ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 208 ไหนว่าไม่ดูไง
ไม่นานนัก ข้อมูลเรตติ้งของเมื่อคืนก็ออกมาแล้ว
ช่องน่านเซินทีวี: ‘Home Temptation’ 2.89%
ช่องเสินฮว่าทีวี: ‘Shining Star’ 2.77%
ช่องเทียนกวงทีวี: ‘ปฏิบัติการพิเศษ’ 2.05%
ช่องเทียนกวงทีวีไม่ได้เข้าร่วมศึกชิงเรตติ้งครั้งนี้ แต่ละครที่พวกเขากำลังออกอากาศก็ได้เสียงตอบรับไม่เลวเลย เรตติ้งถือว่าใช้ได้
ทางฝั่งเสินฮว่าพอเห็นตัวเลขเรตติ้งหลายคนก็ยิ้มออกมา ผลลัพธ์นี้ไม่ได้เกินความคาดหมาย
“คุณเผิงดึงคนดูได้น้อยลงแล้ว เรตติ้งตอนเปิดตัวยังเป็นที่หนึ่งก็จริง แต่ช่องว่างที่ห่างกับเราก็แค่เล็กน้อย ไม่เหมือนตอน ‘Conquer’ ที่เปิดมาก็ทะลุสามเปอร์เซ็นต์เลย”
“ปล่อยให้พวกเขาดีใจกันไปก่อนเถอะ”
“ตัวเลขนี้น่าจะเป็นจุดสูงสุดของ ‘Home Temptation’ แล้วละ”
“เสียงตอบรับละครใหม่ของปู่เยโหวแห่งคุณเผิงพังยับ!”
“คืนนี้เรตติ้ง ‘Home Temptation’ ต้องดิ่งลงเหวแน่!”
“เพราะยังไงเมื่อคืนทั้งอินเทอร์เน็ตก็ด่าละครเรื่องนี้เละเลย”
“หลายคนดูสามตอนแรกจบก็ประกาศเทละครกันเพียบ”
“รอดูคืนนี้เลยว่าคนจะเทเรื่องนี้กันแค่ไหน!”
“คงไม่ร่วงต่ำกว่าสองเปอร์เซ็นต์เลยหรอกมั้ง?”
“ฮ่าๆๆ งั้นไม่ใช่ว่าคืนนี้พวกเรามีลุ้นทะลุสามเปอร์เซ็นต์เหรอ?”
“พูดถึงละครน้ำเน่าจริงๆ ก็คล้ายละครไอดอลนะ ยังไงก็เนื้อเรื่องบ้านๆ แต่ละครไอดอลของพวกเราหวานกว่า ไม่ดราม่าหนักอึ้งให้คนดูอึดอัดแบบนั้น หัวหน้าฝ่ายหลินคิดว่าไงครับ?”
ห้องประชุมเสินฮว่า มือขวาและมือซ้ายจงใจขึ้นเสียงดังราวกับจะยั่วหลินตง หลินตงเหลือบมองสองคนนั้น แล้วกวาดสายตาไปยังผู้บริหารระดับกลางที่พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนเอ่ยเรียบๆ ว่า
“พวกคุณก็รู้ผมเป็นผู้กำกับละครโทรทัศน์ ถ้าไม่พูดในฐานะหัวหน้าฝ่าย แล้วพูดในมุมมองของผู้กำกับ ผมว่าละครเรื่องใหม่ของคุณเผิงสร้างจุดขัดแย้งได้ถึงขีดสุด งานไหนทำได้สุดทางก็ย่อมมีคนชมเสมอ เพราะฉะนั้นเรตติ้งของละครเรื่องนี้ผมไม่กล้าพูดหรอกว่าจะไม่ลดลง แต่ผมเชื่อว่าถึงจะลดลงก็ยังรักษากลุ่มผู้ชมหลักไว้ได้ ไม่ถึงกับพังแน่นอน”
มือขวาหัวเราะเยาะ ส่วนมือซ้ายเบะปาก หัวหน้าฝ่ายคนนี้ยังปากแข็งไม่เลิก!
