ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 185 ไลฟ์ครั้งที่สองห้องอูฉือ
หลังจากกลายเป็นราชาเพลงแล้ว ชีวิตของจางซีหยางก็ถูกกำหนดให้ยุ่งเป็นพิเศษ
ทั้งสัมภาษณ์ ดีลธุรกิจระดับท็อป และงานพรีเซนเตอร์แบรนด์ซูเปอร์ไฮเอนด์ต่างๆ
แต่อย่างแรกที่เขาทําก่อนสิ่งอื่นใดก็คือโทรหาหลินจือไป
“บุญคุณใหญ่หลวงไม่เอ่ยคำขอบคุณ แต่นอกจากขอบคุณผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วจริงๆ ครับ”
“งั้นหลังจากนี้ช่วยดูแลพี่สาวผมเยอะๆ หน่อยแล้วกันครับ”
หลินจือไปกล่าวด้วยรอยยิ้ม จางซีหยางได้เป็นราชาเพลงในฐานะเพื่อนและหุ้นส่วน หลินจือไปก็ยินดีด้วยอย่างมาก
ที่สำคัญที่สุดอีกฝ่ายจะสร้างผลตอบแทนมหาศาลอย่างต่อเนื่อง
“ผมรู้แล้วว่าจะต้องทำยังไง”
ทั้งสองคุยโทรศัพท์กันเกือบครึ่งชั่วโมง
ปกติจางซีหยางไม่ใช่คนพูดมาก แต่วันนี้ดูเหมือนเขาจะมีเรื่องคุยไม่รู้จบ
การเป็นราชาเพลงคือเป้าหมายสูงสุดของนักร้อง
แม้แต่คนที่ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แบบจางซีหยางก็ยังอดดีใจไม่ได้
หลังวางสายหลินจือไปก็ยิ้มออกมา ทีมของพี่สาวมีราชาเพลงถือกำเนิดแล้ว
ต่อไปความสามารถในการแข่งขันจะพุ่งทะยานขึ้น เพราะจางซีหยางจะไม่มีวันทรยศตน
หลินจือไปมั่นใจเช่นนั้น ถ้าราชาเพลงคนหนึ่งไม่มีปัญหาใหญ่ในอนาคต หากพัฒนาต่อไปดีๆ
พลังอิทธิพลในวงการจะยิ่งใหญ่มหาศาลแน่นอน เพราะจางซีหยางคือราชาเพลงคนที่สิบสองของฉินโจว!
ในชาติที่แล้ว จีนมีประชากรหนึ่งพันสี่ร้อยล้านคน
แต่ผลสำรวจประชากรล่าสุดของฉินโจวพบว่าประชากรฉินโจวทะลุสองพันหกร้อยล้านคนแล้ว
พูดอีกอย่างคือประชากรของฉินโจวเกือบเท่าจีนสองประเทศรวมกัน!
คนมากขนาดนี้! แผ่นดินกว้างใหญ่ขนาดนี้! แต่มีราชาเพลงเพียงแค่สิบสองคน!
คุณค่าความทรงเกียรติของราชาเพลงไม่ต้องพูดก็รู้
เรียกได้ว่าเมื่อนักร้องคนหนึ่งกลายเป็นราชาเพลง เขาก็จะกลายเป็นคนที่เหนือขึ้นไปอีกขั้น เป็นสุดยอดไรเทียมทาน
แน่นอนว่าพูดเพียงแค่ในวงการเพลงเท่านั้น
หลังจางซีหยางได้เป็นราชาเพลง นอกจากตัวเขาเองแล้ว คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดก็คือหลินซี
เพราะเงินที่จางซีหยางทำให้บริษัท ผลงานทีมก็จะถูกนับเป็นผลงานของหลินซี
ทีมเพลงที่สิบของเสินฮว่ามิวสิกจะพุ่งทะยาน!
ความจริงก็ทะยานไปแล้ว หลินซีตื่นเต้นจนไม่รู้จะพูดยังไง
เที่ยงวันนั้นขณะทานข้าว เธอประกาศข่าวดีกับครอบครัว
“อันดับผลงานล่าสุดของทีมเพลงที่สิบของเรากำลังไต่ขึ้นอีกแล้วละค่ะ!”
