ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 118 ตอนอวสาน 'The Knockout' มาถึงแล้ว!
ตอนที่ 118 ตอนอวสาน ‘The Knockout’ มาถึงแล้ว!
วันที่ยี่สิบแปดเดือนพฤษภาคม หลินจือไปไม่มีเรียน
จึงกลับไปยัง ตงหูตี้จวิน ซึ่งเป็นโซนบ้านพักของพ่อแม่และครอบครัว
หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จ
หลินจือไปนั่งดู ‘The Knockout’ กับครอบครัวอยู่หน้าทีวี
นี่เป็นละครโทรทัศน์ที่หลินตงเป็นผู้กำกับ
ดังนั้นพี่ชายพี่สาวและแม่จึงติดตามชมทุกวัน
ตอนแรกก็เพื่อสนับสนุนพ่อ แต่ตอนนี้กลายเป็นชอบ ‘The Knockout’ จริงๆ ไปแล้ว
คืนนี้
ช่องโทรทัศน์เสินฮว่ากำลังออกอากาศ ‘The Knockout’ ตอนที่สามสิบเจ็ด สามสิบแปดและสามสิบเก้า
ในโลกก่อน ‘The Knockout’ มีเพียงสามสิบเก้าตอน
แต่เวอร์ชันที่ระบบให้มานั้นไม่ได้แก้ไขเนื้อหา จึงมีทั้งหมดสี่สิบสามตอน
ตอนอวสานจึงต้องรอต่อไปอีกหน่อย
ภายในห้องนั่งเล่น
ละครโทรทัศน์กำลังฉายอยู่ จู่ๆ โทรศัพท์ของหลินตงก็ดังไม่หยุด
ดูเหมือนจะมีบริษัทโปรดักชันโทรเข้ามา
“ผู้กำกับหลิน!”
“อ้อ ประธานหวังเหรอครับ”
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับละครเรื่องใหม่ฮิตถล่มทลาย ตอนนี้ผมติดตามดู ‘The Knockout’ ทุกวันเลย
จำได้ว่าปีก่อนคุณติดต่อมาหาผมเรื่องอยากให้บริษัทเราลงทุนในละครของคุณใช่ไหม
ตอนนั้นต้องขอโทษจริงๆ นะครับ พอดีเงินหมุนไม่ทัน
แต่ตอนนี้บริษัทเรามีเงินทุนพร้อมแล้วละ ถ้าคุณจะถ่ายทำละครเรื่องใหม่เมื่อไหร่ก็บอกได้เลย
อยากให้ลงทุนยังไงก็คุยกันได้นะครับ”
“ผมอยากพักสักระยะครับ”
“เข้าใจครับ เข้าใจอยู่แล้ว ยังไง ‘The Knockout’ ก็เพิ่งถ่ายจบ
ผมหมายถึงว่าเมื่อไหร่จะเริ่มเปิดกล้องละครเรื่องต่อไป…”
“เอาไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันนะครับ”
หลินตงหัวเราะกลบเกลื่อน ไม่ได้ตอบตกลงทันที
คนพวกนี้เมื่อก่อนยังเมินเฉยใส่เขาอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับพากันกระตือรือร้น
ชวนกันมาลงทุนในละครเรื่องต่อไปของเขา นี่สินะสิ่งที่ได้มาหลังจากสร้างผลงานที่ฮิตถล่มทลาย?
