ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 246 ‘Sisters Who Make Waves’ ออกอากาศ วัยเยาว์ของขากลับมาแล้ว!
- Home
- ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
- ตอนที่ 246 ‘Sisters Who Make Waves’ ออกอากาศ วัยเยาว์ของขากลับมาแล้ว!
เวลานี้ที่บ้านของหลินจือไป๋
“เริ่มแล้วๆ!”
“หลินซีรีบมาเร็ว!”
“ที่รักคุณเลิกคุยโทรศัพท์ก่อน!”
“เร็วเข้า!”
“มาดูกันทั้งบ้านเลย!”
ในเวลาเดียวกันบนแพลตฟอร์มจี๋กวง ในที่สุดก็เริ่มสักที!
‘ฉันรอมานานมากเลย!’
‘เอ๊ะ?’
‘เหมือนจะยังไม่เริ่มอย่างเป็นทางการนะ’
‘นี่ตอนนำร่องเหรอ?’
ในวงการมีคนนับไม่ถ้วนกำลังดูรายการอยู่เช่นกัน
‘มาแล้ว!’
‘มีตอนนำร่องด้วยนะ!’
‘หืม?’
‘โอ้!’
‘คำโปรยนี่โหดใช้ได้เลย!’
‘ใครเป็นคนเขียนคำโปรยเนี่ย!’
“การออกแบบของทีมงานนี่ยอดมาก!”
‘ปลุกอารมณ์ฉันขึ้นมาเลย!’
ใช่แล้ว เทปนำร่องของ ‘Sisters Who Make Waves’ ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายตาผู้ชมมากมายนับไม่ถ้วน ท่ามกลางเสียงดนตรี เสียงผู้บรรยายทุ่มกังวานดังขึ้น
“แรมทางไปอาจไร้ผู้ร่วมเดิน แต่แสงดาวย่อมชี้นำลูกแกะที่หลงทาง ครั้งหนึ่งเราต่างเคยฝันทะยานสูง ลองผิดพลาดพลั้งมามากมาย เมฆขาวผันแปร ฤดูกาลผลัดเปลี่ยน ใครกันยังเท้าเปล่าเชิดหน้าสูงวิ่งฝ่าลมกระโชกแรง?
แสงดาวไม่เคยทอดทิ้งผู้กล้าก้าวบนหนทาง!
สามสิบแล้วยังสุขใจ ธรรมดาแล้วจึงกล้าหาญ เราก้าวผ่านคลื่นนับพันยังรักมั่นคงดังเดิม เฉียบคมดุจคมมีด เพียงพริบตาก็ฝ่าข้ามหมื่นสมุทร ยังขี่วาฬไล่ตามฝัน ขออย่ากังวล โปรดอย่าเทย้อมแพ้ สายลมอ่อนพัดจันทร์กระจาง ภูผาทะเลย่อมได้พบพาน
ร้องเพลงไพเราะสักเพลงเถิด ราวกับไม่เคยหวาดกลัวมาก่อน เต้นระบำงดงามสักครั้งเถิด ราวกับไม่เคยโศกเศร้ามาก่อน เอื้อนเอ่ยถ้อยคำชื่นใจสักประโยคเถิด ราวกับพวกเราไม่มีวันยอมจมลง ลมวสันตพัดพลิ้วสรรพสิ่งเติบโต
โบยบินฝ่าลมคลื่นขอให้ปลอดภัยเสมอ ให้วัยนั้นสยายกลายเป็นปีก ให้ประสบการณ์นั้นกลายเป็นเหรียญเกียรติยศ ให้ปัจจุบันนั้นเบ่งบานงดงามสุดฤทธิ์!”
เทปนำร่องนี้ทำให้ผู้ชมทุกคนต่างนิ่งอึ้ง พริบตาจากนั้นก็คล้ายจะเริ่มเข้าใจแก่นของรายการนี้แล้ว! ถึงขั้นที่คอมเมนต์ออนไลน์ทำนองว่า ‘พี่สาวพวกนี้ส่วนใหญ่กระแสตกไปแล้ว’ ‘อายุขนาดนี้ยังร้องเต้นไหวเหรอ’ ‘เกิร์ลกรุปเป็นของคนหนุ่มสาวเท่านั้น’ ถูกแคปมาโชว์กันอย่างเปิดเผย!
