ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 139 รวมหัวเย้ยหยัน
ตอนที่ 139 รวมหัวเย้ยหยัน
เมื่อได้ยินคำเตือนจากปลายสาย
ดวงตาของหลินหลิวก็เย็นเยือก
เธอเอ่ยเสียงแหลมว่า
“ฉันหลินหลิวจะกลัวการมีปัญหากับคุนเผิงงั้นเหรอ?”
“ฉันประกาศออกไปอย่างเปิดเผยว่าจะคว้าอันดับหนึ่งของชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเดือนนี้”
“แม้แต่น่าเซินกับเทียนกวงก็ยังยอมเห็นแก่หน้าฉันหลินหลิว”
“คุนเผิงจะไม่รู้จุดยืนของฉันได้ยังไง?”
“ทั้งที่รู้ว่าฉันมีท่าทีแบบไหน”
“ฉูฉือนั่นยังกล้าออกมายืนขวางทางอีกเหรอ?”
“เขาหมายความว่ายังไงกัน!”
“ฉันไม่สนหรอกว่าฉูฉือเป็นคนของใคร!”
“หาทางลากเขาออกมาให้ฉันให้ได้!”
เพื่อให้เฉินเซวียนคว้าที่หนึ่งในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเดือนนี้
หลินหลิวลงทุนลงแรงไปมากมายมหาศาล
แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีฉูฉือโผล่มาขวางทาง
ทำให้เธอหัวเสียจนความดันพุ่งปรี๊ด!
หลินหลิวไม่อาจยอมรับ ‘ต้นทุนจม’ ก้อนนี้ได้เลย
เธอรู้ดีว่าคุนเผิงเป็นบริษัทแบบไหน
แต่เธอไม่ชอบบริษัทนี้เลยสักนิด
ถึงขั้นรังเกียจเสียด้วยซ้ำ
เพราะหลินเซิ่งเทียนก็มีวันนี้ได้จากการร่วมมือกับคุนเผิง
รวมถึงพ่อของหลินเซิ่งเทียนซึ่งก็คืออาสี่ขยะคนนั้นของเธอด้วย
อาศัยกำกับซีรีส์ ‘The Knockout’ ถึงเริ่มมีที่ยืนในบริษัท!
ก่อนที่คุนเผิงจะปรากฏตัว
ครอบครัวหลินตงถูกกีดกันอย่างหนักในบริษัทจนแทบไม่มีที่ยืน
นี่เป็นความพยายามร่วมกันของทายาทรุ่นสามและแม้แต่รุ่นสองของเสินฮว่า
แต่ทุกอย่างกลับถูกคุนเผิงที่โผล่มาอย่างกะทันหันทลายจนหมดสิ้น!
“แล้วถ้าลากตัวฉูฉือออกมาไม่ได้ละ…”
ปลายสายเอ่ยอย่างระมัดระวัง
คงเพราะรู้ดีว่าคุณหนูหลินหลิว ในฐานะรุ่นสามของเสินฮว่ากำลังอารมณ์พุ่งปรี๊ด
จึงไม่กล้าเตือนอะไรตรงๆ
แต่ก็ยังพยายามหยั่งเชิงเสนอทางลงให้เธอ
“ถ้าอย่างนั้นก็ทำลายจี่อิ้งอิ่งซะ!”
หลินหลิวไม่ใช่คนโง่
จึงรับลูกตามที่อีกฝ่ายเสนอทันที
เพราะเธอรู้ว่าฉูฉือมีคุนเผิงคอยหนุนหลัง
ไม่ใช่คนที่จัดการได้ง่ายๆ
คำพูดเมื่อครู่ของเธอจึงออกเป็นการรักษาหน้าตัวเองเสียมากกว่า
คล้ายกับที่ชอบขู่ว่า ‘คอยดูเถอะ’
แม้ปากจะโวยวายเสียงดังแต่แท้จริงก็แค่ลมปากไร้น้ำหนัก
ส่วนจี่อิ้งอิ่งนะหรือ?
เป็นแค่นักร้องแถวหน้าของจี๋เฟิงมีเดีย
เล่นงานฉูฉือไม่ได้ แล้วฉันจะเล่นงานเธอไม่ได้หรือไง?
ส่วนจะทำลายนักร้องหญิงแถวหน้าของจี๋เฟิงมีเดียยังไง?