น้ำใจคนมีขึ้นมีลงจริงๆ
หลังจากวางสายไม่นานก็มีสายใหม่โทรเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ทุกคนในครอบครัวกำลังดูละครอย่างมีความสุขอยู่ แม่เลยมองค้อนพ่ออย่างไม่พอใจ
“ถ้าจะรับก็ไปรับข้างนอกเลย”
“ไม่รับแล้ว ไม่รับแล้ว”
หลินตงยิ้มแหยๆ ก่อนจะปิดเสียงโทรศัพท์แล้ววางไว้ข้างตัว
งานย่อมไม่สำคัญไปกว่าการได้อยู่กับครอบครัว
บนโซฟา
หลินเชิ่งเทียนทำเสียงชื่นชม
“ตอนนี้พ่อเนื้อหอมจริงๆ นะครับเนี่ย”
หลินตงยิ้มเล็กน้อย
“จะว่าเนื้อหอมก็ไม่เชิงหรอก พวกเขาแค่เข้าถึงคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ไม่ได้ เลยหันมาหาพ่อที่เป็นผู้กำกับแทน
อย่างที่รู้กันว่าที่ ‘The Knockout’ โด่งดังขึ้นมาได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะบทของปู่เยโหว”
“ผมว่าพ่อทำผลงานมากที่สุดแล้ว”
หลินจือไปเอ่ยขึ้น
ความสามารถในการกำกับละครของพ่อไม่มีปัญหาเลย เพียงแต่ก่อนหน้านี้ถูกข้อจำกัดจากลุงรอง จึงไม่ได้มีโอกาสได้บทดีๆ
แม้แม่ครัวเก่งก็ยากจะทำอาหารได้หากขาดวัตถุดิบ
ถ้าพ่อได้บทดีๆ สักเรื่องก็แจ้งเกิดได้สบายๆ อยู่แล้ว
ความสำเร็จของ ‘The Knockout’ คือหลักฐานชั้นดีเลยละ
ขณะนั้นเอง
หลินซีมองโทรศัพท์แล้วอุทานอย่างตกใจว่า
“เมื่อวานเรตติ้งเฉลี่ยพุ่งถึง 4.29% แล้วนะ สูงขึ้นทุกวันเลย!”
“ฉันจำได้ว่า…”
แม่หันไปมองพ่อ
“ปีที่แล้วละครที่ได้เรตติ้งสูงสุดในฉินโจว เป็นละครดรามาในเมืองของน่าเซิน
พระเอกนางเอกเป็นดาราแถวหน้าทั้งคู่ ตอนนั้นเรตติ้งสูงสุดอยู่ที่ 3.8% แต่ตอนนี้โดน ‘The Knockout’ ทิ้งห่างไปไกลแล้ว”
ละครที่ได้เรตติ้งสูงสุดในแต่ละปีจะถูกขนานนามว่า “จ้าวแห่งละครประจำปี”!
จ้าวแห่งละครของปีที่แล้วมีค่าเฉลี่ยเรตติ้งเกินสาม และเรตติ้งสูงสุดอยู่ที่ 3.8%!
ฟังดูไม่มากเท่าไร
แต่ที่จริงแล้วมากมายมหาศาล
เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไป หากเป็นช่วงที่อินเทอร์เน็ตกับเว็บไซต์วิดีโอยังไม่แพร่หลาย
ขอแค่ละครดีพอ เรตติ้งก็ย่อมสูงได้ตามต้องการ
ถึงขนาดเคยมีฉากมหากาพย์ที่ทั้งฉินโจอดูละครเรื่องเดียวกันมาแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงบลูสตาร์
เอาแค่โลก
เมื่อครั้งที่ละครใหญ่อย่าง “ไซอิ๋ว” ของสถานีโทรทัศน์กลางจีนออกอากาศครั้งแรก
ทั้งประเทศก็พากันติดตามแล้วไม่ใช่หรือ?
ตอนนั้นทุกคนแทบไม่มีความบันเทิงใดนอกจากการดูโทรทัศน์
จึงเกิดปาฏิหาริย์ที่ทั้งประเทศตามดูละครเรื่องเดียวกัน
แต่พอยุคสมัยพัฒนาไปเรื่อยๆ ความบันเทิงของผู้คนก็มีมากขึ้น
ละครโทรทัศน์จึงไม่ใช่วิธีผ่อนคลายเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
ยังไม่ต้องพูดถึงเว็บไซต์วิดีโอต่างๆ ที่แพร่หลายแล้วด้วย
เพราะละครที่ฉายทางโทรทัศน์ในเว็บก็มีให้ดูเหมือนกัน!