แพลตฟอร์มจี๋กวง
‘คำโปรยนี้เขียนดีมากเลยอะ ฝีมือจวินหลินสินะ?’
‘จวินหลินไม่ใช่แค่เก่งเรื่องวางแผนอย่างเดียว คิดไม่ถึงว่าฝีมือทางวรรณศิลป์ก็ยังยอดเยี่ยมขนาดนี้ ฉันเหมือนจะเข้าใจความหมายของรายการนี้แล้ว แท้จริงแล้วอายุไม่ใช่อุปสรรค ใครกันบอกว่าอายุสามสิบแล้วไม่สามารถไล่ตามฝันได้?’
‘สี่สิบแล้วไง?’
‘ห้าสิบก็ยังเปล่งประกายได้!’
‘รู้สึกชื่นชมพี่สาวกลุ่มนี้ขึ้นมาเลย ถึงอายุมากแต่ก็ยังกล้าท้าทาย!’
‘ทำเอาซึ้งเลย’
‘คำโปรยเขียนมาดีขนาดนี้ หวังว่ารายการต่อจากนี้จะไม่จืดเกินไปนะ’
ระหว่างการถกเถียง รายการได้เริ่มต้นขึ้น พี่สาวทั้งสามสิบคนทยอยเข้ามาในกล้องที่จับภาพ พี่สาวแต่ละคนทักทายกันบ้าง กังวลบ้าง คาดหวังบ้าง ตื่นเต้นบ้าง ก็นิ่งเงียบ ราวกับภาพรวมชีวิตผู้คน ขอรรถรสวาไรตี้ออกมาดีมาก
เพียงแต่มีพี่สาวบางคนที่ดูแก่กว่าภาพจำของผู้ชมไปมาก ใบหน้าเริ่มปรากฏร่องรอยแห่งกาลเวลาแล้ว
“จริงด้วยเชียว”
‘หลายคนแก่ขึ้นมากเลย’
“จู่ๆ ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมดาราหญิงกระแสตกเร็วขนาดนี้”
‘เพราะกาลเวลาช่างไร้ปรานี’
‘แต่พอเห็นพวกเธออยู่ด้วยกันแล้วก็รู้สึกสนุกดีนะ ฮาๆ ตลกมาก สวีเหมยก็ตลกเหมือนกัน บรรยากาศชื่นมื่นเลย’
‘ดาราหญิงหลายคนเคยเป็นความทรงจำของฉัน’
‘สมัยนั้นฮั่วเหมยยังเป็นเทพธิดาของฉันอยู่เลย ส่วนพี่เชี่ยนถึงแม่อายุมากแล้วแต่เสน่ห์ยังน่าหลงใหลสุดๆ’
เทปนำร่อง ปฏิสัมพันธ์ของเหล่าพี่สาว หลังจากบทนำทั้งหลาย ในที่สุดอาหารจานหลักของวันนี้ก็มาถึงเสียที การแสดงเริ่มต้นแล้ว!
คนแรกที่ขึ้นเวทีคือจ้าวหลานอิง ในบรรดาดาราหญิงเธอเป็นนักร้องที่อายุมากที่สุด แต่ทันทีที่เอื้อนเสียงก็สะกดทุกคนอยู่หมัด!
บนเว็บไซต์วิดีโอ ผู้ชมที่กำลังดูรายการต่างพากันรีเฟรชคอมเมนต์ลอย
‘ว้าว!’
‘เปิดไมค์ร้องสดหมดเลยเหรอ?’
‘พลังการร้องนี่!’
‘ความจุปอดนี่!’
‘เธออายุเกือบห้าสิบแล้วจริงๆ เหรอ?’
‘การแสดงสดระดับนี้ควรไป “I Am a Singer” นะ!’
‘มีเสน่ห์สุดๆ เลย!’
‘พอขึ้นเวที จ้าวหลานอิงแตกต่างจากลุคทะเล้นเฮฮาในเวลาปกติไปอย่างสิ้นเชิงเลย มีออร่านางพญา อย่างที่เทปนำร่องว่าประสบการณ์ก็คือเหรียญเกียรติยศของเธอ!’
