ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 352 หลัวเยี่ยน: "แบบนี้ก็ยังลากผมมาเกี่ยวได้เหรอ?"
โบราณว่าไว้ยามเจ็บหนักพึ่งหมอไม่เลือกหน้า ตอนนี้หลี่เชียวกำลังมืดแปดด้าน มองว่าทุกคนคือ ‘คนร้าย’ ไปหมด เพราะในบรรดานักร้องชายแห่งวงการเพลงฉินโจว คนที่ทำได้ถึงขนาดนี้ในความทรงจำของเธอมีเพียงหลัวเยี่ยน
ถึงน้ำเสียงจะต่างจากหลัวเยี่ยน และทักษะการร้องที่แสดงออกมาจะสูงกว่าหลัวเยี่ยนมากก็ตาม แต่ใครใช้ให้เธอคิดหาคนอื่นไม่ออกแล้วกันล่ะ?
ณ สถานที่ถ่ายทำ ดนตรีหยุดลงแล้ว การร้องเพลงสิ้นสุดลงแล้ว
ทั่วทั้งฮอลล์เงียบสงัดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงปรบมือจะดังสนั่นหวั่นไหวรุนแรง ผู้ชมแผดเสียงตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
นี่คือเวทีที่ระเบิดพลังออกมาอย่างแท้จริง เทพดาราร้อยลักษณ์ใช้เสียงของหลี่เชียวสร้างความตะลึงให้กับทุกคน ตัวตนของเขาทวีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนขึ้นไปอีก!
“ตกลงเขาคือใครกันแน่!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง?”
“ถ้าเป็นนักร้องหญิง แล้วก่อนหน้านี้เขาเลียนเสียงนักร้องชายมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร… แต่ถ้าเป็นนักร้องชาย จะเลียนเสียงหลี่เชียวออกมาได้ขนาดนี้ได้อย่างไร!”
“หรือว่าเขาจะเป็นหลัวเยี่ยน!?”
“ทักษะการร้องของหลัวเยี่ยนไม่น่าจะโหดขนาดนี้นะ?”
“นกกาเหว่าต่างหากที่เป็นหลัวเยี่ยนไม่ใช่เหรอ?”
“แต่ก็ตัดความเป็นไปได้ที่เทพดาราร้อยลักษณ์จะเป็นหลัวเยี่ยนทิ้งไม่ได้นะ! ถ้าใชวิธีตัดตัวเลือกออกไปเรื่อยๆ ก็เหลือแค่หลัวเยี่ยนที่พอจะเข้าเค้าที่สุดแล้วละ!”
“ยังไงฉันก็ยังเอนเอียงไปทางที่ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์เป็นนักร้องชายอยู่ดี อย่างแรกเลยคือรูปร่างดูไม่เหมือนผู้หญิง ผู้หญิงทั่วไปไม่น่าจะสูงขนาดนี้ นอกจากจะใส่รองเท้าเสริมส้น อย่างที่สองคือหลายรอบที่ผ่านมาเขาก็ใช้แต่เสียงนักร้องชาย”
มีการถกเถียงนับไม่ถ้วน ท่ามกลางเสียงปรบมือดังอื้ออึง ผู้ชมไม่เคยรู้สึกอยากรู้อยากเห็นตัวตนของเทพดาราร้อยลักษณ์เท่า วินาทีนี้มาก่อน! ระดับความอยากรู้นี้ได้แซงหน้าความสงสัยในตัวตนของนักร้องหน้ากากคนอื่นๆ ไปจนหมดสิ้นแล้ว!
ทีมกรรมการนักทายแทบจะลุกขึ้นยืนพร้อมกัน!
อิงเหวยตะโกนเสียงหลง “อาจารย์หลี่เชียว นั่นคือคุณใช่ไหมครับ!?”
“ฉันอยู่นี่!” แม้จะรู้วาอิงเหวยล้อเล่น แต่หลี่เชียวก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มโมโห “นั่นมันตัวปลอม!”
“นั่นก็ไม่แน่หรอกนะ” อิงเหวยหัวเราะร่า “ตอนนี้ผมเริ่มสงสัยแล้วว่า คนที่อยู่บนเวทีน่ะคืออาจารย์หลี่เชียวตัวจริง ส่วนคุณอาจจะเป็นพี่สาวฝาแฝดหรือน้องสาวฝาแฝดของอาจารย์หลี่เชียวอะไรทำนองนั้นหรือเปล่า?”
หลี่เชียวกลอกตา ผู้ชมในฮอลล์ระเบิดหัวเราะลั่น!
หานปัวกล่าวว่า “ไม่ใช่อาจารย์หลี่เชียวหรอก แตรูปร่างไม่ว่าจะมองยังไงก็เป็นผู้ชายใช่ไหมล่ะ เรื่องนี้ต่อให้ปิดหน้ากากก็ปิดบังไม่ได้หรอก สรุปแล้วคุณคืออาจารย์หลัวเยี่ยนใช่ไหมครับ?”