น่านเซิน บรรดาผู้บริหารฝ่ายโทรทัศน์ต่างมีสีหน้าไม่สู้ดี เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ดีใจกับการที่ ‘Home Temptation’ ได้เรตติ้งเปิดตัวเป็นอันดับหนึ่งเมื่อคืนนี้ เพราะเสียงด่าในโลกออนไลน์มันเยอะเกินไปแล้ว!
“มีวิธีจัดการกระแสบ้างไหม ‘Home Temptation’ เป็นละครที่ถูกด่าหนักที่สุดในรอบหลายปีของน่านเซินเลยนะ!”
“ผู้จัดการหยิ่นครับ ปู่เยโหวถนัดละครตำรวจผู้ร้ายที่สุด ทำไมคุณถึงเอาบทละครน้ำเน่ากลับมาล่ะครับ?”
มีคนหันไปมองหยิ่นตงหน่วน แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะละครเรื่องนี้หยิ่นตงหน่วนถึงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการระดับกลาง แต่ถ้าละครเรื่องนี้ล้มเหลวขึ้นมา ตำแหน่งของเธอคงรักษาไว้ไม่อยู่แน่ ตอนนี้หยิ่นตงหน่วนกดดันอย่างหนัก เธอฝืนตอบ
“ฉันเช็กแล้วค่ะ หัวข้อพูดคุยเกี่ยวกับ ‘Home Temptation’ ในโลกออนไลน์แซงละครทุกเรื่องที่กำลังออกอากาศอยู่ในตอนนี้ แสดงว่าความสนใจในละครเรื่องนี้ของเรามีสูงมาก…”
มีคนขัดขึ้น “กระแสพูดถึงเยอะก็จริงแต่เป็นคำด่าทั้งนั้นเลยนะ!”
“กระแสแบบนี้จะเอาไปทำอะไรได้?”
“ต่อไปบทละครน้ำเน่าของปู่เยโหวพวกเราไม่เอาเด็ดขาด เขาถนัดละครตำรวจผู้ร้ายมากกว่า!”
“คุณเผิงไม่ได้หลอกคุณอยู่ใช่ไหมผู้จัดการหยิ่น?”
“ให้เสินฮว่ากับเทียนกวงได้บทตำรวจผู้ร้าย แต่พอร่วมงานกับน่านเซินของเรากลับยัดบทละครน้ำเน่าห่วยๆ มาให้”
“เงียบ!” หัวหน้าฝ่ายโทรทัศน์ของน่านเซินเหลือบมองหยิ่นตงหน่วน “นี่เพิ่งจะวันแรกเอง คนดูด่าเยอะก็จริงแต่ส่วนใหญ่มุ่งไปที่ตัวละคร ไม่ใช่ปู่เยโหวแห่งคุณเผิงหรือพวกเราน่านเซินเอ็นเตอร์เทนเมนต์ รอดูเรตติ้งต่อไปก่อนเถอะ”
ช่องข่าวฉินโจว วันนี้รายการ ‘บันเทิงไร้วงการ’ ออกอากาศ
พิธีกรชาย “เมื่อคืนละครใหม่เรื่อง ‘Home Temptation’ ผลงานร่วมกันของคุณเผิงกับน่านเซินเอ็นเตอร์เทนเมนต์ออกอากาศแล้ว พวกคุณรู้กันไหมครับ?”
พิธีกรหญิง “จะไม่รู้ได้ยังไงล่ะคะ ทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตด่ากันกระหน่ำ!”
