ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 283 หลินกง หลินเฟิ่ง รวมตัว
หลินจือไป๋ ถ้าจะถามว่ามีข่าวอะไรบ้างในช่วงนี้ คำตอบก็คงเป็นสงครามแห่งศตวรรษในวงการเพลงจินโจวที่เกิดจากรายการ ‘ศิษย์ครู’ และ ‘The Voice’ อย่างแน่นอน!
ตอนแรกทุกคนยังคงถกเถียงกันว่าท้ายที่สุดแล้วรายการไหนจะแพ้หรือชนะ ถกไปถกมาทิศทางก็ผันเปลี่ยน หรือจะพูดว่าซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าแปดคนเข้ามารวมตะลุมบอนกันขนาดนี้ แฟนๆ ที่เกี่ยวข้องก็ชักจะเยอะเกินไปแล้ว!
และด้วยเหตุนี้แฟนคลับของเหล่าราชาราชินีเพลงได้เริ่มปะทะกันไปก่อนแล้ว สงครามครั้งแรกปะทุขึ้นระหว่างแฟนคลับของราชาเพลงทั้งสองคนคือ จางซีหยาง และ จางอวิ๋นซั่ง
เพราะเหตุการณ์ “ศึกสองจาง” ในงานตรุษจีนของปีนี้ แฟนๆ ทั้งสองฝ่ายได้กลายเป็นศัตรูกันอย่างสมบูรณ์ตอนนี้
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งปีแล้ว ความบาดหมางก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย แต่ในการต่อสู้แห่งศตวรรษในวงการเพลงครั้งนี้ จางอวิ๋นซั่ง และ จางซีหยาง แยกกันอยู่คนละฝ่าย…
นั่นก็ย่อมหมายความว่า เจอกันที่ไหนเป็นได้ปะทะกันที่นั่น ผลปรากฏว่าในระหว่างที่กำลังปะทะกันนั้นก็มีคนวงในออกมาเปิดเผยข่าว!
ผู้เปิดเผยข่าวชื่อ หลีเหวย คนคนนี้ได้ชื่อว่าเป็น ‘ราชาปาปารัสซี่’ แห่งฉินโจว มีข้อมูลอยู่ในมือมากมาย วันนี้เขาได้เผยแพร่บทความชิ้นหนึ่งชื่อบทความว่า ‘ความบาดหมางและความรักในสงครามแห่งศตวรรษของวงการเพลงฉินโจว’
เนื้อหายาวพอสมควร
‘พวกคุณคิดว่าการประลองรายการวาไรตี้ระดับท็อปสองรายการนี้เป็นแค่เรื่องบาดหมางระหว่าง จางซีหยาง กับ จางอวิ๋นซั่ง เท่านั้นเหรอ?
อันที่จริงเรื่องราวซับซ้อนกว่าที่พวกคุณคิดไว้มาก
สงครามระหว่างคุนเผิงกับเว็บไซต์วิดีโอเสินฮว่า แท้จริงแล้วคือสงครามระหว่าง หลินจือไป๋ หรือก็คือ ไปตี้ กับ หลินเฟิ่ง
บางคนอาจจะไม่รู้ว่า หลินเฟิ่ง คือใคร เธอคือลูกสาวของ หลินเชี่ย ลูกชายคนที่สองของ หลินเจามู่ (ผู้นำสูงสุดของเว็บไซต์วิดีโอเสินฮว่าและสถานีโทรทัศน์เสินฮว่า)!
