ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 442 ยืมมีดฆ่าคน
บทที่ 442 ยืมมีดฆ่าคน
โรงพยาบาลเคลื่อนที่ทางอากาศมีห้องผู้ป่วยมากมาย แม้ว่าจะมีแพทย์จากที่อื่นมาคอยสนับสนุน แต่กำลังคนก็ยังไม่เพียงพอ โรงแรมใกล้เคียงก็เต็มหมดทุกห้องเพราะถูกใช้เพื่อรองรับผู้ป่วย
โชคดีที่มีทีมแพทย์และพยาบาลชุดใหม่มาสนับสนุนพื้นที่ประสบภัย หวังฮ่าวจึงวางแผนที่จะจัดสรรงานในโรงพยาบาลเคลื่อนที่ทางอากาศใหม่อีกครั้ง
เฉินเฉินได้ยินข่าวนี้ในช่วงบ่าย เขาเห็นว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะทำลายหานชิงอวี่ โดยใช้ช่วงเวลาที่ต้องส่งบันทึกการรักษามาเป็นข้ออ้าง จึงได้เข้ามาพูดคุยกับหวังฮ่าว
“ท่านคณบดีครับ มีเรื่องหนึ่งที่ผมไม่แน่ใจว่าจะพูดดีไหม?”
“มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ ตอนนี้ยังมีเหตุผลอะไรให้ต้องลังเลอีก? คุณต้องปรับนิสัยของตัวเอง ในเมื่ออยู่ต่อหน้าผมแล้ว มีอะไรทำไมไม่พูดมาตรง ๆ”
หวังฮ่าวตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ
ก่อนที่หานชิงอวี่จะเข้ามา หวังฮ่าวไม่เคยพูดกับเฉินเฉินแบบนี้มาก่อน เขาเคยภูมิใจในตัวเองว่าเป็นอัจฉริยะหนุ่ม แต่เมื่อเปรียบเทียบกับหานชิงอวี่ เขาก็กลายเป็นคนที่ด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
คนอื่น ๆ ดูเหมือนจะคิดแบบเดียวกัน ทำให้พวกเขาไม่เห็นว่าเฉินเฉินจะเก่งกาจอะไรนัก
“หมอหลี่ซิงเฉียงที่รับผิดชอบกลุ่มที่สาม เขาทำงานหนักมากเกินไป ช่วงนี้เขาไม่ได้พักมาหลายวันแล้ว การทำงานหนักขนาดนี้ ผมกลัวว่าจะเกิดความผิดพลาดขึ้น”
“ทำไมเราไม่ให้หานชิงอวี่มารับตำแหน่งแทนเขา เพื่อให้หมอหลี่ได้พักสักหน่อยล่ะครับ? คนไข้ในโรงพยาบาลจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต ถ้ายุ่งขึ้นมาเมื่อไหร่ คงจะไม่มีเวลาได้พักเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังฮ่าวจึงตรวจสอบตารางการทำงานของหลี่ซิงเฉียง และพบว่าหลี่ซิงเฉียงทำงานติดต่อกันหลายวันจริง ๆ แต่ละวันได้นอนพักผ่อนไม่ถึงสี่ชั่วโมง ไม่แปลกใจเลยที่เขาดูเหนื่อยล้าอยู่ตลอดเวลา
“เขาน่าจะเหนื่อยมากจริง ๆ ไม่ใช่แค่หลี่ซิงเฉียงเท่านั้น คนอื่น ๆ ก็เหมือนกัน เราต้องหาคนมาสลับเปลี่ยนให้พวกเขาได้พักผ่อนบ้าง”
หลังจากเกิดแผ่นดินไหว แพทย์ทุกคนในโรงพยาบาลต่างก็มารวมตัวกันที่นี่ พอมีผู้ป่วยเข้ามา พวกเขาก็รีบขึ้นไปในห้องผ่าตัดทันที แทบไม่มีเวลาพักผ่อนเลย
ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป แม้แต่ร่างกายที่แข็งแรงดั่งเหล็กก็อาจทนไม่ไหว
“งั้นก็ให้หลี่ซิงเฉียงพักไปก่อน ให้เขาได้พักผ่อนบ้าง”
เมื่อเห็นหวังฮ่าวเปลี่ยนชื่อหลี่ซิงเฉียงเป็นหานชิงอวี่ในตารางงาน เฉินเฉินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อบรรลุเป้าหมายแล้ว เขาจึงไม่ลังเลที่จะขอตัวกลับ
นี่เป็นครั้งที่สองที่เฉินเฉินพยายามปลุกปั่น ภายในเวลาอันสั้นเขาก็คิดแผนการนี้ขึ้นมาได้ แสดงถึงความพยายามของเขาในการกลั่นแกล้งหานชิงอวี่