เพลงนี้จ้าวหลานอิงไม่ได้โชว์ทักษะฝีมืออะไร เธอแค่โชว์ตัวตนอย่างเรียบง่ายแต่กลับทำให้ทุกคนทึ่งและอดชื่นชมไม่ได้ มีกลิ่นอายของการคืนสู่ความเรียบง่ายแท้จริง!
บนโลกออนไลน์
‘ความเป็นมืออาชีพของรายการนี้ยังมีคนที่สามารถแบกเอาไว้ได้อยู่!’
‘จ้าวหลานอิงสุดยอด!’
‘เริ่มให้คะแนนแล้ว!’
‘ดูนั่นสิ ไปตี้เขาหล่อจริงๆ เลย!’
‘พี่จ้าวแกร่งมาก!’
‘ฮาๆๆ พี่จ้าวไร้เทียมทาน!’
‘จางซีหยางยังบอกเลยว่านี่คือระดับราชินีเพลง!’
ต่อมาพี่สาวคนที่สองขึ้นเวที พี่สาวคนที่สองเป็นนักแสดงชื่อว่าหลี่เชี่ยน ฝีมือการร้องเพลงแน่นอนว่าไม่โดดเด่น ผู้ชมเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไร
แต่ทันทีที่เสียงร้องของเธอดังขึ้น ทุกคนกลับพากันประหลาดใจ
‘โอ้!’
‘พี่เชี่ยนนี่ใช้ได้เลยนะ!’
‘ทักษะการร้องดีเกินที่ฉันคาดไว้อีก!’
‘เวทีอลังการมาก!’
‘ว้าว พี่เชี่ยนเชี่ยนเต้นได้ด้วย?’
‘ฮ่าๆๆ ระดับการเต้นนี้ก็พอไหวอยู่นะ’
‘คาดไม่ถึงเลยว่าเธอจะแสดงออกมาได้เป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้!’
เพราะเวทีถูกออกแบบอย่างหรูหราบวกกับเสียงร้องที่มีการปรับแต่ง ทำให้การแสดงของหลี่เชี่ยนได้รับการยอมรับอย่างคาดไม่ถึง!
แน่นอนนั่นเพราะมาตรฐานที่ผู้ชมตั้งไว้กับนักแสดงค่อนข้างต่ำ ที่สำคัญที่สุดคือการแสดงนี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกแปลกใหม่!
จ้าวหลานอิงร้องเพลงดีเป็นเรื่องปกติ แต่หลี่เชี่ยนที่เป็นนักแสดงก็ร้องเพลงได้ดีขนาดนี้ แถมยังเต้นท่าง่ายๆ ได้อีก นี่ก็คือความเซอร์ไพรส์จากความแปลกใหม่ไม่ใช่หรือ?
ความเซอร์ไพรส์ยังไม่จบแค่นี้ คนที่สาม คนที่สี่ คนที่ห้า ผู้ชมพบว่าการแสดงเหล่านี้แม้ไม่เทียบเท่ามืออาชีพแต่ก็ทำได้ดีเป็นเรื่องเป็นราว ทำให้เกิดความแตกต่างที่ชวนทึ่งขึ้นมา!
‘ดูเข้าท่าดีแฮะ’
‘นี่ขนาดใกล้จะห้าสิบแล้ว หุ่นยังเป๊ะได้ขนาดนี้!’
‘คนนี้สี่สิบยังร้องโน้ตสูงๆ ได้อยู่เลย ทั้งที่เป็นแค่นักแสดงแท้ๆ’
‘คนนี้เป็นนักร้องก็จริง แต่การเต้นเด็ดมาก!’
‘สี่สิบแล้วยังสวยขนาดนี้ นี่หน้าเด็กหยุดเวลาเหรอ?’
‘ดีกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลย’
‘ใช่เลย’
‘ดีกว่าที่คิดไว้มาก’
‘ฉันว่าก็ธรรมดานะ ที่พวกเธอร์รู้สึกว่าดีเพราะเวทีออกแบบได้หรูหราแล้วเสียงร้องก็ผ่านการปรับแต่งมาแล้ว คนที่มีฝีมือจริงๆ ก็คือจ้าวหลานอิงที่ขึ้นแสดงคนแรก’
‘คนที่หกมาแล้ว!’
‘หลินซิ่วจิง!?’
