ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 323 ภาพเดินพรมแดงของไปตี้และหลินเจามู่!
สัญญาณถ่ายทอดสดงานเลี้ยงการกุศลจะเชื่อมต่อเมื่อเริ่มงานประมูลการกุศลอย่างเป็นทางการ ช่วงเดินพรมแดงไม่มีการถ่ายทอดสด แต่หน้างานมีนักข่าวสื่อมวลชนจากทั่วโลก ในความหมายหนึ่งก็ไม่ต่างจากการถ่ายทอดสดเลย
และบนพรมแดงในขณะนี้ หลินจือไป๋กำลังเข็นรถเข็นคันหนึ่งไปข้างหน้า คุณปู่หลินเจามู่นั่งอยู่บนรถเข็นด้วยมาดของผู้ยิ่งใหญ่
การโบกมืออย่างไม่ใส่ใจและยิ้มพอเป็นพิธีของหลินเจามู ท่าทางง่ายๆ เพียงไม่กี่ท่า ก็พาให้นักข่าวนับไม่ถ้วนต่างแย่งกันถ่ายภาพ แน่นอนว่าเหล่าช่างภาพก็ไม่ลืมที่จะถ่ายหลินจือไป๋ให้อยู่ในเฟรมเดียวกันด้วย
หลินจือไป๋: นี่คือที่ปู่บอกว่าเดินพรมแดงด้วยกันเหรอ?
เห็นชัดๆ ว่ามีแค่ตนที่เดินพรมแดง ปู่แค่นั่งบนรถเข็นรอให้ตนเข็นเท่านั้น และที่ปู่นั่งรถเข็นไม่ใช่เพราะจำเป็น เห็นชัดๆ ว่าก่อนเดินพรมแดง หลินเจามูยังเดินเหินได้คล่องแคล่วอยู่เลย หลินจือไป๋ก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการจะสับขาหลอกใคร แต่ภาพปู่หลานคู่นี้ที่อยู่ในเฟรมเดียวกัน ได้สร้างผลกระทบต่อมวลชนไม่น้อยเลยจริงๆ
แชะ! แชะ แชะ!
ต่อให้เป็นเหล่าซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าเหล่านั้น แรงดึงดูดที่มีต่อนักข่าวก็ยังสู้หลินจือไป๋กับหลินเจามูไม่ได้ สื่อมวลชนต่างถ่ายภาพหลินจือไป๋เข็นรถเข็นของคุณปู่หลินเจามูเดินบนพรมแดงงานเลี้ยงการกุศลกันอย่างบ้าคลั่ง
สัญญาณที่แฝงอยู่ในฉากนี้ นักข่าวในงานจำนวนมากต่างก็รับรู้ได้แล้ว! โดยเฉพาะนักข่าวจากสื่อยักษ์ใหญ่ต่างๆ ของฉินโจว ในเวลานี้ต่างก็พยายามข่มความตื่นเต้นและถกเถียงกัน
“ไปตี้เดินพรมแดงพร้อมกับหลินเจามู!”
“คงไม่ใช่ความหมายแบบที่ผมคิดหรอกใช่ไหม!?”
“นี่เป็นครั้งแรกที่หลินเจามูพาผู้น้อยในครอบครัวมาร่วมกิจกรรมสาธารณะเลยนะ!”
“เกรงว่าไปตี้จะเป็นผู้สืบทอดเสินฮวากรุ๊ปที่ผู้เฒ่าหลินหมายตาไว้ซะแล้ว!”
“ต่อให้ยังไม่ตัดสินใจ หลินเจามูก็ต้องมีความคิดเชิงนี้อยู่แน่ ไม่งั้นเขาคงไม่ส่งสัญญาณแบบนี้ออกมาหรอก!”
“จักรพรรดิแห่งวงการบันเทิงฉินโจวคนนี้ คิดจะส่งต่อตำแหน่งข้ามรุ่นสินะ!”
“ไปตี้ปีนี้เพิ่งจะอายุ 20 เองสินะ?”
“แต่ไปตี้ก็เป็นหลานที่ยอดเยี่ยมที่สุดของหลินเจามูจริงๆ แหละ!”
