ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 367 การผ่าตัดพิเศษ
หลังจากแยกทางกับหัวเฉียว
หานชิงอวี่และไป๋ปิงก็คุยกันระหว่างทาง
หานชิงอวี่มองไป๋ปิงด้วยความสงสัย “ไป๋ปิง พวกมันจับเธอไปได้ยังไง?”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของไป๋ปิงก็ดูเศร้าหมองลงเล็กน้อย ก่อนจะฝืนยิ้มออกมาแล้วอธิบายว่า “ฉันได้ยินมาว่า ไต้เหมาอวี่ชอบเล่นสนุกเกอร์ ปกติถ้าเขามีเงิน เขาจะไปเล่นที่โต๊ะสนุกเกอร์ของจางอวี้หัว”
“เธอก็เลยไปงั้นเหรอ?”
หานชิงอวี่พอจะเข้าใจสถานการณ์แล้ว
“ใช่แล้ว ฉันเพิ่งลงจากรถก็ได้ยินเสียงของฮั่วหัวฉวีที่เพิ่งมาถึงกำลังวางแผนกับจางอวี้หัวเรื่องการที่ผู้ป่วยขัดขวางการปฏิบัติงานของแพทย์เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนต้องการบางอย่าง”
“ตอนแรกว่าจะเข้าไปฟังใกล้ ๆ หน่อย ใครจะไปคิดว่าพวกมันจะรู้ตัวซะก่อน”
ไป๋ปิงถอนหายใจด้วยความหวาดกลัว “โชคดีที่พวกมันอวดดี อยากใช้ฉันเป็นตัวประกันบังคับนาย ไม่งั้นฉันคงหนีไม่รอดแน่”
“เข้าใจแล้ว คราวหลังถ้าเจอเรื่องแบบนี้อีก ต้องติดต่อฉันก่อน อย่าทำเองคนเดียวอีก!”
หานชิงอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากได้ยินไป๋ปิงพูด เขาเผยสีหน้าเคร่งขรึม
“โอเคค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว ครั้งนี้ก็แค่ประมาทไปหน่อย…”
ไป๋ปิงโดนหานชิงอวี่ดุ เธอแลบลิ้นออกมาโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าสวยปรากฏแววรู้สึกผิด
“ครั้งนี้ยกโทษให้ แต่คราวหลังต้องระวังตัวด้วย” หานชิงอวี่เห็นไป๋ปิงรู้สึกผิด ในใจก็อดสงสารไม่ได้ แต่เขารู้ว่าเรื่องแบบนี้ปล่อยผ่านไม่ได้
“ฉันรู้แล้วค่ะ ฉันจะระวังตัว” ไป๋ปิงพยักหน้า ตอบอย่างจริงจัง
“งั้นก็ดี” หานชิงอวี่มองไป๋ปิง ในใจแอบตัดสินใจว่าต่อไปจะไม่ให้เธอเสี่ยงอันตรายตามเขามาอีกแล้ว
“จริงสิ เธอบอกว่าเมื่อกี้ได้ยินฮั่วหัวฉวีกับจางอวี้หัวแอบคุยกันเรื่องการที่ผู้ป่วยขัดขวางการปฏิบัติงานของแพทย์เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนต้องการบางอย่าง เธอรู้ไหมว่าพวกเขาวางแผนจะทำยังไง?”
หานชิงอวี่นึกขึ้นได้ จึงรีบถามไป๋ปิง
“เรื่องนั้นฉันก็ฟังไม่ค่อยชัด ได้ยินแค่ว่าพวกเขาจะหาหมอสักคนลงมือ แล้วก็ทำให้เรื่องใหญ่โต”
ไป๋ปิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า “ฉันได้ยินมาไม่มาก พวกเขาก็รู้ตัวซะก่อน ฉันเองก็ไม่แน่ใจ”
“อย่างนี้นี่เอง…”
หานชิงอวี่ขมวดคิ้ว เขาพอจะรู้จักนิสัยของพวกฮั่วหัวฉวีกับจางอวี้หัวดีว่าถ้าลงมือทำอะไรแล้ว พวกมันจะไม่สนใจวิธีการ
การจะจัดการพวกมันได้ คนคนนั้นต้องมีอำนาจเหนือกว่า ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เรื่องนี้ต้องระวังไว้ให้ดี
“เรื่องนี้คงต้องค่อย ๆ ดูกันไป ศัตรูอยู่ในที่มืด เรายังอยู่ในที่สว่าง!”
