ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 206 บทเพลงสงคราม!
โมอาจอภัยน่านเซินกำหนดวันออกอากาศของ ‘Home Temptation’ ไว้วันที่สิบแปดเดือนมีนาคม ฉายทางช่องโทรทัศน์น่านเซิน!
สามยักษ์ใหญ่ผลิตละครทีวีมากมายทุกปี เป็นไปไม่ได้ที่จะลงจอครบทุกเรื่อง เรื่องใดได้ฉายช่องตัวเองย่อมเป็นผลงานที่สามค่ายใหญ่ต่างเชื่อมั่นมากที่สุด!
ขณะที่เสินฮว่าโปรโมต ‘Shining Star’ อย่างครึกโครม จะลงจอช่องโทรทัศน์เสินฮว่า ทั้งยังเลือกวันที่สิบแปดเดือนมีนาคมเช่นกัน แค่ดูตารางก็รู้ว่าศึกโจมตีรอบใหม่ได้เปิดฉากแล้ว
แต่ผู้คนยังไม่ลืมตอนที่เสินฮว่าใช้ละครไอดอลโจมตีคุณเผิงที่ร่วมมือกับเทียนกวงเมื่อต้นปี จนสุดท้ายก็พังไม่เป็นท่า ดังนั้นการที่เสินฮว่าเล็งเล่นงานคุณเผิงอีกครั้ง จึงถูกคนมากมายในวงการมองว่าเป็น ‘ศึกล้างแค้น’
เพราะคนนอกไม่รู้เรื่องการต่อสู้ภายในของเสินฮว่า จึงได้แต่วิเคราะห์แรงจูงใจจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น ทำให้ในวงการกลับมามีประเด็นร้อนอีกครั้ง
“เสินฮว่านี่แค้นไม่หาย ถูก ‘Conquer’ ตบหน้าทีนึงแล้วยังกล้ามาอีก?”
“ที่สำคัญที่สุดคือเสินฮว่าใช้ละครไอดอลเล็งเล่นงานอีกแล้ว!”
“แต่รอบนี้เสินฮว่าดูจะเป็นฝ่ายได้เปรียบกว่าเห็นๆ ละครน่านเซินเรื่องนี้มันน้ำเน่าเกินไปแล้ว ปู่เยโหวคิดยังไงถึงเขียนบทแนวนี้ออกมา?”
“อ่านแค่เรื่องย่อ กลิ่นน้ำเน่าก็โชยแตะจมูกแล้ว!”
“ไม่ปิดบังเลยสักนิด!”
“น่านเซินกลัวคนดูไม่รู้หรือไงว่าละครเรื่องนี้ของพวกเขาน้ำเน่าแค่ไหน!”
“ถ้าละครเรื่องนี้แป้ก ชื่อเสียงที่ปู่เยโหวอุตส่าห์ปั้นมาจาก ‘The Knockout’ และ ‘Conquer’ มีหวังได้พังยับแน่”
“มุ่งมั่นเขียนบทละครตำรวจผู้ร้ายไปไม่ดีหรือไง?”
“ยังไงปู่เยโหวก็ถนัดแนวสืบสวนตำรวจผู้ร้าย จะเสี่ยงเปลี่ยนไปแนวอื่นทำไม?”
“จะเสี่ยงลองเปลี่ยนแนวฉันพอเข้าใจนะ ยังไงนักเขียนบททุกคนก็อยากก้าวข้ามขีดจำกัดตัวเองอยู่แล้ว แต่ทิศทางการก้าวข้ามของปู่เยโหวรอบนี้มันเกินไปจริงๆ แนวน้ำเน่าเนี่ยนะ คิดอะไรอยู่เนี่ย?”
รายการ ‘บันเทิงไร้วงการ’ ตอนล่าสุดย่อมไม่พลาดหยิบประเด็นร้อนนี้มาพูดคุย พิธีกรชายหัวเราะตัวงอ
“เสินฮว่านี่ชอบใช้ละครไอดอลฟาดปู่เยโหวแห่งคุณเผิงจริงๆ เลยนะครับ ปู่เยโหวก็เหมือนกัน อยากเปลี่ยนแนวในฐานะนักเขียนบทละครทีวีผมก็พอเข้าใจได้ แต่คนอื่นเขาพยายามยกระดับตัวเองขึ้น เขานี่กลับมุดลงซะอย่างงั้น”
พิธีกรชายรายนี้ขึ้นชื่อเรื่องปากจัด ส่วนพิธีกรหญิงโต้กลับว่า
“ความสำเร็จของ ‘ชนชั้นสูง’ พิสูจน์แล้วว่าละครน้ำเน่ายังขายได้นะคะ!”
“คุณคิดว่าละครใหม่ของปู่เยโหวจะประสบความสำเร็จอย่าง ‘ชนชั้นสูง’ ได้เหรอครับ?”
