ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 383 เป็นผู้ช่วยงั้นเหรอ?
โรงพยาบาลเมืองจิน
หน้าประตูตึกผู้ป่วยใน
เหล่าแพทย์กว่าสิบคนกำลังยืนรออย่างเงียบ ๆ
“หานชิงอวี่ อย่าฝืนทำเป็นเก่งเลย อีกเดี๋ยวถ้าอุปกรณ์ไม่มา มือของลูกชายหมอหลินก็จะหมดทางรักษาแล้วนะ”
หลีเหมิงยืนอยู่ด้านหน้าสุดมองไปที่ประตูโรงพยาบาล
ในสายตาของเขา หานชิงอวี่กำลังทำเป็นเก่ง
ไม่มีปัญญาแท้ ๆ แต่กลับอยากจะลองเสี่ยงดู เลยรับเรื่องยาก ๆ นี้ไว้
“หลีเหมิง คุณอย่ามาพูดจาประชดประชันผมแบบนี้! อุปกรณ์พวกนี้ผมให้โรงพยาบาลยืมใช้ฟรี รอทำกำไรแล้วค่อยจ่ายค่าอุปกรณ์ ถ้าคุณติดต่อคนอื่นได้ คุณก็ทำไปสิ!”
“ผมไม่เอาเงิน และต้องถูกพ่อแม่ด่าว่าใช้เงินเปลืองอีก!” เมื่อหานชิงอวี่ได้ยินหลีเหมิงพูดเช่นนั้น เขาก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที ชายหนุ่มปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะตอกกลับไป
“หลีเหมิง อย่ามาพูดไร้สาระที่นี่! อยากรอก็รอ ไม่อยากรอก็กลับไป!”
ฝ่ายฉินซานไห่ ในฐานะคณบดี ก็รอเครื่องมือแพทย์อยู่ที่นี่เช่นกัน
เดิมทีตกลงกันว่าจะมาส่งพรุ่งนี้
แต่ลูกชายของหลินหม่านชางต้องเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน จึงจำเป็นต้องเลื่อนมาส่งในวันนี้
เครื่องมือแพทย์ชุดใหม่นี้ เมื่อทำงานร่วมกับวิชาแพทย์ของหานชิงอวี่ จะช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการรักษาได้มากขึ้น
“เขาไปไม่ได้หรอก เดี๋ยวพอเครื่องมือมาถึง เขาต้องวิ่งแก้ผ้ารอบโรงพยาบาล นี่เป็นสัญญาของเขา!”
เมื่อหานชิงอวี่ได้ยินคำพูดของฉินซานไห่ เขาก็รีบห้ามไม่ให้หลีเหมิงจากไป
ทันใดนั้นเอง รถบรรทุกคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าประตูโรงพยาบาลอย่างช้า ๆ
บนรถบรรทุกเต็มไปด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์มากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขารอคอยอยู่
“มาแล้ว!”
ฉินซานไห่เห็นรถบรรทุกแล้วพูดขึ้นทันที
รถบรรทุกจอดที่หน้าประตูใหญ่ คนขับลงจากรถและเปิดประตูหลัง
คนสวมเสื้อกาวน์ขาวหลายคนเดินลงมาจากรถ เริ่มขนเครื่องมือและอุปกรณ์ลงจากรถ
“รีบไปช่วยเร็ว!”
ฉินซานไห่พูดกับแพทย์ที่อยู่รอบตัว
หมอทั้งหลายลงมือทันที ต่างรีบเข้าไปช่วยขนเครื่องมือ
“หลีเหมิง คุณอย่าหนีนะ! ถอดเสื้อผ้าออกให้หมดแล้วไปวิ่งเปลือยเลย!” หานชิงอวี่ยิ้มกว้าง เขามองไปที่หลีเหมิงแล้วสั่ง
“หานชิงอวี่! คุณอย่ามารังแกกันมากเกินไปนะ!”
ตั้งแต่ที่เห็นเครื่องมือมา หลีเหมิงก็เริ่มรู้สึกเสียใจแล้ว
ตอนนี้เขาได้แต่กัดฟันสู้กับหานชิงอวี่ต่อไป
“ทุกคนเห็นหรือไม่ หลีเหมิงน่ะกล้าพูดแต่ไม่กล้าทำ! เขากำลังจะผิดสัญญา!”
