ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 187 “บทเพลงหมู”
“งั้นผมเริ่มเลยนะครับ” ซือหม่าจูที่เชื่อมไมค์กับฉู่ฉือพูดอย่างไม่ค่อยแน่ใจว่า “เมื่อก่อนตอนผมเป็นโปรเพลเยอร์อีสปอร์ต ใช้ชื่อว่าซือหม่าจู เพราะที่บ้านเลี้ยงหมูมาตั้งแต่เด็กผมเลยชอบหมูมาก แน่นอนว่าชอบกินหมูด้วย บางทีแฟนคลับก็เรียกผมว่าพี่หมู งั้นอาจารย์ฉู่ฉือแต่งเพลงด้วยธีม ‘หมู’ สักเพลงดีไหมครับ?”
ใช้ ‘หมู’ เป็นหัวข้อ?
ซือหม่าจูคนนี้เข้าใจจริงๆ ว่าอะไรคือสีสันในไลฟ์สด แถมรู้จักสร้างกระแสให้ตัวเองถึงขนาดเอาไอดีของตัวเองเป็นหัวข้อ จุ๊ๆ ซือหม่าจูดูเหมือนจะซื่อๆ แต่ถึงคราวลงมือก็เล่นแรงทีเดียว
ชาวเน็ตจับตาดูท่าทีของฉู่ฉือมาตลอด พอซือหม่าจูขอหัวข้อเกี่ยวกับหมู ทุกคนก็เห็นชัดว่าฉู่ฉือนิ่งค้างไปเลย คาแรคเตอร์เสมือนในจอแทบไม่ขยับ ไม่มีเสียง ใบ้กินสนิท ทำเอาคนดูขำกันยกใหญ่
เอาละ ที่จริงแล้วหลินจือไปตั้งใจสร้างสีสันในไลฟ์เท่านั้น เขาเงียบไปพักใหญ่ก่อนพึมพำเบาๆ “พี่หมู… แต่งเพลงเรื่องหมู…”
ดูเหมือนเขาจมอยู่กับความคิด ยิ่งฉู่ฉือแสดงท่าทีลำบากใจคนดูก็ยิ่งสนุก หลายคนดูไลฟ์ชอบที่จะเห็นสตรีมเมอร์จนมุม โดยเฉพาะพวกสตรีมเมอร์ที่ชอบโชว์เหนือ ยิ่งเห็นพวกเขาโดนแบบนี้ยิ่งสะใจเป็นที่สุด แน่นอนว่าทุกคนก็ครุ่นคิดตามไปด้วย แต่งเพลงเกี่ยวกับหมูจะออกมาเป็นยังไง?
แต่ทุกคนก็ไม่มีไอเดียเลยแม้แต่น้อย เพราะบนบลูสตาร์แทบไม่มีเพลงดังที่เกี่ยวกับ ‘หมู’ เลย มากสุดก็เป็นคำเรียกรักว่า ‘ลูกหมู’ อะไรทำนองนั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในเพลงรักหวานๆ
‘ปกติใครเขาจะแต่งเพลงเกี่ยวกับหมูกันเล่า!’
‘จบเห่! คราวนี้ฉู่ฉือไปไม่เป็นแล้ว!’
‘ฉู่ฉือ : ???’
‘ขำจะตายแล้ว ท้าดิ!’
‘ฉู่ฉือถึงกับงง ฮ่าๆๆๆ สมน้านหน้านาย!’
‘โผล่มาก็โหดขนาดนี้เลยเหรอ!’
‘แต่งไม่ได้ละสิ!’