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ”
ความจริงพิธีกรหญิงก็คิดว่าเสินฮว่าน่าจะล้างแค้นสำเร็จ แขกรับเชิญข้างๆ พูดอย่างเสียดาย
“นี่อาจเป็นราคาของการผลิตผลงานจำนวนมากของปู่เยโหวแห่งคุณเผิง ยังไงก็ต้องยอมสละคุณภาพลงไปบ้าง ดังนั้นเราถึงเห็นว่าละครเรื่อง ‘Conquer’ ดังจริงแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าละครเรื่องนั้นสั้นมาก”
“สั้นเหรอคะ?” พิธีกรหญิงกล่าว
“แต่ฉันเห็นโปรโมตของ ‘Home Temptation’ บอกว่าละครเรื่องนี้จะฉายถึงเจ็ดสิบสองตอนเลยนะ”
แขกรับเชิญส่ายหัว
“ละครน้ำเน่าก็แบบนี้แหละ ยาวเฟื้อยเหมือนผ้าพันเท้าคุณยาย ทั้งเหม็นทั้งยาว ปู่เยโหวต้องการคุณภาพของ ‘Conquer’ เลยทำให้สั้นมาก แต่เรื่องนี้เพื่อปริมาณแล้วเขาทิ้งคุณภาพไปเลย ตอนนี้ผมสงสัยว่าบทละครเรื่องนี้คงถูกน่านเซินซื้อขาดไปแล้ว คุณเผิงกับปู่เยโหวรับเงินแล้วก็ถอนตัวไป”
“ความเห็นของแขกรับเชิญไม่เกี่ยวกับทัศนะของรายการนะคะ”
พิธีกรหญิงรีบยกมือยอมแพ้ในทันที คนคนนี้ใส่ร้ายเก่งเกินไปแล้ว ถึงแม้รายการจะเน้นวิจารณ์วงการบันเทิงแบบแรงๆ แต่การคาดเดาเอาเองแบบนี้จะโดนตอกหน้ากลับได้ง่ายๆ ใครจะรู้ว่าคุณเผิงกับน่านเซินตกลงกันยังไง?
แต่แขกรับเชิญกล้าพูดขนาดนี้อย่างน้อยก็การันตีว่าเรตติ้งมาแน่นอน พิธีกรชายรีบชี้นำแขกรับเชิญ
“งั้นคุณคิดว่ารอบนี้ปู่เยโหวตั้งใจหลอกโกงเงินจากแฟนคลับเหรอครับ?”
แขกรับเชิญยักไหล่
“ปู่เยโหวเริ่มต้นจากการเป็นนักเขียนนิยาย พวกคุณอาจจะไม่ค่อยรู้ วงการนักเขียนนี่ชอบหลอกแฟนคลับบ่อยๆ นักเขียนดังๆ ติดกันหลายเรื่องแล้วจู่ๆ ก็เขียนนิยายขยะออกมาเรื่องสองเรื่อง แต่ด้วยความไว้ใจที่มีต่อนักเขียน นักอ่านก็เลยซื้อมา สุดท้ายก็พบว่านิยายนั้นห่วยมาก”
พิธีกรชายพูดอย่างไม่เข้าใจ “งั้นไม่เท่ากับทำลายชื่อเสียงตัวเองเหรอครับ?”
แขกรับเชิญหัวเราะลั่น
“คุณยังอ่อนประสบการณ์ เล่มต่อไปก็แค่ยกระดับคุณภาพขึ้นอีกรอบ ถึงตอนนั้นคนอ่านก็ลืมความล้มเหลวในนิยายเรื่องก่อนแล้ว นักเขียนยังออกมาสร้างกระแสได้อีกว่า ขอบคุณทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวผมมาตลอด เล่มก่อนผมเขียนได้ไม่ดี ต้องขอโทษด้วยทุกคนจริงๆ อย่างนั้นอย่างนี้ ทำเป็นดราม่า ทีนี้ก็ขายได้อีก ทำไมจะไม่ทำล่ะ?”
พิธีกรชาย “…”
พิธีกรหญิง “…”
อันที่จริงแขกรับเชิญก็พูดไม่ผิด วงการนิยายมีเรื่องแบบนี้อยู่จริงๆ หรือหลายวงการก็มีแบบนี้เกิดขึ้นคล้ายๆ กัน แต่ปู่เยโหวจะทำแบบนั้นเหมือนกันจริงเหรอ?
เอาจริงๆ คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเชื่อนัก เพราะภาพลักษณ์ของปู่เยโหวดีมาก!