“หลินเจามูทำแบบนี้ คิดจะปั้นหลานชายคนนี้ด้วยตัวเองชัดๆ เลย!”
ฟึบฟึบฟึบ!
ภาพพรมแดงงานเลี้ยงการกุศลแพร่กระจายไปทั่วโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ภาพเดินพรมแดงของซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าอย่างโจวหานจินและจางซีหยางเป็นที่ถกเถียงกันในระดับสูงมาก แต่ที่ดึงดูดสายตาที่สุดก็ยังคงเป็นภาพที่ไปตี้เข็นรถเข็นให้คุณปู่หลินเจามูเดินพรมแดงอยู่ดี!
ก่อให้เกิดการถกเถียงกันสนั่นทั่วโลกออนไลน์!
‘ชายชราบนรถเข็นคนนั้นคือหลินเจามูสินะ?’
‘ใช่ ปู่ของไปตี้ ประธานกรรมการเสินฮวากรุ๊ป!’
‘งั้นนี่หลินเจามูก็กำลังแสดงจุดยืนว่าจะส่งต่อตำแหน่งใหญ่ให้ไปตี้เหรอ!?’
‘ไม่ผิดแน่! ข่าวก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ปกติหลินเจามูไม่เคยพาผู้น้อยไปร่วมงานด้วย!’
‘ไปตี้เป็นหลานชายคนแรกที่ได้ร่วมงานแบบนี้กับเขา ลูกชายกี่คนของเขาก็ยังไม่ได้รับสิทธิพิเศษแบบนี้เลย!’
‘ให้ตายสิ! ดูท่าข่าวลือจะเป็นจริง! ไปตี้เป็นหลานชายคนเล็กที่หลินเจามูรักที่สุด วันหน้าน่าจะได้สืบทอดตำแหน่งของผูเฒ่าท่านนี้แล้วละ!’
ในขณะเดียวกัน ภาพถ่ายใบนี้ก็กระตุ้นไปถึงวงการบันเทิงฉินโจวแล้ว! วงการเพลงตื่นตะลึง! วงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ตื่นตะลึง! คนทำงานในวงการบันเทิงฉินโจวทุกคนต่างก็ตื่นตะลึง!
‘พระเจ้าช่วย! สัญญาณนี้!’
‘นี่ไปตี้ก็จะกลายเป็นหลานรัชทายาทของเสินฮวากรุ๊ปแล้ว!’
‘ประเด็นคือไม่มีรัชทายาท แต่มีหลานรัชทายาทเลยเนี่ย’
‘พ่อของไปตี้แล้วก็ลุงๆ ของเขายังไม่ได้รับสิทธิพิเศษแบบนี้เลยนะ!’
‘เชี้ย! ก่อนหน้านี้ที่ไปตี้สืบทอดสำนักพิมพ์เสินฮวา ฉันก็เห็นสัญญาณนี้แล้ว แต่วันนี้ปล่อยสัญญาณชัดเจนกว่าเดิมอีก!’
‘ฉากนี้น่าจะทำเพื่อให้คนทั้งเสินฮวากรุ๊ปดู ให้ทุกคนได้รับรู้ว่าใครคือจักรพรรดิในอนาคต’
อีกด้านหนึ่ง บ้านลุงใหญ่ วุ่นวายโกลาหล!
“ปู่หมายความว่ายังไง! เขาแก่จนเลอะเลือนไปแล้วหรือเปล่า!”
“บ้านเราต่างหากที่เป็นลูกชายคนโต! จะไปเลือกหลินจือไป๋ได้ยังไงกัน!”
“ฉันไม่ยอม! เรื่องนี้จะจัดการแบบนี้ไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด!”
บ้านลุงรอง ระส่ำระสาย! อารมณ์เกรี้ยวกราด!
“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ปู่จะทำกับพวกเราแบบนี้ได้ยังไง”
“ถ้าหลินจือไป๋ขึ้นมามีอำนาจ พวกเราจะยังมีชีวิตที่ดีอยู่อีกเหรอ!”
“เป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า แค่ไปเจอกันในงานเฉยๆ?”