ในขณะที่แพทย์ส่วนใหญ่มุ่งสนใจที่การดูแลผู้ป่วย มีเพียงเฉินเฉินคนเดียวที่รู้สึกว่าหานชิงอวี่เข้ามาแย่งตำแหน่งของตน และคอยบ่นพึมพำอยู่ทุกวัน
คนแบบนี้ ต่อให้มีพรสวรรค์แค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์อะไร
ถ้าไม่ใช้พรสวรรค์ในทางที่ถูกต้อง สุดท้ายก็คงเป็นได้แค่คนธรรมดา
ตารางการทำงานใหม่ถูกส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของทุกคนหลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง
เมื่อเห็นว่าชื่อตัวเองไม่มีตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มต่อท้าย หลี่ซิงเฉียงก็ตกใจเล็กน้อย ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองอาจดูผิด แต่เมื่อเขาเลื่อนลงมาดูรายชื่อของกลุ่มที่สาม เขาก็พบว่าถูกเปลี่ยนเป็นหานชิงอวี่แทน
เรื่องนี้ทำให้หลี่ซิงเฉียงรู้สึกประหลาดใจมาก
เขาไม่รู้เบื้องหลังที่แท้จริง คิดเพียงว่าหานชิงอวี่เข้ามาแทนที่เขา
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา หลี่ซิงเฉียงคิดว่าตัวเองทำงานอย่างเต็มที่และไม่มีข้อผิดพลาด เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงถูกเปลี่ยนตัวออก
“ทำไมคณบดีถึงเปลี่ยนฉันออก แล้วแทนที่ด้วยหานชิงอวี่? ต่อให้เขาเพิ่งมาทำงานที่นี่และทำผลงานได้ดี แต่เขาก็ยังเป็นแค่คนใหม่ การให้เขามาแทนฉันแบบนี้จะทำให้คนอื่นยอมรับได้อย่างไร?”
หลี่ซิงเฉียงรู้สึกไม่พอใจ แต่เขาไม่รู้ว่าคณบดีไม่ได้ตั้งใจจะเปลี่ยนตัวเขาออกถาวร เพียงแค่อยากให้เขาได้พักผ่อนบ้าง
เฉินเฉินยืนอยู่ข้าง ๆ แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะบอกความจริงกับหลี่ซิงเฉียง เพราะเขาเป็นคนวางแผนนี้เอง การบอกความจริงจะทำให้แผนที่วางไว้ล้มเหลว
“พี่หลี่ อย่าไปใส่ใจเลย ใครจะรู้ว่ามีใครอยู่เบื้องหลังแล้วทำให้เกิดเรื่องนี้ไหม คนพวกนั้นแสดงเก่งจะตายไป พวกเราสู้พวกเขาไม่ได้หรอก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่ซิงเฉียงก็เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว
“นายรู้เรื่องอะไรมาบ้างใช่ไหม? เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมคณบดีถึงเปลี่ยนฉันออก? บอกฉันมา ฉันจะไปคุยกับคณบดีเอง”
สิ่งที่หลี่ซิงเฉียงใส่ใจจริง ๆ ไม่ใช่ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่ม แต่เขาแค่อยากจะรักษาหน้าไว้ เพราะเขาทำงานอย่างหนักมาตลอด แต่กลับถูกคนใหม่มาแทนที่ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม
หลี่ซิงเฉียงไม่อยากเชื่อว่าความพยายามของเขาจะไม่มีใครสังเกตเห็น
เฉินเฉินแกล้งทำท่าทีลำบากใจ ซึ่งท่าทางนี้ยิ่งทำให้หลี่ซิงเฉียงมั่นใจว่าต้องมีเบื้องหลังอะไรบางอย่างในเรื่องนี้
“ถ้านายคิดว่าฉันเป็นเพื่อน ก็ช่วยบอกความจริงฉันมา ฉันอยากรู้ว่ามีเรื่องสกปรกอะไรอยู่เบื้องหลังบ้าง”
