ปลุกอาชีพผู้อัญเชิญ: ฉันมีสูตรโกงซื้อทุกอย่างได้ในราคา 1 เหรียญทองแดง - บทที่ 50: ยุคสมัยนี้จะถูกตั้งชื่อตามซูเฉิน!
- Home
- ปลุกอาชีพผู้อัญเชิญ: ฉันมีสูตรโกงซื้อทุกอย่างได้ในราคา 1 เหรียญทองแดง
- บทที่ 50: ยุคสมัยนี้จะถูกตั้งชื่อตามซูเฉิน!
ทางเข้าหุบเขา
ซูเฉินหยุดการร่ายสกิลชั่วคราว แล้วเหลือบมองคะแนนของตัวเอง
ฆ่ามอนสเตอร์หนึ่งตัว ได้ 1 คะแนน
และคะแนนของเขาตอนนี้คือ 1,824,869
และยังเพิ่มขึ้นในอัตราพันคะแนนต่อวินาที
เขาทำลายสถิติคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยไปแล้ว
ยังเหลือเวลาอีกสี่ชั่วโมงครึ่ง
ถ้ายังเก็บคะแนนต่อไป เขาคาดว่าน่าจะทะลุร้อยล้านคะแนนได้
แต่มันไม่มีความหมาย
ด้วยคะแนนตอนนี้ของเขา
ต่อให้คนอื่นมีเวลาอีกสี่ชั่วโมงครึ่ง ก็ไม่มีทางตามทัน
ดังนั้นซูเฉินจึงตั้งใจจะหยุด
เพราะเซี่ยหลิงหยุนก็กำลังสอบอยู่เหมือนกัน
เขาจะทำให้แฟนตัวเองเดือดร้อนได้ยังไง?
แน่นอนว่า…
ทางเข้าหุบเขาตรงหน้ากำแพงที่เขาอยู่ ต้องถูกปิดไว้
ห้ามให้มอนสเตอร์เล็ดลอดเข้าไปแม้แต่ตัวเดียว
นี่คือหน้าที่ป้องกันของเขา
ไม่ใช่เพราะเขาใจแคบ ไม่อยากให้คนอื่นได้คะแนนสักหน่อย!
ทันทีที่เขากำลังจะเรียกกองทัพกลับจากแนวหน้า
คำขอเชื่อมต่อจากระบบหลักแห่งอะพอคาลิปส์ ก็ปรากฏขึ้นพอดี
ซูเฉินชะงักไป ก่อนจะเข้าใจทันที
การกระทำของเขาต้องทำให้ผู้คุมสอบเข้ามาแทรกแซงแน่นอน
แค่ไม่รู้ว่าการติดต่อครั้งนี้เป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย
ซูเฉินคิดเล็กน้อยก่อนจะรับสาย
ทันทีที่เชื่อมต่อ เสียงหัวเราะดังสนั่นก็ดังเข้ามาในหู
“ฮ่าๆ เด็กน้อย… ทำได้ดีมาก!”
“หืม?”
ซูเฉินคิดว่าอีกฝ่ายจะมาซักถาม เขาจึงเตรียมคำอธิบายไว้ในหัวเรียบร้อยแล้ว
แต่คำพูดของอีกฝ่ายทำให้เขางงไปเลย
ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ผมคือมู่ชุนชิว คุณไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ต้องกังวล”
ซูเฉินตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อมู่ชุนชิว
ความเคารพเกิดขึ้นในใจทันที
นี่คือวีรบุรุษในประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตอยู่!
เขารีบพูด “สวัสดีครับ ผู้อาวุโสมู่ ราชาแห่งสงคราม!”
“ฮ่าๆ โชคดีที่คุณรู้จักชื่อของผม ไม่งั้นคนแก่คนนี้คงเสียหน้าแย่” มู่ชุนชิวพูดอย่างพอใจ
เขากลัวจริงๆ ว่าซูเฉินจะตอบว่า “มู่ชุนชิวคือใครเหรอ?”
