ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 379 วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งตระกูลถัง
“ดีเลย! งั้นพรุ่งนี้ก็ขนมาที่โรงพยาบาลของเราเลย!”
“เก็บไว้ที่โรงพยาบาลของเราเพื่อทดสอบการใช้งาน ดูว่าประสิทธิภาพและสภาพเป็นอย่างไร” หานชิงอวี่ได้ยินคำพูดของหวังปินก็รีบพูด
[ได้ครับ! ไม่มีปัญหา เมื่อครู่บริษัทต่างประเทศยังบอกเลยว่า พวกเขาเคยติดต่อกับโรงพยาบาลแห่งที่สองมาก่อน ให้เราส่งไปที่โรงพยาบาลแห่งที่สอง ก็จะช่วยหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่เราไม่มีที่ทดลองได้]
[คุณชายถ้าคุณติดต่อไว้แล้ว จะส่งไปที่ไหนก็เหมือนกัน] หวังปินได้ยินคำพูดของหานชิงอวี่ก็ยิ้มและตอบกลับ
“งั้นก็ดี ตกลงตามนี้! พรุ่งนี้ส่งมาที่นี่ได้เลย”
หานชิงอวี่รับคำแล้วรีบวางสายโทรศัพท์
เขากลับมาที่สำนักงาน และถือประวัติคนไข้ไว้ในมือ
การเดินตรวจเยี่ยมผู้ป่วย คือการที่แพทย์จะไปดูแลคนไข้ที่หอผู้ป่วยใน ส่วนใหญ่จะเป็นเวลาช่วงเช้า และตอนเย็น
นี่เป็นสิ่งที่แพทย์ใหญ่ทุกคนต้องทำทุกวัน
หลังจากที่เขาเดินตรวจรอบหนึ่งแล้ว เขาก็ตั้งใจเก็บเสี้ยวจ้านอีไว้เป็นคนสุดท้าย
เมื่อเขาถือแฟ้มประวัติผู้ป่วยมาถึงหน้าห้องของเสี้ยวจ้านอี
เขาโน้มตัวมองเข้าไปในห้อง
และพบว่าข้างในว่างเปล่า
“คุณหมอหาน เขาออกจากโรงพยาบาลไปแล้วค่ะ!”
ขณะที่หานชิงอวี่กำลังสังเกตอยู่นั้น พยาบาลคนหนึ่งที่เดินผ่านมาพอดีก็บอกเขา
“ผมยังไม่ได้เซ็นอนุมัติเลย เขาออกจากโรงพยาบาลได้ยังไง?”
หานชิงอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยแสดงสีหน้างุนงง
“คณบดีเสี้ยวจากโรงพยาบาลในเครือของพวกเราที่ส่งคนมาจัดการค่ะ”
พยาบาลอธิบายอย่างเก้อเขิน
หานชิงอวี่รู้สึกขุ่นเคืองในใจ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก
เขามีเรื่องอื้อฉาวแบบนี้ ถ้ายังมีหน้าอยู่ต่อไปได้ก็แปลกแล้ว
หลังจากที่หานชิงอวี่คิดทบทวนแล้ว เขาก็ปล่อยวางได้อย่างรวดเร็ว
ในขณะนั้นเอง หานชิงอวี่สังเกตเห็นเงาของคน ๆ หนึ่งปรากฏขึ้นข้าง ๆ ตัวเขา
“คุณนายหวัง!”
หานชิงอวี่ตกใจ แต่ก็ได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว
“คุณหมอหาน ฉันได้ยินน้าชายเล่าเรื่องปัญหาของคุณปู่ฉัน…”
“ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เขาถูกทำร้าย ฉันอยากถามว่า อาการป่วยของคุณปู่ฉัน ยังรักษาได้ไหมคะ?”
หวังเหมยอวิ๋นมองหานชิงอวี่ ดวงตางดงามคลอไปด้วยน้ำตาและเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ
หานชิงอวี่ยืนมองหวังเหมยอวิ๋นอยู่ครู่หนึ่ง ในใจพลันรู้สึกสะท้อนใจขึ้นมา
ผู้หญิงคนนี้มีความรักให้กับครอบครัวอย่างล้นเหลือ ต่างจากพี่สาวของเธอคนนั้นลิบลับ
เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเอ่ยขึ้น “คุณนายหวังครับ คุณปู่ของคุณอาการค่อนข้างหนัก แต่อาจจะยังพอมีทางรักษาอยู่บ้าง”
ทันทีที่หวังเหมยอวิ๋นได้ยินดังนั้น แววตาของเธอก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “แล้ว…แล้วต้องรักษายังไงคะ?”