ในขณะเดียวกัน หลินเฟิ่ง ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของ หลินจือไป๋ ด้วย เพียงแต่ย่าของทั้งสองคนไม่ใช่คนเดียวกัน (หลินเจามู่มีภรรยาสองคน)
ดังนั้นเข้าใจแล้วสินะว่าสงครามรายการวาไรตี้ทั้งสองนี้มีต้นกำเนิดมาจากความบาดหมางของครอบครัวใหญ่ภายในตระกูลหลิน เพราะเป็นความบาดหมางภายในตระกูลหลิน ทุกคนจึงได้เห็นว่าสถานการณ์สับสนวุ่นวายขนาดนี้ ราชาราชินีเพลงทั้งห้าคนของเสินฮว่าลงสนามทั้งหมดแต่กลับแยกข้างกัน…
ทว่าความสัมพันธ์ของราชาราชินีเพลงทั้งสองฝ่ายนี้ อันที่จริงซับซ้อนกว่าที่ทุกคนคิดไว้มาก
จางซีหยาง ในฝ่ายไปตี้ ปะทะ จางอวิ๋นซั่ง ในฝ่ายหลินเฟิ่ง คงไม่ต้องให้ผมพูดถึง ทั้งสองคนนี้มีเรื่องบาดหมางกันรุนแรงเพราะเหตุการณ์ในงานตรุษจีน
ฉินเลี่ยน ซึ่งอยู่ฝ่ายไปตี้ ก็มีความสัมพันธ์ไม่ดีกับ เฉินอี่ ในฝ่ายหลินเฟิ่ง ทั้งสองคนเป็นคู่แข่งกันแบบที่มีฉันต้องไม่มีเธอ (การเปิดศึกของดาราหญิงนั้นโหดเหี้ยมกว่าดาราชายมาก)
จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ยังมีคู่รักอยู่ฝ่ายละคู่
ฝั่งไปตี้นั้น อันที่จริง โจวหานจิ้น กับ หลี่เชียว เป็นแฟนกัน (ทั้งคู่อยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้ว อาจจะกำลังพิจารณาเรื่องการแต่งงานและจดทะเบียนสมรส)
ส่วนฝั่งหลินเฟิ่ง จุเหวินจวี๋ กับ เฉาเยว่ ก็เป็นคู่รักกัน โดยจดทะเบียนสมรสและปกปิดเรื่องการแต่งงานไว้
นอกจากนี้ จุเหวินจวี๋ กับ จางซีหยาง ก็มีความสัมพันธ์ไม่ดีเหมือนกัน เพราะการที่ จางซีหยาง กลายเป็นราชาเพลงได้ทำลายสมรภูมิการปะทะระหว่าง จุเหวินจวี๋ กับ จางอวิ๋นซั่ง
ดังนั้นราชาเพลงอาวุโสสองคนของเสินฮว่าจึงต้องการร่วมมือกันเพื่อปราบราชาเพลงใหม่อย่าง จางซีหยาง…’
หลีเหวย ปาปารัสซี่ กล่าวไว้มากมายในบทความ โดยรวมแล้วความน่าเชื่อถือยังคงสูงมาก เพราะหลายเรื่องมีข่าวลือมานานแล้ว และบางเรื่องแค่เอามาเชื่อมโยงกับความเป็นจริงก็จะเห็นร่องรอยได้ชัดเจน
อีกอย่าง หลีเหวย ก็เป็นราชาแห่งการเปิดเผยข่าวมาตลอด ความจริงของเนื้อหาที่เขาเปิดเผยค่อนข้างได้รับการยอมรับจากสาธารณชน เขาเคยเปิดเผยข่าวฉาวที่น่าตกตะลึงของดาราดังหลายคน จนถึงขั้นทำลายอนาคตของศิลปินบางคนเลยด้วยซ้ำ…
ชาวเน็ตพากันเสพข่าวอย่างบ้าคลั่ง กินแทบจะอิ่มจนเรอออกมาแล้ว ทุกคนไม่คาดคิดเลยว่าความบาดหมางและความรักที่อยู่เบื้องหลังรายการวาไรตี้ทั้งสองจะซับซ้อนขนาดนี้!
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ไม่คิดเลยว่าสาเหตุของสงครามครั้งนี้จะมาจากความขัดแย้งภายในครอบครัวระหว่าง ไปตี้ กับ หลินเฟิ่ง ลูกพี่ลูกน้องของเขา ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในทันที!