ซูเฉินยิ้มแล้วพูด “วีรกรรมของคุณเป็นที่รู้จักไปทั่ว ผมจะไม่รู้ได้ยังไง”
มู่ชุนชิวพยักหน้าอย่างพอใจ
จากคำพูดนี้ เขารู้สึกว่าซูเฉินไม่ใช่คนคุยยาก
ต่อให้เขาไม่เข้ามาแทรกแซง เด็กคนนี้ก็คงไม่ทำเกินเลย
แต่ในเมื่อคุยกันแล้ว แผนที่เพิ่งคิดได้ก็ไม่ควรเสียเปล่า
ถือว่าเป็นการช่วยเหลืออีกฝ่าย และเป็นการบ่มเพาะราชาแห่งสงครามคนใหม่ให้ต้าเซีย
[ฝากติดตามเพจด้วยนะคะ Facebook Page: Rubybibi นิยายแปล]
“ตอนนี้คุณยังสอบอยู่ ไว้ว่างค่อยคุยกันต่อ”
“คุณคงรู้แล้วว่าผมติดต่อมาทำไม”
“ดังนั้น หยุดได้แล้ว! ข้างนอกมีผู้ปกครองของเด็กที่ได้ศูนย์คะแนนเต็มไปหมด!”
“ถ้าคุณยังไม่หยุด โทรศัพท์ของกรมการศึกษามืออาชีพคงดังจนระเบิดแน่!”
มู่ชุนชิวพูดอย่างมีอารมณ์ขัน
ซูเฉินตั้งใจจะหยุดอยู่แล้ว พอมู่ชุนชิวพูดด้วยตัวเอง เขาก็ยิ่งไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธ
แต่ก่อนที่เขาจะตอบ มู่ชุนชิวก็พูดต่อ
“ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ทำให้คุณเสียเปรียบ”
“เพื่อชดเชยความเสียหายของคุณในการสอบ…”
“ผมเตรียมของขวัญไว้ให้คุณในรอบที่สามแล้ว”
ดวงตาของซูเฉินเป็นประกาย เขายกมือขึ้นลูบจมูก
ความเสียหาย?
ฉันเสียอะไรตรงไหน?
นี่มันกำไรล้วนๆ เลย!
ยิ่งไปกว่านั้น มู่ชุนชิวมีชื่อเสียงมานาน ของขวัญของอีกฝ่ายคงไม่ธรรมดาแน่นอน…
ซูเฉินแอบตั้งตารอในใจ
“ขอถามได้มั้ยครับ ว่ามันคืออะไร…”
มู่ชุนชิวหัวเราะ “ฮ่าๆ ไม่ต้องรีบ มันเหมาะกับคุณแน่นอน เป็นสกิลอย่างหนึ่ง”
“ถ้าเป็นคนอื่น สกิลนี้อาจจะไม่ค่อยมีประโยชน์”
“แต่สำหรับคุณ… มันเป็นสกิลที่วิเศษมากเลยล่ะ!”