“พี่หลี่ ความจริงแล้วมันเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเอง ผมว่าเราปล่อยไปเถอะ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น บางคนเราน่ะไปมีเรื่องด้วยไม่ได้หรอกนะ”
เฉินเฉินทำทีเป็นเตือน แต่จริง ๆ แล้วเขากำลังใช้วิธีการพูดแบบหลบเลี่ยงเพื่อกระตุ้นให้หลี่ซิงเฉียงโกรธจัด ใครได้ยินก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน
หลี่ซิงเฉียงเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
“บอกฉันมา ฉันอยากรู้ความจริง”
ภายใต้การกดดันซ้ำ ๆ ของหลี่ซิงเฉียง เฉินเฉินจึง ‘ยอม’ บอกความจริงออกมา
ท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ของเขาทำให้ใครที่เห็นก็คงรู้สึกไม่ชอบใจ
“ผมบอกแล้วพี่หลี่อย่าโกรธนะ เมื่อกี้ผมไปส่งบันทึกการรักษาที่ห้องคณบดีมา บังเอิญได้ยินหานชิงอวี่คุยกับคณบดี”
“เขาไปรายงานคณบดีว่าพี่รับของขวัญจากคนไข้ลับหลังพวกเรา พี่ก็รู้ว่าเรื่องแบบนี้ที่โรงพยาบาลเราห้ามเด็ดขาด ผมไม่รู้ว่าหานชิงอวี่ไปได้ยินกฎนี้มาจากไหน แต่เขาเอาเรื่องนี้ไปพูดให้คณบดีฟัง เลยทำให้คณบดีตัดสินใจเปลี่ยนพี่ออก”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ซิงเฉียงก็โกรธจนแทบจะระเบิด
สิ่งที่เรียกว่าการรับของขวัญนั้น จริง ๆ แล้วเป็นเพียงตะกร้าผลไม้ ซึ่งมันมีมูลค่าไม่มากนัก และเป็นของที่ญาติผู้ป่วยยัดเยียดให้เขา เขาไม่ได้เก็บไว้ใช้คนเดียวด้วยซ้ำ หลังจากที่ได้มา เขาก็นำไปแบ่งให้คนอื่นในสำนักงาน ตอนนั้นหลี่ซิงเฉียงยังจำได้ชัดเจนว่าเขาตั้งใจเหลือผลไม้ไว้ให้หานชิงอวี่และคนอื่น ๆ ด้วย
ใครจะคาดคิดว่าหานชิงอวี่จะตอบแทนบุญคุณด้วยการหักหลัง
“ฉันจะไปถามเขาให้รู้เรื่อง”
เฉินเฉินแกล้งทำทีเป็นขวางอยู่สองสามครั้งแล้วก็ปล่อยไป เขาอยากให้ทั้งสองคนทะเลาะกัน เพราะมันจะเป็นประโยชน์ต่อเขา
หลี่ซิงเฉียงพุ่งตรงไปหาหานชิงอวี่ทันที
“หมอหาน นี่มันหมายความว่ายังไง? ก็แค่ตะกร้าผลไม้จากญาติผู้ป่วยเท่านั้น จำเป็นต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ? แล้วยังต้องไปฟ้องคณบดีอีกเหรอ? คนอย่างนายมาเป็นหมอได้ยังไงกัน?”
หานชิงอวี่เพิ่งเข้ามาในสำนักงานได้ไม่นาน ยังไม่ทันได้พักผ่อนก็ถูกหลี่ซิงเฉียงด่าด้วยคำพูดรุนแรง
ที่สำคัญคือเขาไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“หมอหลี่ ใจเย็น ๆ ก่อน ผมไม่ได้ทำอะไรให้คุณไม่พอใจเลยนะ ผมอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงมาต่อว่าผมแบบนี้?”
การที่คนพวกนี้คอยหาเรื่องเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้หานชิงอวี่โกรธมาก เขาไม่อยากมีเรื่องก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขากลัวที่จะเผชิญหน้า
“นายยังมีหน้ามาถามอีกเหรอว่าทำไมฉันถึงมาต่อว่านาย? นายเองไม่ใช่เหรอที่ไปฟ้องคณบดี แล้วตอนนี้พอโดนฉันจับได้ก็เลยหน้าชาใช่ไหม?”
หานชิงอวี่เริ่มงุนงงมากขึ้น และเมื่อเขาเห็นเฉินเฉินที่ตามหลังหลี่ซิงเฉียงมา เขาก็เข้าใจทันทีว่าต้นเหตุมาจากไหน!