เจียงเฉิง รีบโทรศัพท์หา หลินจือไป๋ ถามว่าจะให้หลีเหวยหุบปากหรือไม่ คุนเผิงมีความสามารถที่จะระงับข่าวและมีคุณสมบัติที่จะทำให้หลีเหวยปิดปากได้ แม้จะต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายเล็กน้อยก็ตาม
“ไม่ต้องครับ”
หลินจือไป๋ ไม่ต้องการระงับการเปิดเผยข่าวนี้ ถึงให้ทุกคนรู้ว่านี่เป็นความขัดแย้งระหว่างเขากับหลินเฟิ่งก็ไม่เป็นไร
แม้ตอนนี้บนอินเทอร์เน็ตจะมีคนคาดเดามากมาย บ้างก็ว่าทั้งหมดเป็นเพราะ ไปตี้ และทายาทตระกูลหลินอย่าง หลินเฟิ่ง กำลังแย่งชิงทรัพย์สมบัติของตระกูล
ทั้งราชาราชินีเพลงและซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าที่ดูเหมือนจะเก่งกาจ แท้จริงแล้วเป็นเพียงหมากของตระกูลมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง บลาๆๆ
ในฐานะหลานชายคนเล็กสุดของหลินเจามู่ ไม่ช้าก็เร็ว หลินจือไป๋ จะต้องถูกลากเข้าไปในกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทำนองนี้อยู่ดี ถึงอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่เรื่องอื้อฉาว อย่าว่าแต่ตระกูลใหญ่เลย แม้แต่ญาติของครอบครัวธรรมดาก็ยังมีความขัดแย้งกัน
“ได้ครับ”
เจียงเฉิงยิ้มกล่าว “ผมดูการพูดคุยของพวกชาวเน็ตแล้ว ภาพลักษณ์ของไปตี้ไม่ได้รับผลกระทบ ทุกคนยังสนใจกับการเสพข่าวอยู่ครับ”
“อืม แล้วเรื่องโฆษณาผู้สนับสนุนถึงไหนแล้วครับ?”
หลังจากที่รายการ ‘The Voice’ ของคุนเผิงก่อตั้ง แค่เชิญโค้ชสี่คนก็ใช้เงินไปกว่าหนึ่งร้อยล้านแล้ว รวมกับค่าใช้จ่ายในการผลิตต่างๆ คาดว่าต้นทุนรวมจะอยู่ที่ประมาณสองร้อยล้าน
จึงจำเป็นต้องหาโฆษณาผู้สนับสนุนให้ได้มากๆ เพื่อเอาทุนคืน คาดว่าหลินเฟิ่งก็คงต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน เพราะรายการของหลินเฟิ่งมีแนวโน้มสูงที่ต้นทุนจะสูงกว่า
เธอไม่เหมือน หลินจือไป๋ ที่มีความสัมพันธ์อย่างซูอานและไปตี้ ทำให้โค้ชทั้งสี่คนยอมรับค่าตัวในราคามิตรภาพในที่สุด
“กำลังติดต่ออยู่ครับ”
เจียงเฉิงกล่าวว่า “แบรนด์หลายเจ้าที่เคยร่วมงานกับรายการวาไรตี้ของคุนเผิงมาก่อน ต่างก็สนใจรายการของเราไม่น้อยเลยครับ”
“ดีครับ”
สถานการณ์ใหญ่โตจริงๆ ตอนนี้ หลินจือไป๋ เลยทุ่มความสนใจให้กับรายการ ‘The Voice’ มากเป็นพิเศษ
“แล้วผมก็เปิดรับสมัครรอบออดิชันไปแล้วด้วยครับ”
