ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 388 ไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบบ้านนี้อีก
- Home
- ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ
- บทที่ 388 ไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบบ้านนี้อีก
หานชิงอวี่ไม่ใส่ใจกับการหลบหนีของอิ๋นซู่เหลียน เพราะเขาไม่ใช่คนที่ต้องการไล่ล่าเพื่อกำจัดทุกสิ่งทุกอย่าง
แต่การที่เธอออกไปจากตรงนี้ก็ทำให้บรรยากาศกลับมาสงบลง
“บัดซบ! ยัยผู้หญิงสารเลวนั่น!”
นิสัยของจางอวี้หัวต่างจากหานชิงอวี่อย่างสิ้นเชิง เขาเป็นคนในวงการนอกกฎหมาย หากไม่โหดเหี้ยมก็คงยากที่จะยืนหยัดอยู่ต่อไปได้
“คนก็หนีไปแล้ว เอาไว้โอกาสหน้าค่อยว่ากัน ตอนนี้ไปเคลียร์เรื่องของโรงพยาบาลเราก่อน เรื่องของโรงพยาบาลที่สองนั่นน่ะ อย่ามาแก้ที่โรงพยาบาลเรา” หานชิงอวี่ได้ยินเสียงบ่นของจางอวี้หัวก็พูดอย่างไม่ค่อยพอใจนัก
“ได้ ๆ ถ้างั้นคุณนักข่าวทั้งหลาย รบกวนกลับไปก่อนนะครับ และอย่าลืมรายงานข่าวตามที่เราบอก” จางอวี้หัวได้ยินดังนั้นก็รีบตอบรับและเริ่มสลายนักข่าวให้
“ได้ครับ!”
“ลาก่อนครับ คุณจาง!”
“……”
นักข่าวเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาร่วมงานกับจางอวี้หัว ทุกคนแยกย้ายไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครหลงเหลืออยู่อีก
“จางอวี้หัว คิดจะก่อเรื่องอะไรอีก!” หานชิงอวี่ถามพลางขมวดคิ้ว สายตาจับจ้องจางอวี้หัวที่ดูเหมือนจะรีบร้อนเข้ามาคุยด้วย
“หมอหาน เรื่องนี้อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ ผมแค่จะจัดการกับอิ๋นซู่เหลียนจากโรงพยาบาลที่สอง เรื่องที่เกิดขึ้น นั่นน่ะเป็นเพราะพวกเขาทั้งนั้น!”
“และถ้าเขาไม่มีทางแก้ไขที่ดีพอละก็ ผมจะฟ้องเขาแน่!”
“อืม ครั้งหน้าถ้าจะก่อเรื่องอีก ให้ไปก่อที่โรงพยาบาลที่สอง เพราะนี่โรงพยาบาลที่หนึ่ง มีคนเห็นตั้งมากมายแบบนี้คงส่งผลเสียแน่” หานชิงอวี่มองจางอวี้หัวด้วยความไม่พอใจ
“ได้เลยหมอหาน วางใจได้ จะไม่มีครั้งหน้าแน่นอน!”
จางอวี้หัวพยักหน้าตอบรับอย่างมุ่งมั่น แล้วหันมายิ้มให้หานชิงอวี่ “เรื่องเพื่อนผม คงต้องรบกวนหมอหานดูแลด้วยนะครับ”
“วางใจเถอะ เราเองก็ถือว่ารู้จักกันมานานแล้ว ไว้ใจได้เลย!”
หานชิงอวี่พยักหน้ารับ รู้ดีว่าจางอวี้หัวเป็นคนในสังคมที่มีเส้นสาย ในอนาคตอาจต้องพึ่งพาเขาอีก
“ดีครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะ!” จางอวี้หัวกล่าวลาทันที จากนั้นก็รีบพาคนของตัวเองออกไป
หานชิงอวี่ส่ายหน้าพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ จากนั้นหันไปพูดกับชาวต่างชาติทั้งสองคนว่า “คุณทั้งสองครับ ไปกันเถอะ เราจะไปพูดคุยกับคณบดีเกี่ยวกับรายละเอียดความร่วมมือกันครับ!”