เสินฮว่ามิวสิกมีทั้งหมดสิบทีม ทีมเพลงที่สิบของหลินซีเดิมทีเป็นทีมที่อ่อนแอที่สุด
แต่พอมีราชาเพลงอยู่ในทีมสถานการณ์ก็เปลี่ยนไป
“ยินดีด้วยครับ!” หลินเชิงเทียนดีใจ
แม่ก็ยิ้มเธอรู้ดีถึงอิทธิพลของราชาเพลง “ที่เขาได้เป็นราชาเพลงก็เพราะเสี่ยวเฮยของเรานี่แหละ”
“เหล่าจางเองก็สู้ไม่ถอยเหมือนกันครับ” หลินจือไปไม่คิดจะรับความดีความชอบ
อย่างไรจางซีหยางเองก็มีต้นทุนสูงอยู่แล้ว พ่อพยักหน้าเบาๆ
ถึงจะไม่ใช่คนในวงการเพลงแต่ถ้าเป็นคนในวงการบันเทิงก็รู้ดีว่าตำแหน่งราชาเพลงมีค่าขนาดไหน
ขณะนั้นเองมือถือของหลินซีดังขึ้น เธอเดินไปที่หน้าประตูเพื่อรับสาย
“คุณหลินครับ ผมคิดดูแล้วเงื่อนไขที่คุณเสนอก่อนหน้ายังคงมีผลใช่ไหมครับ?”
“อาจารย์ไปตี้จะให้เพลงกับทีมเราสามเพลง…”
“แน่นอนค่ะ! ขอแค่คุณโหวตให้เวินเลี่ยง…”
“ไม่มีปัญหาครับ แต่เรื่องคุณภาพเพลงของอาจารย์ไปตี้ทางเราจะต้องประเมินนะครับ”
“ผมเชื่อสัญญาของคุณได้ใช่ไหม?”
“ทำงานด้วยกันมาตั้งหลายปี คุณก็น่าจะรู้ว่าฉันไม่เคยพูดลอยๆ นะคะ”
“งั้นเราตกลงตามนี้ครับ!”
หลินซีวางสาย พลันทำท่าคว้าชัยชนะกลับมาแล้วก็ขยิบตาให้หลินจือไป
“เรื่องนั้นเราน่าจะมั่นใจได้มากขึ้นแล้วละ”
จางซีหยางกลายเป็นราชาเพลง กลายเป็นจุดสนใจของคนภายนอก
แต่ในวงการแล้ว คนที่ถูกจับตามองมากกว่ากลับเป็นไปตี้
เพราะทุกคนในวงการต่างก็รู้ดีว่าถ้าไม่มีเพลงของไปตี้ ก็ไม่มีวันนี้ของจางซีหยาง
ในช่วงเวลาแบบนี้ เพลงที่ไปตี้แต่งกลายเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดใจสำหรับใครหลายคนที่สุดแล้ว
หลังทานมื้อกลางวัน ซูฉานก็โทรหาหลินจือไป
ทั้งสองเคยแลกเบอร์กันที่คฤหาสน์ซีเฉิงเมื่อคราวก่อน
“สุดยอดเลยนะ” เสียงหัวเราะของซูฉานดังมา
“อาจารย์ไปตี้ของพวกเราปั้นราชาเพลงออกมาได้หนึ่งคนแล้ว”
“ตอนนี้ในวงการก็เริ่มมีคนเรียกคุณว่าพ่อเพลงน้อยแล้วนะ”
พ่อเพลงน้อย… หลินจือไปเลิกคิ้วเล็กน้อย “ผมจำได้ว่าเทียนกวงมีราชาเพลงตั้งห้าคนนี่นา”
เทียนกวงมีพ่อเพลงมากสุด มีทั้งราชาและราชินีเพลงมากสุด
ดังนั้นในวงการเพลงจึงกดเสินฮว่าและน่าเซินมาตลอด
“ศิลปินระดับราชาเพลงมีเยอะเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีหรอก” ซูฉานพึมพำ
