ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 275-1 กลายเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์เสินฮว่า! (1)
แน่นอนว่าไป๋ตี้มีชื่อเสียงโด่งดังมานานแล้ว เพียงแต่ครั้งนี้เขาได้ฉายแสงบนเส้นทางวรรณกรรม การแข่งขันโคลงคู่ครั้งนี้จะส่งผลกระทบยาวไกลอย่างแน่นอน
คืนวันนี้
ข่าวก็ออกแล้ว!
‘ไป๋ตี้ชนะรวดห้าปรมาจารย์โคลงคู่ คว้าแชมป์การแข่งขันโคลงคู่!’
‘โคลงคู่ชั่วกาลของไป๋ตี้!’
‘หลินจือไป๋ ยอดฝีมือโคลงคู่รุ่นเยาว์อันดับหนึ่งแห่งบลูสตาร์!’
‘ไป๋ตี้บู๊โคลงคู่สุดข่มขวัญ ยอดผู้ชมไลฟ์สดทะลุหนึ่งร้อยล้าน!’
‘ไป๋ตี้บุกวงการวรรณกรรมฉินโจว!?’
‘คุณยายจ้าว ประธานสมาคมวรรณกรรมฉินโจวชื่นชมไป๋ตี้ไม่ขาดปาก!’
‘ไป๋ตี้ได้รับการขนานนามว่าอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งวิทยาลัยศิลปะฉินโจว!’
‘วาทะของไป๋ตี้: คมดาบล้ำค่าเกิดจากการฝนฝึก กลิ่นหอมดอกเหมยมาจากความหนาวเหน็บ!’
‘โคลงคู่ของไป๋ตี้จุดกระแสถกเถียงไปทั่วทั้งอินเทอร์เน็ต!’
อย่างที่สื่อรายงาน โคลงคู่ของหลินจือไป๋ได้จุดกระแสฮือฮาไปทั่วทั้งอินเทอร์เน็ต!
ในจำนวนนั้น
สิ่งที่ทำให้ชาวเน็ตรู้สึกงดงามจับใจที่สุดก็คือประโยคที่ว่า ‘สายน้ำเขียวใสไร้กังวล เพียงสายลมพัดจึงเกิดระลอก ขุนเขาเขียวหาได้แก่ แต่หิมะโปรยจนยอดขาว’
มีชาวเน็ตไม่น้อยที่หยิบวรรคนี้ไปโพสต์ในโซเชียล
บางคนถึงขั้นนำโคลงคู่นี้ไปใช้เป็นลายเซ็นส่วนตัวเลยทีเดียว
โคลงคู่ที่โจวไท่กับไป๋ตี้ร่วมกันรังสรรค์ กำลังกลายเป็นเรื่องเล่าขานที่งดงามในช่วงเวลานี้
ก็เพราะโคลงคู่นี้ไม่เพียงแต่มีอารมณ์ศิลป์ที่งดงาม แต่ยังมีระดับสูงส่งแฝงปรัชญาลึกซึ้ง
แต่ถ้าจะพูดถึงสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุด…
ก็ย่อมหนีไม่พ้นโคลงคู่ชั่วกาลที่หลินจือไป๋ทิ้งไว้ ‘ควันหมอกคลอรัดกิ่งหลิวเหนือสระ’!
ชาวเน็ตนับไม่ถ้วนงัดฝีมือทั้งหมดออกมาเพื่อพยายามแต่งโคลงรองให้ได้ แต่กลับไม่มีใครทำสำเร็จเลยสักคน!
แต่กลับมีบางคนตั้งใจเล่นตลก แต่งโคลงรองว่า ‘เทปันยากิเมืองเซินเฉิง’ จนทำให้ชาวเน็ตนับไม่ถ้วนระเบิดเสียงหัวเราะ…
แต่เอาเข้าจริง
แม้โคลงรองนี้จะเป็นมุกตลกล้วนๆ แต่ก็ยังใส่ส่วนประกอบตัวอักษรของ ‘ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน’ ครบถ้วนจริงๆ
ก็เพราะกระแสถกเถียงรุนแรงเหลือเกิน
หลายคนที่ไม่ได้ดูไลฟ์สด พอเกิดความสงสัยก็ไปหาวิดีโอย้อนหลังมาดู ผลคือโดนศึกโคลงคู่สุดเข้มข้นนี้ทำเอาตะลึงตาค้าง!
‘พระเจ้า!’
‘ไป๋ตี้นี่มันโหดเกินไปแล้ว!’
