ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 283 ความถูกต้อง
บทที่ 283 ความถูกต้อง
“เมื่อครู่ผมก็ได้ยืนฟังอยู่ที่หน้าประตู”
“ทุกคนได้พูดกันมาเยอะแล้ว แต่ยังมีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง”
“ทำไมพวกคุณถึงไม่ให้หมออิงชื่อจ้งได้อธิบายว่า ตอนนั้นเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกันแน่ล่ะ?”
หลังจากที่เขาพูดประโยคนี้จบ ไม่ว่าจะเป็นเจี๋ยเป่าหรือหลินหม่านซางต่างก็มองหานชิงอวี่ด้วยสายตาเดือดดาล
แม้แต่ท่าทีสุภาพที่หลินหม่านซางแสร้งทำเมื่อครู่ ตอนนี้ก็หายไปจนหมดสิ้น
เพราะพวกเขาทุกคนมองออกได้ว่า ตอนนี้หานชิงอวี่กำลังจะช่วยอิงชื่อจ้งอย่างชัดเจน
ส่วนอิงชื่อจ้งก็ส่งสายตาขอบคุณมาให้หานชิงอวี่
เมื่อนึกถึงตอนที่เดินทางมา ตัวเขายังพยายามแนะนำหลินหม่านซางผู้มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศให้หานชิงอวี่เป็นอย่างดีอยู่เลย แต่ตอนนี้เขารู้สึกละอายใจเป็นอย่างมาก
ไม่คิดเลยว่า แพทย์อาวุโสที่ตนเองเคารพนับถือมาโดยตลอด จะมีท่าทีแบบนี้
ในเวลาแบบนี้ คนที่ก้าวออกมาช่วยเหลือเขา กลับมีเพียงแค่หานชิงอวี่เท่านั้น
หลินหม่านซางยังคงทำหน้าบึ้งตึง มองไปที่อิงชื่อจ้งแล้วพูดขึ้นมาว่า
“เอาล่ะหมออิง ในเมื่อหมอหานให้คุณพูดถึงปัญหาของคุณเอง งั้นคุณก็พูดมาเลย”
อิงชื่อจ้งได้ยินประโยคนี้ของหลินหม่านซางก็รีบตอบกลับไปว่า
“ผมคิดว่าการกระทำของผมไม่มีปัญหา”
“แต่คุณหลินเชื่อว่าเทคนิคการเย็บหลอดเลือดของผมยังไม่ถึงขั้น จึงทำให้หลอดเลือดแตกเป็นครั้งที่สอง ทำให้ผู้ป่วยเกือบเสียชีวิต”
“แต่ผม… ผมทำทุกอย่างตามขั้นตอนแล้วนะ!”
เจี๋ยเป่าส่งเสียงฮึดฮัด แล้วพูดขึ้นมาว่า
“หมออิง คุณน่าจะลืมอะไรบางอย่างไปนะ?”
ได้ยินประโยคนี้ แม้แต่คณบดีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ทำสีหน้าหม่นลง เขามองไปที่ อิงชื่อจ้ง แล้วถามว่า
“หมออิง เรื่องนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“ช่วยพูดความจริงหน่อยเถอะ ไม่อย่างนั้นถึงพวกเราอยากจะช่วยคุณ ก็คงทำอะไรไม่ได้หรอก!”
ได้ยินแบบนั้น ใบหน้าของอิงชื่อจ้งก็ซีดลงในทันที
หานชิงอวี่มองสีหน้าของอีกฝ่ายแล้วก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ตามที่เสิ่นเลอเล่อบอกเขา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้ ก็เพื่อที่เจี๋ยเป่าและอาจารย์ของเขาจะได้โยนความผิดให้อิงชื่อจ้ง
แต่จากสีหน้าของเจ้าตัวในตอนนี้ แม้แต่หานชิงอวี่เองก็ยังสงสัยว่า เบื้องหลังที่แท้จริงของเรื่องนี้มีเหตุผลอะไรกันแน่?