หานชิงอวี่เห็นหลีเหมิงทำท่าทางไม่ยอมรับก็เอ่ยเยาะเย้ยเขา
เขาจงใจจะสั่งสอนหลีเหมิงจอมโอหังผู้นี้
ปกติหลีเหมิงชอบทำกร่างไปทั่ว และไม่มีใครอยากสนใจเขา
“หานชิงอวี่! คุณมัน…เจ้าเล่ห์! ชนะแบบนี้มันไม่ขาวสะอาด!”
หลีเหมิงถูกหานชิงอวี่ยั่วจนปากเบี้ยว
ยิ่งได้ยินหานชิงอวี่ตะโกนเสียงดังเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งโมโห
ฉินซานไห่มองทั้งสองคนทะเลาะกันก็ได้แต่รู้สึกเหนื่อยใจ
เขารู้ถึงความขัดแย้งระหว่างหานชิงอวี่และหลีเหมิง แต่ในตอนนี้ เขาไม่สามารถปล่อยให้พวกเขาทะเลาะกันต่อไปได้
“พอได้แล้ว พวกคุณสองคนอย่าทะเลาะกันเลย” ฉินซานไห่พูดขัดขึ้นมา แล้วพูดต่อว่า “ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการผ่าตัดลูกชายของคุณหมอหลิน เรื่องอื่น ๆ ค่อยว่ากันหลังการผ่าตัดเสร็จ”
หลีเหมิงและหานชิงอวี่ต่างก็หุบปาก แต่ความไม่พอใจยังคงปรากฏชัดบนใบหน้าของพวกเขา
ภายใต้การดำเนินการของทุกคน อุปกรณ์เหล่านี้ถูกขนย้ายไปยังแผนกฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว
คุณหมอเริ่มยุ่งวุ่นวาย ติดตั้งและปรับแต่งเครื่องมือและอุปกรณ์
หานชิงอวี่และหลีเหมิงหยุดทะเลาะกัน และเริ่มมุ่งเน้นไปที่การเตรียมการผ่าตัด
ทุกคนอาจจะวุ่นวาย แต่ก็ยังคงมีความเป็นมืออาชีพ ไม่เช่นนั้นกับนิสัยของหลีเหมิง โรงพยาบาลคงไม่ใช้เขานานแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เป็นประโยชน์มากที่สุดของเขาก็คือวิชาแพทย์
น่าเสียดายที่วิชาแพทย์ของเขาไม่สมดุลกับนิสัยส่วนตัว
“เอาล่ะ ทุกคนเหนื่อยกันมากแล้ว” ฉินซานไห่มองดูคุณหมอที่กำลังยุ่งวุ่นวายด้วยความพอใจ แล้วพูดว่า “ตอนนี้มาเริ่มเตรียมการผ่าตัดกันเถอะ”
หานชิงอวี่เดินมาตรงหน้าของฉินซานไห่ และพูดอย่างจริงจัง “คณบดี ผมได้ตรวจสอบแล้ว อุปกรณ์เหล่านี้ทั้งหมดอยู่ในสภาพสมบูรณ์”
ฉินซานไห่พยักหน้าเล็กน้อย แสดงความพอใจกับการแสดงออกของหานชิงอวี่
เขารู้ว่าหานชิงอวี่เป็นแพทย์ที่มีความสามารถสูง เพียงแต่มีนิสัยดื้อรั้นเล็กน้อยเท่านั้น
หลีเหมิงยืนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่พูดอะไร
เขามองดูการปฏิสัมพันธ์ระหว่างหานชิงอวี่และฉินซานไห่ ในใจรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
เขารู้ว่าฉินซานไห่ให้ความสำคัญกับหานชิงอวี่มาก ทำให้เขารู้สึกอิจฉานิดหน่อย
ในขณะนั้น หลินหม่านชางก็เดินเข้ามา
เขามองดูแพทย์ที่กำลังยุ่งวุ่นวาย ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ
เขารู้ว่าถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขา ลูกชายของเขาอาจจะไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
“ขอบคุณพวกคุณมากนะ”
หลินหม่านชางเดินไปตรงหน้าฉินซานไห่แล้วโค้งคำนับอย่างลึกซึ้ง
