ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 428 เนื้องอกในหัวใจ
บทที่ 428 เนื้องอกในหัวใจ
“สวัสดีครับ ผมกำลังจะออกเดินทางแล้ว ตอนนี้นั่งรถบัสไปสนามบินอยู่”
หลังจากรับสาย หานชิงอวี่ก็เล่าสถานการณ์คร่าว ๆ ให้อีกฝ่ายฟัง
เขารับรู้ได้ทันทีว่าเสียงของไป๋ปิงดูผิดปกติไปเล็กน้อย น้ำเสียงที่พูดนั้นไม่เหมือนเดิม ทำให้เขาสันนิษฐานว่าน่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับไป๋ปิง
“เกิดอะไรขึ้น? ที่บ้านมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?”
ไป๋ปิงไม่ได้ปิดบังอะไรกับแฟนหนุ่มของเธอเลย เธอเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่บ้านให้ฟังอย่างละเอียด
ไม่มีการปิดบังแม้แต่น้อย รวมถึงแผนการที่ดูเหลือเชื่อของไป๋เหมา
หานชิงอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย หากไม่ใช่เพราะเขาต้องเดินทางไปเฉิงตูในตอนนี้ เขาคงจะไปที่เมืองหลวงเพื่ออยู่เคียงข้างไป๋ปิงและช่วยเธอแก้ปัญหานี้
แต่ตอนนี้เขาเองก็มีเรื่องสำคัญในมือที่ไม่สามารถละทิ้งได้
“อย่ากังวลไปเลยครับ บริษัทแค่มีปัญหาขาดทุนเล็กน้อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร อย่ากดดันตัวเองเลย เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ผมจะจัดการให้เอง ถ้าจำเป็นต้องช่วยเหลือในการเติมเต็มช่องโหว่ก็ไม่ใช่ปัญหาเลย”
ไป๋ปิงรู้สึกซาบซึ้ง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยเฉพาะเมื่อการขาดทุนนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ
แต่หานชิงอวี่กลับไม่มีความลังเลใด ๆ หลังจากที่ได้ยินเรื่องนี้ เขาสัญญาที่จะช่วยเหลือทันที
“เมื่อไหร่คุณจะกลับมาที่เมืองหลวง? ฉันคงต้องอยู่ที่เมืองหลวงสักพัก รอจนกว่าจะแก้ไขปัญหาที่บ้านเสร็จแล้วค่อยกลับไปที่โรงพยาบาล”
“ตอนนี้คงกลับไปไม่ได้ครับ ต้องรอให้ภารกิจในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวเสร็จสิ้นลงก่อน แล้วผมจะรีบกลับไปที่เมืองหลวงทันที”
ทั้งสองคุยกันอีกสักพัก จนไม่รู้ตัวว่ามาถึงสนามบินแล้ว
หานชิงอวี่ได้ยินเสียงประกาศเตือนให้ขึ้นเครื่องจากลำโพงใกล้ ๆ
“ผมต้องขึ้นเครื่องแล้ว เดี๋ยวลงถึงที่หมายแล้วจะติดต่อไป คุณอยู่ที่เมืองหลวงก็ระวังตัวด้วยนะ เรื่องของบริษัท รอผมกลับมาแล้วค่อยช่วยกันแก้ปัญหา”
“ได้ คุณเองก็เหมือนกันนะ ถึงที่หมายแล้วก็ระวังตัวให้ดี อย่าให้ตัวเองตกอยู่ในอันตราย ต้องมั่นใจว่าตัวเองปลอดภัยก่อนถึงจะช่วยคนอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
หานชิงอวี่พยักหน้ารับ จากนั้นก็วางสายไป
สี่ชั่วโมงต่อมา เครื่องบินก็มาลงจอดที่เฉิงตู
ที่สนามบินมีเจ้าหน้าที่มารอรับอยู่แล้ว ส่วนใหญ่คนที่มาที่นี่ล้วนเป็นผู้ที่มาด้วยเครื่องบินพิเศษเพื่อการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จากโรงพยาบาลต่าง ๆ หรือสิ่งของบรรเทาทุกข์จากองค์กรและบริษัทต่าง ๆ
“ขอโทษด้วยครับทุกท่าน เวลาเราค่อนข้างจำกัด ตอนนี้อาจไม่มีเวลาให้พักผ่อน ผมจำเป็นต้องพาพวกคุณไปที่โรงพยาบาลเคลื่อนที่ทางอากาศทันที”