แค่ขุดคุ้ยเรื่องฉาวของอีกฝ่าย
แล้วใช้เครือข่ายในวงการของตัวเองและเสินฮว่า
บีบให้จี่อิ้งอิ่งเดินในวงการบันเทิงฉินโจวไม่ได้ก็พอ
หลินหลิวมีศักยภาพพอที่จะทำแบบนั้น
พูดให้ถูกก็คือ
หลินหลิวและครอบครัวของเธอ
มีศักยภาพมากพอ
“เข้าใจแล้วครับ”
เสียงปลายสายเผยความอำมหิต
ตราบใดที่ไม่แตะต้องคุนเผิงโดยตรง เรื่องนี้ก็ยังไม่ถือว่าร้ายแรง
การเล่นงานจี่อิ้งอิ่งก็เท่ากับส่งสัญญาณเตือนไปถึงฉูฉือแล้ว
แน่นอนว่าวิธีนี้ย่อมดีกว่าการเปิดศึกกับฉูฉือและคุนเผิงแบบซึ่งหน้า
หลังจากวางสาย
หลินหลิวเปิดชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล
ซึ่งตอนนี้อัปเดตข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว
อันดับของเดือนนี้แสดงให้เห็นว่า
อันดับหนึ่ง : “เพลงรักเล็กๆ”
อันดับสอง : “เกมอารมณ์”
อันดับสาม : “เสียดายไม่ใช่เธอ”
แม้ว่าหลินหลิวจะฟังเพลงของฉูฉือสองเพลงนี้จนพอคาดเดาผลลัพธ์ได้แล้ว
แต่พอเห็นอันดับจริงๆ เธอก็ยังโกรธจนฟันกรามแทบจะถูกบดแหลกคาปาก
เพียะ!
เพลงของฉูฉือราวกับฝ่ามือที่ฟาดใส่หน้าหลินหลิวอย่างจัง
ทำเอาเธอเจ็บแปลบจนใบหน้าร้อนผ่าว
ประกายความเคียดแค้นฉายชัดในแววตา
เพลงอันดับสามชื่อว่าอะไรนะ?
“เสียดายไม่ใช่เธอ”?
น่าเสียดายที่ไม่ใช่ใครกัน!
หลินหลิวรู้สึกว่าแค่ชื่อเพลงนี้ก็เหมือนเป็นการเยาะเย้ยเธอโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยแล้ว
ในเมื่อฉูฉือที่อยู่อันดับหนึ่งมีคุนเผิงหนุนหลัง
งั้นก็จัดการจี่อิ้งอิ่งที่อยู่อันดับสามก่อนเลย!
ความปั่นป่วนในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเดือนสิงหาคม
ส่งผลกระทบมากที่สุดในวันถัดมา
เพราะสองเพลงของฉูฉือเพิ่งปล่อยออกมาตอนเที่ยงคืน
หลายคนจึงเพิ่งมารู้เรื่องนี้หลังจากตื่นนอนตอนเช้า
“ให้ตายเถอะ!”
คนในวงการหลายคนที่เพิ่งรู้ข่าวถึงกับสบถออกมา!
เพราะข้อมูลของชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเดือนสิงหาคมเยอะเกินไปจริงๆ
เสินฮว่าปูทางขนาดนี้แล้ว
ยังไม่สามารถรักษาแชมป์ของเฉินเซวียนไว้ได้อีกเหรอ!
แล้วคนที่มาขวางทางเฉินเซวียนไม่ให้ขึ้นถึงจุดสูงสุด
ดันเป็นฉูฉือที่เพิ่งคว้าแชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลไปเมื่อเดือนที่แล้ว?
ฉูฉือยังปล่อยเพลงทีเดียวสองเพลงรวดแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนอีกด้วย?
แถมสองเพลงนี้ ดันเป็นเพลงรักสุดพิเศษเข้าไปอีก!
ฉูฉือเป็นนักร้องเพลงโบราณ
แต่พอแต่งเพลงรักกลับทำได้ดีขนาดนี้!?
มีประเด็นให้พูดเยอะเกินไปแล้ว
ในตอนนั้นทุกคนต่างไม่รู้จะเริ่มเมาท์จากตรงไหนดี
แม้แต่ทางเทียนกวงกับน่าเซินก็ยังตกตะลึงกับผลลัพธ์นี้!
แต่หลังจากตะลึงแล้วก็ตามมาด้วยการหัวเราะเยาะอย่างไม่ปรานี
เทียนกวงเอ็นเตอร์เทนเมนต์
“อะไรกันเนี่ย?”
“เสินฮว่าทำได้แค่นี้นะเหรอ?”
“พวกเราเทียนกวงก็เปิดทางให้เสินฮว่าแล้วนะ”
“แต่พวกเขายังคว้าแชมป์ไม่ได้อีกเหรอ?”