เจียงเฉิงกล่าวอย่างลังเลว่า “พวกเราแน่ใจว่าจะไม่หาเด็กฝึกมาเพิ่มคุณภาพเฉลี่ยของผู้เข้าแข่งขัน แต่จะเปิดออดิชันแบบไร้ข้อจำกัดเลยเหรอครับ รายการประกวดร้องเพลงแบบนี้ไม่ได้อยู่ที่โค้ชอย่างเดียวนะครับ แต่อยู่ที่ฝีมือของผู้เข้าแข่งขันด้วย”
“ทำตามที่ผมบอกเถอะครับ”
หลินจือไป๋ เน้นย้ำ “รายการของเราเป็นรายการที่ฟังแต่เสียง”
เจียงเฉิงพยักหน้า “แต่ผมต้องเตือนเจ้านายนะครับว่าทาง ‘ศิษย์ครู’ ก็กำลังออดิชันอยู่เหมือนกัน แต่พวกเขาได้หาเด็กฝึกมาบ้างแล้ว แถมมาตรฐานการคัดเลือกยังอ้างอิงถึงปัจจัยต่างๆ อย่างรูปลักษณ์ภายนอกของผู้เข้าแข่งขันด้วย ถ้าพวกเราฟังแต่เสียงอย่างเดียว บางคนร้องเพลงได้ดีมากก็จริง แต่รูปลักษณ์ภายนอกของผู้เข้าแข่งขันก็ยากที่จะดึงดูดผู้ชมนะครับ…”
“ผมบอกแล้ว”
หลินจือไป๋ เน้นย้ำอีกครั้งว่า “ไม่ดูอายุ ไม่ดูหน้าตา ไม่ดูว่าพื้นเพเป็นยังไง ต่อให้เป็นบ้าอายุห้าสิบขอแค่ร้องเพลงได้ดีพอก็ให้เข้ามาเลย ผมจะคอยจับตาดูนะ ถ้ารอบออดิชันมีผู้เข้าแข่งขันที่ร้องเพลงไม่ดีพอ นั่นถือเป็นความบกพร่องในหน้าที่ของพี่”
“เข้าใจครับ”
เมื่อเห็น หลินจือไป๋ พูดอย่างจริงจัง เจียงเฉิงก็พยักหน้าอย่างจริงจัง ตั้งใจจะทำตามแนวคิดของเจ้านายให้ถึงที่สุด
อีกด้านหนึ่ง หลินเฟิ่ง และ หลินกง มารวมตัวกัน
“พี่กง ครั้งนี้พี่ต้องช่วยฉันนะ ช่วยฉันก็เหมือนช่วยตัวพี่เอง พวกเรามาร่วมมือกันจัดการ หลินจือไป๋ เถอะ”
“ให้ตายสิ เธอมาขอเงินสองร้อยล้านจากฉันเนี่ยนะ!”
หลินกงกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “แบรนด์ต่างๆ ภายใต้การดูแลของฉัน รวมกันยังหาค่าโฆษณาผู้สนับสนุนสองร้อยล้านไม่ได้เลย!”
หลินเฟิ่งกำลังหาผู้สนับสนุนโฆษณาให้กับรายการ สิ่งแรกที่เธอนึกถึงคือการมาหาหลินกง เพราะหลินกงดูแลเรื่องแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มหลายแบรนด์ภายใต้เสินฮว่ากรุ๊ป ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ใหญ่ๆ
ตราบใดที่หลินกงยินดีเซ็นชื่อเพื่อให้แบรนด์ภายใต้เสินฮว่ากรุ๊ปเหล่านี้สนับสนุนรายการ ‘ศิษย์ครู’ ในการโฆษณา หลินเฟิ่งก็จะสามารถคืนทุนได้ไม่น้อยในคราวเดียว
“พี่อย่ามาทำเป็นจนกับฉันหน่อยเลย”
หลินเฟิ่งเบะปาก “ถ้าพี่ไม่สนับสนุนฉันแล้วพี่จะไปสนับสนุนรายการของ หลินจือไป๋ เหรอ?”
หลินกงกล่าวว่า “นั่นเป็นรายการของคุนเผิง ไม่ใช่ของ หลินจือไป๋ หลินจือไป๋ นะเป็นแค่คนเดินเรื่องอยู่เบื้องหลังเท่านั้น”
“คุนเผิง?”
