ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 111 ว่าที่พี่สะใภ้? ซูฉาน
ตอนที่ 111 ว่าที่พี่สะใภ้? ซูฉาน
ก่อนที่หลินจือไปจะได้เห็นประกาศอย่างเป็นทางการจากเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์
เขาก็ทราบข่าวมาจากเจียงเฉิงแล้วว่า ‘The Knockout’ มีกำหนดออกอากาศในวันที่สิบห้าของเดือนนี้
เขาไม่รู้สึกประหลาดใจแม้แต่น้อย
คุณภาพของละครเรื่องนี้สามารถออกอากาศทางช่องทีวีเสินฮว่าได้แน่นอน
เพราะในโลกก่อนละครเรื่องนี้ก็เคยฉายทางสถานีโทรทัศน์กลางมาแล้ว
แต่หลินจือไปไม่รู้เลยว่าตอนนี้เทียนกวงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ได้เล็งเป้าหมายมาที่ละครเรื่องนี้แล้ว
จนกระทั่งหยิ่นตงหน่วนมาหาหลินจือไป
ตั้งแต่เมื่อสองสามเดือนก่อนที่หลินจือไปกับหยิ่นตงหน่วนไปที่วิทยาลัยด้วยกัน
จนเกิดข่าวลือว่าทั้งคู่กำลังคบหาดูใจกันในรั้ววิทยาลัย ทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย
แม้แต่การติดต่อพื้นฐานก็ไม่มี
ถ้าไม่นับว่าหลินจือไปเข้าไปกดไลก์สตอรีในโซเชียลของหยิ่นตงหน่วนเป็นครั้งคราว
หยิ่นตงหน่วนชอบโพสต์ในโซเชียลมากพอสมควร
แน่นอนว่าเป็นแนวเรื่อยเปื่อยสบายๆ ไม่ได้มีเนื้อหาสำคัญอะไร
พอหลินจือไปเห็นเข้าก็กดไลก์ให้แบบอัตโนมัติ
ส่วนเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ได้ติดต่อกัน?
หลินจือไปคิดว่าเป็นเพราะความรู้สึกกระอักกระอ่วน
คนที่เคยมีประสบการณ์คงเข้าใจดี แม้ว่าครั้งหนึ่งจะเคยสนิทกันมากๆ
แต่พอแยกย้ายไม่ได้พบกันหลายปี พอกลับมาเจอกันอีกครั้ง
ย่อมมีความอึดอัด มีความเกรงใจ และมีความไม่สนิทสนมเหมือนก่อน
โดยเฉพาะถ้าอีกฝ่ายเป็นเพศตรงข้าม ความห่างเหินนี้ยิ่งชัดเจน
หลินจือไปกับหยิ่นตงหน่วนก็เป็นแบบนั้น
ทั้งสองเคยสนิทกันมากก็จริง แต่เพราะไม่ได้เจอกันนานหลายปี
แม้ตอนกลับมาเจอกันจะดีใจกันมากแค่ไหน
แต่หลินจือไปและหยิ่นตงหน่วนต่างค่อยๆ ตระหนักได้ว่า อีกฝ่ายไม่ได้เป็นคนในภาพความทรงจำเดิมเสียทีเดียว
ทั้งคู่ได้พลาดช่วงเวลาหลายปีของกันและกัน
เมื่อกลับมาเจอกันหลังจากผ่านไปหลายปี จึงเกิดความรู้สึกที่คุ้นเคยปนความห่างเหิน
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว การได้กลับมาเจอกันของหลินจือไปกับเฟิงซั่วไม่มีความอึดอัดใจแบบนั้น
อาจเพราะทั้งสองเป็นผู้ชายเหมือนกัน ถึงจะห่างเหินไปบ้าง
แต่พอได้เจอหน้าคุยกันมากขึ้นก็กลับไปเป็นเหมือนสมัยก่อนได้ไม่ยาก
ด้วยเหตุนี้ หลินจือไปจึงแปลกใจไม่น้อยที่วันนี้หยิ่นตงหน่วนปุบปับมาหาตน
แถมยังตรงดิ่งมาที่พักของเขาด้วย
“มีเรื่องอะไรเหรอ?”
หลินจือไปเชิญหยิ่นตงหน่วนที่ยืนอยู่หน้าประตูเข้ามาข้างใน
หยิ่นตงหน่วนแกล้งทำเป็นไม่พอใจว่า
“ไม่มีธุระก็จะมาหานายไม่ได้หรือไง?”