“แกคิดว่าปู่โง่เหรอ! เขาจะไม่รู้เหรอว่าสัญญาณนี้มันอ่อนไหวแค่ไหน! นี่คือการแต่งตั้งหลานรัชทายาทชัดๆ!”
บ้านลุงสาม อากาศเบาบาง! กดดันถึงขีดสุด!
“ทำแบบนี้ได้ยังไง! ทำไมต้องเป็นไอ้เด็กเวรนั่นด้วย!”
“มันไปกรอกน้ำแกงมอมเมาอะไรใส่ปู่กัน!”
“แค่เพราะไปตี้มีพรสวรรค์เหรอ? ทักษะพู่กันไม่เลว ดนตรีไม่เลว บทกวีไม่เลว? มาตรฐานการเลือกผู้สืบทอดคือไอ้ของพรรค์นี้เหรอ!?”
“ไม่ใช่ว่าควรจะดูที่ความสามารถทางธุรกิจก่อนเหรอ ไอ้เด็กเวรนั่นมีความสามารถทางธุรกิจตรงไหนกัน เห็นชัดๆ ว่าบ้านเราถนัดทำธุรกิจที่สุด!”
บ้านหลินจือไป๋ คนทั้งบ้านต่างตกตะลึง หลินซีใจเต้นระรัว
“ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า?”
หลินเชิ่งเทียนเสียงสั่นเครือ “แบบนี้ชัดเจนเลยว่าปู่ถูกใจเสี่ยวเฮยแล้ว!”
แม่ก็กำลังงุนงง “คุณคะ พูดอะไรหน่อยสิ หมายความว่าคุณพ่อต้องการให้ลูกชายเราสืบทอดกิจการใช่ไหม?”
หลินตงตื่นเต้นอย่างที่สุด “ยังต้องให้ผมพูดอะไรอีก ความหมายมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว!”
ความหมายชัดเจนเกินไปแล้ว! ต่อไปเสี่ยวเฮยก็คือหลานรัชทายาทแห่งเสินฮวากรุ๊ป! ถึงแม้ตัวเองจะไม่ใช่รัชทายาท แต่นั่นจะเกี่ยวอะไรล่ะ หลินตงไม่สนใจหรอก เพราะยังไงนั่นก็เป็นลูกชายแท้ๆ ของตนเองอยู่ดี!
แค่ภาพเดินพรมแดงใบเดียว ก็ก่อให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ซัดสาดไปทั่ววงการบันเทิงฉินโจว แน่นอนว่าสัญญาณนี้อาจจะไม่แม่นยำนัก แต่ต่อให้หลินเจามูมีความคิดเพียงเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนเกิดปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรุนแรงได้แล้ว!
และเวลานี้ หลินจือไป๋ได้เดินผ่านพรมแดงเข้าสู่ภายในงานแล้ว นี่คืองานเลี้ยงการกุศล ย่อมต้องมีการรับประทานอาหาร แต่ละคนต่างก็มีที่นั่งของตัวเอง
ที่นั่งของหลินจือไป๋อยู่อีกที่หนึ่ง ดังนั้นเขาจึงไปส่งคุณปู่ที่โซนมหาเศรษฐี แล้วเดินกลับมาหาที่นั่งของตัวเอง
“คุณติดเทรนด์ฮิตแล้วนะครับ” ขณะเดินผ่านโซนดารา จางซีหยางเห็นหลินจือไป๋ก็ยิ้มและทักทาย
หลินจือไป๋ได้ยินดังนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ถึงได้รู้ว่าภาพเดินพรมแดงถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว แต่ตอนที่เดินพรมแดงกับคุณปู่ เขาก็คาดเดาสถานการณ์นี้ไว้แล้ว จึงยิ้มและไม่ได้พูดอะไรมากนัก
แต่กลับรู้สึกว่า สายตาของเหล่าซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าของฉินโจวที่มองมา เริ่มแปลกไปเล็กน้อย
“อาจารย์ไปตี้ครับ!” ข้างๆ มีเสียงทักทายดังขึ้น “ที่นั่งของนายอยู่ตรงนี้”
หลินจือไป๋หันไปมอง เห็นโจวไทและจ้าวหรูกำลังโบกมือเรียกเขาอยู่ที่โต๊ะข้างๆ หลังจากทักทายกันเสร็จ โจวไทก็เป็นฝ่ายแนะนำเพื่อนที่อยู่ข้างกาย
“อาจารย์เฉินหลิงครับ หนึ่งในศิลปินอักษรวิจิตรที่ยอดเยี่ยมที่สุดของฉินโจวเราครับ”
“อาจารย์ไปตี้ ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้วครับ!” เฉินหลิงกระตือรือร้นมาก เขาไปที่บ้านของโจวไท ได้เห็นผลงานพู่กันบทกวีสรรเสริญดอกเหมยของไปตี้มาแล้ว รู้สึกตื่นตะลึงอย่างรุนแรง
“สวัสดีครับ” หลินจือไป๋พยักหน้า
งานประมูลยังไม่เริ่ม ทุกคนกินไปพลางคุยไปพลาง จนกระทั่งพิธีกรขึ้นเวทีประกาศว่า สัญญาณถ่ายทอดสดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว บรรยากาศในงานถึงได้เงียบลงมา
คุณยายจ้าวถามด้วยความอยากรู้ “ของประมูลของอาจารย์ไปตี้คืออะไรเหรอ?”
