ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 351 ไม่มียาแก้พิษ
“ไปกันเถอะ ไปเล่นละครกับพวกเรากันสักหน่อย” หานชิงอวี่โบกมือเรียกเจียงหลานหยวนที่หน้าประตูให้ตามไป
“ได้ค่ะ พอดีพี่ชายฉันก็หลับแล้วด้วย” เจียงหลานหยวนได้ยินที่หานชิงอวี่พูดก็พยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะรีบตามไป
“ในซองยานี่ มียาพิษที่ทำให้คันจนทนไม่ไหวอยู่”
“เดี๋ยวเธอไปที่โรงแรมแล้วหาโอกาสใส่ยาให้ฮั่วหัวฉวี ไม่กลัวไปนะ พวกเราจะปกป้องเธอเอง”
หานชิงอวี่พูดพลางส่งซองยาที่หัวเฉียวให้เขามามอบให้กับเจียงหลานหยวน
เจียงหลานหยวนเห็นดังนั้นก็รับมาโดยไม่ลังเล
ใบหน้าอันงดงามเผยให้เห็นถึงความรู้สึกที่สับสน
“หลานหลาน เธออย่ากังวลไปเลย พวกเราดูแลเธออยู่แล้ว ถ้าจำเป็น พวกเราจะจัดการไอ้บ้านั่นเอง หน้าที่ของเธอมีอย่างเดียวคือ ทำยังไงก็ได้ให้ไอ้หมอนั่นกินยาเข้าไป”
หานชิงอวี่เห็นท่าทางของเจียงหลานหยวน จึงเดินเข้ามาปลอบ
…
“เอาล่ะ อย่าชักช้าเลย เรามาถึงแล้ว” หัวเฉียวซึ่งทำหน้าที่ขับรถเอ่ยขึ้น
ผ่านไปสิบนาที เขาก็จอดรถที่หน้าโรงแรมที่ฮั่วหัวฉวีนัดหมายไว้
“ที่นี่ใช่ไหม?” หัวเฉียวหันไปถามทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ใช่ ที่นี่แหละ” เจียงหลานหยวน ตอบรับอย่างรวดเร็ว
“งั้นไปกันเถอะ คราวนี้ต้องสั่งสอนหมอนั่นสักหน่อยแล้ว”
หานชิงอวี่พูดจบก็เปิดประตูรถ
หลังจากทั้งสองลงจากรถแล้ว ก็รอให้หัวเฉียวจอดรถเสร็จ ทั้งสามคนก็พาบอดี้การ์ดของหัวเฉียวราวสองถึงสามคน มุ่งหน้าไปยังห้องที่ฮั่วหัวฉวีบอกไว้
ตอนที่พวกเขาขึ้นลิฟต์มาถึงหน้าประตู หานชิงอวี่ก็ให้กำลังใจเธออีกครั้ง
“ทำตัวตามสบาย อย่าประหม่า พวกเราอยู่ข้างนอกนี่แหละ”
“ตกลง งั้นฉันเข้าไปแล้วนะ” เจียงหลานหยวนตอบรับ แล้วก็เงยหน้ายืดอกเดินเข้าไปในห้อง
“นี่เครื่องดักฟัง เธอเอาติดตัวไปด้วย ถ้าพวกเราได้ยินเสียงผิดปกติก็จะรีบเข้าไปทันที” หานชิงอวี่พูดพลางยื่นสิ่งนั้นให้เจียงหลานหยวน
เจียงหลานหยวนมองทั้งสองคน พอใส่เครื่องดักฟังเรียบร้อยแล้ว ก็ตรงเข้าไปในห้องทันที
เธอค่อย ๆ เคาะประตูเบา ๆ จากนั้นพบว่าประตูไม่ได้ปิดสนิท
“เข้ามาสิ”
เสียงของฮั่วหัวฉวีดังเล็ดลอดออกมา
เจียงหลานหยวนเหลือบมองหานชิงอวี่อีกครั้ง จากนั้นจึงผลักประตูเข้าไป
“มานี่สิ นั่งลงก่อน”
ฮั่วหัวฉวีมองเธอก่อนจะพูดต่อว่า “รู้จักสถานการณ์ ย่อมเป็นวีรบุรุษ อยู่กับฉันมีอะไรไม่ดี พี่ชายเธอมันโง่จริง ๆ เป็นพี่เมียฉัน ฉันจะเอาเปรียบเขาได้ยังไง”
“คะ… ค่ะ… คุณชายฮั่ว”
เจียงหลานหยวน ได้ยินที่ฮั่วหัวฉวีพูด ก็รีบตอบรับทันที
“ฉันขอไปอาบน้ำก่อนนะ รอฉันแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวฉันจะรีบมาเลย ที่รัก”
ฮั่วหัวฉวีกล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ในสายตาของเขา เจียงหลานหยวนเหมือนตกเป็นของเขาเรียบร้อยแล้ว
