ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 194 ละครคู่แฝด The Knockout?
ว่ากันว่าอะไรที่มากเกินก็ไม่ดี ตอนนี้ทุกคนฟังเพลงเทพกันอย่างสนุกสนาน เหล่าชาวเน็ตก็พากันแซวเป็นมุกเสียส่วนใหญ่
แต่พอฟังมากเข้าก็ชักจะเลี่ยน ดังนั้นหลินจือไปจึงตัดสินใจว่า
จากนี้ไปจะขอขีดเส้นแบ่งกับเพลงเทพอย่างเด็ดขาด!
ส่วนเรื่องที่วงการตามกระแสเพลงเทพ? หลินจือไปไม่มีปัญญาไปควบคุมหรอก
ไหนๆ อูฉือก็ยังไม่มีแผนจะไลฟ์สดต่อ ไปตี้ก็ไม่ได้จะปล่อยเพลงใหม่เร็วๆ นี้
ประเด็นจึงมาถึงข่าวที่หลินจือไปเคยโปรโมตไว้ในไลฟ์ ว่าปู่เยโหวมีละครใหม่เรื่อง ‘Conquer’ ที่เตรียมจะออนแอร์
ซึ่งพอปรากฏการณ์เพลงเทพเริ่มซาลง สื่อก็หันมาจับตาเรื่องนี้กันมากขึ้น
แน่นอนว่ามีแรงหนุนจากทีมโปรโมตของเทียนกวงด้วยเช่นกัน
พักนี้ซูฉานรนรานจนแทบไฟลุกเพราะเรื่องนี้
ทุกคนมัวแต่สนใจแต่เพลงเทพกันหมด จนกลบกระแสข่าวว่าละครเรื่อง ‘Conquer’ กำลังจะออกอากาศ แบบนี้มันจะได้ที่ไหนกัน?
ช่วยไม่ได้ ฝ่ายโปรโมตของเทียนกวงจึงได้แต่ต้องงัดไม้เด็ด
ประกาศตรงๆ เลยว่า ‘Conquer’ คือละครคู่แฝดของ The Knockout คุณภาพไม่แพ้ผลงานก่อนหน้าเลย!
พูดแบบนั้นก็ไม่ผิดนัก อย่างไรสองเรื่องนี้ก็เป็นแนวผู้ร้ายตำรวจเหมือนกัน แถมคนเขียนบทก็เป็นปู่เยโหวจากคุนเผิงเช่นเดียวกัน
กลยุทธ์นี้ได้ผลในทันที ปลุกความทรงจำของผู้ชมที่มีต่อ ‘The Knockout’ ขึ้นมา
อย่างไรมันก็เป็นจ้าวแห่งละครปีที่แล้ว หลายคนยังเล่นมุกจากละครเรื่องนี้กันอยู่เลย
พอเป็นแบบนี้ เสินฮว่าก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที เพราะ ‘The Knockout’ ผลิตโดยเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์
ละครที่เทียนกวงเป็นคนทำ มีสิทธิ์อะไรจะมาเกาะกระแส ‘The Knockout’ ของพวกเรา?
