ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 391 รู้ไหมว่าลูกพี่ของฉันเป็นใคร?
“คืออย่างนี้นะครับ เราพบว่าเธอแอบอ้างชื่อเสียงของตระกูลถังไปโกหกหลอกลวงคนอื่น”
“แถมเรายังรู้ว่าเธอมีปัญหากับคุณด้วย! ต่อไปนี้ เราจะจัดการกับพฤติกรรมของเธออย่างเหมาะสม”
“แต่สิ่งที่เธอทำ เราจะชี้แจงให้ทุกคนทราบว่าไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลถังของเรา!” ถังเจียซวินมองไปยังหานชิงอวี่ที่ดูงง ๆ แล้วรีบอธิบาย
“อ๋อ อย่างนี่นี้เอง ขอบคุณที่เตือนนะครับ!”
หานชิงอวี่ฟังคำอธิบายของถังเจียซวินแล้วก็เข้าใจขึ้นมาทันที จึงพูดต่อว่า “แล้วที่คุณเพิ่งพูดว่าเธอหลอกลวงคนอื่น มีหลักฐานไหมครับ?”
หานชิงอวี่จำได้ว่าเพิ่งได้ยินเขาพูดเรื่องนี้ จึงถามออกไปอย่างสงสัย
“ใช่แล้ว มันอยู่นี่แล้วละ ผมสำเนามาเรียบร้อยแล้วด้วย!” ถังเจียซวินพูดพลางยื่นแฟลชไดร์ฟให้หานชิงอวี่
หลังจากที่เขารับมาแล้ว หานชิงอวี่ก็กล่าวขอบคุณด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง “ขอบคุณมากนะครับ”
“ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะ ถ้าเธอทำอะไรเกินไปก็บอกเราได้”
ถังเจียซวินกล่าวคำลาแล้วก็เตรียมตัวจะออกไป
“ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะครับ” หานชิงอวี่ยิ้มอย่างสุภาพ โบกมือลาถังเจียซวิน
หลังจากส่งถังเจียซวินไปแล้ว เขาก็กลับเข้าบ้าน ทว่ายังไม่ทันได้นั่งลงก็ได้ยินเสียงกริ่งประตู
ครั้นเปิดประตูดูก็เห็นว่าเป็นหัวเฉียว จึงเชิญเข้ามาในบ้าน “มาเร็วดีนะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว! คุณชายหานเชิญทั้งที จะไม่มาได้ยังไง!”
หัวเฉียวหัวเราะอย่างขี้เล่นขณะเดินเข้ามาแซว
“นั่งก่อนสิ” หานชิงอวี่ยิ้มแย้ม เชื้อเชิญหัวเฉียวให้นั่งลงแล้วต้อนรับด้วยการรินน้ำให้
“ชิงอวี่! เมื่อกี้ใช่คนจากตระกูลถังหรือเปล่า?” หัวเฉียวนั่งลงแล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“อืม คนจากตระกูลถังมาจริง ๆ เพิ่งกลับไป”
หานชิงอวี่พยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรมากนัก
หัวเฉียวเห็นแบบนั้นก็ยิ้มแล้วถามต่อ “แล้วพวกเขามาทำอะไรงั้นเหรอ?”
“ไม่มีเรื่องใหญ่อะไรหรอก แค่มาเตือนนิดหน่อย” หานชิงอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามกลับไป “นายมีอะไรก็พูดมาตรง ๆ เลย อย่ามัวอ้อมค้อม”
“ก็ตอนบ่ายน่ะสิ พ่อฉันไปที่ตระกูลถังมา” หัวเฉียวยิ้ม
“พ่อนายไปเหรอ?” หานชิงอวี่ได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ตอนนี้เขาเพิ่งเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“ใช่แล้ว พ่อนายบอกพ่อฉันว่าให้ดูแลนายดี ๆ อย่าให้มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น!” หัวเฉียวหัวเราะแล้วพูดต่อ “นี่ไง! คนของเราตรวจพบว่ามีคนพยายามกลั่นแกล้งนายอยู่ตลอดเวลา พอสืบดูแล้วก็พบว่าเป็นคนของตระกูลถัง พ่อฉันเลยไปเตือนพวกเขา”
“อย่างนี้นี่เอง ฉันนึกว่าเกิดอะไรขึ้น ที่แท้พวกเขาก็เริ่มลงมือแล้ว”
หานชิงอวี่พยักหน้า ก่อนจะยักไหล่แล้วพูดว่า “น่าเสียดายที่ฉันก็ยังคงถูกใส่ร้ายอยู่ดี”
“ฉันยังรู้มาอีกหนึ่งความลับด้วยนะ!”