‘รอบแรกที่เขาตอบแค่คำถามพิเศษ ฉันก็รู้เลยว่าไม่ธรรมดาแน่!’
‘รอบสองนี่สิเท่จริง ต่อแค่ห้าข้อแรก ห้าข้อหลังก็ต่อได้ แต่เจ้าตัวจงใจไม่ต่อ ไม่เหมือนใครเลยจริงๆ!’
‘รอบสามที่ใส่เต็มนี่ต่างหากมันสุด!’
‘ก่อนหน้านี้ฉันดูเนื้อเพลงของไป๋ตี้เทียบกับฉู่ฉือ เข้าใจว่าวรรณศิลป์ของฉู่ฉือสูงกว่าไป๋ตี้อยู่ขั้นหนึ่งมาตลอด แต่ตอนนี้ดูแล้ว ไป๋ตี้จะเก่งกว่าอีกนะ!’
‘คำพูดนี้ฉันไม่ชอบเลยนะ’
‘แต่ละคนก็มีสิ่งที่ตัวเองถนัด แล้วพวกเธอแน่ใจได้ยังไงว่าฉู่ฉือไม่ถนัดโคลงคู่?’
‘พรสวรรค์ของฉู่ฉือไม่ได้ด้อยเลยสักนิด!’
แม้รอบนี้ไป๋ตี้จะแสดงฝีมือจนคนทั้งสนามทึ่ง แต่แฟนคลับของฉู่ฉือย่อมปากแข็งไม่ยอมแพ้ ถึงใจจะยกย่องอยู่ลึกๆ ก็ตาม
พอชาวเน็ตเห็นแฟนคลับฉู่ฉือยังปากแข็งอยู่ ก็พากันหัวเราะกันไม่หยุด
การได้เห็นแฟนคลับไป๋ตี้กับฉู่ฉือปะทะกัน เป็นหนึ่งในความบันเทิงของชาวเน็ตเสมอ เพียงแต่รอบนี้ทุกคนยอมรับแล้วว่าไป๋ตี้เหนือกว่าอยู่ก้าวหนึ่ง
หลินจือไป๋เองก็เห็นการถกเถียงของชาวเน็ตแล้วเช่นกัน
เดิมทีเขาก็แค่ดูเอาสนุก แต่พอเห็นมีคนเริ่มใช้ไป๋ตี้มาเหยียบย่ำฉู่ฉือ หลินจือไป๋ก็ชักไม่พอใจ
สองตัวตนนี้ควรรักษาสมดุลไว้จะดีกว่า
งั้นคงได้แต่ต้องให้ฉู่ฉือทำอะไรสักอย่างแล้ว
หลินจือไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเข้าไปใช้บัญชีของฉู่ฉือ โพสต์ข้อความว่า
‘ท้อผลิบานริมตลิ่งจิ่นเจียง’
ทันทีที่ชาวเน็ตเห็นอักษรเหล่านี้ก็ถึงกับอึ้งไปทันที
จากนั้น
ทุกคนถึงได้รู้สึกตัว!
‘โอ้โห ฉู่ฉือถึงกับแต่งโคลงรองต่อโคลงคู่ชั่วกาลควันหมอกคลอรัดกิ่งหลิวเหนือสระของไป๋ตี้ออกมาเลยเหรอ?’
‘ให้ตาย!’
‘ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน...ท้อผลิบานริมตลิ่งจิ่นเจียง…เป็นโคลงรองของควันหมอกคลอรัดกิ่งหลิวเหนือสระจริงๆ!’
‘เจ๋งขนาดนี้เชียว?’
‘โคลงต้นที่ทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตไม่มีใครต่อได้ ฉู่ฉือกลับทำได้!?’
‘ห้าธาตุครบถ้วนไม่มีปัญหา สื่ออารมณ์ก็ไม่มีปัญหา แถมยังแต่งออกมาได้ดีกว่าโคลงรองปืนใหญ่ประจำการที่หอเมืองชายทะเลของไป๋ตี้อีก!’
‘นี่มันโคลงคู่ชั่วกาลเชียวนะ!’
‘มีผู้รู้ท่านไหนมาเจาะลึกวิเคราะห์ให้หน่อยไหม?’
‘ฉู่ฉือก็เชี่ยวชาญโคลงคู่เหมือนกันเหรอ?’
‘โคลงรองนี้เป็นระดับไหนกันเนี่ย?’