เสินฮว่าจึงเปิดศึกในกระแสสังคมทันที ตำหนิว่าเทียนกวงไร้ยางอาย ‘Conquer’ ตีเนียนเกาะกระแส ‘The Knockout’
พูดแบบนี้ก็ไม่ผิดอีกเหมือนกัน เพราะกระแสของ ‘The Knockout’ เมื่อปีที่แล้วนั้นถือว่าเป็นระดับปรากฏการณ์จริงๆ
ละครของเทียนกวงยังไม่ทันออนแอร์ ก็ประกาศว่า ‘Conquer’ คือละครคู่แฝด แถมยังกล้ายืนยันว่าคุณภาพไม่แพ้เรื่องก่อน…
ไม่ต้องพูดถึงคนในวงการ คนดูทั่วไปยังฟังแล้วได้แต่ยักไหล่
คล้ายกับในชาติที่แล้วที่ละครเรื่อง ‘หมี่เยวี่ยจอมนางเหนือแผ่นดิน’ ที่โปรโมตว่าเป็นภาคพี่น้องของ ‘เจินหวนจอมนางคู่แผ่นดิน’ แถมยังดึงทีมงานเก่ามาด้วยหลายคน
ผลลัพธ์เป็นยังไงละ? ของจริงยังไงก็ต้องยกให้ ‘เจินหวนจอมนางคู่แผ่นดิน’
เรื่องที่ออกทีหลังไม่ว่าจะกระแสหรือคำวิจารณ์ต่างก็เทียบเรื่องก่อนไม่ได้เลย เป็นเหมือน “คำสาปภาคต่อ” เลยทีเดียว
ทั้งที่ก็เป็นงานของคุนเผิง คนเขียนบทก็คือปู่เยโหว เนื้อหาก็แนวตำรวจผู้ร้ายเหมือนกัน
แม้ ‘Conquer’ จะไม่ได้ประกาศว่าเป็นภาคต่อของ ‘The Knockout’
แต่ด้วยองค์ประกอบที่คล้ายคลึงกันเกินไป แถมยังออกตัวว่าเป็นละครคู่แฝด
คนในวงการไม่น้อยจึงมองว่ามันคงหนีไม่พ้นคำสาปภาคต่อแน่ๆ
แต่ว่าไปเพราะคุนเผิงกับเทียนกวงประสบความสำเร็จติดต่อกันมาหลายเรื่อง ท่าทีของคนในวงการรอบนี้จึงเลือกจะประเมินอย่างระมัดระวัง
“คุนเผิงบวกปู่เยโหวกับโปรดักชันของเทียนกวง อย่างต่ำ ‘Conquer’ คงไม่แย่นักหรอก”
“ยังไงฝีมือของปู่เยโหวก็การันตีอยู่แล้ว”
“แต่จะให้ ‘Conquer’ กระแสร้อนแรงเท่าจ้าวแห่งละครปีที่แล้วก็คงยาก”
“จ้าวแห่งละครใช่จะอิงความสำเร็จได้ง่ายๆ”
“แถมในเวลาเดียวกันยังมีเสินฮว่าแล้วก็น่าเซินเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งอีก”
“นี่เป็นละครยาวเรื่องที่สองของคุนเผิงใช่ไหม?”
“ถ้าไม่นับ ‘Unexpectedness’ นะ”
“เพราะ ‘Unexpectedness’ เป็นมินิละคร นับเป็นละครจริงๆ ไม่ได้หรอก”
“ไม่รู้ว่าผลงานชิ้นที่สองของปู่เยโหวจะไปได้ไกลแค่ไหน ขอแค่ไม่แพ้ ‘The Knockout’ มากเกินไป เขาก็ยืนหนึ่งในวงการเขียนบทได้แล้ว”
ต้องรู้ว่า ‘The Knockout’ ทำเรตติ้งเฉลี่ยทะลุสี่เชียวนะ!
ส่วน ‘Conquer’ จะมีเรตติ้งเฉลี่ยแตะสามหรือเปล่า ทุกคนก็ยังตั้งคำถามอยู่ในใจ
อีกด้านหนึ่ง ผู้ชมสมัยนี้ไม่ใช่ว่าจะหลอกง่าย พอเห็นว่าเทียนกวงโปรโมตละครใหม่ของตัวเองว่าเทียบชั้น ‘The Knockout’ ก็พากันหัวเราะ
เพราะภาพแบบนี้มันคุ้นตาเสียเหลือเกิน ตั้งแต่ ‘The Knockout’ โด่งดังเป็นพลุแตกเมื่อปีก่อน
ละครแนวตำรวจผู้ร้ายทุกเรื่องก็ชอบยกตัวเองไปเทียบกับ ‘The Knockout’!