แฟนคลับบางคนแค่แซวเล่น ส่วนบางคนเป็นแอนตี้แฟนที่ตั้งใจมาดูเขาขายขำ แต่หลินจือไปก็หยิบปากกาขึ้นมาเริ่มแต่งเพลงทันที หนึ่งนาที สองนาที สามนาที ไม่มีใครรู้ว่าหลินจือไปเขียนอะไร ผ่านไปห้านาทีซือหม่าจูเห็นฉู่ฉือดูจะลำบากใจเลยกระแอมแล้วพูดว่า
“หรือจะให้ผมเปลี่ยนโจทย์ก็ได้นะครับ ถ้าอาจารย์ฉู่ฉือคิดว่า…” เขากลัวว่าหัวข้อจะยากเกินไปจนทำให้ฉู่ฉือไม่พอใจ ซือหม่าจูไม่ได้ตั้งใจเขาแค่เผลอเอ่ยขอไปแบบนั้นโดยลืมนึกถึงความยากของมัน
“ไม่ต้องหรอกครับ” ฉู่ฉือวางปากกาแล้วยิ้มกล่าว “ขอโทษที่ให้ทุกคนรอนานครับ”
เสร็จแล้วเหรอ? ซือหม่าจูอึ้งไป คนดูก็อึ้งเช่นกัน แต่ฉู่ฉือก็หยิบกีตาร์ของเขาขึ้นมาแล้ว “ไหนๆ ทุกคนก็เรียกคุณว่าพี่หมู งั้นผมจะร้องเพลง ‘บทเพลงหมู’ ให้ทุกคนฟัง”
‘บทเพลงหมู’ มันได้ด้วยเหรอ? ขณะที่ทุกคนกำลังงง หลินจือไปก็เริ่มดีดกีตาร์ร้องเพลง
“หมู— จมูกเธอมิรสองรู เวลาเป็นหวัดยังมีน้ำมูกย้อย…”
อุ๊บ! คอมเมนต์ระเบิดเสียงหัวเราะ! เนื้อเพลงนี่แต่งถึงหมูจริงๆ ด้วย! ซือหม่าจูอ้าปากค้างอยู่ในไลฟ์!
“หมู— เธอมีตากลมดำปี๋ มองดูๆๆ ก็ไม่เห็นขอบ…” ตาซือหม่าจูเริ่มเบิกกว้าง ดูเหมือนหมูจริงๆ
“หมู— ใบหูเธอใหญ่เหลือเกิน สะบัดไปมาก็ยังไม่ได้ยินว่าฉันกำลังด่าเธอว่าโง่…” ซือหม่าจูหัวเราะออกมา
“หมู— หางเธอม้วนงอเป็นวงๆ ที่แท้วิ่งไปกระโดดไปยังขาดมันไม่ได้เลย…”
เมื่อฉู่ฉือเอ่ยคำว่า ‘หมู’ ครั้งแล้วครั้งเล่า ซือหม่าจูก็หัวเราะชอบใจโบกไม้โบกมือเต้นตามอย่างมีความสุข และในตอนนั้นเองจู่ๆ ฉู่ฉือก็วางกีตาร์ลงแล้วหันไปทางคีย์บอร์ดไฟฟ้า ดีดนิ้วเล่นโน้ตด้วยความเร็ว! ดนตรีพลันเปลี่ยนเป็นครึกครื้นสนุกสนาน! จังหวะเร้าใจอย่างยิ่ง!
ดูเหมือนฉู่ฉืออินกับเพลงสุดๆ ทั้งร่างเคลื่อนไหวไปตามจังหวะ ท่วงทำนองเร้าใจก็กระแทกโสตประสาทผู้ชมทุกคนว่า
“หัวหมู สมองหมู ตัวหมู หางหมู เจ้าหมูเด็กดีไม่เคยเลือกกิน ทุกวันนอนยาวจนแดดเปรี้ยง ไม่เคยแปรงฟัน ไม่เคยมีเรื่องกับใคร…”
ซือหม่าจูที่กำลังยิ้มอยู่ๆ ก็ชะงักไป ดวงตาถลนกว้างยิ่งกว่าเดิม อ้าปากค้าง ขนลุกไปทั้งตัว สีหน้าดูตลกปนตกตะลึงบอกไม่ถูก เขาช็อกไปแล้ว!