ไป๋ปิงเห็นหานชิงอวี่มีสีหน้ากังวล จึงรีบพูดขึ้น
“เอาเถอะ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ต้องสู้กันล่ะนะ ธรรมะย่อมชนะอธรรมอยู่วันยังค่ำ!”
หานชิงอวี่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าหนักแน่น
“ฉัน…ฉันส่งใบสมัครไปแล้ว ถ้าผ่านเร็ว ๆ นี้ ฉันก็จะได้ย้ายไปทำงานที่โรงพยาบาลเมืองจินกับนายแล้ว”
เมื่อเห็นว่าหานชิงอวี่ไม่ติดใจเรื่องนี้อีกแล้ว ไป๋ปิงจึงรีบฉวยโอกาสบอกการตัดสินใจของเธอให้เขารู้
“อะไร? ทำแบบนี้เท่ากับเธอต้องเริ่มต้นใหม่หมดเลยนะ ที่นั่นเธอก็ผ่านอะไรต่อมิอะไรมาตั้งมากมาย”
หานชิงอวี่อดเสียดายไม่ได้เมื่อได้ยินไป๋ปิงพูดเช่นนั้น
“ก็…ฉัน…”
ไป๋ปิงเป็นผู้หญิงจึงพูดอ้อมค้อม คำพูดติดอยู่ที่ปลายลิ้นและไม่ได้เอ่ยออกมา
หานชิงอวี่รู้ความหมายของเธอเป็นอย่างดี เขาได้แต่เกาหัวแล้วพูดว่า “เรื่องสำคัญแบบนี้ต่อไปต้องปรึกษาที่บ้านให้ดีก่อนนะ”
หานชิงอวี่พูดจบ กำลังจะติงเธอต่ออีกสองสามคำ ก็เหลือบไปเห็นโทรศัพท์สว่างขึ้น
พอมองดูดี ๆ ก็พบว่าเป็นสายเรียกเข้าจากแผนกฉุกเฉิน
[คุณหมอหาน โรงพยาบาลเรามีเคสผ่าตัดด่วน กรุณามาที่โรงพยาบาลด้วยครับ]
เขารับโทรศัพท์ได้ไม่ทันไร ก็ได้ยินเสียงร้อนรนดังออกมา
จากนั้นยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก โทรศัพท์ก็ถูกตัดสายไปเสียแล้ว
คาดว่าอีกฝ่ายคงต้องรีบโทรหาคนอื่นต่อ
“ไป๋ปิง ฉันต้องกลับโรงพยาบาลก่อน เธอกลับเองได้ไหม?”
หลังจากวางสาย หานชิงอวี่ก็เอ่ยปากขึ้นพลางชี้นิ้วไปที่ข้างทาง “ฉันจอดส่งเธอตรงนี้ได้ไหม?”
“ได้เลย นายรีบไปเถอะ คนป่วยต้องมาก่อน”
ไป๋ปิงตอบรับ
หลังจากหานชิงอวี่จอดรถ เขาก็โบกมือลาไป๋ปิง
เขาขับรถด้วยความเร็ว เพียงสิบกว่านาทีก็มาถึงโรงพยาบาล
และตรงดิ่งไปยังห้องผ่าตัดทันที
เขามาถึงห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วจึงรีบรุดออกไป
ผ่านไปไม่กี่นาที หานชิงอวี่ก็ออกมาจากห้องฆ่าเชื้อ เดินทางมาถึงห้องผ่าตัด
ตอนนี้ บนเตียงคนไข้ที่ทุกคนกำลังจ้องมองอยู่ มีผู้บาดเจ็บจากการถูกเครื่องกลึงเฉือนแขน แขนทั้งสองข้างเละเทะไปด้วยเลือดและเนื้อ
“คนไข้เกิดอุบัติเหตุระหว่างทดสอบเครื่องมือในห้องปฏิบัติการ ถูกเครื่องม้วนเข้าไป…”
คุณหมอคนหนึ่งเห็นสีหน้าตกตะลึงของหานชิงอวี่จึงอดไม่ได้ที่จะอธิบาย
“แล้วทำไมยังไม่ผ่าตัด?”
