ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 430 หรือว่าพวกเขามีแผนอื่นอีก
บทที่ 430 หรือว่าพวกเขามีแผนอื่นอีก
บทที่ 430 หรือว่าพวกเขามีแผนอื่นอีก?
“เพื่อนฉันบอกว่า หลังจากแผ่นดินไหวจบลง การสร้างโรงพยาบาลเคลื่อนที่ทางอากาศและการจัดหาอุปกรณ์ทั้งหมดเป็นการบริจาคของคนคนเดียว ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถทำได้เร็วขนาดนี้”
“รวยจริง ๆ นะ โรงพยาบาลใหญ่ขนาดนี้จากที่ไม่มีอะไรเลย และใช้เวลาแค่สัปดาห์เดียว แถมยังมีอุปกรณ์ทางการแพทย์มากมาย ฉันคิดว่าอย่างน้อยต้องใช้เงินถึงสองพันล้านหยวน”
เสิ่นเล่อเล่อเล่าออกมาด้วยความทึ่ง คนธรรมดาคงไม่มีทางทำได้ขนาดนี้
แต่หานชิงอวี่ดูเหมือนจะไม่สนใจเรื่องที่เธอพูดเลย
“แล้วไง? คุณมาบอกผมทำไม? ผมไม่ได้อยากสนใจเรื่องพวกนี้ การบริจาคเป็นเรื่องของคนอื่น มันไม่เกี่ยวอะไรกับเรา”
ขณะนั้นเอง เสิ่นเล่อเล่อก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้หานชิงอวี่ด้วยความสงสัย
“นายไม่สนใจเลยจริง ๆ งั้นเหรอ? แต่ฉันได้ยินมาว่า เจ้าของที่บริจาคโรงพยาบาลนี้แซ่หานนะ”
เธอกำลังลองเชิงหานชิงอวี่ เพราะเธอรู้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับภูมิหลังของเขา เธอเดาว่าเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับครอบครัวของหานชิงอวี่
แต่สิ่งที่เธอไม่เข้าใจก็คือ ทำไมตระกูลหานถึงเลือกที่จะปิดเงียบขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่พวกเขาบริจาคของมากมาย แต่กลับไม่มีข่าวสารหรือการปรากฏตัวในสื่อเลย ต่างจากบริษัทอื่น ๆ ที่บริจาคของเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็พยายามทำให้เป็นข่าวใหญ่โต
การบริจาคของพวกเขาเมื่อเทียบกับตระกูลหานแล้ว แทบจะถือเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่มีอะไรเทียบได้เลย
“หมอหาน นายไม่คิดจะให้สื่อมาสัมภาษณ์บ้างเหรอ? ฉันว่าทำอะไรตั้งมากมายก็น่าจะสร้างความสนใจหน่อยนะ”
หานชิงอวี่มองเธอด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย
“ผมก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าคุณคิดอะไร การขึ้นข่าวมันจะมีประโยชน์อะไรนักหนา? มีใครเคยกำหนดไว้ไหมว่าทำความดีแล้วต้องออกข่าว?”
“การไม่มีคนสนใจมากเกินไปก็ยิ่งดี ทำสิ่งที่ดีโดยไม่ต้องให้ใครรู้มากนัก แค่ทำให้ผู้ประสบภัยรู้สึกอบอุ่นใจก็พอแล้ว”
ตระกูลหานบริจาคของมากมาย แต่พวกเขาไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียง
ถ้าเป็นเรื่องชื่อเสียง หานเหวินซานคงไม่ต้องลงมือทำเอง พวกเขาเพียงแค่ต้องการทำความดีและมอบความหวังให้กับผู้ประสบภัยเท่านั้น
“เฮอะ ฉันขอบอกนายไว้เลยนะ นอกจากเรื่องพวกนี้ ฉันยังรู้อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นความลับด้วย”
“นายต้องสนใจแน่ ๆ เพราะมันเกี่ยวกับตระกูลโจว”
คำพูดนี้ดึงความสนใจของหานชิงอวี่ได้ทันที เขาอยากรู้จริง ๆ ว่าตระกูลโจวมีความลับอะไร
“เล่ามาสิ”
“ฉันมีเพื่อนที่เป็นบล็อกเกอร์ชื่อดัง เขาเพิ่งได้รับข้อความส่วนตัว ซึ่งเป็นการว่าจ้างให้ใช้ทีมงานของเขาเพื่อปั่นกระแส และคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ก็คือพนักงานของกลุ่มบริษัทโจว”
“พวกเขาวางแผนจะซื้อกระแสท็อปปิก*[1] และแผนนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้ว จุดประสงค์ก็คือเพื่อเผยแพร่ข่าวการบริจาคเงิน และพวกเขาได้เตรียมการหลายอย่าง ไม่ใช่แค่เพื่อนของฉันเท่านั้นนะ แต่ยังมีอีกหลายคนที่ถูกตระกูลโจวซื้อเอาไว้”
ตระกูลโจวทำแบบนี้เป็นประจำ เห็นได้จากความเชี่ยวชาญของพวกเขา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกแน่นอน
เป้าหมายในการบริจาคของพวกเขาไม่ใช่เพราะความจริงใจ แต่เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดี และเพื่อให้ผู้คนเห็นธงของกลุ่มบริษัทโจว
หานชิงอวี่เดาแผนของพวกเขาออกคร่าว ๆ
“การบริจาคนั้นคงเป็นเรื่องจริง แต่ฉันรู้จักวิธีของพวกเขาดี การโพสต์ใบเสร็จบริจาคของตัวเองคงไม่สร้างความตื่นตาตื่นใจได้มากขนาดนั้น”
“ตระกูลโจวคงอยากให้คนอื่นเป็นคนเผยแพร่ข่าว เพื่อให้เรื่องนี้ถูกเล่าผ่านปากของคนอื่นและเพิ่มชื่อเสียงให้บริษัทของพวกเขา มันก็ไม่แปลกอะไรหรอก”
“มันก็แค่เล่ห์เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่ไม่โปร่งใส บริษัทที่อยากทำความดีจริง ๆ จะไม่คิดเรื่องพวกนี้มากมายหรอก”
ต้องยอมรับว่าหานชิงอวี่รู้จักตระกูลโจวดีมาก เขาสามารถคาดเดาแผนการของพวกเขาได้จากข้อมูลเพียงเล็กน้อย
“งั้นลองเดาดูสิว่าตระกูลโจววางแผนทำอะไรอีก?”
คำถามนี้ทำให้หานชิงอวี่เกิดความสงสัย
“อะไร? หรือว่าพวกเขามีแผนอื่นอีก?”
“พวกเขาไม่ได้แค่ซื้อกระแสให้ตัวเอง แต่ยังซื้อข่าวโจมตีตระกูลนายด้วย และคนที่พวกเขาติดต่อก็มีตั้งมากมาย อย่างน้อยก็สิบกว่าคนที่เป็นบล็อกเกอร์ชื่อดัง พวกเขาจะปล่อยข่าวทั้งสองเรื่องนี้หลังจากสถานการณ์สงบลง การเปรียบเทียบระหว่างสองตระกูลที่อยู่ในเมืองหลวงจะชัดเจนมาก”
“การยกตระกูลหนึ่งขึ้นและกดอีกตระกูลลง แน่นอนว่าจะสร้างผลกระทบใหญ่ให้ตระกูลนาย นายไม่คิดจะเตรียมการป้องกันไว้บ้างหรือไง?”
