ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 277 ขอโทษต่อหน้าสาธารณชน
บทที่ 277 ขอโทษต่อหน้าสาธารณชน
คนที่ยืนอยู่หน้าประตูสำนักงานของเฝิงเว๋ยก็คือหานชิงอวี่ ศัตรูตัวฉกาจอันดับหนึ่งในใจของเฝิงเว๋ยในตอนนี้
เขามองไปที่อีกฝ่าย ในใจรู้สึกเกลียดชังจนต้องกัดฟันกรอด
แต่เขาคิดจนหัวแทบแตกก็ยังไม่เข้าใจว่าหานชิงอวี่มาหาเขาในเวลาแบบนี้เพื่อจะมาทำอะไรกันแน่
“นายมาทำอะไร?”
เฝิงเว๋ยพูดไปพลางปรับเก้าอี้ผู้บริหารให้อยู่ในมุมที่เหมาะสมแล้วเอนหลังลงไป
เขาเชิดหน้ามองเพดาน ขณะที่เท้าของเขาก็วางอยู่บนโต๊ะ
เฝิงเว๋ยคิดว่าท่าทางแบบนี้ของตัวเองดูมีเสน่ห์มาก
อย่างน้อยการมองมุมสูงแบบนี้ น่าจะทำให้หานชิงอวี่ไม่สังเกตเห็นความวุ่นวายในใจของเขา
อย่างไรก็ตาม หานชิงอวี่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ เกี่ยวกับท่าทางของเขาในตอนนี้เลย แต่กลับโยนปึกเอกสารลงบนโต๊ะแทน
“เฝิงเว๋ย นี่คือหลักฐานบางส่วนที่บริษัทเฝิงของคุณลอกเลียนแบบหาน เทคโนโลยีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา”
“ในแง่ของจำนวน มีอย่างน้อยสามผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานชัดเจน”
“คุณจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร?”
ผู้ช่วยที่ยืนอยู่ตรงประตูได้ยินคำพูดของหานชิงอวี่แล้วรู้สึกใจหายวาบขึ้นมาทันที
บริษัทเฝิงได้ยืมแนวคิดจากบริษัทอื่นมากบ้างน้อยบ้างในผลิตภัณฑ์บางอย่างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
บางผลิตภัณฑ์ถึงกับลอกเลียนแบบโดยตรงเลยทีเดียว
“บางบริษัทที่เราตามสืบมา วิธีการจัดการในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็คือจ่ายเงินเพื่อยุติเรื่องให้จบไป”
ผู้ช่วยรู้ดีว่าตอนนี้เฝิงเว๋ยกำลังถูกบีบจนแทบจะเป็นบ้า
เมื่อเผชิญกับข้อเรียกร้องของหานชิงอวี่ เขากลัวว่าเจ้านายจะตัดสินใจอะไรที่ไม่มีเหตุผล
อย่างที่คาดไว้ไม่ผิด หลังจากที่เฝิงเว๋ยได้ฟังคำพูดของหานชิงอวี่แล้ว เขาก็หัวเราะอย่าง แล้วเย็นชาพูดกับอีกฝ่ายว่า
“หานชิงอวี่ นายถือหลักฐานแค่นี้ไว้ในมือมาหลายปีแล้วใช่ไหม?”
“หรือว่าเพิ่งดูข่าวแล้วคิดว่าจะฉวยโอกาสตอนที่ฉันกำลังลำบากอยู่กันล่ะ?”
“หรือนายคิดว่า การที่นายวิ่งแจ้นมาที่บริษัทของเราแล้วจะทำให้พวกเรารีบยุติเรื่องด้วยการจ่ายเงินประนีประนอมงั้นเหรอ?”
เฝิงเว๋ยพูดไปพลางมองหานชิงอวี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูก
“ฉันขอถามหาน เทคโนโลยีหน่อยแล้วกัน พวกนายคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้บริษัทเฝิงของเราควรจะทำอย่างไรดี?”