ฉินซานไห่รีบพยุงเขาขึ้นพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้ม “คุณหมอลิน ไม่ต้องทำแบบนี้หรอก พวกเราเป็นหมอ การรักษาชีวิตและเยียวยาความเจ็บปวดคือหน้าที่ของเราอยู่แล้ว”
หลินหม่านชางพยักหน้า น้ำตาคลอเล็กน้อย “ผมเข้าใจ แต่ผมซาบซึ้งในน้ำใจพวกคุณจริง ๆ”
ฉินซานไห่ตบบ่าเขาเบา ๆ แล้วกล่าวต่อว่า “เอาล่ะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมามัวซาบซึ้งใจหรอกนะ! พวกเรายังมีงานอีกมากที่ต้องทำ”
กล่าวจบ ฉินซานไห่ก็หันหลังเดินตรงไปยังห้องผ่าตัด
เขารู้ดีว่าการผ่าตัดครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับพวกเขา ไม่ใช่เพียงแค่การช่วยชีวิตคนไข้เท่านั้น แต่ยังเป็นการพิสูจน์ความสามารถและระดับของโรงพยาบาลอีกด้วย
ฝั่งหานชิงอวี่เองก็ได้นำทีมเเละพร้อมเริ่มต้นการผ่าตัดแล้วเช่นกัน
สิ่งที่พิเศษคือ ยังมีทีมแพทย์อีกทีมหนึ่งที่เตรียมพร้อมอยู่ไม่ไกล
พวกเขาคือทีมของเการุ่ยเผิง
พวกเขามาในฐานะทีมแพทย์สำรองฉุกเฉิน ซึ่งได้มีการประชุมและตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
ภายในห้องผ่าตัด ฉินซานไห่และหานชิงอวี่ต่างก็จดจ่ออยู่กับการผ่าตัดอย่างเต็มที่
เการุ่ยเผิงยืนสังเกตการณ์อยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ ในดวงตาของเขาเผยให้เห็นถึงความกังวลและความคาดหวังเล็กน้อย
เพื่อความไม่ประมาท ฉินซานไห่จึงอาสาเป็นผู้ช่วยให้กับหานชิงอวี่โดยตรง
หานชิงอวี่ดำเนินการตามแผนการผ่าตัดอย่างเป็นระบบ
การใช้เครื่องมือที่แม่นยำของหานชิงอวี่ ทำให้เการุ่ยเผิงอดที่จะทึ่งไม่ได้
หัวหน้าแผนกหลอดเลือดซูเหวยและหัวหน้าแผนกประสาทวิทยาตู้มู่ ต่างก็คิดว่าหานชิงอวี่พูดเกินจริง แต่ตอนนี้พวกเขาชื่นชมในทักษะของเขาอย่างจริงใจ
ในขณะนี้ หานชิงอวี่ด้วยความช่วยเหลือของเทคนิคการตรวจร่างกาย
สามารถสังเกตเห็นสถานการณ์ที่คนอื่นไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ทุกเซลล์ของหลินหานตงปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา
ทำให้เขามีความมั่นใจเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อลงมือ
ด้านนอกห้อง หลินหม่านชางกำลังรอคอยผลลัพธ์สุดท้ายอย่างกระวนกระวาย
เขาไม่กล้าเผชิญหน้ากับการผ่าตัดของลูกชายตลอดเวลา
ได้แต่หวังว่าฉินซานไห่จะช่วยเขาได้
อิงชื่อจ้งเห็นท่าทางร้อนใจของหลินหม่านชางก็ปลอบใจ “ไม่ต้องกังวลหรอก ฝีมือของหมอหานยอดเยี่ยมขนาดนั้น การผ่าตัดต้องสำเร็จอย่างแน่นอน”
หลินหม่านชางพยักหน้าและเชื่อมั่นในฝีมือ
เขารู้ดีว่าฉินซานไห่คือหมอฝีมือดีที่สุดคนหนึ่งในแผนกศัลยกรรม การที่เขาเป็นผู้ช่วยหมอหานชิงอวี่ ทำให้เขามั่นใจว่าลูกชายต้องปลอดภัย
ตอนนี้การผ่าตัดดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว
แม้จะดูเป็นการผ่าตัดเล็ก ๆ แต่ทุกคนในห้องต่างพากันลุ้นจนเหงื่อตก