หลินจือไป๋กล่าว “ของเก่าชิ้นเล็กๆ ครับ”
เฉินหลิงที่อยู่ข้างๆ กล่าวอย่างเสียดาย “งั้นก็น่าเสียดายแย่เลยครับ มีคนไม่น้อยสนใจผลงานพู่กันของอาจารย์ไปตี้นะครับ”
หลินจือไป๋ยิ้ม ชายคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ถามขึ้น “ของประมูลของอาจารย์เฉินหลิงคือผลงานพู่กันเหรอครับ?”
“ใช่ครับ” เฉินหลิงพยักหน้า เขาเป็นศิลปินอักษรวิจิตร มาร่วมกิจกรรมการกุศลแบบนี้ ของที่นำมาประมูลย่อมต้องเป็นผลงานพู่กันอยู่แล้ว
“ผลงานพู่กันของอาจารย์เฉินหลิง วันนี้น่าจะประมูลได้ราคาสูงนะครับ” ทุกคนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
วงการปัญญาชนของฉินโจวนั้นกว้างใหญ่มาก อักษรวิจิตร จิตรกรรม นักเขียน กวี และอื่นๆ ล้วนถือว่าอยู่ในวงการนี้ และเห็นได้ชัดว่าคนกลุ่มนี้มีความสัมพันธ์ค่อนข้างดีกับโจวไทและคุณยายจ้าว ฟังจากการพูดคุยกันก็รู้แล้ว หลินจือไป๋ยังสังเกตเห็นอีกว่า คนเหล่านี้ไม่ใช่คนกลุ่มเดียวกับที่เขาเจอในงานประชุมกวีนิพนธ์
“หวังว่าผลงานของพวกเราจะมีสักชิ้นที่คว้าอันดับหนึ่งมาได้นะคะ” ทันทีที่คุณยายจ้าวเอ่ยปาก ก็ทำให้เหล่าปรมาจารย์ด้านศิลปะที่นั่งอยู่ ต่างเผยสีหน้าคาดหวังออกมา
งานเลี้ยงการกุศลบลูสตาร์ เป็นกิจกรรมที่มีมาตรฐานสูงยิ่ง รวบรวมเอาชนชั้นนำและผู้มีอิทธิพลจากทุกวงการไว้ด้วยกัน และถ่ายทอดสดไปทั่วโลก! มหาเศรษฐี ดารา นักวรรณกรรม ศิลปิน ที่แห่งนี้มีทุกสิ่งที่พึงมี และทุกคนก็ล้วนเป็นยอดฝีมือผู้เป็นเลิศในสาขาของตนเอง
และเมื่อเหล่าหัวกะทิจากสาขาใหญ่ๆ มารวมตัวกัน ย่อมไม่เพียงแค่มาเดินโชว์ตัวเฉยๆ อย่างแน่นอน คนที่ปล่อยวางแบบหลินจือไป๋นั้นมีน้อย คนส่วนใหญ่ที่นั่งอยู่ที่นี่ต่างต้องการคว้าอันดับหนึ่งทั้งนั้น เพราะยังไงนี่ก็เป็นการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก! ผู้ชมทั่วโลกกำลังดูอยู่เชียวนะ!