ไม่ใช่ทุกคนจะมีสายตาชื่นชมได้ลึกซึ้งมีระดับ ส่วนใหญ่พอเห็นโคลงรองนี้ก็แค่รู้สึกว่ายอดเยี่ยม แต่ให้วิเคราะห์เจาะลึกพวกเขากลับอธิบายอะไรชัดเจนไม่ได้
โชคยังดีที่บนโลกออนไลน์มีคนเก่งๆ อยู่ไม่น้อย
ไม่นานก็มีศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่งวิเคราะห์ว่า ‘โคลงต้นควันหมอกคลอรัดกิ่งหลิวเหนือสระ จังหวะเป็นแบบผิงเจ้อผิงผิงเจ้อ เนื่องจากโคลงต้นนี้ไม่ใช่รูปแบบมาตรฐานหม่าถีเก๋อ (马蹄格) ถ้าจะเทียบตามกฎชัดเจนของสอง สี่ หก โคลงรองควรจะเป็นแบบเจียผิงเจียเจ้อผิง ซึ่งเจียหมายถึงสามารถเป็นเสียงผิงหรือเจ้อก็ได้ ดังนั้นถ้าจะเคร่งตามหลักจริงๆ โคลงรองดอกท้อผลิบานริมตลิ่งจิ่นเจียงก็ยังไม่สมบูรณ์แบบนัก…’
แต่แล้ว
ต่อมา ศาสตราจารย์ท่านนี้ก็เสริมว่า ‘แต่เมื่อพิจารณาว่าโคลงต้นนี้อยู่ในระดับโคลงคู่ชั่วกาลที่ยากสุดขีด โคลงรองของฉู่ฉือก็ถือว่าเป็นคำตอบที่ดีที่สุดบนอินเทอร์เน็ตแล้ว กระทั่งยังเหนือกว่าโคลงรองอย่าง [ปืนใหญ่ประจำการที่หอเมืองชายทะเล] ที่ไป๋ตี้แต่งเองเสียอีก แค่ในเชิงความประณีตของโคลงรองนี้ก็เห็นชัดว่าระดับโคลงคู่ของฉู่ฉือไม่ธรรมดา อย่างน้อยตัวผมก็คิดไม่ออกเลยว่าจะมีใครแต่งโคลงรองออกมาได้ดีกว่านี้อีก!’
ไม่เพียงแต่ศาสตราจารย์ท่านนี้
บรรดากวีและนักปราชญ์ไม่น้อยก็กำลังครุ่นคิดหาโคลงรองเช่นกัน แต่พอเห็นโคลงคู่ของฉู่ฉือ ต่างก็พากันยอมจำนนด้วยความเลื่อมใส
‘นี่คือคำตอบที่ดีที่สุดในตอนนี้!’
‘บอกว่าเป็นคำตอบที่ดีที่สุดบนอินเทอร์เน็ตก็ไม่เกินจริงเลย’
‘เกรงว่าจะไม่มีใครแต่งได้ดีกว่านี้อีกแล้ว’
‘ฝีมือโคลงคู่ของฉู่ฉือดูถูกไม่ได้จริงๆ’
‘ต่อได้ยอดเยี่ยมที่สุด!’
‘ถือว่าเป็นคำตอบสาธารณะได้เลยทีเดียว’
คราวนี้แฟนคลับของฉู่ฉือดีอกดีใจ ถึงจะไม่ได้หมายความว่าฝีมือโคลงคู่ของฉู่ฉือเหนือกว่าไป๋ตี้ แต่อย่างน้อยก็เอาคืนไปได้หนึ่งแต้มเต็มๆ!
อย่างน้อยแฟนคลับไป๋ตี้ก็เถียงไม่ออกแล้ว!
เพราะว่าโคลงรองที่ไป๋ตี้แต่งเองคือ ‘ปืนใหญ่ประจำการที่หอเมืองชายทะเล’
เมื่อเทียบกันโดยรวมแล้วก็ยังสู้ ‘ท้อผลิบานริมตลิ่งจิ่นเจียง’ ของฉู่ฉือไม่ได้เลย
ต่อไปเวลาคนค้นหาคำตอบของโคลงคู่อมตะบทนี้ของไป๋ตี้ สิ่งแรกที่จะโผล่มา แน่นอนว่าต้องเป็นโคลงรองของฉู่ฉือ!
ส่วนโคลงรองของไป๋ตี้เองจะตามมาเป็นลำดับถัดไป
จากมุมนี้ แม้ฉู่ฉือจะไม่ได้ชนะ แต่ก็ไม่ได้แพ้เช่นกัน…
หลินจือไป๋พอใจกับทักษะ ‘การควบคุมคะแนนอย่างสมบูรณ์แบบ’ ของตัวเองอีกครั้ง การพัฒนาสองตัวตนให้สมดุลกันนี่แหละคือหนทางที่ถูกต้อง!
