ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 275-2 กลายเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์เสินฮว่า! (2)
แต่ถ้าฟังดีๆ ก็ยังพอจับได้ว่าเป็นเสียงผู้ชาย
ถ้าจะหาใครมาเปรียบ ก็คงคล้ายๆ นักร้องโจวเซินในชาติก่อนล่ะมั้ง?
ถึงเสียงจะเหมือนนักร้องหญิง แต่ถ้าฟังอย่างตั้งใจ ก็ยังได้กลิ่นอายของนักร้องชายอยู่หน่อยๆ…
“พรสวรรค์นี้ไม่เลวเลย”
ไม่นึกเลยว่าพอทักษะการขับร้องถึง 70 แต้มจะมีรางวัลลับแบบนี้ ฉู่ฉือได้การเสริมพลังระดับมหากาพย์!
จริงสิ
แล้วแต้มที่เหลืออีกเจ็ดแต้มจะเอายังไงดี?
หลังจากหลินจือไป๋ลังเลเล็กน้อย จึงตัดสินใจเทไปที่ทักษะ ‘เปียโน’ ส่วนการประดิษฐ์ตัวอักษรกับวาดรูปไว้ทีหลังแล้วกัน
ทันใดนั้น
ระดับเปียโนของหลินจือไป๋ก็พุ่งไปถึง 57 แต้ม!
อย่าดูถูกตัวเลขนี้เชียว หลังจากพิ่มทักษะครั้งนี้ ฝีมือเปียโนของหลินจือไป๋ก็เกือบถึงมาตรฐานมืออาชีพแล้ว!
“รอให้ฝีมือเปียโนฉันสูงขึ้นอีกหน่อย คงได้แต่งเพลงเปียโนแล้วล่ะ”
หลินจือไป๋เผยรอยยิ้ม ในฐานะพ่อเพลงน้อย สักวันหนึ่งยังไงเขาก็ต้องได้เล่นทั้งเปียโนไปจนถึงซิมโฟนีแน่!
น่าเสียดายที่ใช้แต้มทักษะหมดอีกแล้ว ต้องหาเพิ่มสักรอบแล้วสิ
ถึงตอนนั้น ทักษะเปียโนก็จะถูกยกระดับถึงขั้นมืออาชีพ ส่วนการขับร้องก็สามารถเพิ่มไปถึงระดับราชาเพลงได้เลย!
นี่คือแผนที่หลินจือไป๋วางไว้ในใจ
แน่นอนว่าเขาจะพึ่งระบบเพิ่มแต้มอย่างเดียวไม่ได้
เพราะทักษะการขับร้องของหลินจือไป๋ที่ผ่านมาพัฒนาขึ้นไม่น้อยด้วยความพยายามของตัวเอง
เวลาต่อจากนี้ ว่างๆ ก็ยังสามารถอาศัยความพยายามของตัวเองฝึกฝนเพื่อเพิ่มทักษะพวกเปียโนได้อยู่
งั้นก็ฝึกเปียโนเลยแล้วกัน!
ด้วยเป้าหมายนี้ หลินจือไป๋จึงเอาจริงเอาจัง ฝึกซ้อมเปียโนอยู่ที่บ้านต่อเนื่องไปหลายวัน
ของแบบนี้ต้องฝึกบ่อยๆ
แม้แต่อัจฉริยะอย่างบีโธเฟนหรือโมสาร์ตก็ยังต้องฝึกซ้ำๆ เหมือนกัน
…
ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น
วันที่สิบห้าเดือนกันยายน หลังจากตั้งใจฝึกเปียโนมาครึ่งเดือน หลินจือไป๋ก็พบว่าค่าสถานะเพิ่มขึ้นจริงๆ!