หานชิงอวี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะอธิบาย “อย่างแรกเลย เราต้องหายาที่เหมาะสมมารักษาอาการป่วยของคุณปู่คุณก่อนครับ จากนั้นก็ต้องให้ท่านทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามให้ท่านทานยาปลอมพวกนั้นเด็ดขาด! ยาที่ผมสั่งจ่ายไปมีส่วนผสมที่ช่วยเจือจางยาปลอมพวกนั้น ผลลัพธ์อาจจะเห็นผลไม่ชัดเจนนัก…”
ทันทีที่สิ้นสุดคำพูดของหานชิงอวี่ น้ำตาที่เอ่อคลออยู่ในดวงตาของหวังเหมยอวิ๋นก็หยุดไหลลงในที่สุด
เธอจ้องมองหานชิงอวี่ด้วยแววตาซาบซึ้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ “ขอบคุณค่ะ คุณหมอหาน ฉันเชื่อว่าคุณต้องช่วยคุณปู่ของฉันให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ถ้าถึงตอนนั้น คุณจะเป็นผู้มีพระคุณของครอบครัวเราเลยค่ะ”
หานชิงอวี่ยิ้มบาง ๆ และพยักหน้ารับ ก่อนจะพูดต่อ “ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ครับ คุณไม่ต้องกังวลมากเกินไปนะครับ สมัยนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก หลาย ๆ โรคที่ดูเหมือนจะรักษาไม่ได้ ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ครับ”
“ค่ะ…พวกเราก็แค่ใจร้อนไปหน่อย ทำให้คุณหมอต้องลำบากใจแล้ว”
ได้ยินดังนั้น หวังเหมยอวิ๋นก็พยักหน้าเห็นด้วย ใบหน้าเผยให้เห็นสีหน้าโล่งอก
“แต่อย่างที่ผมบอกไป เรื่องการเปลี่ยนยาเป็นเรื่องภายในครอบครัว คุณไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่! ห้ามใช้ยาปลอมกับท่านอีก มิฉะนั้นต่อให้เทพหมอฮัวโต๋ *[1] มาเองก็ช่วยอะไรไม่ได้!”
“เข้าใจแล้ว! หมอหาน ขอบคุณที่ช่วยปิดเรื่องนี้ให้กับครอบครัวเรา ไม่อย่างนั้นถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป คนอื่นคงหัวเราะเยาะเราแน่!”
หวังเหมยอวิ๋นถอนหายใจอย่างจนใจ บนใบหน้าแทบไม่เหลือเลือดฝาด เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ทำให้เธอต้องกังวลใจไม่น้อย
เธอมองตามหลังของหานชิงอวี่ที่จากไป ดวงตาเต็มไปด้วยความขอบคุณและชื่นชม
…
เขตบ้านพักตากอากาศชานเมือง
บ้านพักตระกูลถัง
ถังเจียซวินนั่งอยู่ในห้องรับแขกโดยมีแม่บ้านและแพทย์ประจำครอบครัวหลายคนยืนอยู่ตรงหน้า
ด้านข้างของโซฟาคือคุณปู่ถัง ตอนนี้สีหน้าของเขาดูดีขึ้นเล็กน้อย
เขามองหลานชายของตัวเองและเอ่ยถาม
“พวกแก อธิบายหน่อย ยาพวกนี้มันเรื่องอะไรกัน?”
คุณปู่ถังชี้ไปที่ยาปลอมบนโต๊ะกาแฟ มองไปที่คนทั้งหลายและถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
เขารู้สึกโกรธจนแทบระเบิด
ระวังทั้งวันทั้งคืน แต่ก็ยังป้องกันโจรในบ้านไม่ได้!
แม่บ้านและหมอส่วนตัวมองหน้ากันไปมา ไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร
พวกเขารู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่โต ที่คุณปู่ถังโกรธก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
“คุณท่านคะ ยาพวกนี้คุณหนูอิ๋นเป็นคนซื้อมา…”
ในที่สุด! พี่เลี้ยงคนหนึ่งก็รวบรวมความกล้าพูดขึ้น “เธอรู้สึกว่าช่วงนี้สุขภาพของท่านไม่ค่อยดี เลยอยากจะบำรุงร่างกายให้ท่านน่ะค่ะ”
คุณปู่ตระกูลถังขมวดคิ้ว มองไปที่พี่เลี้ยงคนนั้นอย่างตำหนิ “เธอคิดอะไรอยู่ ร่างกายของฉัน ฉันรู้ดี ไม่จำเป็นต้องให้พวกเธอมายุ่งวุ่นวาย! แล้วที่เธอซื้อยามา ทำไมไม่บอกฉัน?”