“ซูเปอร์สตาร์แถวหน้าพวกนี้ เวลาตีกันภายในขึ้นมาดุเดือดมากเลยนะ คุณต้องเตรียมใจไว้”
เสินฮว่ากรุ๊ปมีราชาเพลงสองคน คนหนึ่งคือจูเหวินจวี่ อีกคนคือจางอวิ่นซั่ง
แล้วตอนนี้ก็มีจางซีหยางเพิ่มเข้ามาอีกคนแล้ว
ต่อไปสามคนนี้จะต้องเข้าสู่ศึกชิงตำแหน่งพี่ใหญ่ของแผนกเพลงเสินฮว่าแน่นอน
ไม่ใช่ว่าจางซีหยางจะเป็นสายชิลล์แล้วไม่ต้องแย่งชิงอะไร
เพราะทีมงานเบื้องหลังราชาเพลงจะผลักดันให้เขาแย่งชิงอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้นจางซีหยางรับปากหลินจือไปแล้วว่าจะช่วยหนุนหลินซี
เท่ากับประกาศชัดเจนแล้วว่าจะต่อสู้กับราชาเพลงอีกสองคนของบริษัท
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าจางซีหยางกับจางอวิ่นซั่งเป็นศัตรูกันไปแล้ว
“มีธุระอะไรกับผมเหรอ?” หลินจือไปเปลี่ยนเรื่อง ไม่พูดเรื่องศึกชิงอำนาจของเหล่าราชาเพลงต่อ
“อยากรบกวนอาจารย์อูฉือช่วยสักหน่อย” ซูฉานพูดหยอก
หลินจือไป “…” อูฉือเนี่ยนะ? ทำไมไม่เรียกไปตี้ล่ะ?
ซูฉานไม่ล้อเล่นต่อ เผยจุดประสงค์ของตนเองตรงๆ ว่า
“ง่ายๆ เลย อยากให้อูฉือช่วยโปรโมตละคร ‘Conquer’ ระหว่างไลฟ์สดคืนพรุ่งนี้หน่อย”
“ทำไมต้องให้ผมไลฟ์คืนพรุ่งนี้ด้วยละ?”
ซูฉานรู้แล้วว่าอูฉือก็คือหลินจือไป เขาไม่จำเป็นต้องแกล้งทำอะไรอีก
ซูฉานว่า “เพราะคืนพรุ่งนี้แพลตฟอร์มไลฟ์สดเสินฮว่าจะเปิดตัวแล้ว โปรเจกต์นี้ผู้รับผิดชอบก็คือหลินหู”
แพลตฟอร์มไลฟ์สดเสินฮว่าจะเปิดตัวพรุ่งนี้?
ถ้าอย่างนั้นอูฉือก็ควรไลฟ์สดคืนพรุ่งนี้จริงๆ หลินจือไปยิ้มกล่าว
“แล้วจะตอบแทนผมยังไง?”
ซูฉานฟึดฟัด “‘Conquer’ เป็นโปรเจกต์ร่วมของคุนเผิงกับเทียนกวง”
“คุณก็ถือว่าเป็นคนของคุนเผิงเหมือนกัน ช่วยโปรโมตหน่อยไม่ใช่สิ่งที่สมควรทำอยู่แล้วเหรอ?”
“อีกอย่างคุณไม่อยากสร้างความวุ่นวายให้หลินหูหรือไง?”
“ไหนๆ พรุ่งนี้คุณก็ต้องไลฟ์อยู่แล้ว ถือโอกาสช่วยกันหน่อยแล้วกัน”
“ก็ได้ครับ”
ความจริงหลินจือไปก็แค่พูดไปอย่างนั้น ต่อให้ซูฉานไม่พูดเขาก็ตั้งใจจะโปรโมตละคร ‘Conquer’ อยู่แล้ว
“แบบนี้สิถึงจะถูก” ซูฉานพูด “ยังไงตอนนี้คุณก็เป็นแฟนฉันแล้ว”
หลินจือไปตกใจ “แฟนอะไร?”
