ปลุกอาชีพผู้อัญเชิญ: ฉันมีสูตรโกงซื้อทุกอย่างได้ในราคา 1 เหรียญทองแดง - บทที่ 19: ยันเดเระ
- Home
- ปลุกอาชีพผู้อัญเชิญ: ฉันมีสูตรโกงซื้อทุกอย่างได้ในราคา 1 เหรียญทองแดง
- บทที่ 19: ยันเดเระ
หลังจากการประมูลจบลง
เนื่องจากพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า ซูเฉินจึงเตรียมกลับบ้านไปพักผ่อน
แต่ทันทีที่เขาออกจากหอเทียนเจียง ร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางทางเขาไว้
ลั่วเสี่ยวหยูหอบหายใจเล็กน้อย ใบหน้าเล็กแดงระเรื่อ ดูน่าดึงดูดราวกับขนมหวานเคลือบน้ำตาล
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาซูเฉิน แล้วพูดอย่างไม่มั่นใจ “นาย… นายคือคนจากห้องหมายเลข 9 ใช่ไหม?”
ซูเฉินหรี่ตา เขาใช้ ‘ดวงตาแห่งการมองทะลุ’ ดูข้อมูลของลั่วเสี่ยวหยูไปหมดแล้ว
แม้เธอจะเป็นลูกสาวของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งแดนใต้ และครอบครัวมีอิทธิพลมาก แต่เธอกลับไม่ได้รับความโปรดปราน
ในบ้านของเธอ ยังมีน้องสาวบุญธรรมวัยเดียวกันอีกคน ถึงแม้เธอจะปลุกอาชีพระดับตำนาน และยังได้มรดกลึกลับมา แต่พ่อแม่ก็ยังไม่ให้ความสำคัญ
พวกเขาแค่ให้เงินเธอ แล้วปล่อยให้เติบโตตามยถากรรม ขณะที่ไปเอาใจใส่น้องสาวที่มีอาชีพระดับทั่วไปมากกว่า
อืม… จะว่าไปก็พูดยาก
แต่ซูเฉินไม่สนว่าเธอจะได้รับความรักจากพ่อแม่หรือไม่
สิ่งสำคัญคือ… ต่อให้เขารังแกเธอ เธอก็ไม่สามารถใช้เส้นสายครอบครัวมาจัดการเขาได้ จุดนี้สำคัญมาก
“มีอะไร?” ซูเฉินก้มหน้ามองเธอแล้วถาม สองมือล้วงกระเป๋า
ลั่วเสี่ยวหยูสูงไม่ถึง 1.6 เมตร ทำให้ซูเฉินที่สูงเกือบสองเมตรและร่างกำยำ ดูเหมือนยักษ์
เธอกำหมัดแน่นด้วยความประหม่า แต่ก็ยังรวบรวมความกล้าพูด “นาย… นายช่วยให้ฉันยืมเหรียญเดิมพันชีวิตใช้สักครั้งได้มั้ย?”
“ฉันจำเป็นต้องใช้มันจริงๆ”
“ขอร้องล่ะ!”
น้ำตาเอ่อขึ้นในดวงตาเธอ ทำให้เธอดูน่าสงสารมาก
แต่ซูเฉินรู้ดีว่ามันเป็นเพราะความลำเอียงของพ่อแม่
ตัวตนที่แท้จริงของลั่วเสี่ยวหยูคือคนเย็นชาและสุดโต่งแบบยันเดเระ
เธอสามารถใช้มีดทำครัวฟันหัวกระต่ายป่าขาดในทีเดียวโดยไม่แสดงสีหน้า หรือหัวเราะอย่างบ้าคลั่งขณะต่อสู้กับหมาป่า
ความบิดเบี้ยว ความหวาดระแวง ความบ้าคลั่ง และความหมกมุ่น นั่นแหละคือตัวตนที่แท้จริงของเธอ
ดังนั้น ในสายตาของซูเฉินจึงไม่มีความสงสารเลยแม้แต่นิดเดียว
หลังจากแกล้งทำท่าน่าสงสารอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าของลั่วเสี่ยวหยูก็ค่อยๆ แข็งทื่อ
สายตาของเธอกลายเป็นน่ากลัว ราวกับงูพิษกำลังจ้องซูเฉิน
ซูเฉินยิ้มมุมปาก “ฉันไม่ชอบคนเสแสร้ง เธออยากยืมเหรียญใช่มั้ย?”