แม้ว่าเฝิงเว๋ยจะพยายามทำให้หานชิงอวี่ลำบากใจ แต่แพทย์หนุ่มกลับไม่ได้รับผลกระทบจากเขาเลยแม้แต่น้อย
เขาเปิดปากพูดอย่างเป็นลำดับชัดเจนว่า
“ข้อเรียกร้องของหาน เทคโนโลยีนั้นง่ายมาก มีสองข้อหลัก ๆ”
“ประการแรก นำยาที่ลอกเลียนแบบสิทธิบัตรของหาน เทคโนโลยีออกจากตลาด”
“ประการที่สอง ให้บริษัทเฝิงขอโทษหาน เทคโนโลยีต่อหน้าสาธารณชน!”
หานชิงอวี่พูดอย่างชอบธรรมแต่กลับถูกเฝิงเว๋ยเยาะเย้ยอย่างไร้ความปรานี
เขามองเพดานแล้วหัวเราะเสียงดัง
“หานชิงอวี่ ฉันว่าเมื่อคืนนายคงดื่มเหล้ามากไปแน่ ๆ”
“เงื่อนไขแบบนี้ นายคิดว่าฉันจะยอมรับเหรอ?”
“โดยเฉพาะข้อสองที่ให้บริษัทเฝิงขอโทษพวกนายต่อหน้าสาธารณชน ถ้าอย่างนั้น ต่อไปบริษัทเฝิงของพวกเราจะอยู่ในวงการนี้ได้อีกหรือ?”
ยาของบริษัทเฝิงนั้นแพงกว่าหาน เทคโนโลยีอยู่ไม่น้อย
พวกเขาเลือกที่จะโฆษณามากขึ้นและเพิ่มต้นทุนในการบรรจุภัณฑ์ยา
จุดประสงค์ของการทำเช่นนี้ก็เพื่อต้องการสร้างความแตกต่างกับยาราคาถูกของหาน เทคโนโลยี และมุ่งสู่ตลาดระดับไฮเอนด์
การขอโทษแบบนี้
ทุกคนจะรู้ทันทีว่ายาของบริษัทเฝิงที่ขายแพงกว่าหาน เทคโนโลยีนั้นแท้จริงแล้วก็แค่ลอกเลียนแบบยาของหาน เทคโนโลยี!
เมื่อเรื่องอื้อฉาวแบบนี้แพร่กระจายออกไป ย่อมส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อบริษัทเฝิง
ต่อให้เจียงหวู่ไม่ได้เซ็นชื่อในสัญญา ตัวเขาก็ต้องคิดให้ดีว่าจะยอมรับเงื่อนไขแบบนี้หรือไม่
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เขามีลายเซ็นของเจียงหวู่บนสัญญาแล้ว
เท่ากับว่าตอนนี้เขามีเกราะป้องกันอยู่หนึ่งชั้น
เฝิงเว๋ยในตอนนี้กำลังหวังให้ทุกคนระบายความไม่พอใจที่มีต่อบริษัทเฝิงใส่เกราะป้องกันชั้นนี้อย่างเจียงหวู่ทั้งหมด
วิธีที่ดีที่สุดคือให้ไอ้หมอนั่นได้รับโทษหนัก
ด้วยวิธีนี้ ไม่เพียงแต่กิจกรรมทั้งหมดที่เป็นภัยคุกคามต่อบริษัทเฝิงจะหายไปเท่านั้น แต่เจียงหวู่ก็จะหายไปจากโลกนี้ไปสักพักหนึ่งเช่นกัน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ใบหน้าของเจียงหลานหยวนก็ปรากฏขึ้นในใจของเฝิงเว๋ย
ถึงเวลานั้น น้องสาวของเจียงหวู่ก็จะ…
“เฮอะ ขอพูดอย่างนี้แล้วกันนะหานชิงอวี่”
“เรื่องยาสามชนิดที่เราลอกเลียนแบบมาจากพวกนายน่ะไม่ต้องพูดถึงหรอก”
“เพราะต่อให้มีสามสิบชนิด หรือสามร้อยชนิด พวกเราก็จะไม่จ่ายค่าชดเชยใด ๆ ให้พวกนายอยู่ดี”
“เอาล่ะ นายรีบไปได้แล้ว อย่ามารบกวนการนอนของฉัน”
เฝิงเว๋ยพูดพร้อมกับยืดแขนทำท่าทางเกียจคร้าน
ผู้ช่วยที่อยู่ข้าง ๆ ตกใจจนอึ้งไป
เขาคิดว่าที่เฝิงเว๋ยมีท่าทีหยิ่งผยองต่อหานชิงอวี่ เป็นเพราะอคติที่มีต่ออีกฝ่าย
คาดไม่ถึงเลยว่าเฝิงเว๋ยกล้าที่จะพูดกับหานชิงอวี่แบบนี้โดยตรง!