พี่เลี้ยงก้มหน้า ไม่กล้าสบตาคุณปู่ตระกูลถัง “ขอโทษค่ะ คุณท่าน…ดิฉันรู้ว่าดิฉันทำผิดไปแล้ว คุณหนูสั่งห้ามไม่ให้พวกเราบอก บอกว่าอยากรอให้คุณท่านหายดีก่อน จะได้เซอร์ไพรส์”
คุณชายตระกูลถังที่เห็นเหตุการณ์แบบนี้ก็รู้สึกโกรธไม่น้อย
เขารู้ว่าคุณพ่อให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมาตลอด แต่คนนอกกลับทำตามใจตัวเอง และซื้อยาปลอมพวกนี้มาให้
เรื่องนี้ทำให้เขาผิดหวังมาก!
“เอาล่ะ เรื่องนี้ฉันจะจัดการเอง” คุณชายตระกูลถังหันไปบอกกับพี่เลี้ยง น้ำเสียงเข้มขึ้น “พวกเธอกลับไปก่อน เรื่องนี้ให้ถือว่าไม่รู้เห็นเป็นใจ ใครที่เอาไปพูดต่อ อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจแล้วกัน!”
“ค่ะ คุณท่าน! ขอประทานโทษค่ะ”
“ค่ะ…ขอประทานโทษ…”
พี่เลี้ยงทั้งหลายต่างโล่งใจ ต่างก็กล่าวขอโทษคุณปู่ตระกูลถัง ก่อนจะทยอยกันออกไปจากห้องรับแขก
คุณชายตระกูลถังหันไปมองหน้าคุณหมอประจำตัว “คุณเป็นยังไงกันแน่? ทำไมถึงปล่อยให้ยาปลอมพวกนี้เข้ามาในห้องคุณพ่อผมได้”
แพทย์ประจำตัวก็ดูเครียดมาก ใบหน้าซีดเผือดในทันที “ขอโทษครับ คุณถัง! ผมก็ไม่รู้ว่ายาพวกนี้เป็นของปลอม… ทั้งหมดนี้… คุณหนูเป็นคนจัดยาให้ผมที่โรงพยาบาล ผมแค่จ่ายยาตามใบสั่ง ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้…”
ถังถานถอนหายใจ หลับตาแน่น “ช่างเถอะ เรื่องครั้งนี้ก็แค่นี้แหละ! ต่อไปคุณไม่ต้องมาอีกแล้ว เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ ถ้ามันรั่วไหลออกไป! คุณก็บอกลาใบประกอบวิชาชีพได้เลย!”
แพทย์ประจำตัวพยักหน้าซ้ำ ๆ ตอบอย่างหวาดกลัว “ครับ คุณถัง! ผมจะระมัดระวังอย่างแน่นอน”
“พ่อ พี่สะใภ้ใหญ่ของผมกำลังพยายามทำร้ายคุณปู่! ผมจะไปเอาเรื่องกับเธอ!”
ตอนนี้สามรุ่นของตระกูลถังนั่งอยู่บนโซฟา และเข้าใจสถานการณ์แล้ว
ถังถานเห็นลูกชายใจร้อน จึงดุว่า “ส่งคนไปสืบให้กระจ่าง! แล้วเราค่อยลงมือเปิดโปงเธอ!”
[1] ฮัวโต๋ หรือชื่อภาษาจีนกลางว่า ฮฺว่าถัว เป็นแพทย์ชาวจีนที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก บันทึกประวัติศาสตร์จดหมายเหตุสามก๊กและพงศาวดารฮั่นยุคหลังบันทึกว่าฮัวโต๋เป็นคนแรกในประเทศจีนที่ใช้ยาชาในระหว่างการผ่าตัด โดยใช้ยาชาที่ทำจากสุราผสมกับยาสมุนไพรต้มที่เรียกว่าหมาเฟ่ยซ่าน นอกจากฮัวโต๋จะได้รับการยกย่องในเรื่องความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดและการใช้ยาชาแล้ว ฮัวโต๋ยังมีชื่อเสียงในด้านความสามารถในการฝังเข็ม การรมยา การใช้ยาสมุนไพร และกายบริหารทางการแพทย์แบบเต๋าอิ่น ฮัวโต๋ยังพัฒนาอู่ฉินซี่ (五禽戲; แปลว่า ‘กายบริหารของสัตวห้าชนิด’) จากการศึกษาการเคลื่อนไหวของเสือ กวาง หมี ลิง และนกกระเรียน