เอาเถอะ
เพิ่ม 1 แต้ม
รวมเป็น 58 แต้ม
ถือว่าก้าวหน้าทีละเล็กละน้อย ยังไงหลินจือไป๋ก็ขยับเข้าใกล้เป้าหมายที่จะเป็นนักเปียโนมืออาชีพอีกก้าวหนึ่งแล้ว
และในวันเดียวกันนี้
หลินจือไป๋ก็ไปเข้าประชุมที่สำนักพิมพ์เสินฮว่า
ภายในห้องประชุม
เริ่นเจียชุน ซึ่งตอนนี้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นรองประธานสำนักพิมพ์เสินฮว่าเอ่ยอย่างตื่นเต้นพลางประจบเสียงดังว่า
“ท่านประธานช่างหลักแหลม!”
รอบนี้เริ่นเจียชุนประจบถูกจังหวะจริงๆ
เพราะช่วงนี้มีหนังสือที่เขียนโดยเหล่าคนดังตีพิมพ์ออกมาไม่น้อย
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะก่อนหน้านี้หลินจือไป๋ฝากฝังพี่สาวให้ไปเชิญเหล่าคนดังมาเขียนหนังสือ ในนั้นถึงขั้นมีคนดังเหนือแถวหน้าอย่างจางซีหยางอยู่ด้วย
หนังสือที่จางซีหยางเขียนมีชื่อว่า ‘ใช้ชีวิตตามสบาย’ ซึ่งเข้ากับลักษณะนิสัยของเขามากทีเดียว ถือเป็นอัตชีวประวัติส่วนตัวได้เลย ในเล่มเขาเปิดเผยช่วงชีวิตการแต่งงานที่ล้มเหลว และช่วงประสบการณ์ส่วนตัวที่เงียบหายไปเป็นครั้งแรก
ผลคือทันทีที่หนังสือเล่มนี้วางขายก็ทำยอดได้ถล่มทลาย!
อย่างไรจางซีหยางก็เป็นราชาเพลง เป็นซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าแห่งฉินโจว ลำพังพลังการเรียกแฟนคลับมหาศาลของเขาก็สามารถดันยอดขายหนังสือได้มากมายแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น…
แฟนคลับทั่วไปของจางซีหยาง หรือแม้แต่คนที่ไม่ใช่แฟนคลับโดยตรง ก็ยังซื้อหนังสือเล่มนี้ด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้น
แปลกใหม่จริงๆ!
ปกติไม่ใช่ว่ามีแต่นักเขียนที่ออกหนังสือหรอกหรือ?
นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้คนได้ยินว่าดาราก็เขียนหนังสือได้ ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนนี่แหละคือเหตุผลแท้จริงที่ทำให้ยอดขายถล่มทลาย แน่นอนว่ามีลูกค้าบางส่วนที่ซื้อเพราะความสงสัย หรือความอยากรู้อยากเห็น เพราะชีวิตของดารายังห่างไกลจากคนทั่วไปอยู่มาก ดูเหมือนไม่ใช่ความจริงที่จับต้องได้ หลายคนจึงอยากรู้ว่าชีวิตส่วนตัวของพวกเขาเป็นแบบไหนกันแน่
ไม่ใช่แค่หนังสือของจางซีหยางเท่านั้น
หนังสือของดาราคนอื่นๆ ก็มียอดขายน่าชื่นใจเช่นกัน เหตุผลก็หนีไม่พ้นอย่างที่ว่ามา
เพียงแต่จางซีหยางในฐานะคนดังเหนือแถวหน้าที่มีชื่อเสียงสูงสุด ฝีมือการเขียนหนังสือก็กินใจที่สุด ยอดขายจึงระเบิดระเบ้อที่สุด
สำนักพิมพ์เสินฮว่าจึงมีผลงานเติบโตขึ้นระลอกใหญ่ เรื่องที่เริ่นเจียชุนออกมาประจบในที่ประชุมก็เพราะเขาเกิดความเลื่อมใสจากใจจริงๆ
ความจริงตอนนี้ผู้บริหารระดับสูงทั้งสำนักพิมพ์ต่างก็นอบน้อมยอมรับในตัวหลินจือไป๋กันหมดแล้ว
เพราะแนวคิดที่ให้ดารามาเขียนหนังสือนี้ ก็เป็นไอเดียของประธานหลินจือไป๋เพียงผู้เดียว!