พิธีกรชาย “ความสัมพันธ์แม่ผัวลูกสะใภ้ในเรื่องนี้ไม่ไหวเลยนะครับ อันที่จริงผมเชื่อว่าบ้านไหนก็มีปัญหาของตัวเองทั้งนั้น ความสัมพันธ์แม่ผัวลูกสะใภ้ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ราบรื่นนัก อย่างบ้านผมเองแม่กับเมียก็ชอบเถียงกันประจำ แต่พวกคุณรู้ไหม?” หยุดไปครู่หนึ่ง พิธีกรชายกล่าวอย่างทอดถอนใจ “เมื่อคืนแม่กับเมียผมนี่จับมือเป็นพันธมิตรเลย ต่างรุมด่าสาปแช่งแม่ผัวในละคร!”
ทั้งสตูดิโอหัวเราะครืน แขกรับเชิญกล่าว “งั้นละครเรื่องนี้ก็ไม่ถึงกับห่วยแตกอย่างที่โซเชียลด่ากัน อย่างน้อยก็ช่วยกระชับสัมพันธ์แม่ผัวลูกสะใภ้ได้ จริงไหมครับ?” ผู้ชมฮาครืนอีกครั้ง
พิธีกรหญิงกล่าวต่อ “สองเรื่องก่อนหน้านี้ของปู่เยโหวแห่งคุณเผิงกระแสก็ดีทั้งนั้น แม้แต่มินิละครอย่าง ‘Unexpectedness’ ก็ได้รับคำชมล้นหลาม นี่จะเป็นผลงานแรกของเขาที่เสียงตอบรับแย่ใช่ไหมคะ?”
“หรือว่าในที่สุดคุณเผิงจะเผชิญความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรก?”
“คุณเผิงจะพ่ายหรือไม่พูดยากนะครับ แต่เพลงประกอบที่อูฉือแต่งให้นี่สุดยอดเลยละ เพลง ‘ไม่อาจให้อภัย’ นั่น เมื่อคืนผมนั่งฟังวนหลายรอบจนถูกล้างสมองไปแล้ว!”
“อันนี้ไม่ใช่สัญญาณดีเลยนะครับ ยังไงก็มักมีคำพูดว่า หนังห่วยมักมีเพลงประกอบเทพ!”
ใช่แล้ว แม้ละครจะโดนด่ายับ แต่เพลง ‘ไม่อาจให้อภัย’ เพลงนี้กลับยิ่งฟังยิ่งติดหู! ยิ่งฟังประกอบกับเนื้อเรื่องยิ่งอิน เนื้อร้องบางท่อนก็เด็ดสุดๆ! ในรายการยังเปิดท่อนฮุกของเพลงนี้:
“เพื่อทุกความเจ็บปวดจากรักที่ไมอาจละวาง เพื่อทุกบาดแผลจากความชังที่ยังยึดมั่น ฉันไมอาจแยกแยะว่ารักหรือชังเป็นเช่นนี้หรือเปล่า เลือดและหยาดน้ำตาไหลรินรวมกัน หัวใจฉันแตกสลายดังฝุ่นผง มือที่สั่นไหวกลับไมอาจหยุดไมอาจอภัย…”
เรื่องที่น่าสนใจเกิดขึ้นแล้ว พิธีกรสองคนกับแขกรับเชิญดันร้องตามท่อนนั้นได้ทันที ทั้งที่ไม่มีใครตั้งใจฝึกมาก่อนแต่กลับร้องได้ซะงั้น! ผู้ชมทางบ้านทั้งขำทั้งปวดหัว ขอร้องละพวกคุณหยุดร้องทีได้ไหม! พอเพลงขึ้นพวกเขาก็นึกถึงหลินผิ่นหรู นึกถึงเนื้อเรื่องสุดดราม่าในเรื่องนั้น และนึกถึงฉากบีบหัวใจทั้งหลาย ทรมานใจเกินจะทนแล้ว!