“ได้เลยคุณหาน!” ชาวต่างชาติทั้งสองพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
“คณบดีครับ คนสองคนนี้เป็นผู้จัดหาวัสดุอุปกรณ์ของเรา เราไปคุยเรื่องความร่วมมือกันเถอะครับ!”
หานชิงอวี่หันไปมองฉินซานไห่แล้วแนะนำด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ได้เลย ได้เลย คุณทั้งสอง เชิญทางนี้เลยครับ!”
ฉินซานไห่ได้ยินดังนั้นก็มีท่าทีกระตือรือร้นขึ้นมาทันที เขารีบเชิญชวนทั้งสองคนไปที่สำนักงานของตน
หานชิงอวี่เองก็ไม่รอช้า รีบเดินตามไปด้วย
…
ชานเมือง
ภายในบ้านพักสุดหรูของตระกูลเสี้ยว
วันนี้อิ๋นซู่เหลียนต้องเจอกับเรื่องยุ่งยากทั้งวัน ตอนนี้เธอมานั่งกอดอกอยู่ที่โซฟาภายในบ้าน ครุ่นคิดถึงเรื่องแย่ ๆ ที่พบเจอมาในวันนี้
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้เธอแทบคลั่ง
ทันใดนั้น เธอก็หันไปเห็นแฟ้มรายชื่อบนโต๊ะน้ำชา
บนหน้าปกเขียนไว้ว่า ‘10 แพทย์ดีเด่นของเมือง’
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอจึงเปิดแฟ้มและไม่นานก็พบชื่อที่คุ้นเคย
หานชิงอวี่!
ไอ้เลวนั่นยังได้รับการยกย่องขนาดนี้เลยเหรอ!
อิ๋นซู่เหลียนคิดอย่างแค้นใจ ไม่นานก็ผุดแผนการบางอย่างขึ้นมาในหัว
ขณะนั้นเอง คณบดีเสี้ยวที่อยู่ชั้นบนก็เรียกหาอิ๋นซู่เหลียนที่อยู่ในห้องนั่งเล่น
“ซู่ซู่! เอาแฟ้มเอกสารของฉันขึ้นมาให้หน่อยนะ!”
“ได้ค่ะ!”
อิ๋นซู่เหลียนนั้นปกติก็ยากนักที่จะช่วยงานใคร แต่ครั้งนี้กลับตอบรับอย่างกระตือรือร้น
จากนั้นเธอก็ขึ้นไปชั้นบน นำเอกสารขึ้นไปให้คณบดีเสี้ยว “ฉันเห็นรายชื่อในเอกสาร มีชื่อหานชิงอวี่อยู่ด้วย คุณคิดว่าไงคะ?”
“ฉันคิดยังไง? ก็ต้องประกาศตามจริงน่ะสิ!”
คณบดีเสี้ยวรู้สึกไม่พอใจที่อิ๋นซู่เหลียนแอบดูเอกสารของเขา
แต่ด้วยความที่เป็นสามีภรรยาที่อยู่ด้วยกันมานาน เขาต้องทำใจยอมรับในเรื่องนี้ จึงไม่ได้ถือสาอะไรมากนัก
“ก็เขาทำร้ายลูกเรา ทำชื่อเสียงลูกเราย่อยยับ แล้วคุณยังจะมอบรางวัลให้เขาอีก นี่คุณบ้าไปแล้วหรือไง!” อิ๋นซู่เหลียนได้ยินคำพูดของสามีแล้วก็ตอบกลับไปด้วยความโกรธจัด
“ที่ลูกเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอตามใจเขามากไปไงล่ะ! หานชิงอวี่ไม่ได้ทำผิดอะไร! และสิ่งที่เขาพูดก็เป็นความจริง!” เขาได้ยินคำพูดของอิ๋นซู่เหลียนแล้วก็ไม่อาจข่มอารมณ์ได้อีกต่อไป
“นี่คุณ… คุณเข้าข้างคนนอกงั้นเหรอ! ตอนนี้คนที่ต้องทุกข์ทรมานก็คือลูกเรานะ! คุณนี่มัน… เอาสิ! วันนี้ฉันจะสู้กับคุณให้ตายกันไปข้าง!”