จะว่าไป…
เสียงตอบรับจากการแข่งโคลงคู่ครั้งนี้สูงลิ่ว หลินจือไป๋ตั้งใจเรียกหน้าต่างสถานะส่วนตัวขึ้นมาดู
[ชื่อ: หลินจือไป๋]
[อายุ: 19]
[การขับร้อง: 60+]
[เปียโน: 50+]
[กีตาร์: 50+]
[วาดภาพ: 36+]
[การประดิษฐ์ตัวอักษร: 32+]
[ชื่อเสียง: 7,390,976]
[สรุป: เมื่อเทียบกับสองปีก่อน ความสามารถสายศิลป์ของโฮสต์พัฒนาขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะด้านการขับร้องที่ก้าวหน้ามากที่สุด แนะนำให้พัฒนาทักษะต่างๆ ให้สมดุลยิ่งขึ้น]
ถือว่าดีขึ้นนิดหน่อย
หลินจือไป๋จำได้ว่าก่อนหน้านี้ทักษะเปียโนของตนอยู่ที่ 48 การที่ขึ้นมาเป็น 50 อาจเป็นเพราะสองปีที่ผ่านมาเขาฝึกไว้ใช้ทำเพลงกับไลฟ์สด
ก่อนหน้านี้กีตาร์เขาก็อยู่ที่ 46
แต่เพราะหลินจือไป๋ชอบเล่นกีตาร์เวลาไลฟ์สด เพื่อให้การแสดงออกมาดีจึงฝึกซ้อมอย่างหนัก ตอนนี้เลยเพิ่มขึ้นมาเป็น 50 แต้มแล้ว
ส่วนการวาดภาพกับการประดิษฐ์ตัวอักษรเพิ่มขึ้นแค่แต้มเดียว
ไม่ต้องพูดอะไรมาก สองปีเพิ่งเพิ่มขึ้นอย่างละแต้ม ก็นับว่าดีแล้ว อย่างน้อยไม่ลดลงก็ถือว่าโอเค อย่างไรสองอย่างนี้หลินจือไป๋ก็แทบไม่ได้ฝึกเลย
ส่วนการขับร้อง?
อันนี้หลินจือไป๋ฝึกฝนด้วยตนเอง ควบคู่ไปกับการลงแต้มทักษะ จึงพัฒนาขึ้น
“ถึงระบบจะแนะนำให้ฉันพัฒนาทักษะให้สมดุล แต่ตอนนี้ทักษะอื่นยังไม่จำเป็นต้องรีบเพิ่ม ฉันขอเพิ่มทักษะให้ฉู่ฉือก่อนแล้วกัน”
สิ่งที่หลินจือไป๋ให้ความสำคัญที่สุดก็คือการขับร้อง
ก่อนหน้านี้เพื่อที่จะเลือกเพลงในไลฟ์สดได้อิสระมากขึ้น หลินจือไป๋ได้เพิ่มทักษะการร้องเพลงของฉู่ฉือรวดเดียวมาถึง 60 แต้ม
ตามที่ระบบบอกไว้ 60 แต้มคือเส้นมาตรฐานของนักร้องมืออาชีพ
หลังจากนั้น หลินจือไป๋ก็ทยอยได้รับแต้มทักษะเพิ่มจากระบบมาอีก 17 แต้ม
แต่ตอนนี้ยังเก็บไว้ไม่ได้ใช้
หลินจือไป๋คิดว่าจะเอามาเพิ่มการขับร้องอีกสักสิบแต้มดีไหม
“เฟยหง เพิ่มทักษะ! เพิ่มการขับร้องอีก 10 แต้ม!”
ทันทีที่พูดจบ เฟยหงก็เริ่มใช้งานระบบ หลินจือไป๋รู้สึกว่าบริเวณลำคอเย็นๆ เหมือนเพิ่งอมลูกอมแก้เจ็บคออย่างไรอย่างนั้น
เป็นประสบการณ์ที่น่าอัศจรรย์
จากนั้นสมองก็รู้สึกซ่านชาเล็กน้อย
กระบวนการนี้ดำเนินอยู่ไม่กี่นาที จู่ๆ หลินจือไป๋ก็ได้ยินเสียงติ๊งต่องดังขึ้นมา
เฟยหง “ขอแสดงความยินดี ทักษะการขับร้องของท่านบรรลุ 70 แต้มแล้ว ตอนนี้ฝีมือการร้องเพลงของท่านได้ถึงระดับนักร้องมืออาชีพอาวุโส”
นักร้องมืออาชีพอยู่ที่ 60!