ก่อนหน้านี้ก็เว็บนิยายบลูสตาร์!
ต่อมาก็โปรเจกต์ฟังหนังสือเสียงบลูสตาร์!
ตอนนี้ยังได้กระแสจากการที่ดาราออกหนังสือมาเสริมอีก!
หลินจือไป๋เข้ามารับตำแหน่งประธานสำนักพิมพ์ได้เพียงครึ่งปี ไม่เพียงจัดการบรรดาผู้บริหารหัวแข็ง และทำให้คนที่เหลืออยู่เรียบร้อยเชื่อฟัง ยังทำให้ผลงานบริษัทพุ่งทะยานขึ้นหลายเท่า ผู้นำแบบนี้ใครจะไม่ยอม?
หลังจากประจบเสร็จ
เริ่นเจียชุนก็พูดขึ้นว่า
“ผลการสำรวจล่าสุดบอกว่า ตอนนี้สำนักพิมพ์เสินฮว่าได้กลายเป็นสำนักพิมพ์อันดับหนึ่งของฉินโจวอย่างไร้ข้อกังขาแล้วครับ!
สำนักพิมพ์น่าเซินที่เคยเป็นคู่แข่งตัวฉกาจ ตอนนี้ก็ถูกเราทิ้งห่างไปแล้ว!
ส่วนสำนักพิมพ์เทียนกวงก็ได้แค่กินฝุ่นตามหลังเราเท่านั้น
ที่บริษัทเติบโตมาได้ขนาดนี้ ต้องยกความชอบให้ท่านประธานครับ!”
เมื่อยอดขายหนังสือของเหล่าดาราถล่มทลาย สำนักพิมพ์เสินฮว่าก็ขึ้นบัลลังก์ผู้นำตลาดหนังสือของฉินโจวอย่างมั่นคง!
…
สำนักพิมพ์น่าเซิน
สำนักพิมพ์เทียนกวง
รวมถึงคู่แข่งร่วมวงการนับไม่ถ้วน ต่างก็ได้แต่มองดูผลงานของสำนักพิมพ์เสินฮว่าเริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง จนพากันถอดใจปิดกั้นตัวเองไปแล้ว
“สำนักพิมพ์เสินฮว่า ฉุดไม่อยู่แล้วจริงๆ”
“ไป๋ตี้เก่งเกินไปแล้ว!”
“แค่ครึ่งปี เขาก็เล่นงานเราจนถอยร่นทุกทาง!”
“หมอนี่เป็นแค่นักศึกษาปีสามจริงๆ เหรอ?”
“ความคิดทางด้านธุรกิจแก่กล้าขนาดนี้ ไม่ด้อยไปกว่าปู่ของเขาเลยสักนิด”
“น่าอายที่ก่อนหน้านี้เรายังคิดว่าเขาเป็นแค่คนนอกวงการ”
“นี่มันคนนอกตรงไหนกัน? เขารู้จักตลาดหนังสือดีกว่าพวกแก่ๆ อย่างเราซะอีก!”
“หมอนี่มันสุดยอดอัจฉริยะตัวจริง ฉันดูที่เขาแข่งโคลงคู่ก็ยิ่งมั่นใจในเรื่องนี้เข้าไปอีก”
“ฉันถึงกับสงสัยว่าในอนาคตไป๋ตี้อาจจะได้เป็นผู้สืบทอดของเสินฮว่าก็ได้!”
“พักหลังมานี้ ในแวดวงธุรกิจก็เริ่มพูดกันหนาหู คนรุ่นที่สองของตระกูลหลินไม่ต้องพูดถึง ส่วนรุ่นที่สาม ไป๋ตี้กลบแสงของทุกคนจนมิดไปแล้ว!”