“ตกลงเงื่อนไขของฉันข้อหนึ่ง แล้วฉันจะให้ยืม”
ลั่วเสี่ยวหยูมาที่เมืองหยุนฮวาเพื่อเหรียญเดิมพันชีวิตโดยเฉพาะ
เพราะเธอรับภารกิจทะลุขีดจำกัดระดับนรกที่ต้องทำคนเดียว โดยมีเงื่อนไขคือฆ่าบอสระดับทองดำเลเวล 15
อาชีพของเธอเน้นซัพพอร์ต แม้สัตว์เลี้ยงจะระดับเพชร แต่ก็ห่างกันกับบอสหนึ่งระดับ จึงไม่มีทางชนะ
ดังนั้น เธอจึงต้องหาวิธีอื่นด้วยความสิ้นหวัง
และ ‘เหรียญเดิมพันชีวิต’ ก็คือวิธีที่เหมาะสมที่สุดที่เธอหาเจอ
เพราะเทวทูตสองปีกของเธอมีสกิลชุบชีวิต ขอแค่ให้มันใช้เหรียญ ต่อให้ล้มเหลวก็ยังฟื้นคืนชีพได้
แต่เธอไม่คิดว่าซูเฉินจะเข้ามาแทรก แล้วใช้เงินจำนวนที่คาดไม่ถึงแย่งมันไป
ซูเฉินรู้ข้อมูลทั้งหมดของเธอผ่านดวงตาแห่งการมองทะลุแล้ว จึงไม่กลัวว่าเธอจะไม่ยอม
ภารกิจของเขาคือสำรวจดินแดนลับภูเขาหมื่นสุสาน และนำมงกุของราชาโครงกระดูกกลับมา
ก่อนหน้านี้เขาเคยค้นข้อมูล แต่ไม่มีข้อมูลในฟอรัมมืออาชีพเลย แปลว่าอาจจะเป็นดินแดนลับที่ยังไม่ถูกค้นพบ
ดินแดนลับแบบนั้นมีมูลค่าสูงมาก และอาจมีสมบัติที่ยังไม่มีใครแตะต้อง
แต่โอกาสย่อมมาพร้อมความเสี่ยง
แม้เขาจะมีเทเลพอร์ตแบบไม่จำกัด จึงไม่ต้องกังวลเรื่องเอาชีวิตรอด
แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นล่ะ?
ภูเขาหมื่นสุสาน แค่ชื่อก็ฟังดูอันตรายแล้ว เกี่ยวข้องกับธาตุอันเดดและความมืด ซึ่งขึ้นชื่อว่าชั่วร้ายและอันตรายที่สุด
ถ้าโดนมอนสเตอร์ลอบโจมตี แล้วพลาดขึ้นมา เขาอาจตกอยู่ในอันตรายได้
แม้จะมีพรสวรรค์ ‘สรรพสิ่งรวมเป็นหนึ่ง’ ที่ช่วยเพิ่มคุณสมบัติได้
แต่กันไว้ดีก็กว่าแก้ เพราะตอนแย่อาจจะแก้ไม่ได้แล้ว!
เดิมทีซูเฉินคิดจะหาวิธีต้านธาตุอันเดดและความมืด
แต่ตอนนี้… วิธีที่เขากำลังหา กลับเป็นฝ่ายมาหาเขาเอง
ประหยัดแรงไปเยอะเลย!
ลั่วเสี่ยวหยูสบสายตาเขา รู้สึกเหมือนถูกหมาป่าจ้อง ทำให้หนาวสั่นไปทั้งตัว
เธอกุมเสื้อแน่น กัดริมฝีปาก แล้วพูดเบาๆ “มะ… ไม่เอา…”
“ไม่เอา?” ซูเฉินชะงัก ไม่คิดว่าเธอจะปฏิเสธ
“งั้นฉันก็ไม่ให้ยืม” เขาพูดอย่างเด็ดขาด แล้วเดินต่อไป
แต่ตอนที่เขาเดินผ่าน ลั่วเสี่ยวหยูกลับคว้าขากางเกงเขาไว้
เสียงเธอเบามากจนแทบไม่ได้ยิน “อย่า… ตรงนี้… ไปหาโรงแรมหรือ…”
ซูเฉินอึ้ง สีหน้าเปลี่ยนไปทันที แล้วดึงมือเธอออก!
ผู้หญิงคนนี้คิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้นเหรอ?
“เลิกคิดอะไรสกปรกได้แล้ว!”
“ฉันแค่จะให้เธอช่วยสำรวจดินแดนลับ คิดอะไรของเธอเนี่ย?”
แม้ลั่วเสี่ยวหยูจะเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่รูปลักษณ์เธอคล้ายแองเจล่ามาก ดูเหมือนเด็ก
เอ่อ… ถึงแองเจล่าจะอายุเป็นพันปีแล้วก็เถอะ
แต่ซูเฉินไม่อยากถูกมองว่าเป็นพวกโรคจิต
ลั่วเสี่ยวหยูชะงัก ก่อนถามด้วยความสงสัย “นาย… ไม่ได้จะรังแกฉันเหรอ?”
ซูเฉินเหลือบมองหน้าอกของเธอแล้วยิ้ม
รอยยิ้มนี้ทำให้ลั่วเสี่ยวหยูหน้าแดงด้วยความโกรธทันที
เธอกำหมัดแล้วชกเข้าที่หัวเข่าของเขาเต็มแรง!
ซูเฉินหยุดเธอไว้ “พอแล้ว ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับเธอหรอกนะ”
“ถ้าอยากยืม ก็ช่วยฉันสำรวจดินแดนลับก่อน”
ลั่วเสี่ยวหยูจ้องเขาอย่างไม่พอใจ ก่อนพยักหน้า “ก็ได้!”
