ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 244 ‘Sisters Who Make Waves’ เทปแรกถ่ายทำเสร็จสิ้น
หลังจากหลินจือไป๋ครุ่นคิดในที่สุดก็ตอบตกลงรับหน้าที่เป็นไดเรกเตอร์รายการ ‘Sisters Who Make Waves’
และยอมออกหน้ากล้องอย่างไรสถานการณ์ตอนนี้ก็เปลี่ยนไปแล้ว
ไหนๆ ตัวตนไป๋ตี้ก็ถูกเปิดเผยแล้วไม่สู้ออกวาไรตี้อย่างเปิดเผยไปเลยดีกว่า
กรรมการเวทีแรกต้องมีสี่คน
แกนหลักคือหลินจือไป๋หรือก็คือไป๋ตี้ทำหน้าที่ไดเรกเตอร์รายการ ถือเป็นหัวโต๊ะของกรรมการ
ต่อมาคือจางซีหยาง หลินจือไป๋ส่งข้อความไปชวนมา
เขาต้องการให้ราชาเพลงแห่งฉินโจวคนใหม่คนนี้มาเป็นไดเรกเตอร์ฝ่ายดนตรี
ต่อมาคือหลินซี ตอนนี้พี่สาวเป็นถึงผู้จัดการใหญ่ของศิลปินทั้งหมดในเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์
ดังนั้นพอมาอยู่ในรายการนี้แค่ให้เธอรับบทบาทในนามเมเนเจอร์มือทองก็เกินพอแล้ว
สุดท้ายคือซุนฉี ไดเรกเตอร์ฝ่ายเวที
ผู้หญิงคนนี้มีพื้นฐานมาจากสายออกแบบเวทีโดยตรง
เชี่ยวชาญทั้งการเต้นและการออกแบบเวที
เรื่องคุณภาพของการร้องและเต้นเธอถือเป็นคนที่มีสิทธิพูดมากที่สุด
“รบกวนแล้วนะครับ”
ตอนที่หลินเซิ่งเทียนจัดให้กรรมการทั้งสี่พบกันครั้งแรก หลินจือไป๋หันไปพูดกับจางซีหยาง
เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ชอบร่วมรายการวาไรตี้
จางซีหยางยิ้มเล็กน้อยแล้วบอกว่าไม่เป็นไร
ขอแค่หลินจือไป๋ต้องการไม่ว่าจะให้ทำอะไรเขาก็ยินดีทั้งนั้น
เพียงแต่คำพูดเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำๆ
ความรู้สึกซาบซึ้งควรแสดงออกด้วยการกระทำ พูดมากไปจะดูเสแสรง
“อย่างนี้ครับ”
หลินเซิ่งเทียนกล่าว “ตอนแรกของรายการเราจะจัดให้มีการแสดงบนเวที”
“พวกคุณทั้งสี่ไม่ต้องหารือกันตอนให้คะแนนแค่ให้ตามเกณฑ์ของตัวเองก็พอครับ”
“ให้คะแนนได้สูงสุดคนละร้อย”
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า”
หลินซียิ้มแล้วว่าเธอโดนหลินเซิ่งเทียนลากมาร่วมรายการแบบไม่มีทางเลือก
ด้วยเหตุผลว่า “แม้แต่เสี่ยวเฮยยังมาเลยพี่เป็นพี่สาวจะไม่มาเหรอ?”
สุดท้ายก็กลายเป็นแบบนี้พี่น้องสามคนมารวมตัวกัน
แม้พี่สาวคนโตจะบ่นเสียดายบอกว่าตนก็อยากร่วมรายการนี้เหมือนกัน
ทั้งครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้าในเมื่อเธอเองก็เป็นนักแสดงรุ่นใหญ่เหมือนกัน…
แต่ก็แค่พูดไปอย่างนั้นแหละ
ตอนนี้พี่สาวคนโตเป็นผู้บริหารระดับสูงของแผนกโทรทัศน์เสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์แล้ว
การมาร่วมรายการนี้ก็ไม่มีความหมายอะไรเธอออกจากวงการไปหลายปีแล้ว
กรรมการทั้งสี่คนคุยกันอยู่พักหนึ่ง
หลินเซิ่งเทียนพูดว่า “ในบรรดาพี่สาวทั้งสามสิบคนนี้บางคนอาจจะยังไม่ค่อยมืออาชีพ”
“ต้องให้พวกคุณสี่คนช่วยเหลือก่อนสักหน่อย”
พูดจบหลินเซิ่งเทียนก็ยื่นรายชื่อให้ทั้งสี่คน
พี่สาวทั้งหมดมีสามสิบคนโดยกรรมการแต่ละคนจะดูแลนักร้องหกคน
“แล้วอีกหกคนละ?”