คอมเมนต์ในไลฟ์ยิ่งระเบิดอย่างบ้าคลั่ง ผู้ชมก็อึ้งไปเช่นกัน ท่อนฮุกนี้ทำให้เพลงสมบูรณ์แบบ ฟังแล้วไพเราะสุดๆ!
‘สุดยอด!’
‘ขำไม่ไหวแล้ว!’
‘นี่ร้องถึงหมูทุกประโยคจริงๆ!’
‘แบบนี้ก็ได้เหรอ!’
‘แต่งเพลงแบบนี้ออกมาได้ยังไงเนี่ย! เวลาสั้นๆ แค่นี้เองนะ!’
‘ฉู่ฉือประดุจเทพ!’
‘ที่สำคัญคือเพลงเพราะมากด้วย! น่ารักอะ!’
หลินจือไปไม่สนใจอ่านคอมเมนต์ เขาหยิบกีตาร์ขึ้นมาอีกครั้ง
“หมู— พุงของเธอกลมป่อง แค่เห็นก็รู้ว่าทนลำบากไม่ไหว หมู— ผิวเธอขาวเนียนเพียงนี้ ชาติที่แล้วคงเกิดในบ้านเศรษฐีแน่เลย—”
ร้องจบไปไม่กี่ท่อนก็เปลี่ยนไปเล่นคีย์บอร์ดอีกครั้ง
“ตำนานเล่าว่าบรรพบุรุษเธอช่างพิสดาร ซินแสบอกดวงชะตาเขาเจ้าชู้มหาภัย เจอสาวสวยทีไรเป็นหัวเราะคิกคัก ไม่เคยหน้าแดง ไม่เคยกลัวฮะแฮ่ม…” หลินจือไปร้องถึงตรงนี้ก็หันไปหากล้องแล้วมองซือหม่าจูที่เชื่อมไมค์ด้วย “เธอเหมือนเขามากเลย”
ซือหม่าจูได้สติจากความช็อกหัวเราะลั่นแล้วดันเผลอหัวเราะออกมาเป็นเสียงหมู
‘ยอมแล้ว!’
‘ฉู่ฉือ โปรดรับการคารวะจากข้าด้วย!’
‘ฮ่าๆๆๆ ซือหม่าจู!’
‘เสียงร้องหมูเมื่อกี้เหมือนเกินไปแล้ว!’
‘สุดจัด! แม่รีบออกมาดูเทพเร็ว!’
‘โจทย์หมูแบบนี้นายก็ยังแต่งเพลงได้อีก!’
‘ฉันรู้สึกว่าเขาเรียกฉันว่าหมู!’
‘ไม่ใช่ เขาเรียกซือหม่าจูต่างหาก!’
‘พี่หมู บทเพลงหมู!’
คอมเมนต์ถล่มไลฟ์ถี่รัวราวกับคลั่ง ซือหม่าจูก็ส่งเสียงประหลาดออกมา “ไอหยา!”
“ไม่ได้ตั้งใจล้อเลียนนะ” หลินจือไปกลาวยิ้มๆ
“สุดยอดมาก น่ากลัวเกินไปแล้ว! ตอนนี้ผมขนลุกไปทั้งตัวเลยเนี่ย! อาจารย์ฉู่ฉือโปรดรับการคำนับจากผมด้วย” ขณะที่พูดซือหม่าจูก็โค้งคำนับกล้องอย่างบ้าคลั่ง นี่ไม่ใช่แค่การประจบแต่ซือหม่าจูรู้สึกทึ่งจริงๆ เพราะหัวข้อนี้เขาคิดสด แล้วฉู่ฉือก็แต่งเพลงออกมาได้จริงๆ แถมเนื้อเพลงยังเข้ากันดีไม่ฝืนเลยสักนิด และทำนองก็เพราะมาก!