“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น”
“ฉันรู้ว่านายไม่ได้หมายความแบบนั้น ออกไปเดินเล่นกันหน่อยไหม”
“ได้สิ”
หลินจือไปเปลี่ยนเป็นรองเท้ากีฬาแบบลำลอง
ทั้งสองไม่ได้ไปไหนไกล แค่เดินเล่นอยู่ในบริเวณหมู่บ้านเหมือนกับคืนที่ทั้งคู่เจอกันเมื่อสองสามเดือนก่อน
วันนี้หยิ่นตงหน่วนเดินนำอยู่ข้างหน้า เธอแต่งหน้ามาก่อนจะมาหา
ทำให้ดูสวยสง่ามากกว่าวันที่ได้เจอกันครั้งก่อน
“ฉันมาหานายเพราะมีเรื่องจริงๆ”
หยิ่นตงหน่วนที่นั่งลงบนม้านั่งริมแม่น้ำ ในที่สุดก็เอ่ยปาก
“เสินฮว่าประกาศว่าอาหลินจะมีละครเรื่องใหม่ที่กำลังจะออกอากาศทางช่องทีวีเสินฮว่าในวันที่สิบห้าเดือนนี้ ใช่ไหม”
‘อาหลิน’ ที่หยิ่นตงหน่วนพูดถึงก็คือหลินตง พ่อของหลินจือไป
“ฉันได้ข่าวมา”
หยิ่นตงหน่วนเสยผมหน้าม้าเบาๆ รวบผมยาวทัดหูเผยให้เห็นหน้าผากขาวเนียนครึ่งหนึ่ง
“ทางเทียนกวงก็เตรียมจะลงละครอีกเรื่องวันที่สิบห้าเหมือนกัน
ไม่ว่าทุนสร้างหรือทีมงานเบื้องหลังต่างก็อลังการมาก พวกเขาตั้งใจจะเปิดศึกแย่งเรตติ้งแบบเต็มตัวเลย”
หลินจือไปประหลาดใจ
หยิ่นตงหน่วนไปได้ข่าวนี้มาจากไหนกัน?
เทียนกวงน่าจะยังไม่ได้ประกาศเรื่องนี้อย่างเป็นทางการนี่นา?
ดูท่าว่าสามบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งฉินโจวจะมีสายข่าวแทรกซึมสอดส่องข้อมูลกันและกันอยู่จริงๆ
เด็กสาวคนนี้คงจะเริ่มรับผิดชอบงานบางส่วนของน่าเซินแล้ว
ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางรู้เรื่องนี้ล่วงหน้าได้แน่
“อาหลินอาจจะลองเปลี่ยนวันออกอากาศดูก็ได้นะ”
หยิ่นตงหน่วนเสนอแนะว่า
“ถ้าชนกับละครของเทียนกวงตรงๆ โอกาสจะเป็นหมากรองสูงมากเลย ไวกลับไปนายลองคุยกับอาหลินดูนะ”
“แบบนี้จะถือว่าเธอหักหลังน่าเซินหรือเปล่า?”
หลินจือไปพูดหยอก
“เสินฮว่ากับเทียนกวงเปิดศึกกัน น่าเซินก็ไม่ได้เสียหายอะไร”
หยิ่นตงหน่วนกลอกตา
“ถ้าผู้กำกับละครของเสินฮว่าไม่ใช่พ่อนาย ฉันคงไม่ยุ่งหรอก
แต่นี่ก็ไม่ถือว่าทรยศหรอกนะ ยังไงละครเรื่องใหม่ของเทียนกวงมีทีมงานอลังการขนาดนั้น เรตติ้งต้องพุ่งกระฉูดแน่ๆ
ถึงเสินฮว่าจะโดนแย่งผู้ชม แล้วช่องทีวีน่าเซินไม่โดนด้วยเหมือนกันหรือไง?”
