้าขนหนูเปียก ๆ อยู่หนึ่งผืน
ในขณะที่เจียงหลานหยวนกำลังจะกรีดร้องออกมา ผ้าผืนนั้นก็ถูกนำมาปิดปากและจมูกของเธอเรียบร้อยแล้ว
หญิงสาวดิ้นรนไปได้สักพัก ไม่นานนักเธอก็รู้สึกว่าตัวเองสูญเสียการรับรู้ไปโดยสิ้นเชิง
สองตาพลันมืดมิด และจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา
ในโรงแรม
เจียงหวู่มองดูโทรศัพท์ เพื่อเฝ้ามองเวลาที่เปลี่ยนไป
กระทั่งเวลาเที่ยงคืน ชายหนุ่มพยายามโทรหาเจียงหลานหยวนอยู่หลายครั้งแต่ไม่ติด จึงตัดสินใจโทรหาหานชิงอวี่
“คุณหมอหาน ไม่ดีแล้ว”
“น้องสาวของผม เสี่ยวหยวน ต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเธอแน่ ๆ!”