ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 414 ตัวตนของผู้อยู่เบื้องหลัง
หลังจากเข้าห้องมาแล้ว หยางเสวี่ยหนีก็รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล
เธอไม่เคยคิดว่าฮั่วหัวฉวีจะกล้าลงมือกับเธอ จึงไม่มีการป้องกันตัวใด ๆ เลย
ประตูถูกล็อกแล้ว การที่จะหนีออกไปจากที่นี่คงเป็นเรื่องที่ยากมาก
“นายอยากตายหรือไง? ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ ถ้าปล่อยตอนนี้ฉันจะไม่เอาเรื่องนาย”
ในขณะนั้นเอง เสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นมาจากข้าง ๆ
“มาถึงที่นี่แล้ว เธอยังอยากจะออกไปอีกเหรอ”
หานชิงอวี่และหัวเฉียวเดินออกมาจากห้องข้าง ๆ
เมื่อหยางเสวี่ยหนีเห็นหานชิงอวี่ ใบหน้าของเธอถึงกับเปลี่ยนสีไปอย่างชัดเจน ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
เธอหันไปมองฮั่วหัวฉวีอย่างรวดเร็ว
“นี่นายกล้าทรยศเจ้านายเหรอ? นายรู้ไหมว่านายกำลังทำอะไรอยู่? เจ้านายไม่ปล่อยนายไปแน่ นายจะต้องชดใช้เพราะการกระทำของนาย”
ฮั่วหัวฉวีก้มหน้าไม่กล้าตอบ เขารู้ดีว่าเขากำลังทำอะไร
แต่เขาถูกบีบให้ทำ หากเขาไม่พาเธอมาที่นี่ คนที่จะต้องเจ็บปวดก็คือตัวเขาเอง นอกจากยอมแพ้แล้ว เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
“คนที่อยู่เบื้องหลังเธอคือใคร? บอกตัวตนของเขามาซะ แล้วฉันจะปล่อยให้เธอออกไปอย่างปลอดภัย มิฉะนั้นวันนี้เธอจะไม่สามารถออกจากประตูนี้ไปได้ง่าย ๆ”
หยางเสวี่ยหนีพยายามสงบสติอารมณ์หลังจากเกิดความตื่นตระหนกแรกเริ่ม
เธอมองหานชิงอวี่ด้วยสายตาเย้ยหยัน
“หึ คิดว่าฉันจะทรยศเจ้านายเหมือนไอ้ฮั่วหัวฉวีที่ขี้ขลาดนั่นน่ะเหรอ ฝันไปเถอะ ฉันบอกนายไว้เลยนะว่าอย่าได้อวดดีเกินไป อีกไม่นานนายจะต้องยอมปล่อยฉันกลับไปแน่”
หานชิงอวี่ไม่สนใจคำขู่ของเธอ
เพราะสุดท้ายไม่ว่าใครที่คิดจะมีปัญหากับเขา พวกมันจะต้องได้รับผลกรรมอย่างสาสม
เขาพยายามเดินเข้าไปใกล้หยางเสวี่ยหนี แต่อีกฝ่ายกลับแสร้งล้มลงไปกองอยู่ตรงประตู
“ฉันกำลังจะโดนข่มขืนค่ะ! มีใครช่วยฉันได้บ้าง ช่วยด้วยค่ะ!”
“หุบปากนะ นังสารเลว!”
หัวเฉียวก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ใช้สันมือฟาดเข้าที่คอของเธอ
หยางเสวี่ยหนีหมดสติไปทันที
“ฉันว่าพวกเราพาตัวยัยนี่ไปก่อนดีกว่า เรื่องการสอบสวนค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้เราได้ตัวเธอมาแล้ว เดี๋ยวเราเค้นเอาความจริงจากปากเธอก็ได้”
หานชิงอวี่พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของหัวเฉียว
ในขณะนั้นเอง ฮั่วหัวฉวีก็ค่อย ๆ พูดขึ้นมาอย่างระแวดระวัง
“ตอนนี้ผมออกไปได้หรือยังครับ? สิ่งที่พวกคุณบอกมา ผมก็ทำตามหมดแล้ว”
“ถึงแม้ว่านายจะทำตาม แต่ถ้านายกล้าทำอะไรลับหลังละก็ ฉันจะหักขานาย จำไว้ว่าถ้ากล้าคิดจะต่อกรกับเพื่อนฉันอีกครั้ง ฉันจะจัดการนายด้วยตัวเอง”
“ไม่กล้าครับ ไม่กล้าแน่นอน พวกคุณวางใจได้ ต่อไปนี้ผมไม่กล้าหาเรื่องพวกคุณอีกแล้ว แม้แต่เจอกันบนถนน ผมก็จะหลีกทางให้”
ฮั่วหัวฉวีถูกคนของหัวเฉียวพาตัวกลับไปทรมานทั้งคืน
เขาไม่มีความกล้าจะหาเรื่องหานชิงอวี่อีกต่อไป บทเรียนที่เจ็บปวดในครั้งนี้ มันจะทำให้เขากลายเป็นคนว่าง่ายทำตัวเรียบร้อยขึ้นมาแน่นอน
“ไม่กล้าก็ดี ไสหัวไปได้แล้ว!”
