ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 412 ตอบแทนความแค้นด้วยความดี
ในที่สุดหัวเฉียวก็ช้าไปหนึ่งก้าว
สุดท้ายในช่วงเวลาวิกฤต ฮั่วหัวฉวีก็สามารถฝ่าทางออกไปได้
นักข่าวที่ตามหลังมาไม่ยอมหยุด ไล่ตามเพื่อหวังจะได้ภาพอันน่าสงสารของเขา ฮั่วหัวฉวีพยายามวิ่งสุดชีวิต ตอนนี้เขาแค่อยากจะหนีออกจากที่นี่ไปให้เร็วที่สุด
เพียงแค่สามารถหนีไปได้ ในที่สุดเขาก็จะสามารถจัดการทุกอย่างให้เป็นไปตามแผนได้และหาคนมาแทนที่ จากนั้นตัวเขาก็จะปลอดภัยจากเรื่องทั้งหมดนี้
“ทำไมถึงได้จอดรถไว้ในที่จอดรถชั้นใต้ดินวะ! ถ้ารู้แบบนี้ฉันควรจะจอดรถหน้าโรงพยาบาลมันซะเลย”
ขณะที่กำลังวิ่งหนี เขาก็ยังคงรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้าไว้ดีกว่านี้
ก่อนหน้านี้เขามั่นใจว่าจะชนะ จึงไม่ได้คิดแผนไว้ว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าอับอายเช่นนี้
แต่โชคดีที่เขาเจอรถของเขาในไม่ช้า
“รีบขับไป! เร็วเข้า อย่าให้ใครตามเรามาได้”
คนขับมีสีหน้างง แต่ก็รู้สึกถึงความไม่ปกติและรีบสตาร์ตรถทันทีเพื่อเร่งออกจากลานจอดรถชั้นใต้ดิน
เมื่อขึ้นรถมาได้แล้ว ฮั่วหัวฉวีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่โชคร้ายที่เขายังไม่ได้ดีใจได้นานนัก รถของเขาเพิ่งขับออกมาได้ไม่เท่าไหร่ ก็ถูกขวางทางไว้ด้วยรถอีกหลายคันที่โผล่ออกมาจากทั้งสองด้าน
“เกิดอะไรขึ้น? ฉันไม่ได้สั่งให้จอดไม่ใช่เหรอวะ!?”
“เจ้านายครับ มีคนขวางทางเราข้างหน้า”
ฮั่วหัวฉวียังไม่ทันได้ตั้งสติ รถที่เขานั่งอยู่ก็ถูกเปิดประตูจากด้านนอก เขาพยายามจะล็อกประตูด้วยความตกใจ แต่ก็สายเกินไปแล้ว
“ยังไม่รีบลงมาจากรถอีกหรือไง!”
คนคนนั้นคว้าหัวเขาไว้แล้วกระชากตัวออกจากรถทันที ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่มีโอกาสได้ต่อต้านเลยแม้แต่น้อย
พยายามดิ้นรนอย่างไรก็ไร้ประโยชน์ พละกำลังของฝ่ายตรงข้ามนั้นมหาศาล มือใหญ่จับหัวเขาไว้แน่นเหมือนคีมเหล็ก ทำให้เขาขยับไปไหนไม่ได้
“ปล่อยฉันนะ! พวกคุณทำแบบนี้ผิดมันกฎหมายนะ!”
“เราคุยกันได้ เรื่องนี้ผมจะชดเชยให้ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียประโยชน์อะไรเลย”
ฮั่วหัวฉวีเริ่มกลัวขึ้นมา ตอนที่หนีออกมาเมื่อครู่ยังพูดจาหยาบคายอยู่เลย
คนอย่างเขาจะเข้าใจความผิดของตัวเองได้ก็ต่อเมื่อถูกต้อนให้จนมุม
เมื่อมองไปรอบ ๆ และเห็นคนที่ล้อมรอบตัวเองอยู่ ฮั่วหัวฉวีก็เข้าใจความจริงหนึ่งอย่างว่า การออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“ปล่อยผมไปเถอะ คุณต้องการเงินหรืออะไร ผมให้ได้ทั้งนั้น”
“ถ้าคุณปล่อยผมไป ผมจะให้เงินคุณหนึ่งล้าน ไม่สิ สามล้านไปเลย!”