ยกตัวอย่างจิตรกรในงานก็แล้วกัน หากภาพวาดของใครถูกประมูลไปด้วยราคาสูงเสียดฟ้า ย่อมได้รับความสนใจจากทั่วโลก ทุกคนจะได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของจิตรกรระดับท็อปจากทวีปนั้นๆ!
ศิลปินอักษรวิจิตรก็เช่นเดียวกัน และเมื่อสามปีก่อน งานประมูลการกุศลบลูสตาร์จัดขึ้นที่ฉูโจว ตอนนั้นมีปรมาจารย์ด้านประติมากรรมท่านหนึ่งส่งผลงานประติมากรรมเข้าร่วมประมูลการกุศล สุดท้ายคว้าอันดับหนึ่งไปได้ โดยประมูลจบที่ราคาสูงเสียดฟ้าถึงแปดสิบล้าน! นับตั้งแต่นั้นมา ปรมาจารย์ด้านประติมากรรมท่านนั้นก็กลายเป็น ‘ปรมาจารย์ด้านประติมากรรมอันดับหนึ่งแห่งบลูสตาร์’ ที่ได้รับการยอมรับทั้งในและนอกวงการ!
ด้วยเหตุนี้ ตอนนี้เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในแต่ละวงการถึงได้ให้ความสำคัญกับคำว่า ‘คว้าอันดับหนึ่ง’ กันขนาดนี้! ใครบ้างไม่อยากเป็นเหมือนปรมาจารย์ด้านประติมากรรมท่านนั้นที่คว้าชัยเป็นที่หนึ่งได้สำเร็จ ผนวกกับงานการกุศล จนทำให้ชื่อเสียงพุ่งทะยานขึ้นในชั่วพริบตา กระทั่งกลายเป็นเบอร์หนึ่งของวงการไปเลย!
ยิ่งไปกว่านั้น โอกาสนี้เหล่ามหาเศรษฐีระดับท็อปของบลูสตาร์ต่างก็มารวมตัวกัน! มหาเศรษฐีระดับท็อปเหล่านี้ วันนี้จะต้องใจปล้ำยอมจ่ายหนักอย่างแน่นอน! เพราะนี่คือการกุศล มหาเศรษฐีระดับท็อปก็ต้องอาศัยโอกาสแบบนี้สร้างชื่อเสียงและสะสมบารมี
พวกเศรษฐีนักธุรกิจที่บริจาคเงินมากเป็นพิเศษ ยังจะได้รับฉายา ‘มหาบุรุษใจบุญ’ จากทางการบลูสตาร์อีกด้วย อย่างเช่นซูติ้งปัว ประธานกรรมการเทียนกวงผู้ล่วงลับ เพราะทำการกุศลไว้มาก ทางการยังถึงกับใช้ชื่อของเขาไปตั้งเป็นชื่อดาวเคราะห์ดวงหนึ่งเลย!
ดังนั้นโอกาสจึงหาได้ยากยิ่ง วันนี้เป็นเวลาที่เหล่าเศรษฐียินดีที่จะควักกระเป๋าจ่ายมากที่สุด! สถิติราคาประมูลสูงสุดของผลงานศิลปินร่วมสมัย ล้วนแล้วแต่ถือกำเนิดขึ้นในงานประมูลการกุศลบลูสตาร์มาโดยตลอด!
“ต่อไปผมขอประกาศว่า งานประมูลการกุศลบลูสตาร์ครั้งที่ยี่สิบเอ็ด ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วครับ! ขอเชิญทุกท่านพบกับของประมูลชิ้นแรกในวันนี้อย่างสมเกียรติ ผลงานจากปรมาจารย์จิตรกรแห่งเยี่ยนโจว ภาพ ‘บุปผาสกุณา’ ของอาจารย์เจียงเหยียนครับ…”
บนเวที พิธีกรประกาศการเริ่มต้นงานประมูลการกุศลครั้งนี้อย่างเป็นทางการ!