หลังจากพูดจบ เขาก็เดินเข้าห้องน้ำไป
เจียงหลานหยวนมองประตูห้องน้ำที่ถูกเขาปิดลง เธอเดินไปที่โต๊ะน้ำชา มองกาต้มน้ำร้อน จากนั้นก็เปิดซองยา เทยาข้างในลงไปจนหมด
หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จ หน้าผากของเจียงหลานหยวนก็มีเหงื่อผุดออกมา
ผ่านไปสิบกว่านาที ฮั่วหัวฉวีอาบน้ำเสร็จ เดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม “ที่รักของป๊ะป๋า ป๊ะป๋ามาแล้ว”
เขายังอยู่ในสภาพเปียกโชก วิ่งพุ่งเข้าหาเจียงหลานหยวน
แต่กลับถูกเจียงหลานหยวนหลบได้อย่างคล่องแคล่ว
เธอหันไปมองฮั่วหัวฉวีที่อยู่ตรงหน้า แล้วรินน้ำให้แก้วหนึ่ง “คุณฮั่ว ดื่มน้ำก่อนสิคะ”
“อืม ๆ ดื่มน้ำให้ชุ่มคอก่อน”
ฮั่วหัวฉวีได้ยินดังนั้นก็รับน้ำที่เธอยื่นให้มาอย่างว่าง่าย
น้ำแก้วนี้ เขาดื่มจนเกือบจะหมดแก้วภายในอึกเดียว
ฮั่วหัวฉวีวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะน้ำชา แล้วก็พุ่งตัวเข้าหาเจียงหลานหยวน
เจียงหลานหยวนเห็นท่าไม่ดี จึงเริ่มวิ่งหลบไปมาอยู่หน้าโซฟา
“ดี ดี เล่นไล่จับกับป๊ะป๋าสินะ”
ฮั่วหัวฉวีแยกยิ้มกว้างมองเจียงหลานหยวน สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“อย่าเข้ามานะ”
เจียงหลานหยวนรู้ดีว่าฮั่วหัวฉวีเอาจริงแล้ว
“ช่วยด้วย!” เธอพยายามตะโกนสุดเสียง
“ตะโกนไปเถอะ ที่นี่มันชั้นบนสุด ต่อให้เธอตะโกนจนคอแตก คนข้างล่างก็ไม่ได้ยินหรอก”
ที่จริงแล้วที่นี่เป็นชั้นบนสุดก็เพราะฮั่วหัวฉวีตั้งใจเลือกไว้ตั้งแต่แรก
ปัง!
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องของฮั่วหัวฉวีก็ถูกใครบางคนพังเข้ามา
ปรากฏว่าเป็นหัวเฉียวนำคนกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามา
“พวกแกเป็นใคร คิดจะทำอะไรวะ?” ฮั่วหัวฉวีจ้องหัวเฉียวเขม็ง พลางกัดฟันถาม
หัวเฉียวมองฮั่วหัวฉวีแล้วก็หันไปมองเจียงหลานหยวนพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ยาของฉัน… เจ้าให้ไอ้สารเลวนี่กินแล้วหรือยัง”
“ให้กินแล้วค่ะ เขาเพิ่งกินไปได้สองสามนาที นี่ยังไม่นานเลย” เจียงหลานหยวนรีบตอบ
“อืม… ถือว่าล้มเหลวไปนิดหน่อย แต่ก็พอใช้ได้” หัวเฉียวส่ายหน้าหลังจากได้ยินดังนั้น เขาจ้องมองฮั่วหัวฉวีที่ใบหน้าเต็มไปด้วยผื่นแดง ก่อนจะแสยะยิ้มอย่างสะใจ
“พวกแกเป็นใคร กล้าดียังไง ไสหัวไปให้พ้น!” ฮั่วหัวฉวีจ้องมองหัวเฉียวอย่างเดือดดาลแล้วตวาดลั่น
หัวเฉียวมองอีกฝ่ายโดยไม่พูดอะไรออกมา บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “สาม… สอง… หนึ่ง…”
ไม่นานนัก ฮั่วหัวฉวีก็เริ่มเกาตัวเองอย่างทุรนทุราย
เขารู้สึกได้เลยว่าร่างกายของเขาร้อนผ่าว คันยุบยิบจนทนไม่ไหว
เขาเริ่มเกาอย่างแรง
“บ้าเอ๊ย พวกแกให้ฉันกินยาอะไรกันเนี่ย”
“อ๊าาา คันตายอยู่แล้วโว้ย!!”