“เพราะเกินไปแล้ว! ผมจะร้องไห้อยู่แล้วครับ” ซือหม่าจูตื่นเต้นมากถึงขั้นมีน้ำตาซึมออกมาหนึ่งหยด แต่นั่นอาจเพราะขำมากกว่าซึ้ง
“ชอบก็ดีแล้วครับ” หลินจือไปยื่นหน้าเข้ามาใกล้กล้องแล้วขยิบตาใส่คนดู “ทุกคนคิดว่าไงบ้างครับ?”
‘เพราะมาก!’
‘เพอร์เฟกต์!’
‘นายมันไร้เทียมทาน!’
‘ยอมแล้วๆๆ ฉันยอมแล้วจริงๆ!’
‘ไม่เสียชื่อฉู่ฉือคนที่ติดคุกแล้วยังแต่งเพลงได้!’
‘โหดเกินไปแล้ว!’
‘นี่คือเพลงตลาดสินะ?’
‘แต่งแค่ห้านาทีได้คุณภาพขนาดนี้ เธอยังจะเอาอะไรอีก?’
ใช่แล้ว คุณภาพของเพลงนี้ถ้าเทียบกับผลงานที่ฉู่ฉือปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการก็ด้อยกว่าสักหน่อยแต่เขาใช้เวลาแค่ห้านาทีในการแต่งนะ! อีกอย่างจะไปสนอะไรว่ามันเป็นเพลงตลาดหรือเปล่า ทำนองติดหูจำง่าย เนื้อร้องก็เหมาะเจาะเข้าเป้าสุดๆ ทุกประโยคล้วนพูดถึงหมูทั้งนั้น!
ทีเด็ดที่สุดคือประโยคสุดท้าย “เธอเหมือนเขามากเลย!” พาให้เพลงยกระดับขึ้นไปอีก ทำให้รู้สึกว่าเพลงนี้ไม่ได้พูดถึงแค่หมูอย่างเดียวแต่หมายถึงคนด้วย จะเขียนเพลงแบบนี้ในเวลาสั้นขนาดนี้ได้ไม่ใช่แค่ต้องมีมันสมองของนักแต่งเพลงอัจฉริยะ แต่ยังต้องมีไหวพริบของนักเขียนเนื้อร้องอัจฉริยะด้วย!
หน้าจอคอมหลินหูมองไลฟ์แล้วแค่นเสียงหัวเราะเยาะไม่หยุด เพลงนี้จะแต่งสดได้ยังไงกัน? ลูกน้องของหลินหูก็คิดแบบเดียวกัน เจ้าซือหม่าจูคนนี้เป็นหน้าม้าชัวร์!
“การแสดงถือว่าไม่เลว” หลินหูคอยสังเกตสีหน้าของซือหม่าจูอยู่ตลอดแต่ก็ไม่เห็นพิรุธอะไร ดูท่าว่าสตรีมเมอร์สายเกมคนนี้จะเล่นละครได้ไม่เลว ส่วนฉู่ฉือ? เพราะเป็นคาแรคเตอร์เสมือนจึงมองไม่เห็นสีหน้าแต่จากน้ำเสียงแล้วก็ไม่เหมือนคนโป๊ะแตกสักนิด
“แสดงได้เหมือนจริงๆ” หลินหูถึงกับเอ่ยปากชม ทั้งสองสองคนนี้แสดงบทส่งกันได้เนียนจริงๆ ผู้ชมส่วนใหญ่เชื่อสนิทใจ นอกจากพวกหน้าม้าของตัวเองแล้วก็ไม่มีใครสงสัยอะไรในเพลงนี้เลยเหรอ?