เจี๋ยเป่ายกมือขึ้นมาพร้อมกับยิ้มแล้วพูดว่า
“ผมพูดเองดีกว่า คณบดีครับ ผมว่าหมออิงพูดความจริงไม่หมดนะ”
“ผมกับอาจารย์หลินพูดไปตั้งแต่ตอนเริ่มผ่าตัดแล้วว่า หลอดเลือดของคนไข้ไม่มีความยืดหยุ่นและไม่ขยายตัวแล้ว”
“แล้วผลเป็นยังไง? เขาก็ยังดื้อดึงที่จะไม่สนใจคำแนะนำของพวกเรา แล้วก็ยังเย็บต่อ”
“ดังนั้น หลอดเลือดของคนไข้ถึงได้แตกเป็นครั้งที่สอง ทำให้ตอนนี้ชีวิตอยู่ในอันตราย”
“หมออิง คุณยังคิดว่าสิ่งที่เราพูดตอนแรกนั้นผิดอยู่อีกหรือ?”
อิงชื่อจ้งขบริมฝีปากแล้วพูดต่อ
“ในสถานการณ์ตอนนั้น ผมคิดว่าการที่ผมทำการเย็บแผลต่อไปนั้นไม่มีปัญหาอะไรเลย”
“แต่ไม่รู้ว่าทำไม จู่ ๆ คนไข้ถึงได้เกิดเลือดออกเยอะมากขนาดนั้น”
“ผมขอดูวิดีโอย้อนหลังเพื่อสืบสวนว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไรกันแน่”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลินหม่านซางและเจี๋ยเป่าที่แต่เดิมมีสีหน้าตื่นเต้น ตอนนี้ใบหน้าของทั้งสองก็เปลี่ยนไปในทันที มองอิงชื่อจ้งแล้วพูดเสียงเย็นชาว่า
“หมออิง ถึงตอนนี้คุณยังไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองอีกหรือ?”
“ผมขอบอกคุณไว้เลยนะ ตอนนี้ชีวิตของคนไข้กำลังตกอยู่ในอันตราย”
“ในฐานะที่เป็นหมอ คุณควรจะรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองสิ!”
หานชิงอวี่จึงห้ามเจี๋ยเป่าไว้ แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“สุขภาพและความปลอดภัยของคนไข้นั้นสำคัญมาก ในจุดนี้ไม่มีอะไรผิด”
“แต่ตอนนี้ ถ้าเราไม่หาสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน เราจะรับประกันได้อย่างไรว่าในการช่วยชีวิตคนไข้ เราจะทำให้คนไข้ปลอดภัยเมื่อลงจากเตียงผ่าตัด”
คำพูดนี้ทำให้สองอาจารย์และลูกศิษย์พูดอะไรไม่ออก
แม้แต่คณบดีฉินซานไห่ก็มองออกว่าสองคนนี้ต้องมีลับลมคมนัยบางอย่างแน่นอน
ดังนั้นเขาจึงมองไปที่หมอสองคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ไปหาดูวิดีโอการผ่าตัดตอนนั้นของหมออิงมาให้ทีนะ เราจะได้รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร!”
หลินหม่านซางและเจี๋ยเป่าหน้าซีดเผือดทันที พวกเขายิ้มแหย ๆ แล้วพูดกับ คณบดี
“คณบดีฉิน ผมว่าไม่จำเป็นหรอกนะครับ”
ฉินซานไห่มองทั้งสองคนอย่างจริงจัง แล้วพูดเสียงเย็นชา
“ทำไมจะไม่จำเป็นล่ะ?”
“ผมว่าสิ่งที่หมอหานพูดเมื่อครู่ถูกต้องมาก!”
“ถ้าเราไม่หาสาเหตุของปัญหาให้ชัดเจน ประการแรก เราอาจจะใส่ร้ายหมออิงโดยไม่มีมูล ประการสอง ถ้าเราไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ แล้วเราจะรักษาคนไข้ได้อย่างไร!”