ฮั่วหัวฉวีคลานออกจากห้องไปโดยไม่หันหลังกลับ ดูเหมือนว่าหัวเฉียวจะทำให้เขากลัวจนฝังลึก
…
ที่ปักกิ่ง บ้านตระกูลโจว
โจวเวยกำลังจัดการเรื่องธุรกิจของบริษัท
ทันใดนั้น ก็มีคนวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ ทำให้คิ้วของเขาขมวดขึ้นเล็กน้อย
“หยุดเดี๋ยวนี้ ทำตัวลุกลี้ลุกลนแบบนี้เป็นอะไรกัน”
“คุณชายครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ คนของเราเพิ่งส่งข่าวกลับมา ฮั่วหัวฉวีทำแผนทั้งหมดพัง ไม่เพียงแต่ไม่ได้จัดการหานชิงอวี่ แต่ยังติดกับดักเองอีก”
คนของเขารายงานสถานการณ์ที่เมืองจินให้โจวเวยฟังอย่างละเอียด
ตอนแรกโจวเวยยังคงสงบอยู่ แต่เมื่อฟังจบ สีหน้าของเขาก็ยิ่งเคร่งเครียดขึ้น
“ไอ้ฮั่วหัวฉวีนี่มันไร้ประโยชน์จริง ๆ”
“หมาตัวนี้แค่ดูดีแต่ทำงานไม่เป็น ฉันนึกว่ามันจะทำงานนี้ได้สำเร็จเสียอีก”
คนของเขาถามอย่างระมัดระวัง “จะให้เราจัดคนไปช่วยเขาออกมาจากมือหานชิงอวี่ไหมครับ?”
“แค่หมาตัวเดียว ไม่ต้องไปสนใจชีวิตมันหรอก”
“บอกให้หยางเสวี่ยหนีกลับมาเร็ว ๆ ฉันจะหาทางแก้ปัญหาเรื่องหานชิงอวี่เอง ฮั่วหัวฉวีน่ะไม่สำคัญหรอก”
เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ โจวเวยก็หันไปมองข้าง ๆ
“ตอนนี้ติดต่อคุณหยางไม่ได้แล้วครับ ผมสงสัยว่าเธออาจจะเจออันตรายอยู่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของโจวเวยก็เปลี่ยนไปทันที
ฮั่วหัวฉวีไม่สำคัญเพราะหมอนั่นไม่มีข้อมูลสำคัญอยู่ในมือ ต่อให้หมอนั่นจะถูกจับไป ก็จะไม่ส่งผลกระทบร้ายแรงสำหรับเขา
ไม่ว่าหานชิงอวี่จะสอบสวนอย่างไร ก็จะไม่ได้ข้อมูลสำคัญอะไรมากนัก
แต่หยางเสวี่ยหนีไม่เหมือนกัน เธอเป็นคนสนิทของเขาเอง ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ส่งเธอไปจัดการกับหานชิงอวี่ด้วยตัวเอง
“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ ๆ ถึงเป็นแบบนี้ไปได้?”