ราชาเพลงราชินีเพลงอยู่ที่ 80!
ตอนนี้ระดับการร้องเพลงของหลินจือไป๋อยู่กึ่งกลางระหว่างสองระดับ แข็งแกร่งกว่านักร้องมืออาชีพทั่วไป แต่ยังไม่ถึงขั้นราชาเพลง
“เพียงพอแล้วล่ะ”
หลินจือไป๋พึมพำกับตัวเอง
เวลานี้ระบบก็มีเสียงติ๊งต่องดังขึ้นอีกครั้ง
เฟยหง “ขอแสดงความยินดี โฮสต์ปลดล็อกพรสวรรค์พิเศษ [น้ำเสียงหลากหลาย]!”
น้ำเสียงหลากหลาย?
มันคืออะไรกัน?
หลินจือไป๋รีบเปิดอ่านคำอธิบาย “ตามชื่อเรียก น้ำเสียงหลากหลายหมายความว่าโฮสต์สามารถออกเสียงได้หลายรูปแบบ…”
ออกเสียงได้หลายแบบ?
ดวงตาหลินจือไป๋เป็นประกายสว่างวาบ ก่อนเริ่มร้องเพลง ‘บทเพลงแด่ตัวเอง’
ต่างจากเวลาร้องเพลงปกติ ครั้งนี้หลินจือไป๋ตั้งใจเลียนเสียงที่จางซีหยางร้อง
ผลลัพธ์ที่ออกมาทำเอาหลินจือไป๋ถึงกับตกใจเสียเอง
โอ้โห!
เขาเลียนเสียงของจางซีหยางออกมาได้จริงๆ!
ต่อมาหลินจือไป๋ก็ลองเลียนเสียงหลินโส่วจัวร้องเพลง ‘คลายทุกข์’
ร้องไปได้ไม่กี่ท่อน หลินจือไป๋ก็หัวเราะออกมา คาดว่าถ้าหลินโส่วจัวมาได้ยินเองคงตะลึงไปเลย?
ตนเลียนเสียงของหลินโส่วจัวได้เกือบเหมือนจริงเกินเจ็ดถึงแปดส่วน!
บางคนมีพรสวรรค์มาแต่เกิด สามารถเลียนเสียงนักร้องดังๆ ได้เก่ง
และตอนนี้หลินจือไป๋ก็มีพรสวรรค์แบบนั้นเช่นกัน แถมยังเหนือกว่าพวกนักเลียนเสียงเหล่านั้นอีกเสียด้วย!
บรรดานักเลียนเสียงที่มีพรสวรรค์สุดๆ ยังทำได้ใกล้เคียงต้นฉบับมากสุดก็ประมาณแปดส่วน?
แต่หลินจือไป๋กลับเลียนแบบออกมาได้ถึงราวๆ เก้าส่วน!
ลองนึกภาพว่าถ้าหลินจือไป๋ร้องเพลงของโจวหานจิ้น นักร้องดังแห่งเทียนกวง…
ถ้าผู้ฟังไม่ได้มองหน้าตน ส่วนใหญ่ก็คงคิดว่าโจวหานจิ้นตัวจริงกำลังร้องเพลงอยู่
สนุกเกินไปแล้ว!
หลินจือไป๋เล่นอย่างสนุกสนานเพลิดเพลินชั่วครู่หนึ่ง
ถึงขั้นลองเลียนเสียงซุนกู่ร้องเพลง ‘แสงจันทร์’
สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์แบบนั้น หลินจือไป๋ก็ยังควบคุมได้ แต่นี่ไม่ใช่แค่เพราะความสามารถเลียนเสียงที่น่ากลัวของเขาเท่านั้น
ยังเป็นเพราะระดับการร้องเพลงของหลินจือไป๋สูงถึง 70 แต้ม เหนือกว่าซุนกู่ ใกล้เคียงกับระดับราชาเพลงเลยทีเดียว!
จริงสิ
แล้วเสียงผู้หญิงล่ะ จะเลียนได้ไหม?
หลินจือไป๋ลองดู พลันตกตะลึงด้วยความดีใจ ดูเหมือนเขาจะควบคุมเสียงผู้หญิงได้ด้วย!
………………………………………………