สามค่ายใหญ่ต่างเกี่ยวพันกันอยู่
ถ้าเสินฮว่ากับเทียนกวงเปิดศึกกัน น่าเซินก็ไม่มีทางอยู่เฉยๆ ได้
หลินจือไปพยักหน้า
“งั้นเดี๋ยวคืนนี้ฉันจะบอกพ่อดู ส่วนพ่อจะตัดสินใจยังไงก็ขึ้นอยู่กับเขาแล้ว”
“ยังไงฉันก็ได้บอกเรื่องนี้แล้ว”
หยิ่นตงหน่วนเบะปาก
“สิทธิการตัดสินใจอยู่ที่อาหลิน”
จริงๆ แล้วเธอไม่อยากจะบอกเรื่องนี้เลย เพราะถ้าบอกก็เหมือนจะไม่ซื่อสัตย์ต่อน่าเซิน
แต่ถ้าไม่บอกก็เหมือนผิดต่อหลินจือไป สุดท้ายจึงตัดสินใจบอกไปดีกว่า
อย่างน้อยถ้าอยากเลื่อนวันฉายก็ยังพอทัน
“ขอบใจนะ”
หลินจือไปยิ้มบางๆ
ดูเหมือนหยิ่นตงหน่วนจะให้ความสำคัญกับมิตรภาพระหว่างเธอกับเขามากจริงๆ
“นายนี่ไม่จริงใจเลย”
หยิ่นตงหน่วนพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองเล็กน้อย
“ไม่งั้นทำไมเงียบหายไม่ติดต่อฉันเลยตั้งหลายเดือน?”
หลินจือไปงง
“เธอก็ไม่ได้ติดต่อฉันเหมือนกันนี่”
หยิ่นตงหน่วนหันมองเขาเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่ก็กลืนคำพูดลงไป พลางหันไปทางแม่น้ำแล้วทำเป็นพูดเรื่อยเปื่อยว่า
“นายยังจำได้ไหมว่าครั้งก่อนฉันเคยพูดถึงเรื่องคู่หมั้นทิพย์ คลุมถุงชนของลูกพี่ลูกน้องนาย?”
“ซูฉาน”
หยิ่นตงหน่วนยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า
“ซูฉานนายรู้จักอยู่แล้ว แตนายอาจจะไม่รู้ว่าซูฉานเป็นรองหัวหน้าแผนกโทรทัศน์ของเทียนกวง
ไม่รู้ว่าแผนการลอบเล่นงานเสินฮว่าครั้งนี้เธอมีบทบาทอะไรอยู่เบื้องหลังบ้าง”
“สำคัญเหรอ?”
“แน่นอนว่าสำคัญสิ”
หยิ่นตงหน่วนเอ่ยเบาๆ ว่า
“ซูฉานเป็นคนที่มีความสามารถมากที่สุดในรุ่นที่สามของเทียนกวง ฉันคิดว่าเธอไม่มีทางยอมรับการแต่งงานคลุมถุงชนได้
ผู้หญิงคนนี้ฉลาดมาก แม้แต่ปู่ของฉันยังชมไม่หยุดเลย”
หยุดไปครู่หนึ่ง หยิ่นตงหน่วนก็ถอนหายใจเบาๆ
“ถ้าซูฉานกลายเป็นพี่สะใภ้ของนายขึ้นมาจริงๆ ยังจะมีที่ให้ครอบครัวของนายเหลืออยู่ในเสินฮว่าอีกเหรอ?”
หลินจือไปพูดติดตลกว่า
“งั้นฉันก็พาครอบครัวหนีไปอยู่กับเธอสิ”
หยิ่นตงหน่วนพูดอย่างหงุดหงิดว่า
“ถ้างั้นก็แต่งงานกับฉันไปเลยสิ ในเมื่อลูกพี่ลูกน้องนายจะได้เจ้าหญิงแห่งเทียนกวง
งั้นนายก็แต่งกับเจ้าหญิงแห่งน่าเซินอย่างฉันแล้วกัน”
“ก็ดูเป็นไอเดียเหมือนกันนะ”
“ไอเดียบ้านนายสิ ทำไมซื่อบื้อแบบนี้ ตอนเด็กๆ นายฉลาดจะตายไม่ใช่เหรอ? หรือว่าแกล้งโง่ใส่ฉันอยู่เนี่ย?”
หยิ่นตงหน่วนจ้องมองหลินจือไป
เธอไม่คิดว่าหลินจือไปจะเป็นคนที่ยอมจำนนง่ายๆ ทั้งที่รู้ว่าบ้านลุงใหญ่หลายคนไม่ประสงค์ดี
แต่คนที่เจ้าเล่ห์มาตั้งแต่เด็กอย่างหมอนี่จะยอมนั่งรอวันตายเฉยๆ อย่างนั้นนะเหรอ?