จุดที่น่าสังเกตคือ ‘Home Temptation’ ไม่ได้ฉายแค่ในทีวี แต่ยังฉายทั้งบนเว็บไซต์วิดีโอน่านเซินและเว็บไซต์คุณเผิงด้วย นี่เป็นคำสั่งของหลินจือไป ต่อไปละครจากคุณเผิงทุกเรื่องต้องเก็บลิขสิทธิ์ไว้ให้แพลตฟอร์มของตัวเองเสมอ แม้ละครเรื่องนี้จะออกอากาศไปแค่สามตอน แต่วันนี้คนดูกลับไม่น้อยเลย เจียงเฉิงเห็นคอมเมนต์ประมาณนี้หลั่งไหลเต็มไปหมด:
‘ตามกระแสมาดู!’
‘ได้ข่าวว่าเรื่องนี้ดราม่าสุดๆ?’
‘อยากรู้เหมือนกันว่าละครเรื่องอะไรถึงโดนคนด่าทั้งเน็ตแบบนั้น!’
‘ละครของคุณเผิงก็แป้กได้ด้วยเหรอ?’
‘ปู่เยโหวเขียนบทละครน้ำเน่า?’
‘แต่ก่อนฉันไม่สนใจละครน้ำเน่าเลย แต่พอเห็นกระแสพูดถึงละครเรื่องนี้กันทั่ว ฉันก็อดไม่ได้ต้องลองดูซะหน่อย’
แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีหลังจากนั้นอีก คนดูที่ตามกระแสมาดูด้วยความสงสัย สุดท้ายก็ร่วมวงด่าไปด้วยกัน แม้จะเตรียมใจไว้แล้วก็ยังถูกเนื้อเรื่องของละครบีบคั้นจนหดหู่ แกร็ก เจียงเฉิงเห็นคอมเมนต์ที่เพิ่มเดือดขึ้นเรื่อยๆ ก็เกาหัว สถานการณ์ดูท่าจะแย่จริงๆ
หืม? แปลกๆ นะ ทั้งที่ดูจบตอนแรกก็ด่ากันเละซะขนาดนั้น แล้วทำไมยอดผู้ชมตอนที่สอง ตอนที่สามถึงไม่ตกลงเลย ตามหลักถ้าดูจบตอนแรกแล้วไม่ชอบใจมากๆ คนเหล่านั้นก็ไม่น่าจะดูต่อแล้วไม่ใช่เหรอ? แต่ทำไมคนพวกนี้ปากก็ด่ายับแต่ยังดูจนครบสามตอน ปรากฏการณ์ประหลาดจริงๆ จู่ๆ เจียงเฉิงก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายดายอย่างที่เห็น
คืนนั้นเอง หลินจือไปกินข้าวเย็นที่บ้านเสร็จเรียบร้อย หลินซีแอบชำเลืองมองมือถือเป็นระยะๆ หลินเชิงเทียนงุนงง “เลิกงานแล้วยังต้องทำงานอีกเหรอหลินซี” หลินซีไม่ตอบ พอกินข้าวเสร็จแม่ก็หยิบมือถือขึ้นมาดูแล้วจู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า
“ถึงเวลาแล้ว!”
หลินตงทำหน้างง “ถึงเวลาอะไร?”
หลินจือไปกับหลินเชิงเทียนก็หันหน้ามาสบตากัน สองแม่ลูกนี่จะทำอะไรกันนะ? จากนั้นพวกผู้ชายในบ้านก็เห็นหลินซีกับแม่นั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทางตื่นเต้น เปิดทีวีแล้วกดเลือกช่องน่านเซินทีวีอย่างไม่ลังเล
“เพื่อทุกความเจ็บปวดจากรักที่ไม่อาจละวาง…” ดนตรีที่เริ่มจะคุ้นหูจากเมื่อวานดังขึ้น ตอนที่สี่ของ ‘Home Temptation’ ออกอากาศอย่างเป็นทางการ!
หลินเชิงเทียนอ้าปากค้าง เมื่อวานหลินซียังบอกอยู่เลยว่าละครเรื่องนี้สุนัขยังไม่แล แล้วทำไมวันนี้ถึงกลับมาดูอีกละ? หลินตงก็ตกตะลึง เขาจำได้ว่าเมื่อคืนภรรยายังยืนกรานว่า “ละครนี่นอกจากทำให้คนดูโมโหแล้วยังมีอะไรดีอีก?”
หลินจือไปถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก ในนิยายของท่านกิมย้งมีประโยคทองว่า สตรียิ่งงามยิ่งหลอกคนเก่ง พูดไว้ไม่ผิดเพี้ยนเลยจริงๆ ดูเอาเถอะวันนี้สองแม่ลูกกระตือรือร้นยิ่งกว่าใคร พอถึงเวลาก็มานั่งเฝ้าหน้าทีวีรอ ‘Home Temptation’ ออกอากาศ!
ที่เหลือเชื่อกว่านั้นคือ… ทั้งคู่ดูตอนที่สี่ไปก็สบถไปอย่างเดือดดาล
“ไอ้หญิงชั่วชายเลว!”
“นัดเจอกันอีกแล้ว!”
“ตั้งใจเปิดห้องติดกับหลินผิ่นหรูเชียวเหรอ!”
ความจริงทั้งสองดูละครไปก็โมโหไปตลอดทั้งเรื่อง แต่ทั้งที่เดือดแทบทนไม่ไหวก็ยังดูต่อ ตอนที่ห้า ในที่สุดหงชื่อเสียนก็เผยพิรุธออกมา!
“ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ!”
“หลักฐานนอกใจชัดขนาดนี้แล้ว!”
“หลินผิ่นหรูซื่อบื้อเกินไปแล้ว!”
สองแม่ลูกร้อนรนจนหน้าแดงคอแดง ตอนที่หกในที่สุดหลินผิ่นหรูก็จับได้ว่าสามีคบชูกับอ้ายลี่ เธอเปิดตู้เสื้อผ้า สองตาพลันสบกัน เห็นหงชื่อเสียนที่ซ่อนอยู่ด้านใน
“เจอแล้วๆ!”
“ฉะกันแล้ว!”
“ตบนี่ยังไม่สะใจเลย!”
หลินผิ่นหรูตบอ้ายลี่ไปฉาดหนึ่ง แม่กับพี่สาวดีใจสุดขีด นี่คงเป็นครั้งแรกตั้งแต่ทั้งสองดูละครเรื่องนี้แล้วรู้สึกสะใจขึ้นมานิดหน่อย ผิ่นหรูจับได้เสียทีว่าสามีนอกใจ! แถมตบอ้ายลี่แรงๆ ไปหนึ่งฉาด!
หลังจากนั้นผิ่นหรูก็เดินออกไปด้วยอาการเหม่อลอยจนเกือบถูกรถชน หงชื่อเสียนรีบตามมาคว้าตัวผิ่นหรูไว้ แล้วขอโทษเธออย่างจริงใจ เขาคุกเข่าต่อหน้าภรรยา อ้อนวอนขอให้เธอยกโทษให้ ผิ่นหรูไม่รู้จะรับมือยังไงจึงหันหลังจากไปเพียงลำพัง…
บ้าเอ๊ย! สองแม่ลูกของขึ้นอีกรอบ!
“อะไรเนี่ย!”
“ยังไม่หย่าอีก?”
“หลินผิ่นหรูขี้ขลาดเกินไปแล้ว!”
“เมื่อกี้เผชิญหน้าอ้ายลี่ก็ตบไปแค่ทีเดียว ไม่หายแค้นเลย!”
“คนเขียนบทคิดอะไรอยู่เนี่ย!”
“ให้ผิ่นหรูเอาคืนเร็วๆ สิ!”
“ละครห่วย!”
“หมายังไม่ดูเลย!”
“ยิ่งดูยิ่งโมโห!”
หลินจือไป พี่ชาย และพ่อ เดินออกมาที่ลานบ้านอย่างเงียบเชียบ ฟังเสียงสองแม่ลูกบ่นกันอยู่ในบ้าน ไม่มีใครพูดอะไร ต่างคนต่างจมอยู่กับความคิด