และหลินจือไป๋มีครบทุกอย่าง
ต่อให้เป็นหลินเจามู่เองก็หาข้อบกพร่องไม่เจอแม้แต่น้อย
เลขาจินเองยังรู้ว่า ก่อนหน้านี้หลินเจามู่ก็ได้ชมการแข่งขันโคลงคู่ที่หลินจือไป๋ไปเข้าร่วมเช่นกัน
แม้ว่าหลังจากดูจบแล้วจะไม่ได้พูดอะไร แต่เลขาจินก็เชื่อว่าในสายตาหลินเจามู่ เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นแต้มบวกให้หลินจือไป๋ทั้งสิ้น
“เขาทำผลงานได้ดีขนาดนี้ ในฐานะที่ฉันเป็นปู่ ก็ควรต้องแสดงอะไรบ้างแล้ว”
ปลายนิ้วของหลินเจามู่เคาะโต๊ะเบาๆ “งั้นก็ให้เขาส่งคำตอบล่วงหน้าเลยแล้วกัน สำนักพิมพ์เสินฮว่ามอบให้เขาดูแล ฉันวางใจได้แล้ว”
“คุณหมายความว่า?”
“โอนหุ้นทั้งหมดของสำนักพิมพ์เสินฮว่าให้กับหลินจือไป๋”
หลินเจามู่พูดแบบนั้น เดิมทีเรื่องนี้จะเริ่มสรุปปลายปี แต่เพราะผลงานของหลินจือไป๋ยอดเยี่ยมเกินไป ดีเสียจนไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงสิ้นปีเลย!
…
สองวันต่อมา
หลินจือไป๋ได้พบเลขาจินที่สำนักพิมพ์เสินฮว่า
“โอนทั้งหมดให้ผมจริงๆ เหรอครับ?”
“เซ็นเรียบร้อยแล้ว จากนี้สำนักพิมพ์เสินฮว่าเป็นของคุณครับ”
เลขาจินยิ้มกว้างดวงตาหยี พลางชี้ให้หลินจือไป๋เซ็นชื่อในสัญญาฉบับหนึ่ง เพื่อดำเนินการเปลี่ยนตัวนิติบุคคลให้เสร็จสิ้น
“คุณปู่นี่ใจกว้างจริงๆ นะครับ”
หลินจือไป๋ยิ้มน้อยๆ ก่อนเซ็นชื่ออย่างไม่ลังเล กลายเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดของสำนักพิมพ์แห่งนี้ทันที
สำนักพิมพ์แห่งนี้เขาไม่ได้รับมามือเปล่า อย่างไรก็ทุ่มเททั้งแรงใจแรงกายไปไม่น้อย ทั้งเว็บนิยาย ทั้งหนังสือเสียง ทั้งแนวคิดที่ให้ดาราออกหนังสือ
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไอเดียทองคำทั้งนั้น!
และเมื่อหลินจือไป๋เซ็นชื่ออย่างเป็นทางการต่อหน้าทีมทนาย
สำนักพิมพ์เสินฮว่าก็กลายเป็นทรัพย์สินที่หลินจือไป๋ถือหุ้นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ในนามส่วนตัวทันที!
ต่อไปหลินจือไป๋คงไม่ใช่ประธานสำนักพิมพ์เสินฮว่าอีกแล้ว
เขาได้เลื่อนขั้น!
กลายเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์เสินฮว่าอย่างสมบูรณ์!
แต่การที่ปู่ยกให้กะทันหันแบบนี้ก็ทำให้หลินจือไป๋อดคิดมากไม่ได้
หรือว่าสุขภาพปู่จะไม่ไหวแล้วจริงๆ?