“ยอมแล้ว”
“ไม่รู้จะทำอะไรก็บอกว่าละครเรื่องโน่นเรื่องนี้คุณภาพไม่แพ้ ‘The Knockout’”
“บริษัทบันเทิงพวกนี้หน้าด้านจริงๆ”
“แต่เรื่องนี้ไม่เหมือนกันนะ ยังไงคนเขียนบทก็คือปู่เยโหว”
“อย่าลืมสิ บทละคร ‘The Knockout’ ก็เป็นปู่เยโหวเขียนเหมือนกัน”
“ถ้ามองแบบนี้ ‘Conquer’ จะเทียบกับ ‘The Knockout’ ก็ดูสมเหตุสมผลอยู่”
“หวังให้ ‘พิชิต’ เหนือกว่าเรื่องก่อนคงยาก แต่ผลงานใหม่ของปู่เยโหว ก็น่าติดตามอยู่ดี”
“อีกอย่างเป็นผลงานของเทียนกวง แล้วยังออกอากาศทางสถานีเทียนกวงด้วย”
“พวกนายว่าเรตติ้งเฉลี่ย ‘พิชิต’ จะทะลุสองไหม?”
“น่าจะไม่ยากนะ?”
“อาจจะทะลุสามเลยก็ได้!”
“ยังไงก็เป็นปู่เยโหวหน่า!”
“ปู่เยโหวที่ขนาด ‘Unexpectedness’ ยังเขียนบทออกมาได้เลย!”
ละครที่ออกอากาศบนสามสถานีใหญ่มีเกณฑ์อย่างหนึ่ง: ถ้าเรตติ้งเฉลี่ยเกินสองก็ถือว่าผ่าน ถ้าเฉลี่ยทะลุสามละ?
ก็มีสิทธิ์ชิงตำแหน่งจ้าวแห่งละครแห่งปี!
เพราะละครที่เรตติ้งทะลุสี่อย่าง ‘The Knockout’ นั้นหาได้ยาก
โดยทั่วไปถ้าแตะสามก็ได้เข้ารอบมีลุ้นเป็นจ้าวแห่งละครแห่งปี เรื่องนี้ยอมรับกันทั่วทั้งวงการ
ถ้าไม่เอาไปเปรียบเทียบกับ ‘The Knockout’ คนส่วนใหญ่ก็ยังมองว่า ละครใหม่ที่คุนเผิงร่วมมือผลิตกับเทียนกวงเรื่องนี้น่าจะออกมาดี
ส่วนจะสูงถึงระดับ ‘The Knockout’? ต่อให้ฝ่ายโปรโมตของเทียนกวงตะโกนดังแค่ไหนก็ไม่มีใครเชื่อหรอก
ทางด้านเสินฮว่า ถึงจะพูดจาดูถูกเทียนกวงที่มาเกาะกระแส ‘The Knockout’ แค่ไหน
แต่การกระทำของพวกเขากลับซื่อตรง ฝ่ายโปรดักชันถึงกับนัดประชุมเพื่อเตรียมรับมือกับละครใหม่เรื่องนี้ของเทียนกวง
การประชุมนี้มีหัวหน้าฝ่ายโปรดักชันเป็นประธาน คนคนนั้นก็คือหลินเชี่ย ลุงรองของหลินจือไป
“วันที่ยี่สิบเอ็ด ‘พิชิต’ จะออกอากาศ เราจะใช้ละครเรื่องใหม่ไปสู้กับพวกเขาไหม?”
“สู้สิ”
“ถ้าช่วงเดียวกันไม่มีคู่แข่งที่เก่งจริงๆ ไม่แน่ละครเรื่องนี้ของเทียนกวงอาจจะปังขึ้นมาก็ได้ ฝีมือคุนเผิงกับปู่เยโหวพวกคุณก็รู้ดี”
“จ้าวเหลย ไม่ใช่ว่านายมีบทละครใหม่ของปู่เยโหวอยู่หรอกเหรอ? ชื่อ ‘มังกรหยก’ ใช่ไหม?”
หลินเชี่ยหัวหน้าฝ่ายโปรดักชันหันไปมองจ้าวเหลยที่กำลังเหม่อลอย
จ้าวเหลยสะดุ้งแล้วรีบส่ายหน้า “เรื่องนี้เพิ่งเริ่มถ่ายทำครับ เวลาแค่ไม่กี่วันยังไงก็ไม่ทันหรอกครับ”
ล้อกันเล่นหรือไง? ตาลุงนี่ดันอยากให้เอา ‘มังกรหยก’ ของเขาไปลงสังเวียน คุนเผิงไม่เกลียดฉันตายเลยหรือไง?