“ส่วนจะเป็นอะไรนั้น ขอเก็บเป็นความลับก่อน รอเข้านสนามสอบแล้วคุณจะรู้เอง”
ยังไงซูเฉินก็ต้องเข้าร่วมรอบที่สาม
แน่นอนว่าเขาจะเลือกไม่เข้าร่วมก็ได้
ด้วยคะแนนตอนนี้ เขาสามารถสมัครได้เกือบทุกมหาวิทยาลัย ยกเว้นมหาวิทยาลัยชั้นนำไม่กี่แห่ง
ถ้าอยากเข้ามหาวิทยาลัยต้าเซีย หรือมหาวิทยาลัยชิงหัว
เขาจำเป็นต้องเข้าสอบรอบที่สาม เพราะเป็นเงื่อนไขบังคับ
ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน
หลังจากวางสาย
ซูเฉินก็สั่งให้สิ่งมีชีวิตอัญเชิญถอยกลับมาอย่างรวดเร็ว
สิ่งมีชีวิตอัญเชิญจำนวนมากถอยกลับเข้าสู่หุบเขา อัดแน่นอยู่บริเวณปากทางจนไม่มีช่องว่าง
เมื่อไม่มีแรงกดดันจากกองทัพสิ่งมีชีวิตอัญเชิญ
ฝูงมอนสเตอร์บินได้บนท้องฟ้าและมอนสเตอร์บนพื้นดินก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง ไหลทะลักเข้าสู่หุบเขาต่างๆ
ผู้เข้าสอบจำนวนมากเริ่มทำการสอบตามปกติ
บางทีอาจเป็นเพราะผลงานก่อนหน้านี้ของซูเฉินน่าตกใจเกินไป
ทุกคนเห็นมอนสเตอร์ถูกสังหารอย่างง่ายดายโดยนักรบโครงกระดูก
ความกลัวต่อกองทัพมอนสเตอร์จึงหายไปอย่างรวดเร็ว
สภาพจิตใจของพวกเขาดีกว่าก่อนหน้านี้ซะอีก
แต่ความสุขนั้นเป็นของผู้เข้าสอบคนอื่นๆ
ทางเข้าหุบเขาที่ซูเฉินอยู่ยังคงถูกปิดตาย
มอนสเตอร์บนพื้นดินบุกเข้ามาไม่ได้
ส่วนมอนสเตอร์บินได้ เมื่อเห็นว่าไม่มีแรงสนับสนุนจากพื้นดิน ก็หันไปโจมตีจุดอื่นแทน
ทำให้ผู้เข้าสอบอันดับหนึ่งหลายคนที่รออยู่ตรงนั้นถึงกับอึ้ง
มีคนหนึ่งตะโกนขอร้องซูเฉิน
“ซูเฉิน ยังไงคะแนนของนายก็สูงสุดของมณฑลแล้ว ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้!”
“พวกเราก็แค่ทำผิดพลาด ซึ่งทุกคนก็เคยทำผิดพลาดกันทั้งนั้น นายจะต้องโกรธเคืองขนาดนี้เลยเหรอ?”
สายตาหลายคู่มองซูเฉินราวกับขอความเห็นใจ
ทุกคนคิดว่า เมื่อพวกเขายอมอ่อนข้อแล้ว ซูเฉินก็คงจะยอมบ้าง
แต่…
ซูเฉินยักไหล่แล้วพูด “ฉันมีข้อดีหลายอย่าง แต่หนึ่งในข้อเสียคือใจแคบ~”
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมแม้แต่นิดเดียว
คนที่เมื่อครู่ยังทำท่าน่าสงสารก็เปลี่ยนสีหน้าทันที
พวกเขาดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ อยากพุ่งเข้าไปฉีกซูเฉินเป็นชิ้นๆ
แต่ข้างกายซูเฉินมีนักรบโครงกระดูกตัวใหญ่ยืนอยู่หลายตัว
พวกเขาเห็นกับตาว่ามันสังหารกองทัพมอนสเตอร์ยังไง
ต่อให้พรสวรรค์ระดับสูงแค่ไหน ตอนนี้ก็ไม่มีใครกล้าลองดี
มีคนสังเกตเห็นหญิงสาวผมม่วงและชายหนุ่มที่เงียบมาตลอด
สองคนนี้มีออร่าต่างจากพวกเขาอย่างชัดเจน
บางทีอาจจะ…
พวกเขาจึงตะโกน
“เขาก็ไม่ให้พวกนายสอบเหมือนกัน พวกนายจะยืนดูเฉยๆ เหรอ?”
หญิงสาวผมม่วงไม่สนใจพวกเขา เธอหันไปมองซูเฉินแล้วพูด “นายแข็งแกร่งมาก จำชื่อฉันไว้… มู่หยิง!”