หลินซิ่วจิงค่อนข้างเงียบขรึม ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับพี่สาวคนอื่นๆ ทำให้ไม่ได้รับความสนใจจากผู้ชมมากนัก แต่ถึงอย่างไรก็เคยเป็นราชินีเพลงหวานสมัยนั้นอยู่ดี ผู้ชมวัยค่อนข้างมากก็ยังชอบเธออยู่ไม่น้อย พอเห็นเธอขึ้นเวทีเตรียมทำการแสดงครั้งแรกก็รู้สึกเหมือนหัวใจไหววูบขึ้นมา คอมเมนต์พุ่งกระหน่ำ
‘นี่ซิวจิงนี่นา!’
‘สมัยมัธยมต้นฉันชอบเธอมาก…’
‘ฉันจำได้ว่าเคยซื้อสติกเกอร์ของเธอด้วย’
‘ฉันเองก็เป็นแฟนคลับเธอ โปสเตอร์เธอติดอยู่ที่หัวเตียงฉันตั้งสามปี!’
‘เธอหวานมากจริงๆ’
‘ตอนนั้นคลั่งไคล้หนักมากเลย!’
“เธอเคยเป็นวัยเยาว์ของฉัน!”
“เพียงแต่…”
เพียงแต่ทุกคนยังไม่รู้ หลังเงียบหายไปหลายปีสภาพของหลินซิ่วจิงตอนนี้รักษาไว้ได้แค่ไหน?
แม้รูปร่างหน้าตาแทบไม่เปลี่ยนจากวันวาน แต่ความสามารถบนเวทีในตอนนี้ละจะเป็นยังไง?
เวลานี้ดนตรีได้เริ่มขึ้น เสียงของหลินซิ่วจิงดังขึ้น
“หากเขามิรักให้ฉันสักนิด หวังว่าเขาจะโอบกอดดูแลให้ ฉันเริ่มเผลอใจหลงใหลทุกที หวังให้เขาดูแลถนอมกาย นี่คือความห่วงใยของเด็กสาว กักรักข้างเดียวไว้ในกรงใจ”
เพลงนี้ชื่อว่า ‘รักเขา’
เพลงของหลินซิ่วจิงเพลงนี้ปล่อยมาเกือบสิบปีแล้ว เคยโด่งดังไปทั่วฉินโจว และการที่เธอได้ฉายาราชินีเพลงหวาน เพลงนี้ก็มีส่วนไม่น้อย และในตอนนี้เมื่อได้ยินหลินซิ่วจิ่งร้องเพลงนี้อีกครั้ง ในชุดที่สดใสพลิ้วไหว เต้นระบำดุจดังวันวาน รอยยิ้มของสาวน้อยแสนหวานก็เหมือนจะผุดขึ้นมาอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง!
ชั่วขณะนั้นผู้ชมจำนวนมากพลันรู้สึกหัวใจปั่นป่วนขึ้นมาราวกับความรู้สึกบางอย่างที่หลับใหลไปนานถูกปลุกให้ตื่นขึ้นทีละน้อย
เสียงร้องช่างคุ้นหูเหลือเกิน! แม้กระทั่งโทนเสียงยังแทบไม่เปลี่ยนไปเลย เสียงยังมั่นคงหนักแน่นดังเช่นเคย ไม่ได้สั่นไหวหรือสะดุดเพราะการเต้นแม้แต่น้อย!
สภาพร่างกายและการควบคุมยังรักษาไว้ได้ดีเหลือเกิน! เบื้องหน้าจอภาพนับไม่ถ้วน ขณะที่ไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว หลายคนเผลอฮัมเพลงตามหลินซิ่วจิงในรายการ ผ่านไปเกือบสิบปีแล้ว หลายคนก็ยังไม่ลืมเนื้อร้องของเพลงนี้ แม้บางคนจะจำเนื้อเพลงไม่ได้ ก็ยังฮัมตามทำนองเพลงได้อยู่ดี!