หลินเฟิ่งหัวเราะ “เท่าที่ฉันรู้ แบรนด์ที่พี่ดูแลหลายแบรนด์ผลโฆษณาย่ำแย่ติดๆ กัน ก็เพราะคุนเผิงคอยช่วยวางแผนโฆษณาให้กับคู่แข่งของพี่ ตอนนี้พี่ไม่อยากแก้แค้นเหรอ? มาเป็นสปอนเซอร์รายการของฉันสิ รับรองว่าไม่มีทางขาดทุนแน่!”
“รับรองว่าไม่ขาดทุนเหรอ?”
“‘ศิษย์ครู’ ของฉันมีโค้ชซูเปอร์สตาร์ตั้งสี่คน นักวางแผนรายการก็เป็นคนที่เก่งกาจ แถมยังมีเสินฮว่าเป็นแหล่งสนับสนุน รายการนี้ขอแค่ได้ออกอากาศก็ต้องดังระเบิดแน่!”
“แต่คู่แข่งคือคุนเผิงนะ!”
หลินกงลังเลเล็กน้อย หลินเฟิ่งกล่าวอย่างเหยียดหยาม “คุนเผิงเก่งก็จริง แต่พวกเขาผลิตรายการวาไรตี้ด้วยตัวเองครั้งแรกคงไม่ราบรื่นขนาดนั้นหรอก ก่อนหน้านี้รายการวาไรตี้ของคุนเผิงส่วนใหญ่ก็มักจะทำแค่แผนงานแล้วให้สามค่ายใหญ่รับผิดชอบเนื้อหาที่เหลือนี่นา”
“หนึ่งร้อยล้าน ฉันต้องการให้หาแบรนด์มาเป็นผู้สนับสนุนหลัก!”
หลินกงเริ่มใจอ่อน เขากับลูกน้องเคยประชุมวิเคราะห์รายการ ‘ศิษย์ครู’ นี่แล้ว และเห็นว่าสามารถจะดังระเบิดได้ไม่น้อยไปกว่า ‘The Voice’ เลย กระทั่งได้เปรียบเล็กน้อยด้วยซ้ำ
เพราะคุนเผิงผลิตรายการวาไรตี้ด้วยตัวเองครั้งแรกไม่มีประสบการณ์ใดๆ สักนิด ไม่แน่อาจจะทำผิดพลาดตรงไหนแล้วพังทั้งกระดานเลยก็ได้
“หนึ่งร้อยล้านมันน้อยเกินไป ฉันต้องการสองร้อยล้าน พี่ตัดราคาลงตั้งครึ่งหนึ่งเลยนะ!”
หลินเฟิ่งกล่าวอย่างโมโห “ฉันขอให้พี่มาช่วยฉันนะ ไม่ใช่ให้มาเอาเปรียบฉัน พี่คิดว่าฉันหาโฆษณาไม่ได้จริงๆ เหรอ? ไม่ใช่เพราะจะร่วมมือกับพี่จัดการ หลินจือไป๋ หรือไง?”
“อย่าโกรธสิ ฉันขอคิดดูก่อน”
หลินกงรู้ว่ารายการของหลินเฟิ่งนี้ไม่ขาดแคลนผู้สนับสนุนโฆษณา ต่อให้เขาไม่ช่วยเธอก็สามารถหาเงินได้ไม่น้อย…
เพียงแต่เขาสามารถให้ราคาได้สูงที่สุด หลินเฟิ่งก็เลยรีบติดต่อมาหาตน ทั้งสองฝ่ายต่อรองกันอีกครั้ง
สุดท้ายหลินกงกล่าวว่า “งั้นก็หาจุดกึ่งกลางแล้วกัน พวกเราถอยคนละก้าว ฉันจ่ายให้หนึ่งร้อยห้าสิบล้าน!”
“ตกลง!”