ผู้รับผิดชอบมองมายังทุกคนด้วยความรู้สึกผิด โชคดีที่ไม่มีใครแสดงความไม่พอใจ ทุกคนเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี
“ไม่ต้องห่วงพวกเราหรอก พวกเราไม่ใช่คนเรื่องมาก ทุกคนมากันเพื่อช่วยชีวิต แน่นอนว่าเราควรรีบไปที่โรงพยาบาลทันที”
ไม่นานนัก ทั้งสองฝ่ายก็ทำการส่งมอบและรับงานกันเสร็จเรียบร้อย ทางโรงพยาบาลมีหมอหวังซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโรงพยาบาลเคลื่อนที่ทางอากาศ มาคอยต้อนรับพวกเขา
หวังฮ่าวเป็นคณบดีโรงพยาบาลเฉิงตู แสดงให้เห็นว่าทางการเฉิงตูให้ความสำคัญกับโรงพยาบาลที่มาช่วยเหลือพวกเขาเป็นอย่างมาก
ทันทีที่รถบัสมาถึงจุดหมาย หานชิงอวี่ก็ได้เห็นถึงความโหดร้ายของแผ่นดินไหว ทุกพื้นที่มีซากปรักหักพังเต็มไปหมด
พวกเขานั่งอยู่ในรถยังสามารถได้ยินเสียงร้องไห้จากภายนอก และเห็นภาพคนในชุดทหารวิ่งไปมาอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ในยามที่เผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ พลังของมนุษย์ก็ดูเล็กน้อยจนแทบจะไม่มีความหมาย
สถานการณ์นี้ยิ่งทำให้เขารู้สึกห่วงใยผู้ป่วยในพื้นที่ประสบภัยมากขึ้น
ภัยพิบัติใหญ่ขนาดนี้ ความสูญเสียย่อมไม่ใช่เรื่องเล็ก และก็เป็นจริงตามคาด ภายในโรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วยมากมาย
แม้แต่ข้างนอกก็ยังมีผู้ป่วยหลายคนที่รอต่อแถวอยู่ในเต็นท์
“ทุกท่านครับ สถานการณ์เร่งด่วน หากมีการต้อนรับที่ไม่สมควรก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย”
“ท่านคณบดีหวัง พูดอะไรกัน พวกเรารู้ดีถึงสถานการณ์ในเฉิงตูดี เราควรรีบเข้าร่วมการช่วยเหลือจะดีกว่า พวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อพักผ่อน”
ทุกคนต่างก็แสดงความพร้อม และทันทีที่พวกเขาพูดจบ พยาบาลคนหนึ่งก็วิ่งออกมาจากห้องผู้ป่วยด้วยความเร่งรีบ
“คณบดีหวัง เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ รีบไปดูคนไข้ที่เพิ่งส่งเข้าไปในห้องฉุกเฉินเถอะค่ะ ร่างกายเขาเกิดอาการเลือดออกมากกะทันหัน อันตรายมากเลยค่ะ”
หวังฮ่าวไม่รอช้า เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาก็รีบวางงานที่ทำอยู่ทันที และรีบวิ่งไปยังห้องฉุกเฉิน
หานชิงอวี่เห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็ไม่รอช้าเช่นกัน เขารีบตามหวังฮ่าวไปยังหน้าห้องฉุกเฉินทันที
แม้ว่าโรงพยาบาลเคลื่อนที่ทางอากาศนี้จะเพิ่งถูกสร้างขึ้นได้ไม่กี่วัน แต่ก็มีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน
ที่ด้านนอกห้องฉุกเฉินมีหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ พวกเขายืนอยู่ข้างหน้าต่างสามารถมองเห็นสถานการณ์ในห้องผ่าตัดได้
หวังฮ่าวรีบสวมชุดผ่าตัดและเข้าไปในห้องผ่าตัดทันที ขณะนี้ค่าความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด*[1] ของคนไข้ลดลงอย่างต่อเนื่อง และกำลังเข้าสู่จุดอันตราย
ทุกคนช่วยกันย้ายคนไข้ขึ้นบนเตียงผ่าตัด
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ศัลยแพทย์หลักอยู่ไหน ทำไมถึงเป็นแบบนี้? ตอนที่คนไข้ถูกส่งเข้ามา สภาพร่างกายยังคงเสถียรดีอยู่ ทำไมตอนนี้ถึงเกิดอาการเลือดออกมากแบบนี้?”
