ปลายจวักครองใจ - ตอนที่ 319 ผ่านมาพบความอยุติธรรม
โดย : หอหมื่นอักษร
เมื่อไม่มีผ้าโปร่งชั้นนั้น สายตาที่มองใบหน้า
เหมือนกับว่าจะร้อนแรงกว่าเดิม
ลั่วอิงไม่คุ้นชินกับการกลายเป็นจุดสนใจ ไม่ว่าจะ
เรื่องร้ายหรือเรื่องดี
นางชอบนั่งใต้ต้นอิงในสวนของเรือนปินเฟินย่วน
มากกว่า นั่งปักเย็บชุดแต่งงานของนางเงียบๆ
ทว่าบางครั้ง คนเราต้องเปิดใจยอมรับหรือแบก
รับสิ่งที่ไม่ชอบ
อาจจะทำเพื่อตนเอง หรืออาจจะทำเพื่อผู้อื่น
“คุณหนู…” ลี่ว์เอ้อสีหน้ากังวล
ลั่วอิงหยิบจดหมายออกมาจากอก ชูมือขึ้น “เถา
ฮูหยิน นี่คือจดหมายที่ลูกชายท่านนัดข้าออกมา
หากจะบอกว่าไม่เหมาะสมที่ข้าออกมาเจอลูก
ชายท่าน ข้าขอยอมรับ แต่ท่านเป็นคนรู้หนังสือ
ใครเป็นคนหาใครก่อน จดหมายฉบับนี้ชัดเจน
ที่สุด”
เสียงของนางดังเล็กน้อย พูดจาฉะฉาน “ท่าน
โยนโถอุจจาระมาใส่ข้า ข้ายอมรับไม่ได้ เพราะว่า
ท่านไม่ได้โยนมาให้ข้าแค่คนเดียว แต่โยนมาให้
ครอบครัวข้าด้วย ข้าไม่มีความสามารถอะไร
เผชิญหน้าต่อการถอนหมั้นที่หมั้นหมายมาหลาย
ปีกะทันหัน ข้าทำได้เพียงยอมรับเงียบๆ แต่ข้า
คือคุณหนูใหญ่จวนลั่ว ท่านพ่อข้าคือแม่ทัพใหญ่
ฝั่ายซ้ายขั้นหนึ่ง มหาองครักษ์ของรัชทายาท ลูก
สาวของเขาตายได้ แต่เป็นอนุให้ผู้อื่นไม่ได้
เด็ดขาด!”
จู่ๆ ฝูงชนก็เงียบงันเมื่อได้ยินคำพูดหนักแน่นและ
เด็ดขาดของหญิงสาวที่มีใบหน้าซีดขาว
เถาฮูหยินยื่นมือไปรับจดหมายฉบับนั้นท่ามกลาง
ความเงียบงัน
ภายใต้ท่าทีที่พยายามสงบนิ่งคือความโมโหและ
ความอับอาย
ในความทรงจำของนาง คุณหนูใหญ่จวนลั่วท่านนี้
ถือว่าเป็นคนซื่อๆ คิดไม่ถึงว่าจะพูดคำพูดเหล่านี้
ออกมาภายใต้สายตาทุกคนได้
ที่น่าโมโหที่สุดคือ นางพกจดหมายฉบับนี้ติดตัว
มาด้วย!
มือข้างหนึ่งหยิบจดหมายฉบับนั้นไปเร็วกว่าเถาฮู
หยิน
นั่นคือมือที่งดงามอย่างยิ่ง
เรียวยาวและขาวเนียน ทั้งยังมีเรี่ยวแรง
เถาฮูหยินมองไปที่เจ้าของของมือข้างนั้นอย่าง
ตะลึง
ลั่วเซิงถือจดหมายไว้แล้วยิ้ม “แม้เถาฮูหยินจะรู้
หนังสือ แต่หากอ่านจบแล้วกินจดหมายลงไปจะ
ทำอย่างไรเล่า”
“เจ้า…”
“อย่าเสียใจไปเลย ขนาดลูกชายท่านยังกล้ามา
ขอให้พี่ใหญ่ข้าเป็นอนุอย่างหน้าด้านๆ ก็อย่าหา
ว่าคนอื่นจะคิดไม่ดีกับพวกท่าน” ลั่วเซิงขัดขวาง
เถาฮูหยินอย่างไม่เกรงใจ นางชูจดหมายขึ้นถาม
ฝูงชนว่า “มีคนรู้หนังสือหรือไม่ รบกวนช่วยอ่าน
จดหมายฉบับนี้หน่อย”
นางไม่ต้องดูจดหมายฉบับนี้ก็รู้ว่าในจดหมายไม่มี
เนื้อหาเกินเลยอะไร
คนอย่างคุณชายใหญ่เถาที่อ้างตัวเป็นสุภาพบุรุษ
ถ่อมตน แท้จริงแล้วเป็นคนหน้าซื่อใจคดและไร้
ความสามารถที่สุด
“มี!” เสียงตะโกนดังมาทีละคนอย่าง
กระตือรือร้น
โอ้ สวรรค์ มามุงดูแล้วยังมีส่วนร่วมด้วย นะ… นี่
มันเป็นโอกาสที่หาได้ยากอย่างยิ่ง!