“คว้าไม่ได้เพราะเสินฮว่าไม่เอาไหนเอง”
“ยังไงซะบุญคุณนี้ พวกเราเทียนกวงก็ขายให้หลินหลิวแห่งเสินฮว่าไปแล้ว”
“ยังไงเธอก็ต้องใช้คืน!”
“แต่ฉูฉือคนนี้น่ากลัวจริงๆ นะ”
“ถ้าเขาเขียนได้แต่เพลงโบราณก็ว่าไปอย่าง”
“แต่ตอนนี้เขาแสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเขียนเพลงรักได้ด้วย”
“ทุกคนก็น่าจะเข้าใจดีสินะว่ามันหมายความว่ายังไง!”
“อย่าลืมนะ ฉูฉือคนนี้เป็นคนของคุนเผิง”
ขณะเดียวกัน
น่าเซิน
ทั้งบริษัทอบอวลไปด้วยบรรยากาศที่แสนรื่นเริง
โดยเฉพาะแผนกเพลงที่หลายคนถึงกับหัวเราะท้องแข็ง
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“หลินหลิวกดราชาและราชินีเพลงของสามค่ายใหญ่ได้หมด”
“แล้วทำไมถึงลืมไปว่ายังมีคุนเผิง ยังมีฉูฉืออยู่อีกละ?”
“เธอติดต่อกับพวกเราสามค่ายใหญ่ไปแล้ว แต่ดันลืมติดต่อคุนเผิง”
“บางทีฉูฉืออาจจะคิดก็ได้นะ ว่าหลินหลิวไปทักทุกคนที่คิดว่าเป็นภัยคุกาม”
“แต่กลับไม่มาทักเขา นี่ไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาใช่ไหม?”
“ข่าวล่าสุด หลินหลิวกำลังรนรานเลยละ”
“ยังไง?”
“วันนี้มีงานใหญ่ แต่จี่อิ้งอิ่งโดนยกเลิกตารางงานกะทันหัน”
“ฝ่ายจัดงานถึงกับลบชื่อเธอออกไปเลย”
“โหว… นี่จะเล่นงานจี๋เฟิงเพื่อระบายอารมณ์เหรอ?”
“ได้ยินว่าเธอยังสืบข้อมูลของฉูฉือจากคนอื่นๆ ด้วยนะ”
“ผู้หญิงคนนี้ของขึ้นจนบ้าไปแล้ว”
“เธอจะกล้าลงมือกับฉูฉือจริงๆ เหรอ”
วงการบันเทิงฉินโจว
ก็เหมือนกำแพงที่มีรูรั่วอยู่ทั่วทุกด้าน
การเคลื่อนไหวของหลินหลิวย่อมไมอาจรอดพ้นสายตาน่าเซินกับเทียนกวงไปได้
และหลังจากที่คนของน่าเซินกับเทียนกวงรู้เรื่องนี้
คนในวงการก็ยิ่งรู้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ข่าวลือหลายอย่างแพร่สะพัดไปทั่ว
“หลินหลิวลงมือกับจี่อิ้งอิ่งแล้ว!”
“วันนี้ตารางงานของจี่อิ้งอิ่งโดนยกเลิก”
“แถมงานพรีเซนเตอร์แบรนด์แถวหน้าที่เธอกำลังคุยอยู่ก็น่าจะล่มแล้วด้วย”
“แม่งโคตรเผด็จการเลย!”
“สามค่ายใหญ่เผด็จการแบบนี้มาตลอด”
“แต่การเล่นงานกันแบบไม่แคร์สายตาคนอื่นแบบนี้ไม่ค่อยเห็นบ่อย”
“จี่อิ้งอิ่งอาจจะโชคร้ายแล้วละ”
“ต่อให้เป็นจี๋เฟิงมีเดียก็ปกป้องเธอไม่ได้”
“เพราะคนที่ลงมือคือหลินหลิว ทายาทรุ่นสามของเสินฮว่า”
“ลูกสาวหลินชิวเหรอ?”
“มิน่าถึงได้กล้าจองหองขนาดนี้”
“ดูภายนอกเหมือนหลินหลิวจะเล่นงานจี่อิ้งอิ่งกับจี๋เฟิง”
“แต่นั่นเป็นการส่งสัญญาณเตือนฉูฉือต่างหาก”
“ชิ หลินหลิวคนนี้รู้ดีว่าอะไรควรไม่ควร เลยไม่กล้าลงมือกับฉูฉือ”
“แต่กลับเลือกเจาะจงเล่นงานจี๋เฟิงกับจี่อิ้งอิ่ง”
“แบบนี้มันจงใจเลือกเก็บลูกพลับนิ่มชัดๆ”
“แล้วคุนเผิงจะว่าไง?”