รวมถึง ‘The Knockout’
คนที่ติดตามดูละครผ่านเว็บไซต์วิดีโอ ความจริงแล้วมีมากกว่าคนที่ดูผ่านสถานีโทรทัศน์เสินฮว่าเสียอีก
ดังนั้นจึงเกิดการแบ่งยอดเรตติ้งไป สมัยนี้คนดูโทรทัศน์มีน้อยลงเรื่อยๆ
เพราะอย่างนี้
จ้าวแห่งละครประจำปีของน่าเซินเมื่อปีก่อนนับว่าทำผลงานได้ดีมากแล้ว
แต่ปีนี้ ‘The Knockout’ กลับมาแรงจนทำผลงานได้สุดยอดยิ่งกว่า
ไม่แปลกเลยที่วงการส่วนใหญ่เชื่อว่าละครเรื่องนี้ได้คว้าตำแหน่ง “จ้าวแห่งละครประจำปี” ไปล่วงหน้าแล้ว
ทุกคนยากจะจินตนาการได้ว่า
ในยุคที่เรตติ้งเฉลี่ยเกินสามก็มีโอกาสชิงตำแหน่ง “จ้าวแห่งละครประจำปี” ของฉินโจวแล้ว
ปีนี้ยังมีละครโทรทัศน์เรื่องไหนอีกที่จะเอาชนะเรตติ้งของ ‘The Knockout’ ไปได้?
ยิ่งไปกว่านั้นละครเรื่องนี้ยังไม่จบ
โดยปกติละครที่กำลังฮิต เรตติ้งจะพุ่งสูงสุดตอนที่ออกอากาศตอนอวสาน
ดังนั้นทั้งครอบครัวจึงเฝ้ารอเรตติ้งของตอนอวสาน ‘The Knockout’
หลินซีวิเคราะห์ว่า
“เรตติ้งเกินสี่น่าจะสุดแล้ว”
หลินเชิ่งเทียนกล่าวว่า
“ถ้าตอนจบเกินห้าได้ก็ดีสิ”
แม่ส่ายหัว
“ยังห่างอีกเยอะนะ ไม่น่าจะมีหวังทะลุห้าได้
ในช่วงสิบปีมานี้ละครที่เรตติ้งเกินห้าน่าจะมีแค่สองสามเรื่องเองมั้ง”
พ่อไม่พูดอะไร
เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าตอนอวสานจะทำเรตติ้งได้เท่าไร
หลินจือไปเองก็ไม่พูดอะไร แต่เขากลับมั่นใจกว่านั้นอีก
เขารู้สึกว่า ‘The Knockout’ มีโอกาสที่เรตติ้งจะทะลุห้า
เพราะยิ่งละครได้รับความนิยมมากเท่าไร ตอนจบก็ยิ่งมีคนดูเยอะมากเท่านั้น
แถมผู้ชมบางส่วนที่ติดตามจากเว็บไซต์ที่อยากดูตอนอวสานเป็นกลุ่มแรกๆ
ก็อาจหันมาดูสดทางโทรทัศน์แทน
เพราะการอัปเดตบนเว็บไซต์มักจะช้ากว่าทีวีเล็กน้อย แบบนี้ก็ช่วยหนุนเรตติ้งได้อีกนิด
เป็นแบบนี้
จากนั้นอีกสองวันต่อมา
เรตติ้งไม่กี่ตอนสุดท้ายทยอยออกมาเรื่อยๆ ทุกคนต่างจับจ้องด้วยความสนใจ
ตอนที่สามสิบเจ็ด: 4.3%
ตอนที่สามสิบแปด: 4.33%
ตอนที่สามสิบเก้า: 4.38%
ตอนที่สี่สิบเอ็ด: 4.41%
ตอนที่สี่สิบสอง: 4.45%
วันนี้คือวันที่สามสิบเดือนพฤษภาคม คืนนี้ ‘The Knockout’ เหลือแค่ตอนสุดท้ายเท่านั้น!
บนโลกออนไลน์
‘จะบ้าตาย ทำไมเหลืออยู่อีกตอนเดียวละ ฉายรวดเดียวจบเลยไม่ได้เหรอ ฉันขาดใจตายอีกไม่เท่าไหร่!’
‘วินาทียาวนานอย่างกับปี!’
‘ตอนนี้ฉันทั้งอยากให้ถึงตอนกลางคืนเร็วๆ ทั้งอยากให้มาถึงช้า
พอดูละครเรื่องนี้จบแล้ว รู้สึกไม่อยากตามเรื่องอื่นเลย!’
‘เกาจื่อเฉียงใกล้จบแล้วสินะ!’
‘นึกไม่ถึงเลยว่าหวงเหยาจะมาล้างแค้นเกาจื่อเฉียง!’