รวมทั้งหมดสามสิบคนถ้าให้กรรมการแต่ละคนดูแลหกคนรวมแล้วได้แค่ยี่สิบสี่คน
แล้วอีกหกคนจะทำยังไง?
“ผมดูแลเองครับ”
หลินเซิ่งเทียนยิ้ม “ยังไงผมก็เคยทำรายการเพลงมาตั้งเยอะนะรสนิยมด้านเวทียังพอใช้ได้อยู่”
“โอเคครับ”
หลินจือไป๋กวาดตาอ่านรายชื่อเพราะก่อนหน้านี้คุยกับพี่ชายไว้แล้ว
นักร้องอูโจวกับนักร้องหานโจวรวมถึงนักแสดงฮั่วเหมยกับราชินีเพลงหวานหลินซิวจิง
ล้วนอยู่ในรายชื่อที่เขาต้องดูแลทั้งสิ้น
คำว่าดูแลที่ว่านี้แค่หมายถึงให้คำแนะนำ
จะช่วยมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวกรรมการ หลินจือไป๋มีแผนในใจแล้ว
ท้ายที่สุดรายการนี้จะไปถึงระดับความร้อนแรงแบบชาติก่อนหรือไม่
ความสำเร็จของตอนแรกเป็นกุญแจสำคัญเขาต้องงัดเพลงใหม่ออกมา!
หลังจากเหล่ากรรมการนัดพบกันแล้ว
หลินจือไป๋ก็ได้พบกับพี่สาวทั้งหกคนที่เขาต้องดูแลที่ห้องซ้อมทันที
“อาจารย์ไป๋ตี้!”
ในบรรดาพี่สาวทั้งหกคนที่หลินจือไป๋รับผิดชอบ มีคนหนึ่งจำเขาได้ทันที
ถึงกับร้องออกมาด้วยความดีใจ!
เพราะรูปของหลินจือไป๋ในหลากหลายมุมได้แพร่สะพัดเต็มอินเทอร์เน็ตไปหมดแล้ว
ดังนั้นจะถูกจำได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย
“สวัสดีครับทุกคน”
หลินจือไป๋ยิ้มทักพร้อมกวาดตามองทั้งหกคน
สุยเฉียวอูจากวงเกิร์ลกรุปอูโจว ชินฮยอนอาจากวงเกิร์ลกรุปหานโจว
นักแสดงหญิงฮั่วเหมย นักร้องสายหวานหลินซิวจิง
ชิวอิ่งที่เพิ่งโด่งดังจากละคร ‘Home Temptation’ และจ้าวหลานอิงนักร้องรุ่นใหญ่
“อาจารย์ไป๋ตี้”
สุยเฉียวอูกับชินฮยอนอากะพริบตาปริบๆ
คนหนึ่งมาจากอูโจว อีกคนมาจากหานโจว พวกเธอไม่รู้เลยว่าไป๋ตี้คือใคร
“มาเริ่มแสดงกันก่อนเถอะครับ”
หลินจือไป๋กล่าว “ดูหน่อยว่าโชว์เวทีแรกที่พวกคุณเตรียมมาเป็นยังไง”
“งั้นฉันเริ่มก่อนนะ?”