“จะว่าไงได้ละ ยังไงนี่ก็เป็นโทสะของทายาทรุ่นสามของเสินฮว่า”
“แถมเป้าหมายของหลินหลิวก็คือจี่อิ้งอิ่งกับจี๋เฟิง”
“คุนเผิงไม่ได้เสียอะไรจริงๆ สักหน่อย”
ช่วงบ่าย
เสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์
หลินหลิวนั่งอยู่บนเก้าอี้ กล่าวเสียงเรียบว่า
“จัดการเรื่องไปถึงไหนแล้ว?”
ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงาน
ผู้ช่วยก้มหน้ารายงานว่า
“ข้อมูลของฉูฉือเราสืบไม่ได้”
“แต่ได้เริ่มจัดการกับจี่อิ้งอิ่งแล้วค่ะ”
“ต่อจากนี้เธอคงแทบไม่เหลืองานไหนให้รับเลยไปอีกสักพักใหญ่”
“ส่วนงานพรีเซนเตอร์แบรนด์ระดับแถวหน้าที่เธอกำลังติดต่ออยู่ก็ล่มเหมือนกันค่ะ”
“หัวหน้าคะ คิดว่าบทลงโทษเท่านี้น่าจะพอแล้วใช่ไหมคะ?”
“น่าจะพอเหรอ!? นี่มันเพิ่งเท่าไหร่เอง?”
หลินหลิวหัวเราะเย็นชา
“เธอรู้ไหมว่าฉันต้องสูญเสียมากแค่ไหน?”
“เดินหน้ากดดันทุกฝ่ายต่อไป!”
“ฉันจะสั่งแบนจี่อิ้งอิ่ง!”
“หัวหน้าคะ ยังไงจี่อิ้งอิ่งก็เป็นนักร้องหญิงระดับแถวหน้าคนหนึ่งนะคะ”
ผู้ช่วยอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้น
“ยังไม่ต้องพูดถึงว่าจะต้องใช้ทรัพยากรมากแค่ไหนในการแบนนักร้องหญิงระดับแถวหน้า”
“แค่ผลกระทบทางกระแสสังคม ก็ทำให้พวกเราลำบากมากแล้ว…”
“แล้วเธอรู้ไหมละ”
หลินหลิวแววตาแดงก่ำ
“วันนี้ฉันกลายเป็นตัวตลกในวงการไปแล้ว”
“ถ้าจัดการแม้แต่จี่อิ้งอิ่งยังไม่ได้ ต่อไปฉันจะเงยหน้าในวงการนี้ได้ยังไง?”
“เธออยากจะเงยหน้าเหรอ?”
ทันใดนั้นก็มีเสียงโกรธเกรี้ยวดังมาจากด้านนอกว่า
“ก้มหน้าลงไปให้ดี!”
“วันนี้แม้แต่ฉันยังเงยหน้าไม่ขึ้นเลย!”
“หัวหน้า…”
หลินหลิวหน้าถอดสี รีบลุกขึ้นทันที
คนที่เข้ามาก็คือ จางฉือ หัวหน้าแผนกเพลง
“มีเรื่องอะไรถึงได้โกรธขนาดนี้เหรอคะ”
“เหอะๆ ฉันไม่คู่ควรกับคำว่า ‘หัวหน้า’ ของเธอหรอก!”
จางฉือพูดด้วยความโกรธเกรี้ยว
“เธอเป็นหลานแท้ๆ ของประธานบริษัท”
“จะเห็นหัวหัวหน้าแผนกเพลงอย่างฉันในสายตาเหรอ?”
“หัวหน้าคะ ทำไมถึงพูดแบบนี้…”
หลินหลิวใจเต้นระรัว
แม้ว่าเธอจะเป็นทายาทรุ่นสามของเสินฮว่า
แต่คนในรุ่นสามก็มีตั้งมากมาย
แถมอำนาจในกลุ่มบริษัทยังซับซ้อนซ่อนเงื่อนอีก
เธอไม่กล้าขัดใจหัวหน้าแผนกเพลงคนนี้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูงในบริษัทเหมือนกัน
“แล้วเธอรู้ไหมละ”
จางฉือจ้องหลินหลิว
“ฉันเพิ่งประชุมผู้บริหารเสร็จ โดนด่าเละ ไม่ใช่เพราะเธอเหรอ?”
หลินหลิวงงเป็นไก่ตาแตก
“เรื่องนี้เกี่ยวกับอะไรกับฉันคะ?”