อิ๋นซู่เหลียนโดนกดดันมาทั้งวัน กลับบ้านมาก็ยังโดนสามีต่อว่า เมื่อมาถึงจุดนี้เธอก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
เธอตะโกนเสียงดังลั่น พยายามจะต่อสู้กับเขา
“หลีกไปซะ! นี่มันจะเกินไปแล้วนะ!” คณบดีเสี้ยวเองก็ไม่ยอมง่าย ๆ เขาผลักเธอออกไป แล้วคว้าเอาเอกสารของตัวเอง ก่อนจะเดินออกจากห้องทันที
“จะไปก็ไปเลยนะ! ถ้าไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบบ้านนี้อีก!” อิ๋นซู่เหลียนเห็นสามีกำลังจะออกไป จึงชี้หน้าด่าเขาทันที
“หึ! บ้านนี้น่ะเหรอ ฉันไม่กลับมาก็ได้! เธอเองก็เลิกทำตัวน่ารำคาญสักที!” คณบดีเสี้ยวหัวเราะเย้ยหยัน แล้วเปิดประตูออกไปทันที
อิ๋นซู่เหลียนเห็นว่าเขาไม่ฟังเธอก็พลันรู้สึกอัดอั้นและคับแค้นใจ สุดท้ายก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
“ไอ้คนแซ่เสี้ยว คุณคอยดูเถอะ…”
อิ๋นซู่เหลียนทั้งสาปแช่งทั้งร้องไห้น้ำตาไหลพราก
“แม่ ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอครับ!”
ขณะนั้นเอง เสี้ยวจ้านอี้ที่ตื่นจากการนอนเพราะเสียงทะเลาะในบ้านก็เดินเข้ามาในห้อง
“ก็พ่อของลูกน่ะสิ! เขาเข้าข้างคนนอก ไอ้หานชิงอวี่ที่ทำร้ายพวกเรา เขากลับช่วยให้มันได้รับเกียรติยศ!”
อิ๋นซู่เหลียนร้องไห้ออกมาขณะเล่าให้ลูกชายฟัง
“พ่อก็เป็นแบบนี้แหละ แม่ก็รู้นี่ พวกเราจัดการเองดีกว่า อย่าหวังพึ่งพ่อเลย!”
“ก็แค่ชื่อเสียงใช่ไหม งั้นเราทำลายชื่อเสียงมันก็ได้!”
อิ๋นซู่เหลียนได้ยินดังนั้น แววตาก็พลันสว่างวาบขึ้นมา รีบเช็ดน้ำตาแล้วถามทันที “นี่ลูกหมายความว่า…”
“หึหึ… แม่ครับ เรื่องนี้แม่ไม่เก่งเท่าผมหรอก แม่คอยดูก็แล้วกัน!”
เสี้ยวจ้านอี้ยิ้มอย่างลึกลับ จากนั้นก็ช่วยประคองอิ๋นซู่เหลียนขึ้นมาจากพื้น
…
วันต่อมา
หานชิงอวี่ไปทำงานตามปกติ
พอเขาเพิ่งลงบันทึกเวลาเข้าทำงานในสำนักงานเสร็จ เสิ่นเล่อเล่อที่อยู่หน้าประตูก็โบกมือเรียกเขาทันที “หานชิงอวี่ มานี่หน่อย”
หานชิงอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย แต่สุดท้ายก็เดินตามไป
“มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ ต้องเข้าประชุมหรือเปล่า?” หานชิงอวี่ที่เดินตามเสิ่นเล่อเล่อไปตามทางเดินอดถามไม่ได้
“เดี๋ยวก็รู้เอง! ตามฉันมาก่อนเถอะ!” เสิ่นเล่อเล่อไม่ตอบคำถามของเขา และยังคงให้เขาเดินตามมา
หานชิงอวี่มองตามหลังเสิ่นเล่อเล่อ ในใจรู้สึกสงสัยยิ่งขึ้น แต่เขาก็จำต้องเดินตามอีกฝ่ายไป
เขาเดินตามเสิ่นเล่อเล่อมาจนถึงห้องทำงานของคณบดี
และเมื่อหานชิงอวี่เดินเข้าไปในห้อง เขาก็เห็นว่ามีคนอยู่ในนี้อีกหลายคน
ทุกคนในห้องนี้ล้วนเป็นบุคลากรสำคัญของโรงพยาบาล ส่วนฉินซานไห่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน สายตาจับจ้องหานชิงอวี่ที่เพิ่งเข้ามา