“ใครต้องการเงินสกปรกของนาย? หุบปากแล้วอยู่นิ่ง ๆ จะดีกว่า”
คนเหล่านี้ทั้งหมดเป็นคนที่หัวเฉียวพามา ไม่นานนักหัวเฉียวก็เดินออกมาจากด้านหลังกลุ่มคน
“โอ้โห ฮั่วหัวฉวี ทำไมถึงนอนหมอบอยู่กับพื้นเหมือนหมาตายเลยล่ะ ไหนล่ะความกร่างของแกเมื่อกี้นี้?”
ฮั่วหัวฉวีพยายามเข้าไปอ้อนวอนขอโทษ แต่ก่อนที่จะทำอะไรได้ คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็บีบคอเขาไว้ ไม่ให้เขาเข้าไปใกล้
“บอกฉันมาซิว่าใครอยู่เบื้องหลัง ใครมันสั่งให้แกมาวางแผนร้ายกับพี่น้องของฉัน? ฉันอาจจะปล่อยแกไปก็ได้ แต่เงื่อนไขคือแกต้องให้ความร่วมมืออย่างซื่อสัตย์”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮั่วหัวฉวีก็รีบปฏิเสธทันที
“คุณเข้าใจผิดแล้ว ไม่มีใครสั่งให้ผม ผมทำไปเพื่อแก้แค้นเขาเอง”
“นี่เป็นเรื่องระหว่างเราเท่านั้น ไม่มีคนอื่นมาเกี่ยวข้อง”
เห็นได้ชัดว่าคำตอบของเขาทำให้หัวเฉียวไม่พอใจมาก
หัวเฉียวส่ายหน้า จากนั้นก็สั่งคนที่อยู่ข้าง ๆ ว่า “เอาแค่ให้มันยังหายใจได้ก็พอ”
พอเห็นว่าคนอื่นจะลงมือ ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ฮั่วหัวฉวีจึงยอมอ่อนข้อเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนทำร้าย
เขารู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถปิดปากแน่นได้ตลอดไป ไม่อาจทนได้อีกนาน ถ้าให้ฝ่ายตรงข้ามดูถูกและทุบตีเขาก่อนจะเปิดเผยข้อมูล มันก็ไม่คุ้มกับความเจ็บปวดนั้น สู้บอกความจริงตอนนี้เลยดีกว่า
“ก็ได้ ผมจะบอกทุกอย่างที่รู้ให้ก็ได้”
“แต่คุณต้องสัญญาว่าถ้าผมบอกข้อมูลนี้แล้ว คุณจะปล่อยผมไปทันที”
หัวเฉียวไม่ได้ตอบอะไร
แต่มีลูกน้องคนหนึ่งของเขาตอบแทนว่า “รู้สถานะตัวเองด้วย อย่ามาต่อรองกับคุณหัว”
“ก็ได้ ๆ ผมรู้แค่ว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นคนจากบริษัทใหญ่ในเมืองหลวง มีอำนาจทำให้ผมหายไปได้ในเวลาอันสั้น แต่ผมก็ไม่รู้รายละเอียดตัวตนของเขาเลย”
“เขาเริ่มจากการขู่บังคับ แล้วสุดท้ายก็มอบผลประโยชน์ที่ผมปฏิเสธไม่ได้มาให้ สั่งให้ผมจัดการกับหานชิงอวี่”
“ผมจึงต้องยอมรับ และเขาบอกว่าจะช่วยผมแก้ปัญหาเองหากมีปัญหาเกิดขึ้น”
ในที่สุดก็มีข้อมูลบางอย่างหลุดออกมา
หัวเฉียวถามต่อไปว่า “พวกแกติดต่อกันยังไง?”
“ติดต่อผ่านโทรศัพท์ เบอร์ก็อยู่ในมือถือของผม”
เมื่อเปิดเผยความจริงให้หัวเฉียวรู้แล้ว ฮั่วหัวฉวีก็ไม่มีอะไรจะปิดบังอีกต่อไป จึงส่งหมายเลขโทรศัพท์ของอีกฝ่ายให้ทันที
หัวเฉียวโทรไปหาหมายเลขลึกลับนั้นต่อหน้าทุกคน
ทว่าปลายสายไม่มีใครรับสาย
หลังจากวางสายแล้ว เขาก็ลองโทรอีกครั้ง ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม
สถานการณ์นี้ทำให้หัวเฉียวสีหน้าไม่ดีขึ้นมาทันที ฮั่วหัวฉวีกล้าเล่นตลกกับเขาในสถานการณ์นี้งั้นเหรอ
“อยากตายหรือไง? งั้นจัดการมันให้หนักเลย!”