จางฉือไม่โกรธแต่กลับหัวเราะ
“แน่นอนว่ามันไม่เกี่ยวกับเธอหรอก”
“ยังไงเธอก็แค่ใช้ชื่อเสียงส่วนตัวของหลินหลิวเพื่อเล่นงานจี่อิ้งอิ่งแห่งจี๋เฟิงมีเดียเท่านั้นเอง”
“แต่คุนเผิงไม่ได้คิดแบบนั้น!”
“เจียงเฉิงตัวแทนของคุนเผิง โทรหาคนในแผนกโทรทัศน์และแผนกวาไรตี้”
“เขาถามเลยว่าเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ของเราต้องการสื่ออะไรกันแน่”
“หรือว่าใครก็ตามที่ฉูฉือเขียนเพลงให้ เราจะต้องแบนคนคนนั้น!”
“การกระทำส่วนตัวของเธอ กลายเป็นฉันในฐานะหัวหน้าแผนกเพลงต้องมารับผิดชอบแทนเหรอ”
“แผนกเพลงของเราอาจจะไม่ต้องพึ่งคุนเผิง”
“แต่แผนกวาไรตี้กับแผนกโทรทัศน์เขายังอยากร่วมมือกับคุนเผิงอยู่นะ!”
หลินหลิวหน้าซีดเผือดในทันที
คุนเผิงมีอิทธิพลต่อแผนกโทรทัศน์และแผนกวาไรตี้ของเสินฮว่ามากขนาดนั้นเลยเหรอ?
“ฟังให้ดี!”
จางฉือจ้องไปที่หลินหลิว
“ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะรู้สึกคับแค้นหรือโกรธแค้นแค่ไหน”
“ยกเลิกการลงโทษจี่อิ้งอิ่งทั้งหมดเดี๋ยวนี้”
“คืนทุกอย่างให้กลับเป็นเหมือนเดิม!”
เล็บของหลินหลิวจิกลึกเข้าไปในเนื้อ
แต่เธอก็ยังเลือกที่จะยอมทำตามคำสั่งของจางฉือ
แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ เธอพูดต่อด้วยเสียงเบาๆ ว่า
“หัวหน้าคะ ครั้งนี้ฉันถอยได้”
“แต่คุณอย่าลืมนะคะ วันนี้ไม่ได้เสียหน้าแค่ฉัน แต่เป็นแผนกเพลงของเสินฮวาทั้งแผนก”
“เสินฮว่าแสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่าจะปูทางให้เฉินเซวียน”
“คุนเผิงก็ต้องรู้อยู่แล้ว”
“แต่ฉูฉือก็ยังปล่อยเพลงออกมา แถมปล่อยทีเดียวสองเพลง”
“พวกเขาไม่เห็นเสินฮวากรุ๊ปอยู่ในสายตาเลยใช่ไหมคะ?”
“สิ่งที่เธอพูด ฉันเข้าใจดีอยู่แล้ว”
จางฉือสูดหายใจเข้าลึกๆ เขารู้เรื่องทั้งหมดดี
เขารู้ดีว่าหลินหลิวกำลังใส่ไฟคุนเผิงต่อหน้าเขา
ความคิดร้ายกาจไม่ใช่เล่น
แต่เขาก็เข้าใจเหมือนกันว่าสิ่งที่หลินหลิวพูดนั้นก็เป็นความจริง
ครั้งนี้คุนเผิงอินเวสต์เมนต์ออกจะไม่ไว้หน้าเสินฮว่าจริงๆ
ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลน่ะ เป็นเหมือนสวนหลังบ้านของสามตระกูลใหญ่
ฉูฉือของคุนเผิงล้ำเส้นเข้ามาหลายรอบแล้ว
เราก็ยังไม่ถือสากับพวกคุณเท่าไหร่เลย
แต่คราวนี้เสินฮว่าของเราปิดกั้นชาร์ตไปแล้ว
พวกคุณยังปล่อยให้ฉูฉือเข้ามาเพ่นพ่านได้อีก นี่มันเกินไปหน่อยไหม?
“ตอนนี้… อย่าไปหาเรื่องคุนเผิงจะดีกว่า”
จางฉือนวดขมับด้วยความเหนื่อยใจ
ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หลินหลิวที่โดนคนในวงการหัวเราะเยาะ
เขาเองก็โดนหางเลขจนกลายเป็นตัวตลกไปด้วย
ถ้าหลินหลิวไม่ได้มีพ่อที่มีอิทธิพลละก็…
จางฉือกำหมัดแน่น