“เหมือนเขาใกล้เข้ามาทีละนิด ความตื่นเต้นพุ่งพิชิตความยินดี ทำไมไม่กล้าสักที? ไม่ว่าขมขื่นหรือหวานชื่นก็ตาม ในที่สุดฉันเริ่มเชื่อในปาฏิหาริย์ เต็มใจจะรักเธอแม้มันจะทำให้ใจฉันสั่นรัวแบบนี้…”
แพลตฟอร์มจี๋กวง
‘ห่างหายไปหลายปี ได้ฟังเพลงของหลินซิ่วจิงอีกครั้ง ฉันก็ยังชอบเหมือนเดิม!’
‘เพลงนี้อายุไม่น้อยแล้วนะ!’
‘ฟังครั้งแรกยังผมม้าปัดข้าง ฟังอีกทีหัวล้านกลางกระหม่อมไปแล้ว!’
‘จำได้ว่าสมัยนั้นน่าจะอยู่มัธยมต้นมั้ง ทุกครั้งที่ไปคาราโอเกะต้องเลือกเพลงนี้ทุกที ถึงผู้ชายร่างใหญ่อย่างฉันจะร้องเหมือนหมาหอนก็ตาม’
‘โคตรชอบหลินซิ่วจิงเลย รสนิยมฉันไม่เคยเปลี่ยนจริงๆ!’
‘ฉันนึกว่าจะไม่ได้เห็นหลินซิ่วจิงแสดงอีกแล้วซะอีก หรือต่อให้ได้เห็นก็คงไม่รู้สึกอะไรแล้ว แต่พอได้ยินเพลงนี้จู่ๆ น้ำตาก็ซึมออกมาเลย เธอเก่งออกขนาดนี้ กระแสตกไปได้ยังไงเนี่ย!’
‘ท่าเต้นนี้ฉันก็เต้นได้นะ!’
‘ใช่ๆ ตอนนั้นก็เพลงนี้ท่าเต้นนี้แหละที่ทำให้ฉันตกหลุมรักเธอ!’
บ้านหลังหนึ่ง เห็นเพียงชายวัยสามสิบคนหนึ่ง สวมชุดนอน เส้นผมมันเลื่อม ไรผมร่นไปด้านหลัง กำลังนอนเอกเขนกเอนหลังบนโซฟาในท่าคล้ายนอนเกียจคร้าน ข้างๆ คือภรรยาของเขา
ภรรยาพูดขึ้นว่า “หลินซิ่วจิงให้ความรู้สึกเหมือนเมื่อก่อนไม่เปลี่ยนเลยนะ จำได้ว่าตอนนั้นคุณชอบเพลงของเธอมาก…”
พูดไปพูดมา ทันใดนั้นภรรยาก็เบิกตากว้าง จู่ๆ สามีของเธอก็ร้องเพลง ‘รักเขา’ ขึ้นมา แม้เสียงจะเพี้ยน แต่อย่างน้อยเนื้อร้องก็ถูกทุกคำ “ในที่สุดฉันเริ่มเชื่อในปาฏิหาริย์ เต็มใจจะรักเธอแม้มันจะทำให้ใจฉันสั่นรัวแบบนี้”
หลังจากนั้น ชายเกียจคร้านคนนั้นก็ลุกขึ้นจากโซฟา แล้วเต้นท่าเดียวกับที่หลินซิ่วจิงกำลังเต้นอยู่ในทีวีเป๊ะๆ!
“คุณยังจำได้อยู่เหรอเนี่ย!”
ภรรยาถึงกับเบิกตากว้าง จากนั้นก็กลั้นหัวเราะไม่อยู่จนหลุดขำออกมา ถึงขั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอไว้ ชายที่แต่งงานแล้วเริ่มปล่อยตัวคนนี้ ราวกับได้พบฤดูใบไม้ผลิครั้งที่สอง เต้นท่าประกอบเพลง ‘รักเขา’ อย่างเงอะงะสุดชีวิต ภาพช่างชวนให้ขบขัน
ชายคนนั้นยิ่งเต้นก็ยิ่งคล่อง ผมที่มันเยิ้มของเขากลายเป็นหน้าม้าโค้งรูปเครื่องหมายจุลภาคสะบัดไปมาตามจังหวะ ราวกับความทรงจำที่ตายไปได้ฟื้นขึ้นมาในชั่วขณะนี้!
กลับมาแล้ว!
ช่วงปีที่ผ่านพ้นไปเหล่านั้น!
วัยเยาว์ของเขากลับมาแล้ว!