จ้าวหลานอิงนิสัยตรงไปตรงมาเตรียมตัวแสดงเป็นคนแรก
“ตกลงครับ”
หลินจือไป๋พยักหน้าเบาๆ
จากนั้นจ้าวหลานอิงก็ขึ้นเวทีร้องเพลงตัวแทนของเธอจากยุคเก่าก่อน
หลินจือไป๋ฟังไปฟังมาสีหน้าก็เริ่มแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ
จากนั้นก็แอบเรียกระบบขึ้นมาอย่างเงียบๆ
“คะแนนร้องของจ้าวหลานอิงเท่าไหร่?”
“คะแนนรวมด้านการร้อง 80 คะแนน”
หลินจือไป๋อดยิ้มไม่ได้ไม่แปลกใจเลยที่รู้สึกว่าเธอร้องเก่งกว่าตัวเขาเองเสียอีก
นี่มันระดับราชาเพลงหรือราชินีเพลงชัดๆ!
จ้าวหลานอิงคือพี่สาวตัวท็อปที่สุดของรายการ
ตอนนี้เป็นดาราแถวหนึ่งเมื่อก่อนก็เกือบได้เป็นราชินีเพลงอยู่แล้ว
หลินจือไป๋คิดในใจว่าถ้าจ้าวหลานอิงคว้าโอกาสไว้ได้ในครั้งนี้
มีโอกาสสูงมากที่จะกลับมาเจิดฉายก้าวขึ้นเป็นราชินีเพลง!
“เป็นยังไงบ้าง?”
จ้าวหลานอิงร้องจบก็เดินลงจากเวทีผู้ช่วยที่อยู่ข้างๆ รีบยื่นน้ำให้แก้วหนึ่ง
หลินจือไป๋ยิ้มแล้วพูดว่า “พี่จ่าวไม่มีปัญหาอะไรเลยฝีมือการร้องระดับราชินีเพลง”
“บนเวทีนี้ไม่ต้องปรับอะไรแล้วครับ”
ต่อมาฮั่วเหมยขึ้นเวทีแม่ฮั่วเหมยเป็นนักแสดงแต่ฝีมือร้องเพลงก็พอใช้ได้
อยู่ในระดับนักร้องเสียงดีประจำห้องคาราโอเกะ
เธอเองก็รู้ตัวว่าตัวเองยังไม่ใช่มืออาชีพ
จึงเลือกเพลงเก่ายุคก่อนที่ไม่ต้องใช้พลังเสียงมากนัก
หลังจากนั้นคนอื่นๆ ก็ทยอยขึ้นเวทีแสดงผลงานที่เตรียมไว้สำหรับเวทีแรก
โดยเฉพาะชิวอิ่งผู้รับบทเป็นหลินผินหรูได้ร้องเพลง ‘ไม่อาจ อภัย’
ซึ่งพอหลินจือไป๋ได้ฟังก็รู้ทันทีว่าเพลงนี้ไม่มีปัญหาแน่นอน
แต่เซอร์ไพรส์ที่สุดกลับเป็นหลินซิวจิง
หลินซิวจิงร้องเพลงที่ชื่อว่า “รักเขา’ ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงฮิตที่สุดของเธอในช่วงแรก
นักร้องสาวที่เคยโด่งดังไปทั่วฉินโจวด้วยสไตล์น่ารักสดใสคนนี้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาฝีมือยังไม่ตกเลยสักนิด
เธอที่อายุปีนี้จะสามสิบเก้ายังสามารถร้องและเต้นบนเวทีได้อย่างกลมกลืน
ไม่มีความรู้สึกฝืนเลยบางทีอาจจะกลับมาโด่งดังอีกครั้งก็ได้?
กระทั่งอาจได้บทบาทเหมือนหวังซินหลิงในชาติก่อน?
เป็นแบบนี้จนพี่สาวทั้งหกคนร้องเพลงจบหมดแล้ว
หลินจือไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า
“การแสดงเวทีแรกของพวกคุณโดยรวมถือว่าดีเลยแต่ส่วนตัวผมแนะนำให้คุณสุยเฉียวอูกับคุณฮั่วเหมยเปลี่ยนเพลงนะครับ”
“ฟังอาจารย์ไป๋ตี้ก็แล้วกันค่ะ”
ฮั่วเหมยไม่มีความเห็นใดๆ เพราะยังไงไป๋ตี้ก็เป็นมืออาชีพกว่าเธอ
แต่สุยเฉียวอูกลับลังเลเล็กน้อย “เพราะคนดูฉินโจวไม่ชอบเพลงภาษาอูเหรอคะ?”