จะมีเหตุผลอะไรให้เอา ‘มังกรหยก’ ของปู่เยโหวแห่งคุนเผิง ไปแข่งกับละครอีกเรื่องของปู่เยโหวกันเล่า?
ฉันยังอยากร่วมงานกับคุนเผิงต่อนะ!
‘Conquer’ จะดังไม่ดังเกี่ยวอะไรกับฉันละ ไม่กระทบกับงานของฉันก็พอแล้ว
ใช่ จ้าวเหลยได้รับบท ‘มังกรหยก’ จากเจียงเฉิงมาแล้ว ซึ่งตอนนี้กำลังถ่ายทำอยู่
ดังนั้นก็ไม่นับว่าเขาโกหก เรื่องเวลามันไม่ทันจริงๆ แต่ต่อให้ทัน จ้าวเหลยก็ไม่มีวันยอมทำแบบนั้นอยู่ดี
หลินเชี่ยหรี่ตา “งั้นก็ใช้ ‘My Queen’ ไปชนกับเทียนกวงก็แล้วกัน”
นี่เป็นละครไอดอล พระนางล้วนเป็นนักแสดงแถวหน้า บริษัทมองละครเรื่องนี้ในแง่ดี คาดว่ามีลุ้นเรตติ้งเฉลี่ยเกินสาม
หลินเชี่ยไม่อยากให้เทียนกวงสบายใจนัก จึงตัดสินใจใช้เรื่องนี้ขวาง ‘Conquer’ เสียหน่อย
ถึงแพ้ก็ไม่เป็นไร อย่างไรฐานคนดูก็ต่างกัน ละครตำรวจผู้ร้ายกับละครไอดอลกลุ่มเป้าหมายไม่เหมือนกันอยู่แล้ว
อีกด้านหนึ่ง น่าเซินก็กำลังประชุมอยู่เช่นกัน การประชุมฝั่งนี้นำโดยแผนกโทรทัศน์
“ทางเสินฮว่าโดนเทียนกวงเกาะกระแส ‘The Knockout’ คงต้องคิดหาทางขัดขวางแน่ๆ เราเองก็จะนิ่งเฉยไม่ได้”
“พวกเราจะสกัดด้วยไหม?”
“จะใช้ ‘Home Temptation’ ไหมครับ? ยังไงก็เป็นบทที่ปู่เยโหวเขียนเหมือนกัน ถ้าสองเรื่องนี้มาชนกันกระแสตองระเบิดแน่” มีคนเสนอขึ้นมา
หยิ่นตงหน่วนก็อยู่ในห้องประชุมด้วย แม้จะไม่ได้มีตำแหน่งสูง
แต่บท ‘Home Temptation’ นั้นเป็นผลงานที่เธอวิ่งเต้นขอเจียงเฉิงมา
ทันทีที่มีคนเสนอ หยิ่นตงหน่วนก็ส่ายหัวทันที “’Home Temptation’ ยังตัดต่อไม่เสร็จ ทำไม่ทันหรอกค่ะ”
จริงๆ แล้วเป็นข้ออ้าง ถ้าเร่งมือทำงานล่วงเวลาจริงๆ ก็ยังพอทำทัน
เพียงแต่หยิ่นตงหน่วนไม่อยากให้เรื่องนี้ไปชนกับ ‘Conquer’ ไม่อย่างนั้นเธอคงลำบากใจเวลาไปพบเจียงเฉิงแน่
“ช่างเถอะ” หัวหน้าแผนกโทรทัศน์ครุ่นคิดก่อนพูดว่า “งั้นเราก็นั่งดูละครไปแล้วกัน”
น่าเซินตัดสินใจจะเป็นผู้ชม เหมือนปีที่แล้วตอนที่ ‘The Knockout’ ออกอากาศ
เทียนกวงก็โต้กลับอย่างดุเดือด ตอนนั้นน่าเซินเลือกที่จะดูเฉยๆ ไม่เจาะจงโจมตีใคร
เพราะต่างก็มีคุนเผิงและปู่เยโหวร่วมงาน
และเป็นละครแนวตำรวจผู้ร้ายเหมือนกัน ตอนนั้นไม่ต่างจากตอนนี้เลย
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ ครั้งก่อนปู่เยโหว ยืนข้างเสินฮว่า ส่วนครั้งนี้ปู่เยโหว ยืนข้างเทียนกวง