‘ฉันโมโหจะตายอยู่แล้ว หวงเหยานี่มันหมาป่าตาใสที่เลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ
เกาจื่อเฉียงดีกับเธอขนาดนั้น กับเหล่าโม่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่!’
“พอเถอะ”
‘พวกเราจะบอกว่าเกาจื่อเฉียงเล่นดีก็ได้นะ แต่ดำก็คือดำ ขาวก็คือขาว
เกาจื่อเฉียงคือตัวร้าย แล้วเขาก็ใช้เหล่าโม่จริงๆ สุดท้ายเหล่าโม่ก็ตายเพราะเขา’
“ใช่!”
‘นักแสดงกับบทบาทต้องแยกกันนะ ฉันเห็นมีคนไปด่านักแสดงที่เล่นเป็นหวงเหยาด้วย
นี่มันเกินไปหน่อยจริงๆ’
‘ลูกสาวของเมิ่งเต๋อไห่ก็โดนด่าเหมือนกัน’
‘พวกนี้มันระดับไหนกัน ดูละครเรื่องเดียวกับฉันแท้ๆ แต่กลับเกลียดจนลามไปถึงตัวนักแสดง
นักแสดงเขาจะถ่ายทำยังไงก็ขึ้นอยู่กับคนเขียนบทกับผู้กำกับทั้งนั้น
ถ้าพวกเธอไม่ชอบก็ไปด่าผู้กำกับกับคนเขียนบทสิ’
‘ฮ่าๆ พวกเขาไม่กล้าหรอก’
‘ผู้กำกับหลินตงทำละครเรื่องนี้ออกมาได้ดีขนาดนี้ คงไม่กล้าวิจารณ์’
‘ส่วนคนเขียนบทปู่เยโหวยิ่งไม่มีทางโดนตำหนิเลย
ทุกคนรัก ‘The Knockout’ ก็เพราะรักตัวละครกับพล็อตเรื่องที่สนุกนี้แหละ
คนที่มีผลงานที่สุดก็คืออาจารย์ผู้เขียนบท’
วงการภาพยนตร์และละคร
“ในที่สุดก็กำลังจะถึงตอนอวสานแล้ว!”
“ละครเรื่องนี้จะพุ่งสูงไปกว่านี้ไม่ได้แล้วนะ ถ้าพุ่งไปกว่านี้หัวใจฉันคงรับไม่ไหวแน่
ทำไมถึงได้ร้อนแรงขนาดนี้นะ เรตติ้งเฉลี่ยสูงกว่าละครอันดับหนึ่งของปีก่อนซะอีก
ฉันกลัวแทนละครอันดับหนึ่งของปีหน้าจริงๆ”
“ละครอันดับหนึ่งของปีหน้าจะมีเรตติ้งเฉลี่ยทะลุสี่ไหม?”
“คาดหวังได้ไม่มาก การทะลุสี่มันมันยากมากจริงๆ!”
“ตอนนี้ไม่ใช่แค่ทะลุสี่แล้ว ฉันรู้สึกว่าตอนอวสานของ ‘The Knockout’ อาจจะทะลุห้าเลยก็ได้นะ!”
“เป็นไปไม่ได้มั้ง?”
“ตอนนี้ยังขาดอีกหน่อยนะ!”
“ทะลุห้านี่เกินจริงไปหน่อย เธอดูละครอันดับหนึ่งในฉินโจวช่วงสิบปีที่ผ่านมาสิ
มีแค่สามเรื่องที่เรตติ้งสูงสุดทะลุห้าได้ แถมยังมาทะลุตอนอวสานด้วย
และทั้งสามเรื่องนั้นล้วนอาศัยนักแสดงชายหญิงระดับแถวหน้าเป็นตัวเรียกเรตติ้ง
‘The Knockout’ เมื่อเทียบกับสามเรื่องนั้น จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดก็คือไม่มีนักแสดงระดับแถวหน้ามาสนับสนุน
มีแค่พระเอกคนเดียวที่เป็นนักแสดงแถวหน้า”
“ก็จริงนะ”
“แต่ฉันรู้สึกว่านักแสดงใน ‘The Knockout’ ถึงชื่อเสียงจะไม่โด่งดังมาก
แต่ฝีมือการแสดงถือว่ายอดเยี่ยมทุกคนเลย
ต้องยอมรับว่าสายตาในการคัดเลือกนักแสดงของหลินตงดีมากจริงๆ
ผู้กำกับคนนี้มีความสามารถสูงอยู่แล้ว เพียงแค่ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยเจอบทดีๆ เท่านั้น”
“ก็เหมือนกลุ่มนักร้องใน “I Am a Singer” ความสามารถพวกเขาไม่เป็นปัญหาเลย
เพียงแต่ชื่อเสียงยังเป็นรองหน่อยเท่านั้นเอง”
ในที่สุด!