ฮั่วหัวฉวียังไม่มีโอกาสได้อธิบาย เขาก็ถูกซ้อมจนต้องก้มตัวกุมหัวราวกับหมาที่กำลังหมอบ
ดูน่าสมเพชมาก หนีก็ไม่พ้น ต้องใช้มือป้องกันตัวเองไว้เท่านั้น
หลังจากระบายอารมณ์เสร็จ หัวเฉียวก็พาคนของเขาออกไป
…
อีกด้านหนึ่ง ขณะที่เสิ่นเล่อเล่อกำลังไปตรวจผู้ป่วยก็พบกับหานชิงอวี่พอดี
“ชิงอวี่ คณบดีไม่ได้บอกให้นายพักผ่อนหรือไง ทำไมถึงยังมาทำงานอีก? ปล่อยให้พวกเราจัดการเองเถอะ นายน่ะพักผ่อนให้ดี อย่าเหนื่อยเกินไป”
“ผมตั้งใจจะไปเยี่ยมผู้ป่วยที่เกิดภาวะอวัยวะเสื่อม พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ แค่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเท่านั้น”
เสิ่นเล่อเล่อรู้ตัวดีว่าเธอเองไม่สามารถทำได้ขนาดนั้น
ชั่วขณะนั้น เธอรู้สึกว่าหานชิงอวี่ดูโตขึ้นมาก
เธอตามหานชิงอวี่เข้าไปในห้องผู้ป่วยด้วยกัน
ทันทีที่เข้าห้อง ญาติของผู้ป่วยก็รีบคุกเข่ายื่นเงินให้หานชิงอวี่
พวกเขาถึงขั้นตบหน้าตัวเองสองครั้งต่อหน้าทุกคน
“คุณหมอหาน ผมมันสารเลวจริง ๆ ได้โปรดอย่าโกรธผมเลยนะ ผมขอโทษจากใจจริง”
หานชิงอวี่รีบพยุงอีกฝ่ายขึ้นจากพื้น ความจริงแล้วญาติผู้ป่วยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้ป่วยไม่ได้บอกความจริงกับพวกเขา แค่เอาเงินกลับบ้านไปหนึ่งแสนหยวน
“เรื่องมันผ่านไปแล้ว อย่าคิดมาก ผมไม่โกรธพวกคุณ เพราะผมรู้ว่าพวกคุณก็ไม่มีทางเลือก”
มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เงินหนึ่งแสนหยวนยังไม่พอจ่ายค่าห้องไอซียูสี่วันเลยด้วยซ้ำ
ครอบครัวของพวกเขารู้สึกโศกเศร้าอย่างมาก
หานชิงอวี่เองก็ดูจะเศร้าใจไปด้วย
“เอาแบบนี้นะ พวกคุณก็เป็นเหยื่อของเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษา ผมจะจัดการเอง”
“ให้ผู้ป่วยรักษาตัวอย่างสบายใจเถอะ และให้ญาติ ๆ ดูแลอย่างดี เพื่อให้หายป่วยโดยเร็วที่สุด”
พวกเขาแทบไม่เชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริง ได้แต่ตะลึงงันอยู่สักพักก่อนจะรู้ตัว
ญาติผู้ป่วยคนหนึ่งคุกเข่าลงอีกครั้ง หานชิงอวี่ต้องพยายามดึงพวกเขาขึ้นมาอีกครั้ง
และฉากนี้ได้ถูกบันทึกไว้ด้วยโทรศัพท์ของเสิ่นเล่อเล่อที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
แม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ชื่อเสียงของหานชิงอวี่ก็ยังคงได้รับผลกระทบไปด้วย
ทว่าคลิปวิดีโอนี้จะช่วยให้ผู้คนมองหานชิงอวี่ในมุมใหม่อีกครั้ง