สุยเฉียวอูเตรียมเพลงภาษาอูมาแสดงเพราะเธอเป็นนักร้องจากอูโจว
เวทีแรกจะร้องเพลงภาษาถิ่นของตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
“ไม่ใช่ครับ”
หลินจือไป๋อธิบาย “ร้องเพลงภาษาอูไม่ใช่ปัญหาครับ”
“หลักๆ คือเพลงที่คุณเลือกไม่มีจุดเด่นที่ชัดเจนเป็นที่จดจำทำให้ไม่สามารถดึงศักยภาพของคุณออกมาได้เต็มที่”
“เดี๋ยวผมให้คุณลองฟังเพลงใหม่ดูก่อนอยากจะเปลี่ยนหรือเปล่าให้คุณตัดสินใจแล้วกันครับ”
หลินจือไป๋ไม่อยากจะบังคับให้อีกฝ่ายเปลี่ยนเพลง
ยังไงเขาก็แค่มาเพื่อให้คำแนะนำเท่านั้น
การเลือกเพลงสำหรับเวทีแรกควรให้ความเคารพต่อความต้องการของพี่สาวเอง
ดังนั้นหลินจือไป๋จึงเตรียมจะนำเพลง “ดินแดนสุขาวดี’ มาให้เธอลองฟังก่อน
แล้วมอบสิทธิตัดสินใจขั้นสุดท้ายให้อีกฝ่าย
เป็นเช่นนี้หลายวันต่อมาหลินเซิ่งเทียนเริ่มถ่ายทำรายการ ‘Sisters Who Make Waves’ ตอนแรกอย่างเป็นทางการ!
หลังเวทีโต๊ะกรรมการมีจอทีวีขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง
หลินจือไป๋และคนอื่นๆ สามารถดูการแสดงของพี่สาวแต่ละคนได้โดยตรง
เวทีแรกเป็นการแสดงของจ้าวหลานอิง
เมื่อร้องจบหนึ่งเพลงคะแนนก็ปรากฏบนจอคะแนนเฉลี่ยของจ้าวหลานอิงคือ 93.22 คะแนน!
จางซีหยางเอ่ยด้วยความทึ่ง “พลังเสียงของเธอถึงระดับราชินีเพลงแล้วนะครับ”
ซุนฉีถอนหายใจ “คะแนนที่ฉันให้คงต่ำที่สุดเพราะเธอไม่ได้โชว์การเต้น”
นี่คือหน้าที่ของซุนฉี หน้าที่ของเธอคือให้ความเห็นจากภาพรวมของโชว์
หลินจือไป๋กับหลินซีไม่ได้พูดอะไรการแสดงยังดำเนินต่อไป
พี่สาวห้าคนถัดมาคะแนนเฉลี่ยส่วนใหญ่อยู่ที่เจ็ดสิบถึงแปดสิบ
การแสดงของหลายคนค่อนข้างธรรมดาเก้าสิบขึ้นไปถือเป็นคะแนนสูง
ตอนนี้มีแค่จ้าวหลานอิงคนเดียวที่ทำได้ พี่สาวคนที่หกขึ้นเวที หลินซิวจิงกับเพลง ‘รักเขา’
เพลงนี้ได้คะแนนเฉลี่ย 88 คะแนนถือว่าสูงทีเดียว
ลำดับที่สิบสองชินฮยอนอาขึ้นเวทีนักร้องสาวจากหานโจวคนนี้มีความสามารถโดยรวมสูงมาก
และเลือกเพลงเกาหลีมาร้องอย่างไรเสียก็เป็นศิลปินจากวงเกิร์ลกรุปมืออาชีพ
หลังจากแสดงจบก็ได้คะแนนเฉลี่ยถึง 90
คนที่สิบแปดสุยเฉียวอูขึ้นเวที
เสียงดนตรีเริ่มขึ้นสุยเฉียวอูทั้งร้องทั้งเต้น
“เพลงเทพ?”