แล้วทำไมรู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้? หลินหูรู้สึกว่าเสียงของฉู่ฉือฟังแล้วน่าหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก แถมจังหวะการพูดก็ทำให้เขาระคายใจสุดๆ
“ฉันจะเปิดโปงมันเอง!” ตอนที่หลินหูกำลังจะกดส่งของขวัญ จู่ๆ มือของเขาก็ชะงักไป ฉู่ฉือกับซือหม่าจูยังเชื่อมไมค์คุยกันอยู่เลย ซือหม่าจูก็กำลังพล่ามไม่หยุด
“เมื่อกี้ผมยังแอบกังวลอยู่เลยว่าอาจารย์จะเขียนเพลงเกี่ยวกับหมูไม่ได้ กำลังคิดว่าให้อาจารย์ฉู่ฉือแต่งเพลงเกี่ยวกับเกมที่ผมเล่นแทนดีไหม ไม่คิดเลยว่าอาจารย์จะเขียนออกมาได้จริงๆ…”
“เกมที่คุณเล่นชื่ออะไรนะ?” หลินจือไปถาม
“เกียรติยศศึกโต้กลับครับ” ซือหม่าจูรีบตอบ
บนแพลตฟอร์มนี้ ซือหม่าจูถือว่าเป็นสตรีมเมอร์เบอร์ใหญ่แต่พออยู่ต่อหน้าฉู่ฉือกลับถ่อมตัวสุดๆ ออกตัวประจบแบบไม่ปิดบังเลย คนดูเองก็ไม่รู้สึกว่าซือหม่าจูประจบแต่รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
“เกียรติยศศึกโต้กลับ…” หลินจือไปครุ่นคิดก่อนพูดว่า “คุณอยากฟังไหม?”
ซือหม่าจูชะงัก “ฟังอะไรครับ?”
หลินจือไปยิ้ม “ก็คุณอยากให้ผมแต่งเพลงด้วยธีมเกมที่เล่นไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่ครับแต่เมื่อกี้คุณเพิ่งจะ…”
“เห็นแก่ที่คุณโดเนตซูเปอร์ร็อกเก็ต ผมจะแต่งเพลงมันๆ ให้อีกเพลง”
“ได้เหรอครับ!?” ซือหม่าจูดีใจออกนอกหน้า ตอนนี้เขาได้สัมผัสพลังของฉู่ฉือแล้วก็ยิ่งตั้งตารออย่างคาดหวัง
“ได้สิ พอมีไอเดียอยู่” หลินจือไปหยิบปากกากระดาษออกมาแล้วเริ่มขีดเขียนอีกครั้ง ผู้ชมตกตะลึง!
‘จะแต่งอีกเพลงเหรอ?’
‘ใช้ “เกียรติยศศึกโต้กลับ’ เป็นธีมเพลง?’
‘งั้นฉู่ฉือจะเขียนเพลงสั่งทำในไลฟ์เลยเหรอ?’
‘อาจเป็นเพลงสั่งทำจริงๆ ฮ่าๆ!’
‘ไอหยา! โหดเกินไปแล้วมั้ง!’
‘ไลฟ์ครั้งที่แล้วฉู่ฉือแต่งเพลงเสร็จก็พักคุยกับทุกคนนานเป็นครึ่งชั่วโมง รอบนี้เขาจะแต่งเพลงต่อเนื่องกันเลยเหรอ’
‘นี่สมองต้องไหม้ไปกี่เซลล์กันเนี่ย?’
หลินหูพักแผนจะโดเนตแล้วหันไปพูดกับลูกน้อง “เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่ามันเตี้ยมกันมา คงเป็นผู้ผลิตเกม ‘เกียรติยศศึกโต้กลับ’ จับมือกับคุนเผิง อยากให้ฉู่ฉือช่วยโปรโมตล่ะสิ”
“หลักฐานแทบจะชัดอยู่แล้ว!” ลูกน้องพยักหน้าหนักแน่น ต้องเป็นเกม “เกียรติยศศึกโต้กลับ’ ร่วมมือกับฉู่ฉือแน่ๆ!