“หน่วนหน่วน”
หลินจือไปเก็บรอยยิ้ม กล่าวเบาๆ
“ถ้าวันหนึ่งฉันต้องการความช่วยเหลือ ฉันจะต้องมาขอความช่วยเหลือจากเธอแน่นอน
และก็หวังว่ามันจะเป็นแบบเดียวกันสำหรับเธอ เมื่อสามปีก่อนฉันปกป้องใครได้
สามปีให้หลังฉันจะปกป้องพวกเขาให้ดีกว่าเดิมขึ้นไปอีก”
หยิ่นตงหน่วนชะงักไป
แสงแดดที่ลอดผ่านเงาไม้ส่องเป็นริ้วๆ ในเวลานี้
หลินจือไปคล้ายซ้อนทับเข้ากับเงารางอันคุ้นเคยในความทรงจำของเธอ
เป็นอย่างที่คิดจริงๆ
คนเจ้าเล่ห์อย่างหมอนี่ไม่ใช่คนที่ดูเรียบง่ายอย่างที่ตาเห็นเลย
ยังชอบบอกว่าตัวเองเป็นแค่นักศึกษาธรรมดาๆ ทั้งที่เมื่อก่อนก็เหนือกว่าเด็กวัยเดียวกันเสมอ
โตมาจะกลายเป็นกวางซื่อบื้อไร้ฝีมือได้ยังไง?
ซูฉาน
หลังจากแยกกับหยิ่นตงหน่วนไป ชื่อนี้ก็ผุดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหัวของหลินจือไป
เป็นอย่างที่หยิ่นตงหน่วนว่าไว้
ถ้าซูฉานแห่งเทียนกวงกลายเป็นพี่สะใภ้ของเขาจริงๆ ฝั่งลุงใหญ่ก็จะไม่มีใครสามารถต้านทานได้อีก
ถึงแม้ธุรกิจของหลินจือไปที่ออกจากเสินฮว่าไปยังประสบความสำเร็จได้
แต่ถ้าเขาอยากให้คนพวกนั้นพังพินาศหมดทุกอย่าง
ก็ต้องวางหมากทุกย่างก้าวอย่างรอบคอบระมัดระวัง
ไม่ปล่อยให้พวกเขามีโอกาสยื้อชีวิตหรือแม้แต่ได้พักหายใจสักนิดเดียว
บางทีอาจจะให้เจียงเฉิงลองติดต่อผู้หญิงคนนี้ดูสักหน่อย
การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับเสินฮว่าเปนไปไม่ได้ที่จะเป็นการตัดสินใจของซูฉานเพียงลำพัง
ซูฉานมีแววของการเป็นผู้หญิงแกร่งในตัว
ไม่มีทางยอมแต่งงานตั้งแต่อายุน้อยๆ แล้วถอนตัวจากเวทีบริหารระดับสูงของเทียนกวงง่ายๆ
เพราะฉะนั้นน่าจะเป็นความต้องการของผู้ใหญ่ในครอบครัวเธอมากกว่า
แต่ถ้าเธออยากต่อต้านคำสั่งของครอบครัว เธอก็ต้องแสดงให้เห็นคุณค่าของตัวเองที่สูงกว่าการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์
อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของซูฉานตอนนี้คือเพศ
ในฐานะผู้หญิง การจะสืบทอดอำนาจของเทียนกวงถือว่ายากมาก
เธอต้องพิสูจน์ว่าตัวเองมีคุณค่าที่จำเป็นต่อเทียนกวงซึ่งขาดไปไม่ได้
ถึงขั้นที่เทียนกวงเองยังไม่อยาก หรือแม้แต่ไม่กล้าให้เจ้าหญิงคนนี้แต่งงานออกเรือนไปเลยด้วยซ้ำ!
ความจริงแล้ว ซูฉานก็กำลังทำแบบนี้อยู่ เธอขยันขันแข็งมาก ผลงานก็โดดเด่น
เป็นผู้บริหารระดับสูงที่โดดเด่นของเทียนกวง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่พอ
เธอต้องการที่พึ่งที่ใหญ่กว่านี้!
และคุนเผิงสามารถมอบที่พึ่งให้เธอได้
หรือจะบอกว่าหลินจือไปสามารถเป็นหลักให้เธอได้
ตราบใดที่หลินจือไปใช้ชื่อคุนเผิงอินเวสต์เมนต์เพื่อช่วยซูฉานสร้างผลงานในเทียนกวง…
อะไร? เทียนกวงสามารถหาคนมาแทนซูฉานได้?