“ข้าช่วยคุณหนูลั่วอ่านเอง”
“ข้าเอง!”
ลั่วเซิงยื่นจดหมายให้ชายคนหนึ่งที่แต่งตัวเป็น
บัณฑิตท่านหนึ่งพลางส่งยิ้มปลอบประโลมให้
ผู้คนที่มีใบหน้ากระตือรือร้นเหล่านั้น “ไม่ต้องรีบ
ยังมีโอกาส”
ทุกคนรู้สึกว่าคำพูดนี้แปลกๆ แต่ก็ไม่ได้คิดมาก
และพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่จดหมายฉบับนั้น
บัณฑิตอ่านจดหมายฉบับนั้นออกมา
เป็นไปตามที่ลั่วเซิงคิด ในจดหมายมีเพียงไม่กี่
ประโยค นอกจากความเสียใจที่มีต่อเรื่องการ
ถอนหมั้นแล้ว ก็คือการนัดพบลั่วอิงที่โรงน้ำชา
บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย
ลั่วเซิงมองไปที่เถาฮูหยิน “เถาฮูหยินได้ยินแล้ว
หรือไม่ สรุปว่าใครหาใครกันแน่ ตอนนี้ชัดเจน
แล้ว?”
เถาฮูหยินสีหน้าขาวซีด อับอายอย่างหาที่สุดมิได้
แต่ก็ยังไม่ยอมให้อีกฝั่ายเหยียบติดพื้นแบบนี้ นาง
ยิ้มหยันพูดว่า “ลูกชายข้าเป็นคนมีน้ำใจ กลัวว่า
คุณหนูใหญ่ลั่วจะฆ่าตัวตายก็เลยอยากจะปลอบ
ประโลมต่อหน้า แต่คุณหนูใหญ่ที่เป็นหญิงสาว
นางหนึ่ง ทันทีที่ฝั่ายชายที่ถอนหมั้นไปแล้วนัด
เจอก็ออกมาทันที เกรงว่าคงไม่เหมาะสมกับ
ฐานะสตรีสูงศักดิ์”
ลั่วอิงหน้าซีดกว่าเดิม
ลั่วเซิงกลับยิ้มอย่างไม่แยแส “เถาฮูหยินคงไม่รู้ว่า
พี่ใหญ่ข้าก็เป็นคนมีน้ำใจเช่นกัน ลูกชายท่าน
กังวลว่าไม่คู่ควรกับพี่ใหญ่ข้าก็เลยถอนหมั้น พี่
ใหญ่ข้าได้รับจดหมายของเขากลัวว่าเขาจะเสียใจ
จนนอนซม ก็เลยออกไปเจอเขาด้วยเจตนาที่ดี”
ทันทีที่คำพูดนี้ดังขึ้น ฝูงชนที่มุงดูก็สัมผัสได้ถึง
กลิ่นอายผิดปกติ
ที่ตระกูลเถาและตระกูลลั่วถอนหมั้นยังมีสาเหตุ
อย่างอื่นหรือ
ลั่วเซิงเมินสีหน้าตกใจของเถาฮูหยิน นางยิ้มและ
หยิบหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่เถาฮูหยินเขียน
เองกับมือออกมา ชูมือขึ้นถามฝูงชนว่า “ยังมีใคร
ช่วยอ่านได้หรือไม่”
ฝูงชนต่างตื่นเต้น
ยังมีจดหมายอีกฉบับหรือนี่!
ที่แท้ที่เมื่อครู่นี้คุณหนูลั่วบอกว่ายังมีโอกาสคือ
เรื่องนี้นี่เอง!