“จำชื่อฉันให้ดีนะ เพราะฉันจะต้องไล่ตามนายจนทันแน่นอน~”
พูดจบ สายฟ้าจำนวนมากปะทุขึ้นรอบตัวเธอ
เธอแตะปลายเท้าเบาๆ กระโดดลงจากกำแพงเมือง แล้วพุ่งออกไปยังทางเข้าหุบเขาพร้อมสายฟ้าห่อหุ้มรอบตัว
ด้วยความช่วยเหลือของดวงตาแห่งการมองทะลุ
ซูเฉินจึงเห็นว่าเธอดึงดาบยาวออกมาจากสายฟ้า!
จากนั้นฟันลงอย่างต่อเนื่อง ปลดปล่อยการโจมตีที่ห่อหุ้มด้วยสายฟ้าเป็นระลอกๆ
คะแนนของเธอเพิ่มขึ้นในอัตราหลายสิบคะแนนต่อวินาที
ส่วนชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงมุม ก็เดินมาที่กำแพงเมืองในตอนนี้
เขาหันกลับมามองซูเฉินแล้วพูด “ฉัน ซ่งเซียน…”
เขาอยากจะพูดเหมือนมู่หยิง ตั้งซูเฉินเป็นเป้าหมาย หมั่นพัฒนาตนเอง และพยายามไล่ตามให้ทัน
แต่เมื่อนึกถึงผลงานก่อนหน้าของซูเฉิน เขาก็ถอนหายใจ แล้วไม่ได้พูดต่อ
มู่หยิงยังคงมองเห็นแผ่นหลังของซูเฉิน
แต่ในสายตาของเขา ไม่เห็นแม้แต่เงาของซูเฉินเลย…
ซ่งเซียนหันหลัง โยนดาบยาวในมือออกไป เขาขึ้นไปเหยียบดาบ แล้วบินไปที่ทางเข้าหุบเขา พุ่งเข้าไปในฝูงมอนสเตอร์
ทุกก้าวมีดอกบัวผลิบาน แสงดาบพลิ้วไหว สังหารศัตรูอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อไม่มีการกระทำที่เกินจริงจากซูเฉิน
เหล่าอัจฉริยะก็ได้แสดงพลังของตัวเองอย่างเต็มที่
ผู้ชมที่ดูภาพการต่อสู้ก็เริ่มพบอะไรมากมาย
พวกเขาพบว่า…
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ อาชีพระดับมหากาพย์และระดับตำนานมีมากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้แม้แต่อาชีพระดับเทพก็เริ่มปรากฏ
จำนวนมืออาชีพที่มีพรสวรรค์ระดับ S, SS และ SSS ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
และอัจฉริยะในการสอบครั้งนี้ ก็มีมากกว่าปีก่อนๆ อย่างชัดเจน
บางคนเริ่มคิดว่า ยุคของเหล่าอัจฉริยะ ได้มาถึงแล้ว
ในยุคนี้ อัจฉริยะนับไม่ถ้วนจะปรากฏขึ้นราวกับปลานับพันว่ายทวนน้ำ หรือหน่อไม้ที่งอกขึ้นมาหลังฝนตก
แต่ขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้นกับยุคอันยิ่งใหญ่นี้
พวกเขาก็นึกถึงภาพของซูเฉินก่อนหน้านี้
แล้วก็อดรู้สึกสงสารอัจฉริยะเหล่านั้นไม่ได้
พวกเขาโชคดี แต่ในขณะเดียวกันก็โชคร้ายที่สุด
อัจฉริยะครองโลก…
แต่ซูเฉินอยู่เหนืออัจฉริยะ!
จากผลงานอันน่าเหลือเชื่อของซูเฉินก่อนหน้านี้
ถ้าต้องเลือกใครสักคนมาตั้งชื่อให้ยุคนี้
ไม่มีคู่แข่ง และตัวเลือกมีเพียงหนึ่งเดียว
ยุคสมัยนี้ถูกกำหนดให้ตั้งชื่อตามซูเฉิน!