หลังรายการออกอากาศ น่านเซินรีบชี้แจงทันที บอกว่าละครเรื่อง ‘Home Temptation’ เป็นความร่วมมือเชิงลึกระหว่างคุณเผิงกับน่านเซิน ถ้าเรตติ้งเรื่องนี้ตกต่ำคุณเผิงก็ไม่ได้ส่วนแบ่ง ฝั่งคุณเผิงก็ออกแถลงยืนยัน พร้อมส่งจดหมายทนายถึงแขกรับเชิญคนนั้นทันที ใส่ร้ายปู่เยโหวขนาดนี้ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย
ตอนนี้คุณเผิงมีฝ่ายกฎหมายของตัวเองแล้ว หางานให้พวกเขาได้ทำพอดี เลี้ยงฝ่ายกฎหมายไม่ใช่ถูกๆ เหมือนครั้งก่อนที่มีช่างภาพออกมาด่าคุณเผิงว่า ‘Unexpectedness’ ทำแบบลวกๆ หลอกลวงคนดูก็โดนฟ้องร้องจนถูกศาลตัดสินให้ขอโทษสาธารณะ พร้อมปรับเงินก้อนโตจนอนาคตพังยับเยิน เจียงเฉิงแทบจะแน่ใจว่าแขกรับเชิญคนนี้ต้องรับเงินสกปรกมาเหมือนกับช่างภาพคนนั้นแน่!
ใส่ร้ายปู่เยโหว ใส่ร้าย ‘Home Temptation’ คนที่ได้ประโยชน์สุดท้ายก็คือเสินฮว่า
พอหลินจือไปรู้เรื่องนี้สีหน้าก็ไม่สู้ดีนัก ไม่ใช่เพราะถูกใส่ร้าย แต่เพราะเขาเพิ่งรู้ตัวว่าคุณเผิงยังไม่มีสื่อเป็นของตัวเองเลย!
อิทธิพลของสื่อในการชี้นำรุนแรงเกินไปแล้ว คนดูที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงจำนวนมากก็ไม่ค่อยคิดอะไร ยกตัวอย่างสุดโต่ง บางทีสื่อตั้งหัวข้อข่าวดิสเครดิตมั่วๆ อย่าง ‘ปู่เยโหวหลอกฟันเงินแฟนคลับ’ อะไรทำนองนี้ แค่หัวข้อนี้ก็ปลุกกระแสความยุติธรรมในใจคนได้แล้ว นักรบคีย์บอร์ดก็เกิดจากแบบนี้ ไม่สนใจข้อเท็จจริง แค่สื่อพูดก็ขอด่าให้สะใจไว้ก่อน กระทั่งหลายคนอ่านแค่หัวข้อ ยังไม่อ่านเนื้อหาเลยด้วยซ้ำ สุดท้ายข่าวปลอมแค่พูดคำเดียว คนแก้ข่าวต้องวิ่งเสียขาขวิด ถ้าจะรับมือกับพวกนี้ให้ได้ คุณเผิงต้องมีสื่อของตัวเอง!
หลินจือไปจึงสั่งเจียงเฉิงให้ใส่ใจงานด้านนี้ไว้ จะได้ไม่มืดแปดด้านยามต้องทำสงครามโปรโมต ปล่อยให้คนอื่นใส่ร้ายแต่ไร้หนทางจะตอบโต้กลับ
ที่เรียกว่าเล่นงาน… ก็คือการสร้างเรื่องราวให้วุ่นวายสุดๆ เสินฮว่าคอยสอดส่องหาช่องโหว่ของ ‘Home Temptation’ ทุกซอกทุกมุม สื่อของน่านเซินก็ตอบโต้แบบเดียวกัน ขุดคุ้ยเรื่องฉาวของละครเสินฮว่า ต่างฝ่ายต่างก็อยู่ในวงการนี้ ใครบ้างจะไม่มีของดีติดมือ ต่อให้ไม่มีจริงก็สร้างขึ้นมาได้!
อย่างข่าวหนึ่งที่หลินจือไปเห็น กล่าวหาว่าพระเอก ‘Shining Star’ ทำตัวเป็นซูเปอร์สตาร์วางอำนาจ แถมมีคนในกองถ่ายออกมาแฉพฤติกรรมแย่ๆ อีกสารพัด ข่าวลือปนความจริงพาคนดูเสพดราม่า แต่วิธีเล่นงานพวกนี้สุดท้ายก็ให้ผลได้จำกัด สิ่งชี้ขาดแพ้ชนะก็ยังเป็นตัวผลงานอยู่ดี
หลังเสินฮว่าและน่านเซินสาดสงครามโปรโมตใส่กันกว่าสามร้อยยก ในที่สุดวันที่สิบแปดเดือนมีนาคมก็มาถึง
วันนี้ทั้งสองฝ่ายหยุดโจมตีกันอย่างรู้ดี เพราะถึงเวลาพิสูจน์ของจริงแล้ว คืนวันที่สิบแปดเวลาหนึ่งทุ่มช่วงไพรม์ไทม์ช่องเสินฮว่า ละคร ‘Shining Star’ ออกอากาศ ในเวลาเดียวกันช่วงไพรม์ไทม์ช่องน่านเซิน ละคร ‘Home Temptation’ ก็ออกฉายเช่นกัน
สองวันนี้หยุดงานพอดี หลินจือไปจึงกลับบ้านมาดูละครกับครอบครัว
หลินเชิงเทียนถาม “ดูเรื่องไหน?”