“เรื่องคราวก่อนคุณคิดว่าปิดได้เนียนแล้วเหรอ ตอนนั้นมีคนอยู่เยอะนะ”
“แล้วฉันก็พูดแบบนั้นไปแล้ว คุณยังโอบฉันไปอวดต่อหน้าหลินกงอีก”
“ตอนนี้ทั้งแวดวงคิดว่าเราสองคนเป็นแฟนกันหมดแล้ว แบบรักต่างวัยเนี่ย!”
ตอนที่ซูฉานพูดคำว่า ‘รักต่างวัย’ น้ำเสียงดูเหมือนจะเคืองอยู่เล็กน้อย
หลินจือไปกลอกตา คิดดูแล้วก็รู้สึกว่าไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ยังไงเขาเองก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับคนในแวดวงเท่าไหร่
ปล่อยพวกเขานินทาไป แค่ชื่อเสียงอาจจะดูไม่ค่อยดีเท่านั้นเอง
อย่างไรคนในวงการก็รู้กันทั้งนั้นว่าเดิมทีหลินกงกับซูฉานถูกจับคู่แต่งงานกัน
ถ้าดูจากสถานะซูฉานก็ถือว่าเกือบจะเป็นว่าที่พี่สะใภ้ของหลินจือไป?
ถ้าใช้คำพูดของหลินเป้า รอบนี้หลินจือไปดูเหมือนไปสวมเขาให้หลินกงเสียแล้ว
ดีที่หลินกงกับซูฉานไม่ได้คบกันจริงจัง และยังไม่ได้หมั้นหมายกัน
ดังนั้นภาพลักษณ์ของหลินจือไปกับซูฉานเสียหายอยู่บ้าง แต่ยังอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้
อย่างน้อยก็ยังดีกว่าหลินกงละนะ เรื่องนี้ทำให้เขาในฐานะผู้นำรุ่นสามของเสินฮว่าเสียหน้าอย่างแรง
หลังวางสายหลินจือไปก็ยืนยันข้อมูลนี้กับเจียงเฉิง:
แพลตฟอร์มไลฟ์สดเสินฮว่าจะเปิดตัวพรุ่งนี้เวลาสองทุ่ม
“งั้นถึงเวลานั้นผมจะเปิดไลฟ์ครับ”
ไลฟ์ครั้งก่อนของอูฉือสร้างกระแสฮือฮาใหญ่โต คนวงนอกต่างเฝ้ารอว่าอูฉือจะเปิดไลฟ์อีกเมื่อไหร่
หลินจือไปยังตั้งใจเข้าไปดูยอดผู้ติดตามของแต่ละตัวตนในจี๋กวง
โดยเฉพาะไปตี้เพราะเพลง ‘ขอให้ร่ำรวย’ ทำให้ยอดติดตามพุ่งถึงเจ็ดล้านแล้ว
ส่วนอูฉือหลังจากไลฟ์สดครั้งก่อน ยอดผู้ติดตามก็ค่อยๆ ขึ้นไปถึงหกล้านแล้ว
แต่เพราะไม่มีความเคลื่อนไหวต่อ ยอดผู้ติดตามจึงไม่เพิ่มขึ้นอีก
เมื่อเทียบกันแล้วปู่เยโหวมียอดผู้ติดตามเพียงแค่สี่ล้านเท่านั้นเอง
แต่ปู่เยโหวไม่ต้องรีบร้อน เพราะหลังจากละคร ‘Conquer’ ออกอากาศ
ตัวตนนี้จะต้องมีคนติดตามเพิ่มขึ้นอีกแน่นอน เจียงเฉิงถาม:
“ไลฟ์สดคราวนี้จะร้องเพลงใหม่ด้วยใช่ไหมครับ?”
หลินจือไป “อืม”
เจียงเฉิงว่า “คืออย่างนี้ครับ ช่วงนี้ผมกำลังช่วยหาเสียงให้เวินเลี่ยง”
“แล้วก็มีคนพูดขึ้นมาว่าอยากได้สามเพลงที่คุณร้องในไลฟ์สดครั้งก่อน เพราะสามเพลงนั้นยังไม่เคยปล่อยอย่างเป็นทางการเลย”
“เจ้านายเห็นว่ายังไงครับ?”