เวลาสี่ทุ่ม!
ตอนอวสานของละครได้ออกอากาศแล้ว!
หลังจากเกาจื่อเฉียงถูกส่งเข้าคุก อันซินก็นำเกี๊ยวมาให้เขาที่หลังลูกกรงอีกครั้ง
โชคชะตาพลิกผันราวกับตื่นจากฝันลวง
เกาจื่อเฉียงยกแก้วไว้อาลัยให้กับตัวเองในวันวาน
“อันซิน
เกี๊ยวที่อร่อยที่สุดที่ฉันเคยกิน คือชามที่นายให้ฉันตอนตรุษจีนนั่น
ถ้าฉันยังเป็นเกาจื่อเฉียงคนขายปลาที่ถนนโรงงานเก่าอยู่ อันซิน นายจะคิดว่าฉันเป็นเพื่อนไหม?”
“ชีวิตไม่มีคำว่า ‘ถ้า’ มากมายขนาดนั้นหรอก”
ฉากจบ
ห้องขังนักโทษประหาร
เกาจื่อเฉียงกำลังจะถูกประหารด้วยการยิงเป้า
ท่ามกลางฉากอารมณ์ที่ไร้เสียง เกาจื่อเฉียงน้ำตาคลอ หอบหายใจอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง
ในไม่กี่วินาทีของฉาก ไม่มีการแสดงแบบสูตรสำเร็จ
มีเพียงความสมจริงราวกับเผชิญหน้าความตายจนหายใจไม่ออก
ฝีมือการแสดงที่น่าทึ่งของนักแสดงผสานเข้ากับตัวละครได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ปิดฉากเรื่องราวโค้งสุดท้ายของตัวละคร
เกาจื่อเฉียงเดินหน้าสู่ความตาย
ชะตากรรมของตัวละครใหญ่เล็กในเรื่องได้บทสรุปแล้ว
ถังเสี่ยวหลง เกาเสี่ยวเฉิน เมิ่งเต๋อไห่ หยางเจี้ยน เป็นต้น
รวมถึงเลขาและผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมดต่างได้รับโทษตามสมควร
ความชั่วร้ายทั้งหมดถูกลงโทษตามกฎหมาย!
เพลงประกอบตอนจบ ‘ไร้ซึ่งที่ซ่อน’ ดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย
ความรู้สึกของผู้ชมปะปนกันมากมาย หลังจาก ‘The Knockout’ ได้พาทุกคนโลดแล่นมากว่าสิบวัน
ทุกคนได้ดำดิ่งไปกับโชคชะตาของตัวละครในเรื่องอย่างสุดซึ้ง
เมื่อพายุในจิงไห่สงบลง สิ่งที่เหลือไว้มีเพียงความคร่ำครวญ…
วันรุ่งขึ้น!
ปลายเดือนพฤษภาคมมาถึง!
เรตติ้งตอนอวสานถูกประกาศออกมาแล้ว!
ตอนที่สี่สิบสามเรตติ้ง 5.02%!
เมื่อทุกคนได้เห็นเรตติ้งของตอนอวสานต่างก็ได้รับแรงสั่นสะเทือนครั้งสุดท้ายจาก ‘The Knockout’
ละครเรื่องนี้ทำเรตติ้งสูงสุดทะลุห้าแล้ว!
ฮือฮา!
วงการตกตะลึง!
วงการนวนิยายสั่นสะเทือน!
เทียนกวงแทบบดฟันกรามแน่นจนแตกละเอียด!
ในที่สุดฝันร้ายที่มีชื่อว่า ‘The Knockout’ ก็สิ้นสุดลงแล้ว