“ผมเองก็ไม่ทราบรายละเอียดที่นั่นเหมือนกันครับ แต่ว่าก็ได้จัดคนไปสืบสวนแล้ว”
โจวเวยโกรธจัดจนปัดทุกอย่างบนโต๊ะลงพื้นเสียงดังสนั่น
หานชิงอวี่ต้องรู้บางอย่างแล้วแน่ ๆ และหยางเสวี่ยหนีคงตกอยู่ในมือของฝ่ายนั้น ไม่เช่นนั้นเธอคงตอบกลับมาแล้ว
“พอเถอะ เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ต่อให้โกรธแค่ไหนก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ถ้าต้องสู้กับฝ่ายนั้นก็สู้ไป ไม่เป็นไร”
ตระกูลโจวและตระกูลหานเป็นสองผู้มีอิทธิพลใหญ่ในปักกิ่ง ทั้งสองตระกูลมีความแค้นต่อกันมายาวนาน
พวกเขาต้องการตัดสินแพ้ชนะ และในรุ่นของพวกเขา การตัดสินนี้ได้ดำเนินมาถึงแล้ว
โจวเวยรู้ดีว่าคู่ต่อสู้ที่แท้จริงของเขามีเพียงหานชิงอวี่คนเดียวเท่านั้น
เป้าหมายของเขามีเพียงอย่างเดียว นั่นคือทำให้ชื่อเสียงหานชิงอวี่พังพินาศในเมืองจิน
ตราบใดที่เขายังทำลายหานชิงอวี่ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝ่ายนั้นเป็นเพียงผู้แพ้อยู่ในกำมือของเขา ต่อให้หานชิงอวี่จะได้รับสืบทอดธุรกิจของครอบครัวในอนาคต ก็จะไม่สามารถเป็นภัยคุกคามต่อเขาได้
นี่คือความตั้งใจที่แท้จริงของโจวเวย แต่เขาไม่คิดว่าลูกน้องจะทำงานพลาด
“ช่วงนี้กานซีหัวเป็นอย่างไรบ้าง? หมอนั่นก็เป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งเหมือนกัน”
นั่นเพราะเขาไม่เคยเอาไข่ทั้งหมดใส่ไว้ในตะกร้าเดียว*[1]
เมื่อเส้นทางนี้ล้มเหลว เขาก็ต้องพยายามหาทางอื่น
“ครั้งล่าสุดที่เขาติดต่อผมมา เขาบอกว่ากำลังประจบตระกูลหู แต่ยังไม่ทราบว่ามีความคืบหน้าอะไรหรือไม่ ผมไม่ได้รับการตอบกลับจากเขามานานแล้ว”
“ตอนนี้พยายามติดต่อเขา หาให้เจอว่าเขาอยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไร!”
โจวเวยรู้สึกหงุดหงิด คนของเขาไม่มีใครที่ทำงานได้ดีเลยสักคน แต่ละคนทำให้เขาไม่มั่นใจอะไรทั้งนั้น
และตอนนี้กานซีหัวยังคงไม่รับสาย
“พอกันที! ไอ้พวกไร้ประโยชน์ ฉันเลี้ยงพวกแกไว้ทำไมกัน สู้เลี้ยงหมาก็ไม่ได้ อย่างน้อยเจอศัตรูมันก็ยังเห่า”
“ตอนนี้ไปจัดเตรียมรถให้ฉันซะ ฉันจะไปเมืองจินเอง”
“ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าหานชิงอวี่มีสามหัวหกแขน*[2] หรืออย่างไร ถึงไม่มีใครจัดการมันได้เลย”
เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว โจวเวยจึงตัดสินใจไปเมืองจินด้วยตัวเอง
เขารู้ว่าหากเขาไม่ลงมือเองและใช้เพียงคนของเขา สุดท้ายแล้วก็ยากที่จะทำให้สำเร็จได้ มีบางเรื่องที่เขาต้องจัดการด้วยตัวเองจึงจะมั่นใจ
ทางด้านหานชิงอวี่ไม่รู้เรื่องนี้เลย
แต่ถึงเขาจะรู้ ก็อาจจะไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ
เพราะเขาเองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับโจวเวยสักเท่าไหร่
[1] เอาไข่ใส่ในตะกร้าเดียว (鸡蛋放在一个篮子里) หมายถึง การนำทรัพยากรหรือโอกาสทั้งหมดไปเสี่ยงไว้ในที่เดียว ซึ่งมีความเสี่ยงสูง
[2] สามหัวหกแขน (三头六臂) หมายถึง คนที่มีความเก่งกาจ มีความสามารถเหนือคนทั่วไป หรือเก่งเหนือมนุษย์