ฮั่วหัวฉวีตะโกนเสียงดังด้วยความทรมาน แต่ก็ไม่เป็นผล
“ฉันคือหัวเฉียว ถ้าอยากล้างแค้นก็มาหาฉันได้เลย” หัวเฉียวมองฮั่วหัวฉวีที่กำลังกลิ้งอยู่บนพื้นพร้อมกับยิ้มเยาะ
“นาย… เป็นคนของตระกูลหัวอย่างนั้นเหรอ?”
เมื่อฮั่วหัวฉวีได้ยินคำพูดของหัวเฉียว เขารู้ทันทีว่าตัวเองนั้นหาเรื่องผิดคนเข้าแล้ว
“หลานหลาน เอาเครื่องบันทึกเสียงที่ฉันให้เธอเมื่อกี้มา”
ในตอนนั้นเอง หานชิงอวี่ ที่ยืนอยู่ตรงประตูก็เดินเข้ามา
“อยู่นี่ค่ะ”
เจียงหลานหยวนได้ยินดังนั้นจึงรีบนำเครื่องบันทึกเสียงให้ไปคืนหานชิงอวี่
“ในนี้มีหลักฐานการข่มขืนของคุณ และหลักฐานการกรรโชกทรัพย์ รวมถึงปล่อยเงินกู้นอกระบบของคุณ ตอนนี้ผมมีครบหมดแล้ว”
หานชิงอวี่พูดพลางโบกกระดาษที่อยู่ในมือ “นี่คือหลักฐานการกระทำผิดของคุณ”
“ทุกคน ผมยอมรับผิดแล้ว นี่คือสัญญาเงินกู้ ผมไม่เอาเงินแล้ว ขอร้องล่ะ ขอยาแก้พิษให้ผมที”
ในตอนนั้นเอง ฮั่วหัวฉวีก็ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น
“ฉีกสัญญากู้นั่นซะ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป หนี้สินระหว่างพวกเราก็ถือว่าเป็นโมฆะ”
หัวเฉียวพูดจบ ก็เดินไปหยิบใบกู้ในมือของฮั่วหัวฉวี แล้วเขาฉีกมันออกเป็นชิ้น ๆ ต่อหน้าทุกคนทันที
เจียงหลานหยวนเห็นดังนั้น ก็หยิบใบกู้ของตัวเองออกมาฉีกทิ้งเช่นกัน
“ไอ้แซ่ฮั่ว ถ้าฉันได้ยินว่าแกมารังแกเพื่อนฉันอีก แกเตรียมตัวเก็บกระเป๋าย้ายออกจากเมืองจินได้เลย”
หัวเฉียวจ้องมองฮั่วหัวฉวีด้วยสายตาแหลมคมราวกับงูพิษพร้อมกับข่มขู่
“ยาแก้พิษ เอายาแก้พิษมาให้ฉัน”
ในตอนนี้ฮั่วหัวฉวีไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เขาได้แต่ร้องขอยาแก้พิษจากหัวเฉียวอย่างเอาเป็นเอาตาย
ความจริงแล้ว ยานี้เขาผสมขึ้นมาแบบมั่ว ๆ จะมียาแก้พิษได้อย่างไร แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่มียาแก้พิษเลย
“ยาแก้พิษน่ะเหรอ ฉันทำหายไปแล้ว ทนเอาหน่อยแล้วกัน อีกแค่คืนเดียวก็หายแล้ว”
หัวเฉียวยักไหล่ แสร้งทำท่าทางไร้เดียงสาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น