หานชิงอวี่ได้ยินดังนั้นจึงมองไปที่ทุกคนและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“คุณหมอหาน เขาไม่ผ่านเกณฑ์การผ่าตัด… ถ้าผ่าตัดไปโดยพลการแบบนี้…”
อีกคนหนึ่งขยับเข้ามาใกล้อธิบายด้วยน้ำเสียงเบา
“เกณฑ์การผ่าตัด?”
หานชิงอวี่ขมวดคิ้ว เขามองดูทุกคน ดวงตาฉายแววสงสัย
“ใช่ครับ คุณหมอหาน ชีพจรและความดันโลหิตของคนไข้ไม่คงที่ และผลตรวจเลือดของเขาก็แสดงให้เห็นถึงการติดเชื้อ”
หมออีกคนอธิบายเสร็จก็พูดต่อว่า “เราต้องทำให้เขาอยู่ในอาการคงที่ก่อน แล้วค่อยผ่าตัดครับ”
หานชิงอวี่พยักหน้า เขาเข้าใจความคิดของหมอ
การทำให้แน่ใจว่าเคสมีอาการคงที่ก่อนการผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญมาก มิฉะนั้นความเสี่ยงในการผ่าตัดจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
“ตกลง งั้นพวกเรารีบลงมือทำให้เขาคงที่เร็วที่สุด”
หานชิงอวี่พูดพลางเดินไปที่กลางห้องผ่าตัด
เขาเริ่มวางแผนการรักษากับหมอคนอื่น ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้บาดเจ็บจะได้รับการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด
“ทำไมพวกคุณยังไม่ผ่าตัดอีก!”
ท่ามกลางกลุ่มคนที่ห้อมล้อมหานชิงอวี่ เสียงของหลินหม่านชางดังมาจากด้านหลัง
“อาจารย์หลิน ผมกำลังรักษาคนเจ็บอยู่ ไม่ต้องห่วง ให้เวลาผมอีกสองสามนาที เดี๋ยวผมจะทำให้การผ่าตัดของเขาราบรื่นปลอดภัย” หานชิงอวี่กล่าวขึ้นท่ามกลางความสับสนของทุกคน
“ไม่ต้อง! ถ้ารอให้พวกคุณพร้อม จนถึงตอนนั้นมือเขายังต่อติดอยู่ไหม!”
หลินหม่านชางได้ยินดังนั้น เขาก็โบกมือแล้วเตรียมตัวผ่าตัดคนเจ็บ
เดิมทีเขาเตรียมใจมาพร้อมแล้ว
แต่พอได้เห็นบาดแผลของคนเจ็บอีกครั้ง เขายังไม่ทันได้หยิบเครื่องมือขึ้นมา
ก็รู้สึกหน้ามืดแล้วก็เป็นลมล้มพับไป
“อาจารย์หลิน!”
“เร็วเข้า ช่วยกันพยุงเขาหน่อย!”
“……”
คนอื่น ๆ เห็นดังนั้นต่างก็รีบร้อนวุ่นวาย
หานชิงอวี่ก็ช่วยอีกแรง พวกเขาช่วยกันยกเขาออกไป
“ทุกคน ตั้งสติกันหน่อย!”
หานชิงอวี่มองดูทุกคน ตอนนี้ต่างก็อยู่ในสภาพรีบร้อนวุ่นวาย คิ้วขมวดเข้าหากัน
“หมอหาน คุณมั่นใจไหม? นี่…พวกเราไม่สามารถรับประกันได้ว่าการผ่าตัดจะสำเร็จ!”
ในตอนนี้ หัวหน้าหมอด้านเส้นประสาทมองไปทางหานชิงอวี่และเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