หลินซีเบิกตากว้าง!
“ทำนองนี้…”
สีหน้าของจางซีหยางก็ดูประหลาดใจเช่นกัน
“ท่าเต้นน่าสนใจมากเลย!”
ซุนฉีถึงกับตาเป็นประกาย!
หลินจือไป๋ยิ้มพลางก้มให้คะแนนสุยเฉียวอูสุดท้ายสุยเฉียวอูได้ไป 91 คะแนน
เป็นแบบนี้พี่สาวแต่ละคนก็ทยอยขึ้นเวทีจนกระทั่ง…
คนสุดท้ายฮั่วเหมย ฮั่วเหมยรู้สึกประหม่าไม่น้อยอย่างไรเธอก็เป็นนักแสดง
แต่คู่แข่งกลับเป็นถึงนักร้องแถมบางคนยังมาจากเกิร์ลกรุปมืออาชีพอีก…
เธอสูดหายใจเข้าลึกฮั่วเหมยร้องเพลงที่อาจารย์ไป๋ตี้ให้เธอโดยเฉพาะ
ทันใดนั้นสายตาของจางซีหยางเป็นประกายวูบไหว
หลินซีก็รู้สึกซาบซึ้งเล็กน้อยส่วนซุนฉีถึงกับตาแดงเรื่อ
เมื่อฮั่วเหมยแสดงจบเวทีแรกก็สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ
“เซอร์ไพรส์เยอะเลยนะ!”
หลินซีกล่าวอย่างตื่นเต้น “โชว์ของพี่สาวหลายคนเกินกว่าที่ฉันคาดคิดไว้จริงๆ”
“รอออกอากาศต้องดังแน่ใครบอกละว่าอายุมากแล้วจะเข้าวงเกิร์ลกรุปไม่ได้!”
“พี่สาวหลายคนเต้นเก่งมาก” ซุนฉีพูดต่อ
“โดยเฉพาะพวกที่มาจากเกิร์ลกรุปเห็นได้ชัดว่าซ้อมกันมาไม่น้อยเลย”
“บางคนก็ร้องเพลงดีมากเหมือนกัน”
จางซีหยางเอ่ยปากสิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดคือตัวเพลง
“พูดก็พูดนะนักร้องที่นายดูแลอยู่คะแนนสูงเวอร์ไปหน่อยไหมแม้แต่ฮั่วเหมยยังติดอันดับต้นๆ เลย!”
หลินซีหันขวับไปมองหลินจือไป๋
ซุนฉีและจางซีหยางก็พยักหน้าเห็นด้วย
พี่สาวหกคนที่หลินจือไป๋ดูแลล้วนอยู่ในอันดับที่สูงมาก
แต่ที่นี่ไม่มีการเล่นพรรคเล่นพวกทุกคนให้คะแนนกันอย่างยุติธรรม
จางซีหยางวิเคราะห์ “ฮั่วเหมยร้องเพลงใหม่น่าจะเป็นเพลงที่อาจารย์ไป๋ตี้แต่งใช่ไหมครับ?”
หลินจือไป๋พยักหน้ารับแต่คนเหล่านี้ไม่รู้เลยว่าที่จริงแล้วเพลงของสุยเฉียวอูก็เป็นเขาที่แต่งเหมือนกัน
แน่นอนว่าคิดไม่ถึงก็ปกติเพราะเพลงของสุยเฉียวอูนั้นเป็นภาษาอู
ใครจะไปคิดว่าไป๋ตี้จะพูดภาษาอูได้ด้วย?
หลินซีและคนอื่นๆ ยังเข้าใจว่าเพลงนั้นเป็นเพลงจากฝั่งอูโจว
แต่พอรายการออกอากาศผู้ชมก็จะรู้เองเพราะซับไตเติลจะบอกทุกคนว่าผู้แต่งเพลงนั้นคือใคร…