หัวเฉียวดูเหมือนจะจับได้ว่าหานชิงอวี่กำลังคิดอะไรอยู่ จึงพูดขึ้นด้วยสีหน้าดูมีเลศนัย
“ความลับอะไรงั้นเหรอ?” หานชิงอวี่เริ่มสนใจเรื่องนี้ “บอกมาเลยนะ…”
หัวเฉียวยังคงทำท่าทางลึกลับ เขาเรียกหานชิงอวี่ให้ขยับเข้ามาใกล้
หานชิงอวี่ขยับเข้าไปใกล้ พอได้ฟังสิ่งที่หัวเฉียวพูดแล้วก็พยักหน้ารัว ๆ
“ตกลง ทำตามนี้แล้วกันนะ นายไปกับฉันหน่อย”
หลังจากหัวเฉียวพูดจบ ก็เรียกหานชิงอวี่ให้ตามเขาออกไป
หานชิงอวี่รู้สึกงงงวย แต่ก็ตามเขาออกไปจนได้
เมื่อพวกเขามาถึงหน้าบ้าน หานชิงอวี่ก็ตกตะลึงกับรถซูเปอร์คาร์คันหนึ่งที่จอดอยู่
“นายเองก็ทำงานแล้ว แต่ยังขับรถเก่า ๆ นั่นอยู่ มันดูไม่เหมาะเลย! รถคันนี้ฉันให้นาย!”
หัวเฉียวพูดพร้อมกับโยนกุญแจรถให้หานชิงอวี่
“ฉันแค่ต้องการใช้ชีวิตเรียบง่ายน่ะ ไม่ใช่ว่าฉันไม่กล้าซื้อสักหน่อย!” หานชิงอวี่รับกุญแจมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า ไปกันเถอะ! เราออกไปขับรถเล่นกัน”
หัวเฉียวไม่พูดพร่ำทำเพลง เปิดประตูรถแล้วขึ้นไปทันที
หานชิงอวี่ได้แต่ยอมตามขึ้นไปด้วยความจำใจ
“ไปกันเถอะ ไปที่คลับหรู ๆ เลย!”
หัวเฉียวทำท่าทางเป็นนาย แล้วสั่งหานชิงอวี่เหมือนเป็นคนขับรถ
“ได้ครับ คุณชายหัวของผม!”
หานชิงอวี่ไม่อิดออด รับคำแล้วขับรถพุ่งไปทันที
เมื่อพวกเขามาถึงคลับหรู หลายคนที่รู้จักหัวเฉียวต่างก็เข้ามาทักทาย
หัวเฉียวพาหานชิงอวี่เดินตรงไปยังห้องส่วนตัวของเขา ห้องส่วนตัวของหัวเฉียวอยู่ที่ชั้นบนสุดของคลับหรู และยังเป็นห้องที่หรูหราที่สุดอีกด้วย
พวกเขาเดินเข้าไปในห้อง หัวเฉียวนั่งลงบนโซฟาทันที หานชิงอวี่เองก็ไม่น้อยหน้า นั่งลงตามไปด้วย
“คุณชายหัว ไม่ได้มานานเลยนะคะ!”