ไม่กลัวว่าจะทำให้หานชิงอวี่โกรธจนเดินจากไปหรือไงเนี่ย?
ในขณะที่เขากำลังสงสัย เสียงเหมือนฟ้าผ่าก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเขา
“เดี๋ยวก่อน!”
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ผู้ช่วยก็หันหลังกลับอย่างเป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยอัตโนมัติจากนั้นยืดหลังตรงและพูดว่า
“สวัสดีครับท่านประธาน”
เขาแทบจะยกมือขึ้นทำความเคารพให้เฝิงต้าลู่เลยทีเดียว
ใช่แล้ว ในตอนที่เฝิงเว๋ยกำลังจะทำให้หานชิงอวี่อับอายจนต้องกลับบ้านไปอยู่นั้น เฝิงต้าลู่ก็มาถึงออฟฟิศพอดี
เฝิงเว๋ยรู้สึกงงงวยในใจ วันนี้มันเป็นวันอะไรกันแน่?
ทำไมถึงมีคนมาที่ออฟฟิศกันมากมายขนาดนี้?
ถึงแม้ที่นี่จะเป็นบริษัทของพ่อตัวเองก็จริง แต่ตอนนี้พ่อได้มอบอำนาจส่วนใหญ่ให้กับเขาแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากบุคลิกของพ่อ เขาก็ไม่ค่อยมาบริษัทนี้สักเท่าไหร่
แต่ในเมื่อตอนนี้พ่อของเขามาแล้ว ก็ต้องให้เกียรติบ้าง
ดังนั้น เขาจึงลุกจากเก้าอี้อย่างไม่เต็มใจ ก่อนเดินไปที่ประตูแล้วพูดกับเฝิงต้าลู่อย่างเฉยเมย
“พ่อครับ ทำไมพ่อต้องสนใจเขาด้วย”
“พวกเรา…”
เฝิงเว๋ยพูดประโยคนี้ออกมาโดยยังคงรักษาท่าทีเดิมที่มีต่อหานชิงอวี่อยู่
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบประโยค เฝิงต้าลู่ก็ตบหน้าเขาเสียงดัง
เพียะ!
ตามมาติด ๆคืออีกฝ่ามือหนึ่ง
ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีใบหน้าของเฝิงเว๋ยก็มีรอยนิ้วมือปรากฏอยู่หลายรอยแล้ว
เฝิงเว๋ยมองไปที่ผู้เป็นพ่อด้วยความตกตะลึง เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมพ่อของเขาถึงได้โกรธเกรี้ยวขึ้นมาอย่างกะทันหันแบบนี้
“พ่อทำอะไรเนี่ย?!”
ก่อนหน้านี้ ถึงแม้เฝิงต้าลู่จะเคยลงมือกับเขา แต่ก็ยังพอมีขอบเขตอยู่บ้าง
แต่ครั้งนี้เฝิงต้าลู่ลงมือโดยไม่ยั้งมือเลยแม้แต่น้อย
หลังจากโดนตบไปหลายที หัวของเฝิงเว๋ยก็เริ่มอื้ออึงไปหมด
เมื่อได้ยินคำถามของลูกชาย เฝิงต้าลู่ก็ขว้างบางสิ่งมาที่เฝิงเว๋ยอย่างเกรี้ยวกราด
“ฉันทำอะไรน่ะเหรอ?”
“ลองดูให้ดี ๆ สิ ก็เป็นเพราะแกทำเรื่องงามหน้าเอาไว้ไม่ใช่รึไง!”