เมื่อเธอตกลง ซูเฉินจึงให้ที่อยู่ของเขา แล้วเตรียมแยกย้าย
แต่ไม่คิดว่า… เธอจะเดินตามเขามาไม่ห่าง
“เธอจะทำอะไร?” ซูเฉินถามอย่างงุนงง
ลั่วเสี่ยวหยูอ้ำอึ้งอยู่นาน ก่อนพูด “ฉันไม่มีที่พัก…”
“ไปโรงแรมสิ มันยากตรงไหน?” ซูเฉินเกาหัว
เธอส่ายหัวแรงๆ “ไม่ได้! ถ้าไปที่แบบนั้นจะเจอคนไม่ดี”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ราวกับว่าเธอเคยเจอกับเหตุการณ์นั้นด้วยตัวเอง
ซูเฉินนึกถึงข้อมูลของเธอ…
แล้วก็จำได้ว่า… ตอนเด็กเธอเคยดูละครที่มีฉากล่วงละเมิดในโรงแรม
มันกลายเป็นปมฝังใจจนถึงทุกวันนี้ ทำให้เธอเชื่อว่าโรงแรมคือสถานที่แบบนั้น
“งั้น… เธอจะไปบ้านฉันเหรอ?” ซูเฉินถาม
ลั่วเสี่ยวหยูพูดอย่างมั่นใจ “ตอนนี้เราเป็นเพื่อนร่วมทีมแล้ว ไปบ้านนายก็ไม่เป็นไรหรอก”
“อีกอย่าง… นายก็ไม่ได้จะรังแกฉันสักหน่อย ใช่มั้ยล่ะ?”
ซูเฉินเกาหัวอย่างจนใจ “ก็ได้!”
ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงบ้าน
ลั่วเสี่ยวหยูมองห้องขนาดไม่ถึง 30 ตารางเมตรด้วยความทึ่ง “นายอยู่ที่นี่เหรอ?”
ซูเฉินยักไหล่ “ก็ใช่น่ะสิ”
เธอไม่เข้าใจเลย ทำไมคนที่ผลาญเหรียญทองกว่า 140 ล้านเพื่อไอเทมชิ้นเดียวถึงอยู่ห้องเล็กๆ แบบนี้
เธอมองเตียงเพียงเตียงเดียว แล้วถาม “แล้วฉันจะนอนตรงไหนล่ะ?”
ซูเฉินหยิบผ้าห่มจากตู้ โยนลงโซฟา “นอนตรงนั้นไปก่อนแล้วกัน”
“นี่… นาย…” ลั่วเสี่ยวหยูโกรธอีกครั้ง
ไม่คิดว่าเขาจะไม่เป็นสุภาพบุรุษขนาดนี้ บอกให้เธอนอนโซฟาเนี่ยนะ?
สุดท้าย เธอก็จำใจยอม
แต่ตอนจะปิดไฟ ทั้งสองก็มีปัญหากันอีกครั้ง
“ห้ามปิดไฟนะ!” ลั่วเสี่ยวหยูพูด
“ไม่ปิดแล้วจะนอนยังไง?” ซูเฉินขมวดคิ้ว
เธอบิดตัวไปมา “ยังไงก็ไม่ได้… ฉัน… กลัวความมืด!”
ซูเฉินกลอกตา “แล้วถ้ามีใครมานอนกับเธอล่ะ?”
ลั่วเสี่ยวหยูรีบเอามือปิดหน้าอกของเธอ “นายคิดจะทำอะไร?”
ซูเฉินรู้ทันทีว่าเธอคิดไปไกลอีกแล้ว
แต่เขาไม่อธิบาย แค่อัญเชิญแองเจล่าออกมา “ให้เธอนอนกับเธอได้มั้ยล่ะ?”
ลั่วเสี่ยวหยูดวงตาเป็นประกาย พยักหน้ารัวๆ
หลังปิดไฟสำเร็จ ซูเฉินได้ยินเสียงกระซิบจากโซฟา
“น้องสาว เธอเป็นใคร ทำไมถึงโดนหมอนั่นอัญเชิญมา?”
“ผิวขาวจัง นุ่มมาก แถมยังมีเขี้ยวเล็กๆ สี่ซี่อีก น่ารักจังเลย~” ลั่วเสี่ยวหยูกอดแองเจล่าแล้วหัวเราะแปลกๆ
แองเจล่าพูดด้วยเสียงเย็นชา ทำหน้าน่ากลัว พร้อมแยกเขี้ยวสี่ซี่โชว์ชัดๆ “ฉันคือแองเจล่าแห่งเผ่าโลหิต เป็นสัตว์เลี้ยงของป๊ะป๋า…”
“เผ่า… ละ… ละ… โลหิต…” ลั่วเสี่ยวหยูหยุดไป
ไม่กี่วินาทีถัดมา
เสียงกรีดร้องก็ดังลั่นทั้งอาคาร!
“กรี๊ด!!!”
……………