ถ้างั้นคุนเผิงก็สามารถอ้างเหตุผลว่า ‘เราขอร่วมงานกับซูฉานเท่านั้น’ เพื่อปัดคนที่เทียนกวงส่งมาแทนออกไป
หลินจือไปมั่นใจมากพอที่จะทำแบบนั้น
ก็เหมือนกับละคร ‘The Knockout’ เรื่องนี้
หลินจือไปสามารถเจาะจงให้พ่อมารับหน้าที่ผู้กำกับได้ เว้นแต่เสินฮว่าจะไม่เอาละครเรื่องนี้แล้วเท่านั้น
ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็ทำได้แค่ยอมรับเงื่อนไขของคุนเผิง!
และสิ่งที่หลินจือไปต้องคิดต่อ คือจะทำอย่างไรให้ซูฉานกลายเป็นผู้บริหารหลักที่ไม่มีใครแทนที่ได้ในเทียนกวง
ส่วนเรื่องที่หยิ่นตงหน่วนบอกว่าเทียนกวงอยากจะเล่นงาน ‘The Knockout’ เขาไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก
ละครเรื่องนี้ไม่ใช่ใครจะมาทำอะไรได้ง่ายๆ
อีกอย่างเรตติ้งละครไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครทุ่มเงินเยอะกว่า หรือมีทีมงานอลังการกว่ากัน
บางเรื่องใช้ทุนต่ำแต่เนื้อเรื่องดีก็สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาดังได้
ตัวอย่างแบบนี้หลินจือไปเคยเห็นมาแล้วนับไม่ถ้วนจากโลกก่อน
แต่เทียนกวงซ่อนแผนไว้ลึกจริงๆ
หลายวันถัดมาก็ยังไม่เปิดเผยเขี้ยวเล็บ จนกระทั่งวันที่สิบ เทียนกวงเอ็นเตอร์เทนเมนต์สุดจะกลั้นไว้ได้อีกต่อไป
และแน่นอนว่าก็ไม่ควรกลั้นไว้อีกแล้ว
ต่อให้จะอยากลอบโจมตีละครของเสินฮว่าทีวีก็ต้องเริ่มโปรโมตก่อนอยู่ดีใช่ไหมละ?
ในคืนนั้น!
เทียนกวงประกาศข่าว!
‘ละครโทรทัศน์ ‘ชนวนเดือด’ จะออกอากาศในช่วงไพรม์ไทม์ทางสถานีโทรทัศน์เทียนกวงในวันที่ 15 เดือนพฤษภาคม!’
ในข่าวประชาสัมพันธ์ เทียนกวงได้แนะนำรายละเอียดของละครเรื่องนี้
‘ซีรีส์แนวตำรวจ-อาชญากรรม ทุนสร้างสองร้อยล้าน ตามล่าฆาตกรสุดระทึกใจ กำกับโดยผู้กำกับชื่อดังแห่งวงการ’
‘พระเอกนำแสดงโดยนักแสดงแถวหน้า หวงฮ่าว!’
‘นางเอกนำแสดงโดยนักแสดงแถวหน้า จ้าวปิงปิง!’
‘นอกจากนี้ยังมีดาราแถวสองและสามอีกหลายคน!’
‘บทละครล่าสุดจากอาจารย์เอี้ยนชาง นักเขียนบทระดับท็อปของวงการทีวีฉินโจว!’
ทุนสองร้อยล้านสำหรับบริษัทระดับสามค่ายใหญ่ก็ยังไม่ใช่ตัวเลขที่เวอร์เกินไป
แต่ละครแนวตำรวจอาชญากรรมก็ไม่จำเป็นต้องใช้ทุนเวอร์ขนาดนั้นอยู่แล้ว สองร้อยล้านก็ถ่ายฉากใหญ่ๆ ได้เหลือเฟือ
จุดสำคัญคือทั้งพระเอกและนางเอกล้วนเป็นนักแสดงระดับแถวหน้า
แม้แต่นักแสดงสมทบก็มีทั้งแถวสองและสาม
ทีมนักแสดงชุดนี้เรียกได้ว่าแข็งแกร่งมาก สมกับเป็นหนึ่งในสามยักษ์ใหญ่
ยังไม่นับว่าบทละครมาจากอาจารย์เอี้ยนชาง หนึ่งในสุดยอดนักเขียนบทของวงการทีวีฉินโจวด้วย!
พอข่าวนี้ออกมา ทั้งโลกออนไลน์ก็จับจ้อง แม้แต่คนโง่ยังรู้เลยว่า เทียนกวงตั้งใจจะเปิดศึกกับเสินฮว่า!