เสิ่นเล่อเล่อดูจะสนใจเรื่องเหล่านี้มาก เธอยังพูดต่อไปว่า “ตอนนี้กลุ่มบริษัทโจวกำลังอยู่ในช่วงที่เงินหมุนเวียน แต่พวกเขากลับยังบริจาคออกไปอย่างใจกว้าง ในขณะที่ผู้คนกำลังเผชิญกับอันตราย พวกเขาก็ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ”
“แต่กลุ่มบริษัทหานที่เก่งขนาดนี้ กลับยังไม่มีการแสดงออกอะไรเลย”
หานชิงอวี่ได้ยินแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ เขาไม่คิดว่าเสิ่นเล่อเล่อจะเข้าใจเรื่องซุบซิบและการปั่นกระแสข่าวได้ดีขนาดนี้
เธอพูดถูกทีเดียว ปกติแล้วคงไม่มีใครสนใจมากนัก แต่ถ้าทั้งสองบริษัทถูกนำมาเปรียบเทียบกัน กลุ่มบริษัทหานจะกลายเป็นเป้าของการวิพากษ์วิจารณ์อย่างแน่นอน
หากพวกเขาบริจาคเงินน้อยกว่ากลุ่มบริษัทโจว ข่าวลือและกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอกก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ถึงตอนนั้นคงจะส่งผลกระทบต่อบริษัทของพวกเขาไม่มากก็น้อย
หานชิงอวี่ไม่คิดมาก่อนว่ากลุ่มบริษัทโจวจะยังคงวางแผนเล่นเกมสกปรกในช่วงเวลาแบบนี้
ไม่ใช่ว่าเขากลัวคนพวกนั้น แต่เพราะสิ่งที่คนพวกนั้นทำมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากทำให้รู้สึกขยะแขยง กลุ่มบริษัทหานพัฒนาและเติบโตมาอย่างยาวนาน จะมาโค่นกันด้วยแผนการเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย
“ช่วยติดต่อเพื่อนบล็อกเกอร์คนนั้นของคุณให้ผมที ผมอยากพบเขาหน่อย”
ดวงตาของเสิ่นเล่อเล่อเป็นประกาย
“ฉันรู้ว่านายไม่ปล่อยให้พวกเขาใส่ร้ายตระกูลนายลับหลังง่าย ๆ แบบนี้หรอก นายวางใจได้เลย เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง ฉันจะติดต่อเขาตอนนี้เลย”
“ตอนนี้ฉันกับเขาก็อยู่ที่นี่เหมือนกัน เราวางแผนจะบริจาคสิ่งของให้กับพื้นที่ประสบภัย เดี๋ยวฉันจะนัดพวกนายให้ไปเจอกัน”
หลังจากพักผ่อนสักครู่แล้ว หานชิงอวี่ก็พาทุกคนไปยังโรงพยาบาลเคลื่อนที่
คืนนี้พวกเขาต้องไปเข้าเวรแทนแพทย์ที่มาก่อนหน้านี้
กลุ่มแพทย์ชุดก่อนทำงานมาที่นี่ทั้งคืนต่อเนื่องกันมาสามสี่คืนแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
แต่ทันทีที่หานชิงอวี่มาถึงโรงพยาบาลเคลื่อนที่ก็เกิดเรื่องใหญ่ขึ้น
อาการของเจิงหมิงที่เคยทรงตัวกลับแย่ลงกะทันหัน และตอนนี้เขาอยู่ในห้องฉุกเฉินแล้ว
“ขอทางหน่อย อย่ามายืนขวางทาง รีบไปเรียกหมอหวังมาที่นี่เร็วเข้า!”
“คงไม่ได้ค่ะ หมอหวังเพิ่งเข้าไปในห้องผ่าตัด เขากำลังทำการผ่าตัดให้คนไข้รายอื่น ตอนนี้ยังไม่เสร็จสิ้นจึงไม่สามารถออกมาได้ค่ะ”
พยาบาลเริ่มกังวล คนไข้ถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉินแล้ว แต่ตอนนี้ไม่มีหมอที่สามารถทำการผ่าตัดได้
“แล้วหัวหน้าหรือรองหัวหน้าคนอื่น ๆ ล่ะ เรียกใครมาก็ได้”
“ตอนนี้ไม่มีหัวหน้าคนไหนอยู่ที่นี่เลยค่ะ”
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มวิกฤต หานชิงอวี่ก็ก้าวขึ้นมาขออาสา
“ถ้าไม่มีทางเลือกจริง ๆ ให้ผมลองดูไหมครับ พูดตามตรง ผมมีความชำนาญในการผ่าตัดแบบนี้มาก ผมเคยทำมาแล้วหลายเคส หรือถ้ายังไม่แน่ใจในตัวผม พวกคุณสามารถไปขออนุญาตจากคณบดีหวังฮ่าวได้”
ทันทีที่หานชิงอวี่พูดจบ เฉินเฉินก็เข้ามาขวางทาง
ไม่ว่าอย่างไร ครั้งนี้เขาก็จะไม่ยอมให้หานชิงอวี่เป็นคนลงมือผ่าตัด
[1] เป็นหัวข้อหรือประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย เมื่อหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งมีคนพูดถึงและแชร์กันในวงกว้างในช่วงเวลาสั้น ๆ หัวข้อนั้นก็จะกลายเป็น “Trending Topic” ซึ่งแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมักจะมีฟีเจอร์ที่แสดงหัวข้อเหล่านี้ให้ผู้ใช้งานเห็นได้ง่าย เพื่อให้ผู้คนสามารถติดตามและเข้าร่วมการสนทนาในประเด็นที่กำลังเป็นที่นิยมได้