เพราะแต่ไหนแต่ไรมาปู่เป็นคนที่ชอบควบคุมทุกอย่าง ตนน่าจะเป็นคนแรกของตระกูลหลินที่ได้รับสืบทอดกิจการบางส่วนอย่างเป็นทางการ
“ขอแสดงความยินดีกับคุณชายเสี่ยวไป๋ครับ!”
เลขาจินพูดพร้อมรอยยิ้ม “ขออนุญาตเตือนด้วยความหวังดีนะครับ โปรดระวังบรรดาลุงๆ ที่ไม่ค่อยอยู่นิ่งไว้ด้วยนะครับ”
“ผมเข้าใจครับ”
หลินจือไป๋เดินไปส่งเลขาจิน
เมื่อหันกลับมา หลินจือไป๋ก็เห็นผู้บริหารระดับสูงทั้งหมดของสำนักพิมพ์เสินฮว่ากำลังจ้องมาที่เขาด้วยแววตาซับซ้อน
“ขอแสดงความยินดีด้วยครับท่านประธาน!”
บรรดาผู้บริหารเอ่ยขึ้นพร้อมกันเป็นเสียงเดียว
เริ่นเจียชุนยิ้มแล้วพูดว่า “ควรเปลี่ยนคำเรียกเป็นเถ้าแก่แล้วนะครับ”
“ขอแสดงความยินดีด้วยกับเถ้าแก่ครับ!”
การเปลี่ยนคำเรียกครั้งนี้ หมายความว่าทุกคนต่างเข้าใจดีแล้วว่า จากนี้ไปพวกเขาไม่ได้ทำงานให้เสินฮว่ากรุ๊ปอีก
แต่ทำงานให้กับหลินจือไป๋โดยตรง!
หลินจือไป๋โบกมือพลางพูดว่า “ทุกคนตั้งใจทำงานต่อไปก็พอครับ”
หลังจากได้ครอบครองสำนักพิมพ์เสินฮว่าอย่างเป็นทางการ เขาก็ไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อะไร คนที่ไม่เชื่อฟังในบริษัทได้ถูกจัดการออกไปหมดแล้ว
เมื่อทำให้เหล่าผู้บริหารระดับกลางและสูงสบายใจ หลินจือไป๋ก็โทรหาเจียงเฉิง
เมื่อเจียงเฉิงรู้ข่าวก็ตื่นเต้นตกใจ กล่าวว่า “ตอนนี้มูลค่าสำนักพิมพ์เสินฮว่าไม่น้อยเลยนะครับ แบบนี้เจ้านายก็กลายเป็นมหาเศรษฐีแสนล้านแล้วสิครับ”
“ผมยังอยากเปลี่ยนชื่อเป็นสำนักพิมพ์คุนเผิงอยู่เลย…”
หลินจือไป๋บ่น แต่ก็แค่พูดไปอย่างนั้น เขามีสิทธิ์เปลี่ยนชื่อก็จริง แต่ไม่อาจทำได้จริงๆ
รอบนี้แต้มทักษะได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยเลย
เมื่อหลินจือไป๋ครอบครองสำนักพิมพ์เสินฮว่าได้ ระบบก็แจ้งทันทีว่าเขาได้รับแต้มทักษะเพิ่มถึงสามสิบแต้ม!
เรียกได้ว่ารวยข้ามคืน!
แต่ก็เข้าใจได้ อย่างไรสำนักพิมพ์เสินฮว่าทั้งบริษัทก็มีมูลค่ามหาศาลขนาดนี้ หลินจือไป๋ยังรู้สึกเลยว่า รางวัลแค่สามสิบแต้มที่ระบบให้มานั้นดูจะขี้เหนียวไปหน่อยด้วยซ้ำ!
………………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 275-2 กลายเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์เสินฮว่า! (2)"
MANGA DISCUSSION
Leave a Reply Cancel reply
This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.
Ri
ตอนหลังๆเหมือนตอนต้นของตอนมาไม่ครบนะคะ