“ได้สิครับ” หลินจือไปคิดว่าแบบนี้ก็ง่ายดี
“งั้นคราวนี้ผมจะพยายามร้องเพลงใหม่ให้เยอะหน่อย ให้พวกเขาได้เลือกกัน ถือว่าเป็นโชว์ตัวอย่างสินค้า”
หลังวางสายหลินจือไปหยิบโทรศัพท์มือถือสีชมพูของอูฉือขึ้นมา
โพสต์ประกาศว่าจะไลฟ์สดบนหลี่อวี่ตอนสองทุ่มคืนพรุ่งนี้
ประกาศไลฟ์สดที่โผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัวนี่ ทำเอาแฟนๆ ตื่นเต้นกันแทบระเบิด
ในที่สุดก็จะไลฟ์แล้ว!
‘ไลฟ์ครั้งก่อนฉันวนดูคลิปซ้ำไปหลายรอบแล้วนะ’
‘ตั้งตารอสุดๆ!’
‘คราวนี้อาจารย์อูฉือจะแต่งเพลงสดอีกไหม?’
‘อาจารย์อูฉือช่วยร้องเพลงใหม่หลายๆ เพลงเลยได้ไหม ช่วงนี้ฉันโดน “ขอให้ร่ำรวย” ล้างสมองหนักมาก’
‘ฮ่าๆๆ “ขอให้ร่ำรวย” ล้างสมองจริงๆ’
‘ช่วงนี้ไปตี้มาแรงมากเลย อาจารย์อูฉือช่วยดันเขากลับไปที!’
‘ดับความกร่างเขาซะ!’
‘นั่นสิฉันดูยอดผู้ติดตามในจี๋กวงไปตี้แซงอูฉืออีกแล้ว’
‘อูฉือสู้ไปตี้ไม่ได้หรอก! ไลฟ์ครั้งก่อนที่ว่าแต่งเพลงสดนะต้องมีลูกเล่นอะไรแน่ๆ’
‘ในเวลาสั้นๆ แค่นั้นจะสร้างผลงานที่สมบูรณ์ขนาดนั้นออกมาได้ยังไง?’
‘ครั้งที่แล้วสุ่มจากคอมเมนต์ลอย โกงไม่ได้ขอบคุณค่ะ’
‘จริงเหรอ? ฉันไม่เชื่อ’
‘จะเชื่อไม่เชื่อก็เรื่องของเธอ ดูก็รู้ว่าเธอเป็นแฟนคลับไปตี้ถึงได้มาโจมตีอูฉือของพวกเรา’
โดยรวมแล้วแฟนคลับของไปตี้กับอูฉือไม่ได้เปิดศึกกันจริงจัง เพราะ ‘ทั้งสองคน’ ไม่เคยปะทะกันตรงๆ
มีแค่การถกเถียงว่าใครเหนือกว่าใคร เอาสองคนไปเปรียบเทียบกันอยู่เสมอ
ดูแค่คอมเมนต์ก็รู้แล้ว บางคนถึงขั้นเอายอดผู้ติดตามมาเทียบกัน
ว่าไปตี้หรืออูฉือมียอดแฟนคลับในจี๋กวงมากกว่ากัน ราวกับว่านั่นคือมาตรวัดความดัง
ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งต้องเหนือกว่า
ช่วงก่อนหน้านี้อูฉือไลฟ์แต่งเพลงสดกดกระแสไปตี้ลงได้
แต่พอช่วงตรุษจีนไปตี้ก็อาศัยเพลง ‘ขอให้ร่ำรวย’ แย่งสปอตไลต์กลับไปอีก
เพราะอย่างนี้แฟนคลับอูฉือต่างก็คาดหวังว่าไลฟ์ครั้งนี้จะสามารถกดกระแสของไปตี้กลับลงไปได้อีกครั้ง
หลินจือไปอ่านคอมเมนต์แล้วก็รู้สึกเหมือนกำลังสู้กับตัวเอง
แต่ในเมื่อพรุ่งนี้เป็นเวทีของอูฉือ ก็คงต้องหาวิธีปลุกกระแสหน่อย ร้องเพลงอะไรดีนะ?