ถึงแม้ว่าห้องผ่าตัดจะดูเหมือนมีอุปกรณ์ครบครัน แต่ความจริงแล้วยังขาดเครื่องมือขนาดใหญ่บางอย่างอยู่
การขนส่งและติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมีข้อจำกัดในด้านสภาพแวดล้อม
“พวกคุณสองคนมาช่วยผมตรวจจุดที่คนไข้มีเลือดออกหน่อย”
หานชิงอวี่ที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้เล็กน้อย จนสามารถใช้ทักษะในการตรวจร่างกายได้
“ในหัวใจของคนไข้มีเนื้องอกอยู่ นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้เกิดการตกเลือดอย่างรุนแรงภายในตัวคนไข้”
ก่อนหน้านี้ตอนทำการผ่าตัด ศัลยแพทย์หลักคงไม่ได้สังเกตถึงเรื่องนี้
สาเหตุที่คนไข้ถูกส่งเข้ามาคือช่วงแผ่นดินไหว มีกระจกแผ่นหนึ่งแทงเข้าไปในหัวใจ
ศัลยแพทย์หลักได้ดึงกระจกออกมาโดยตรง ทำให้ช่องว่างระหว่างห้องหัวใจขยายขึ้น เนื้องอกที่มีอยู่จึงขยายตัวขึ้น และไม่สามารถทนต่อความดันในเลือดได้ สุดท้ายจึงเกิดการตกเลือดอย่างรุนแรง
ที่นี่ไม่มีอุปกรณ์ตรวจสอบที่ครบครัน การจะค้นพบจุดนี้เป็นเรื่องยากมาก ยกเว้นแต่แพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงในด้านนี้
ศัลยแพทย์หลักของที่นี่ยังอายุน้อย ประสบการณ์ยังไม่มากพอ จึงไม่สามารถสังเกตเห็นได้
หานชิงอวี่ไม่อยากเสียเวลา จึงบอกข้อสันนิษฐานของเขาผ่านกระจกให้ทุกคนในห้องฟัง
คำพูดของเขาทำให้ทุกคนหันมาสนใจทันที
อย่างไรก็ตาม ทุกคนยังคงมีความลังเล เพราะคำพูดของหานชิงอวี่ฟังดูเหมือนเป็นเพียงการคาดเดา พวกเขาจึงไม่กล้าตัดสินใจอย่างแน่ชัด เพราะหากคาดเดาผิดพลาด ใครจะรับผิดชอบผลที่ตามมาได้?
นี่เป็นชีวิตของคนคนหนึ่ง
“เหลวไหล คุณยังไม่ได้สัมผัสร่างกายของคนไข้เลย จะทำการวินิจฉัยได้ยังไง? คนที่เพิ่งผ่าตัดคนไข้คือตัวผมเอง ผมไม่พบเนื้องอกใด ๆ ในหัวใจของเขาเลย”
“เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในสถานการณ์แบบนี้ คำคาดเดาต่าง ๆ ควรเก็บไว้ดีกว่าจะมาทำให้เสียหน้ากันเปล่า ๆ” ศัลยแพทย์หลักตอบกลับมา เขารู้สึกว่าหานชิงอวี่กำลังท้าทายความสามารถของเขา
เขาไม่เชื่อว่าจะมีใครสามารถมองแค่เพียงแวบเดียวแล้วบอกได้ว่าปัญหาของคนไข้อยู่ที่ไหน
หากเป็นจริงดังนั้น มันคงเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อและน่าตกตะลึงเป็นอย่างมาก
[1] ค่าความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด (Oxygen Saturation) (SpO2) เป็นค่าที่บ่งบอกถึงปริมาณออกซิเจนที่มีอยู่ในเลือดของเรา โดยแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ของฮีโมโกลบินที่จับกับออกซิเจนในเลือดแดงทั้งหมด ค่า SpO2 ปกติสำหรับคนทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 95-100% แต่หากค่าต่ำกว่า 90% ถือว่าเป็นภาวะที่น่าเป็นห่วงและควรได้รับการรักษาทันที