หลินเฟิ่งเผยรอยยิ้ม หลินกงขยับเข้ามาใกล้แล้วลดเสียงลง “บอกฉันมาตามตรง ต้นทุนของเธอเท่าไหร่กันแน่?”
หลินเฟิ่งถอนหายใจ “สามร้อยล้านนิดๆ”
“สูงขนาดนั้นเลย!” หลินกงขมวดคิ้วกล่าว “ไม่น่าใช่มั้ง?”
หลินเฟิ่งพูดถึงเรื่องนี้ก็โมโห “แผนกรายการวาไรตี้ของเสินฮว่าเอนเตอร์เทนเมนต์นะ หลินเซิ่งเทียน เป็นคนดูแล ว่ากันตามหลักแล้วก็เป็นแผนกของเสินฮว่า เขาน่าจะอำนวยความสะดวกให้ฉันหน่อยสิ แต่ไอ้สารเลวนั่นกลับจ้องเล่นงานฉันตลอด ฉันไม่ได้ราคาคนกันเอง ถ้าหลินเป้ายังอยู่แผนกวาไรตี้ก็คงดี…”
“ที่แท้ก็เป็น หลินเซิ่งเทียน ที่ก่อเรื่อง”
หลินกงเยาะเย้ย “มันช่วยน้องชายมันเล่นงานเราอยู่ไง เมื่อก่อนมีแต่พวกเราที่เล่นงานพวกนั้น ตอนนี้กลับกันแล้ว”
ชะงักไปครู่หนึ่งหลินกงก็กัดฟันกล่าว “ฉันไม่สนว่าจะยังไง รายการของเธอต้องห้ามผิดพลาดเด็ดขาด ตอนนี้พวกเราเป็นตั๊กแตนที่อยู่บนเชือกเส้นเดียวกันแล้ว!”
หลินกงยอมเสี่ยง ถ้ารายการนี้ดัง หลินเฟิ่ง กับ หลินกง ย่อมยินดีปรีดา แต่ถ้ารายการนี้เจ๊ง หลินกงก็ต้องซวยตามหลินเฟิ่งไปด้วย ค่าโฆษณาผู้สนับสนุนหนึ่งร้อยห้าสิบล้านไม่ใช่น้อยๆ เลย!
โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ผลประกอบการของแบรนด์ใหญ่ๆ ที่หลินกงรับผิดชอบยังคงตกต่ำอย่างต่อเนื่องในปีนี้ เขาต้องให้รายการนี้ดังระเบิดเท่านั้นถึงจะสามารถกอบกู้ยอดขายผลิตภัณฑ์ที่เขารับผิดชอบได้
“วางใจเถอะค่ะ! ถ้ารายการนี้จบเห่ ฉันเองก็จบเห่เหมือนกัน”
จากนั้นหลินเฟิ่งกล่าวอย่างภาคภูมิเล็กน้อยว่า “ฉันจะบอกความลับเล็กๆ ให้พี่รู้นะ คุนเผิงกำลังจัดรอบออดิชันอยู่ แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าผู้เข้าแข่งขันที่ดีจริงๆ ถูก ‘ศิษย์ครู’ ของพวกเราชิงตัวไปหมดแล้ว ดาวเด่นและดาวรุ่งจากวิทยาลัยดนตรีใหญ่ๆ ในฉินโจวเกือบทั้งหมดถูกฉันรวบรวมมาหมดแล้ว คิดจริงๆ เหรอว่ารายการวาไรตี้มันอยู่ที่โค้ชทั้งหมดน่ะ ความสำคัญของผู้เข้าแข่งขันก็ไม่น้อยไปกว่าโค้ชเลยนะ!”
“ไม่เลวนี่”
หลินกงหัวเราะ “เธอต้องรีบลงมือให้เร็วกว่านี้หน่อย พวกหนุ่มหล่อสาวสวยวัยรุ่นเหมามาให้หมด ส่วนพวกหน้าตาไม่ดีก็ปล่อยไว้ให้พวกมันแล้วกัน!”