หลังจากเสินฮว่าตัดสินใจได้ ก็เริ่มรุกหนัก โปรโมตละครใหม่ ‘My Queen’ ซึ่งจะออกอากาศวันที่ยี่สิบเอ็ดของเดือนนี้เช่นกัน
ละครแนวไอดอลยังมีตลาดที่ใหญ่โตมากโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น
ดังนั้นเมื่อละครเรื่องนี้โปรโมตออกมา ทุกคนก็รู้ทันทีว่าเสินฮว่ากำลังทำดวลกับเทียนกวง
เรื่องนี้ไม่ได้แปลกใหม่อะไร สามบริษัทยักษ์ใหญ่เปิดศึกกันในหลากหลายวงการอยู่เป็นประจำทุกปี
แต่คราวนี้สื่อจับประเด็นได้อย่างน่าสนใจ เพราะมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นแล้วน่ะสิ!
ปีที่แล้วเสินฮว่าร่วมมือกับคุนเผิงและปู่เยโหวฉายละครเรื่อง ‘The Knockout’
เทียนกวงเร่งสกัดอย่างดุดันด้วยละครแนวตำรวจผู้ร้ายเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ยับเยิน
เพราะความพ่ายแพ้นั้น ผู้บริหารฝ่ายโทรทัศน์ของเทียนกวงต้องลงจากตำแหน่ง ทำให้ซูฉานได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแทน
และปีนี้ ซูฉานจับมือกับคุนเผิงและปู่เยโหว ผลักดันละครใหม่ ‘พิชิต’
คราวนี้ถึงตาเสินฮว่าลงมือ ใช้ละครเรื่องใหม่ที่ถูกคาดหวังตั้งแต่เปิดกล้องอย่าง ‘My Queen’ มาสกัดคู่แข่ง
ราวกับทุกอย่างกลับตาลปัตร ข่าวที่เกี่ยวข้องก็ออกตามสื่อต่างๆ อย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้ทั้งเทียนกวงและเสินฮว่าต่างช่วยกันปั่นกระแส อย่างไรเสียถ้าข่าวดังขึ้นมาก็ไม่ได้เสียหายกับฝ่ายไหนทั้งนั้น
เพียงแต่พอถึงเวลาตัดสินแพ้ชนะ ย่อมมีคนหน้าแตกเป็นธรรมดา
ตอนนี้หลินจือไปเปิดเทอมแล้ว พอได้ยินเรื่องนี้จากปากเจียงเฉิง ก็อดมีสีหน้าประหลาดไม่ได้
“เป็นการตัดสินใจของลุงรองสินะ…”
“อื้ม จ้าวเหลยบอกผมหมดแล้ว หลินเชี่ยถึงกับคิดจะเอา ‘มังกรหยก’ ไปสู้ด้วยซ้ำ จ้าวเหลยเป็นคนขัดไว้เพราะยังไงเรื่องนั้นก็ยังถ่ายไม่เสร็จ”
หลินจือไปยิ้มขื่น เขายังไม่ได้ลงมือกับบรรดาลุงๆ เลย ไม่คิดว่าลุงรองจะเป็นฝ่ายเปิดฉากเล่นงาน ‘พิชิต’ ก่อน
ก็ดีเหมือนกัน ถือซะว่าเก็บดอกเบี้ยล่วงหน้าแล้วกัน
หลินจือไปมั่นใจใน ‘Conquer’ มาก เว้นเสียแต่ทีมโปรดักชันของเทียนกวงจะมีปัญหา ไม่ถ่ายทำและตัดต่อตามบทของเขา
ไม่อย่างนั้นละครเรื่องนี้ เทียบชั้น ‘The Knockout’ ได้สบายๆ!!