คำพูดของฉินซานไห่ทำให้ทั้งสองคนไม่สามารถโต้แย้งได้
พวกเขาได้แต่ก้มหน้ารอทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น
สักพักหนึ่ง ภาพวิดีโอการผ่าตัดก็ถูกฉายขึ้นบนกระดานในห้องประชุม
ฉินซานไห่มองไปรอบ ๆ อย่างจริงจังแล้วพูดขึ้น
“ตอนนี้เรามาหาสาเหตุของอุบัติเหตุกัน”
เจี๋ยเป่ามองท่าทางจริงจังของฉินซานไห่แล้วบ่นพึมพำ
“ทำเรื่องใหญ่โตเพื่อหมอจากโรงพยาบาลอื่น จำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ฉินซานไห่ได้ยินแล้วหันไปมองเจี๋ยเป่าที่อยู่ด้านข้างอย่างจริงจัง แล้วพูดเสียงเย็นชา
“ฉันขอเตือนนายนะ เจี๋ยเป่า”
“หมออิงไม่ใช่หมอธรรมดาจากโรงพยาบาลอื่น แต่เป็นหมอจากโรงพยาบาลพี่น้องที่มาเรียนที่โรงพยาบาลเมืองจินของพวกเรา!”
“ไม่ว่าผลการสอบสวนจะเป็นอย่างไร คำพูดแบบนี้ของคุณก็ทำลายภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลพวกเราอยู่ดี!”
เจี๋ยเป่ายังอยากจะพูดอะไรอีก แต่สุดท้ายก็มองไปที่อาจารย์ข้าง ๆ
เห็นว่าสีหน้าตอนนี้ของหลินหม่านซางดูหมดอาลัยตายอยากเหลือเกิน
เขาดูเหมือนจะไม่ค่อยใส่ใจกับคำถามของเจี๋ยเป่า ราวกับมีปัญหาที่ยุ่งยากรออยู่ให้เขาแก้ไข
ฉินซานไห่มองหลินหม่านซาง ในใจเข้าใจไปเกินครึ่งแล้ว
แต่เดิมเขายังคิดว่า อิงชื่อจ้งทำพลาดพลั้งในการผ่าตัดของวันนี้
แต่พอเห็นสีหน้าของอาจารย์ลูกศิษย์คู่นี้ เขาเชื่ออย่างสนิทใจแล้วว่าต้องมีเบื้องหลังอะไรอีกแน่นอน
เพราะเขารู้จักหลินหม่านซางดีเกินไป
คนแบบนี้ มักจะจับจุดอ่อนของอีกฝ่าย ราวกับอยากจะซ้ำเติมไม่ยอมปล่อย
แต่ตอนนี้เมื่อวิดีโอถูกเปิดขึ้นบนกระดานขาว อาจารย์ลูกศิษย์ทั้งสองก็ดูหดหู่ลงไปไม่น้อย
กลับกัน อิงชื่อจ้งมองวิดีโอตลอด ราวกับอยากจะหาร่องรอยอะไรบางอย่างจากตอนนั้น
ดังนั้นฉินซานไห่ จึงเริ่มสังเกตวิดีโอ พร้อมกับสังเกตสีหน้าของสองอาจารย์ลูกศิษย์ไปด้วย
เห็นบนกระดานขาว กระบวนการผ่าตัดในการสอบถูกแสดงออกมาทีละขั้นตอน
“ขอทุกคนโปรดสนใจตรงนี้หน่อยนะครับ หลังจากที่ผมทำการเย็บแผลให้คนไข้แล้ว คนไข้ก็เริ่มเสียเลือดมาก”
“แต่ผมคิดว่าการกระทำของผมไม่มีปัญหาอะไรเลย ต้องมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดแบบนี้แน่ ๆ !”
ระหว่างที่อิงชื่อจ้งพูด คำพูดเยาะเย้ยของเจี๋ยเป่าก็ดังขึ้น
“หมออิง การยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง มันยากขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“คุณไม่รู้หรือไงว่า ความผิดพลาดเพียงแค่ครั้งเดียวของพวกเราบนโต๊ะผ่าตัด อาจทำให้ชีวิตของคนไข้ต้องสูญเสีย?”
ได้ยินคำเยาะเย้ยของเจี๋ยเป่าแล้ว อิงชื่อจ้งก็หันไปมองที่ฉินซานไห่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยอย่างหมดหนทางอีกครั้ง
เหมือนกับว่ากำลังขอร้องให้เขาช่วยตัดสินความถูกต้องครั้งสุดท้าย