เจ้าของคลับเมื่อเห็นหัวเฉียวก็ทำท่าทางตื่นเต้นเหมือนเจอพ่อบังเกิดเกล้าอย่างไรอย่างนั้น
เธอพาบรรดาสาวงามที่แต่งตัวสวยงามเข้ามาหาอย่างรีบร้อน
“ไป๋เสวี่ยไม่อยู่เหรอ?” หัวเฉียวมองหาแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขามีข้อกำหนดที่ว่า ไม่ว่าไป๋เสวี่ยจะอยู่ที่ไหน เธอก็ต้องมาคอยอยู่กับเขาที่นี่ แต่เพราะเรื่องนี้เอง ทำให้ที่นี่เคยเกิดความขัดแย้งวุ่นวายอยู่หลายครั้ง และทุกครั้งหัวเฉียวก็ชนะเสมอ
และเมื่อเวลาผ่านไป ก็ไม่มีใครกล้ารังแกไป๋เสวี่ยอีก
“เธอกำลังดื่มกับแขกอยู่ค่ะ ฉันแจ้งไปแล้ว เดี๋ยวเธอก็มาค่ะ”
เจ้าของคลับตอบด้วยรอยยิ้มเมื่อได้ยินหัวเฉียวถามถึงไป๋เสวี่ย
“บอกให้เธอรีบหน่อย อย่าชักช้า”
หัวเฉียวโบกมือให้พวกเขาไปเร่ง ก่อนจะหันไปหาหานชิงอวี่ “ชิงอวี่ ทำไมดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเลย นี่ไม่เหมือนเจ้าชายของเราเมื่อสมัยก่อนเลยนะ!”
“ก็สมัยนี้ไม่เหมือนเดิมแล้วไง คนเก่งย่อมไม่พูดถึงความกล้าหาญในอดีต!*[1]” หานชิงอวี่ส่ายหน้ายิ้ม ๆ แล้วพูดต่อ “แต่นายนี่สิ เปลี่ยนไปเยอะนะ ตอนที่ฉันพานายไปเล่นตอนนั้น นายก็เหมือนเด็กไม้ซุงคนหนึ่ง”
“เอาเถอะ พวกเราต่างก็เปลี่ยนแปลงกันไปยังไงล่ะ!” หัวเฉียวหัวเราะ แล้วเรียกพนักงานมา “เปิดไวน์ให้พวกเราหน่อย!”
พนักงานรับคำแล้วรีบเข้ามาเปิดขวดไวน์ ก่อนรินให้ทั้งสองจนเต็มแก้ว
“มา ๆ ดื่มฉลองกันหน่อย!” หัวเฉียวชูแก้วไวน์ไปทางหานชิงอวี่
“ฉลอง!”
หานชิงอวี่ชูแก้วขึ้นมาชนแก้วกับหัวเฉียว ทั้งสองดื่มกันจนหมดแก้ว
…
ที่ห้องส่วนตัวอีกห้องหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากห้องของคนทั้งสอง
ไป๋เสวี่ยกำลังอยู่กับเสวียไคเจี๋ย
“พี่เสวีย ฉันมีธุระ ต้องขอตัวก่อนนะคะ ไว้วันหลังเราค่อยดื่มกันใหม่”
ไป๋เสวี่ยได้รับการแจ้งเตือนจากเจ้าของคลับแล้ว จึงขอตัวออกไป
“วันหลังเหรอ? พี่เพิ่งมาถึงเองนะ โซฟายังไม่ทันอุ่นเลย มีธุระอะไรสำคัญนัก!”
เสวียไคเจี๋ยได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วไม่พอใจ “นั่งอยู่ที่นี่เลย ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น!”
“เอ่อ…พี่เสวียคะ ฉันจะไปหาเด็กสาวน่ารัก ๆ มาเพิ่มให้เป็นการไถ่โทษแทนนะคะ” ไป๋เสวี่ยทำหน้าอึดอัดขณะเอ่ยออกมา
“ไป๋เสวี่ย เธอรู้ไหมว่าลูกพี่ของฉันเป็นใคร? จินจือเฟิง! เคยได้ยินไหม? นั่นแหละพี่ชายฉัน!”
เสวียไคเจี๋ยรู้ว่าไป๋เสวี่ยนึกดูถูกเขา จึงเอ่ยชื่อจินจือเฟิงออกมา
“ระ…รู้ค่ะ…”
เธอได้ยินชื่อนี้ก็รู้ทันทีว่าวันนี้เจอตอแข็งเข้าแล้ว เพราะจินจือเฟิงเป็นคนที่สามารถแข่งกับหัวเฉียวได้เลย
ตอนนี้ลูกน้องของเขามาที่นี่ เธอคงต้องดูแลให้ดี
[1] สื่อถึงการไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต และมองไปข้างหน้า