สุดท้ายมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งได้รับโอกาสใน
การอ่านหลักฐานลายลักษณ์อักษร
เพื่อไม่ทำให้ความโชคดีแบบนี้เสียเปล่า ชายวัย
กลางคนจึงอ่านเสียงดังฟังชัด
เมื่ออ่านจบ สายตาที่ทุกคนมองสองสามีภรรยา
รองเจ้ากรมเถาก็แปรเปลี่ยนไม่หยุด
เถาฮูหยินอับอายอย่างยิ่ง นางตะคอกอย่างโมโห
ว่า “แม่นางลั่ว เจ้าอย่ารังแกคนมากไปหน่อยเลย
…”
“คนที่รังแกคนมากเกินไปคือจวนเถา! ฝั่ายที่ถอน
หมั้นคือจวนท่าน ฝั่ายที่กุลีกุจอเข้าหาพี่ใหญ่ข้าก็
คือจวนท่านเช่นกัน ไม่มีคำขอโทษจนถึงตอนนี้
ด้วยซ้ำ ยังทำเป็นพูดจามีเหตุมีผล ยกตนข่มท่าน
นี่คงไม่ใช่วิถีธรรมเนียมของจวนท่านหรอกนะ”
รองเจ้ากรมเถากดตัวเถาฮูหยินไว้ กำหมัด
ประสานมือให้ลั่วเซิง “ถอนหมั้นแล้วยังไป
รบกวนท่านพี่เจ้าคือความผิดของลูกชายข้าจริงๆ
ข้าต้องขอโทษจวนเจ้าด้วย”
ลั่วเซิงขมวดคิ้ว “รองเจ้ากรมเถาขอโทษด้วยการ
พูดด้วยปากแค่นี้หรือ ข้าไม่รู้สึกถึงความจริงใจ
เท่าไหร่เลย”
“คุณหนูลั่วคิดจะทำอย่างไร”
ลั่วเซิงยิ้มๆ “รองเจ้ากรมเถาย้อนถามข้า เช่นนั้น
ข้าก็ยิ่งไม่รู้สึกถึงความจริงใจ”
รองเจ้ากรมเถาแอบคิดในใจว่าเด็กสาวคนนี้
รับมือด้วยยากจริงๆ เขาข่มความเจ็บปวดไว้แล้ว
พูดว่า “ข้าจะสั่งให้คนไปเตรียมเงินหนึ่งพันตำลึง
เพื่อแสดงคำขอโทษ”
“หนึ่งพันตำลึง?” หงโต้วอุทาน “นี่… นี่มันยังไม่
พอสำหรับอาหารหนึ่งมื้อในหอสุราของคุณหนู
เราเลย”
“หงโต้ว” ลั่วเซิงตำหนิสาวใช้ ยิ้มขอโทษให้รอง
เจ้ากรมเถา “สาวใช้คนนี้ถูกข้าตามใจจนเสียคน
ไม่รู้จักพูด แม้ว่าหนึ่งพันตำลึงจะน้อยไปเล็กน้อย
แต่จวนลั่วให้ความสำคัญกับความจริงใจ
มากกว่า”
รองเจ้ากรมเถาโมโหมาก
การสูญเสียสินสอดมากมายเช่นนั้นสร้างความตึง
เครียดให้กับจวนเถาอยู่แล้ว หนึ่งพันตำลึงนี่พูด
ได้ว่าซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ
แต่ว่ามีผู้คนมากมายมุงดูเช่นนี้ ต้องทำให้จบได้
เร็วเท่าไรยิ่งดี
ไม่นานตั๋วเงินที่ใส่ไว้ในหีบสีแดงก็เตรียมเสร็จแล้ว
หงโต้วเบ้ปากรับไว้ “เงินแค่เล็กน้อยเท่านี้ยังต้อง
ใส่ในหีบ จุ๊ๆ…”
รองเจ้ากรมเถาข่มความโมโห พูดหน้าขรึมว่า
“คุณหนูลั่ว ข้าขอโทษแทนจวนเถาแล้ว ตอนนี้
มาคุยเรื่องที่ทำให้ลูกชายข้าบาดเจ็บได้หรือยัง”
“เรื่องนี้คงไม่มีอะไรต้องคุย” ลั่วเซิงทำหน้าหมด
ความอดทน
รองเจ้ากรมเถาพูดเสียงเย็นชา “ลูกชายข้าพูดสิ่ง
ที่ไม่เหมาะสมไป คุณหนูลั่วให้เขาขอโทษก็
พอแล้ว เหตุใดต้องลงมือด้วย ลูกชายข้าเองก็เป็น
คนมีชื่อเสียง คุณหนูลั่วประมาทเลินเล่อเช่นนี้
เห็นกฎหมายในสายตาหรือไม่”
ลั่วอิงแอบมองไปที่ลั่วเซิงด้วยความกังวล ในใจ
เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
หากนางไม่ออกมาเจอหน้าโดยพลการก็คงไม่มี
เรื่องเหล่านี้ พูดไปแล้ว หายนะครั้งนี้นางเป็นคน
เริ่มเอง
ลั่วเซิงถอนหายใจ “สมแล้วที่รองเจ้ากรมเถาเป็น
คนทำงานในวงราชการ รู้จักพูดจากว่าเถาฮู
หยินมาก แต่ว่ามีเรื่องหนึ่งต้องพูดให้ชัดเจน คน
จวนลั่วของเราไม่ได้ต่อยลูกชายท่าน”
เถาฮูหยินชี้ไปที่ใบหน้าบวมปูดของคุณชายใหญ่
เถา ถามอย่างเกรี้ยวกราดว่า “พวกเจ้าไม่ได้ต่อย
แล้วลูกชายข้าเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร”
เสียงๆ หนึ่งดังขึ้น “ข้าเป็นคนต่อยเอง”
ผู้คนมากมายมองไปรอบๆ จนเมื่อสืออี้เดิน
ออกมา พวกเขาจึงค้นพบชายหนุ่มที่กลืนหายไป
กับฝูงชนมาโดยตลอด
“เจ้าคือใคร เหตุใดต้องทำร้ายลูกชายข้า”
สืออี้สีหน้าจริงจัง “ข้าคือองครักษ์ของไคหยาง
อ๋อง นายท่านเคยสั่งสอนพวกเรา ผ่านมาพบ
ความอยุติธรรม ต้องชักดาบออกมาช่วยเหลือ”