วันนี้มีละครใหม่สองเรื่องให้เลือกชม ทุกคนพูดพร้อมกันว่า “Home Temptation!”
เสียงเป็นเอกฉันท์ หลินเชิงเทียนจึงกดเปลี่ยนไปช่องน่านเซิน บนหน้าจอไม่นานเพลงเปิดก็ดังขึ้น ซึ่งคือเพลง “ไม่อาจให้อภัย” เพลงประกอบละครของเรื่องนี้!
“เพื่อทุกความเจ็บปวดจากรักที่ไมอาจละวาง เพื่อทุกบาดแผลจากความชังที่ยังยึดมั่น ฉันไมอาจแยกแยะว่ารักหรือชังเป็นเช่นนี้หรือเปล่า เลือดและหยาดน้ำตาไหลรินรวมกัน หัวใจฉันแตกสลายดังฝุ่นผง มือที่สั่นไหวกลับไมอาจหยุดไมอาจอภัย อดีตเราสองมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน ไม่สำคัญแล้วหรืออาจใช่นิทานนี้ช่างโหดร้าย คำลวงทรยศคำลวงวนเวียนซ้ำๆ บทของเธอช่างน่าขันปนขมขื่น รักผิดคนย่อมถูกลืมเลือน ปล่อยกาลเวลากลบฝังไม่เหลือสิ่งใด… ใครบอกฉันได้บ้าง สุดท้ายรักกับชังจุดจบเหมือนกันหรือไม่ เลือดและหยาดน้ำตาไหลรินรวมกัน หัวใจฉันแตกสลายดังฝุ่นผง มือที่สั่นไหวกลับไมอาจหยุดไมอาจอภัย เมื่อรักแปรเปลี่ยนเป็นชัง สุดท้ายมิเพียงความสิ้นหวัง…”
หลังจากหลินจือไปเขียนบทเสร็จ เขาก็แต่งเพลงประกอบทั้งหมดในชื่อ ‘อูฉือ’ เหมือนตอนที่ไปตีเคยรับงานแต่งเพลงประกอบ ‘The Knockout’ นี่เป็นคาแรกเตอร์ของสองตัวตนแฝง อะไรที่ไปตีทำได้ อูฉือก็ทำได้เหมือนกัน แต่คนร้องไม่ใช่ฉูฉือ เป็นนักร้องหญิงของน่านเซิน
พอได้ยินเพลงนี้ดังขึ้น หลินจือไปก็กลั้นใจเกือบร้องตามออกมา โชคดีที่ยังไหวตัวได้ ไม่งั้นตัวตนฉูฉือคงได้โป๊ะแตกแน่ เพลงนี้น่ะคุ้นหูเกินไปแล้ว นี่คือเพลงรบของนางเอกหลินผิ่นหรูแห่ง ‘Home Temptation’ เลยนะ!
“เพลงใช้ได้เลยนะเนี่ย” แม่ออกความเห็น เธอรู้สึกว่าเพลงนี้เพราะมาก
หลินเชิงเทียนสายตาไว เห็นชื่อคนแต่งเพลง “เพลงของอูฉือนี่นา เพลงประกอบเรื่องนี้มีแต่ชื่ออูฉืออยู่คนเดียว แปลว่าอูฉือแต่งเพลงประกอบหมดทั้งเรื่องคนเดียวเลยเหรอ?”
คนในบ้านหันมามองหลินจือไป หลินจือไปไม่ได้ตอบอะไร แต่ในใจร้องตามอย่างมีความสุข ‘เพื่อทุกความเจ็บปวดจากรักที่ไม่อาจละวาง เพื่อทุกบาดแผลจากความชังที่ยังยึดมั่น…”
หลินซีวิจารณ์ “เพลงนี้ฝีมือก็ใช้ได้นะ แต่ในแง่การแต่งถือว่าหงายไปหน่อย แต่อูฉือน่าจะตั้งใจให้เป็นแบบนี้ ละครน้ำเน่าก็ต้องใช้เพลงที่ทำนองติดหูแบบนี้แหละ จะช่วยให้คนดูจำได้มากขึ้น”
นี่คือสภาวะในช่วงที่ยังไม่โดนเพลงนี้ล้างสมอง รอได้ดูละครเรื่องนี้เมื่อไหร่ หลินจือไปเชื่อว่าทุกคนต้องโดนเพลงนี้ล้างสมองแน่นอน!