“ไม่ใช่ครับ!”
เถียนเหวยส่ายหน้าติดๆ กันแล้วบอกว่า “ผมค่อนข้างสนิทกับหลัวเยี่ยน หลัวเยี่ยนไม่ได้สูงขนาดนี้ นอกจากว่าเขาจะใส่รองเท้าเสริมส้นมา หรือไม่ก็อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ลองถอดรองเท้าให้ดูหน่อยได้ไหมครับ?”
เทพดาราร้อยลักษณ์: “…”
หลี่เชียววิเคราะห์ต่อ “ต้องเป็นผู้ชายแน่นอน ชื่อฉายาก็ค่อนข้างไปทางผู้ชาย โดยเฉพาะคำว่า ‘จวิน’ ที่อยู่ในชื่อนั่น…”
เอาเถอะ หลี่เชียวพยายามข่มสติให้ใจเย็นลง ที่จริงเธออยากจะหลุดสบถออกมาว่า ‘แกเป็นใครวะเนี่ย’ อะไรทำนองนั้นมากกว่า
“เอาแบบนี้ไหมครับ” หวงลี่กล่าวอย่างยิ้มแย้ม “อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ครับ คุณช่วยเผยข้อมูลออกมาอีกหน่อยเถอะครับ ไม่งั้นพวกเราเดากันไม่ถูกเลยจริงๆ งั้นผมขอเป็นตัวแทนถามคำถามสักข้อแล้วกันนะครับ ปีนี้คุณอายุถึงสี่สิบหรือยังครับ?”
การถามเรื่องอายุนี่ไม่ใช่การถามไปเรื่อย เพราะทักษะการร้องของเทพดาราร้อยลักษณ์ยอดเยี่ยมมาก โดยส่วนตัวหวงลี่รู้สึกเหมือนใกล้เคียงกับระดับราชาหรือราชินีเพลงเลยทีเดียว! และในวงการเพลง คนที่จะมีทักษะระดับนี้ได้ อย่างน้อยก็ต้องมีอายุสามสิบหรือสี่สิบปีขึ้นไปทั้งนั้น!
“ไม่ถึงสี่สิบครับ” เทพดาราร้อยลักษณ์ตอบกลับไปเช่นนั้น อายุยี่สิบเองไม่ถึงสี่สิบจริงๆ นั่นแหละ
คำตอบนี้ทำเอาผู้ชมระดมสมองกันอย่างบ้าคลั่ง! อายุไม่ถึงสี่สิบ? ถ้าอย่างนั้นนักร้องที่อายุเกินสี่สิบก็ตัดทิ้งไปได้เลย! แต่ข้อมูลแค่นี้ก็ยังไม่พอที่จะบีบวงให้แคบลงได้มากเท่าไหร่
แล้วหลัวเยี่ยนเองก็อายุไม่ถึงสี่สิบเหมือนกัน… ถึงทุกคนจะไม่ค่อยเชื่อว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คือหลัวเยี่ยนก็ตาม! แต่มันคิดถึงคนอื่นไม่ออกจริงๆ นี่นา!
หวงลี่ยิ้มกล่าว “สงสัยอาจารย์ทุกท่านคงจะมึนกันหมดแล้วใช่ไหมครับ จริงๆ ตอนนี้ผมเองก็มึนตึ้บเหมือนกัน”
หลี่เชียวเม้มปาก “งั้นฉันขอเดาว่าเป็นหลัวเยี่ยนไปก่อนแล้วกันค่ะ”
หานปัวหัวเราะลั่น “ยกแพะตัวนี้ให้หลัวเยี่ยนรับไปก่อนเถอะ!”
เถียนเหวยก็หัวเราะตาม “อาจารย์หลัวเยี่ยนลำบากหน่อยนะครับ ใครใช้ให้ตอนนี้คุณน่าสงสัยกันล่ะ? ต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจของพวกเราหน่อยนะครับ”
อิงเหวยกล่าวอย่างสนุกสนาน “คืนนี้ส่งราชาเพลงโจวกับราชาเพลงจางไปสอบสวนหลัวเยี่ยนเลย!”
คนพวกนี้รับส่งมุกกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ถึงกับโยนแพะรับบาปไปให้หลัวเยี่ยนแบบหน้าตาเฉย!
ด้านหลังเวที หลัวเยี่ยนที่อยู่ภายใต้หน้ากากนกกาเหว่าได้ยินแบบนั้นถึงกับหน้าเขียวปัด!
ไม่ใช่สิ! แบบนี้ก็ยังลากผมมาเกี่ยวได้เหรอ?
ก่อนหน้านี้หลัวเยี่ยนเพิ่งเห็นเทรนด์ค้นหามา เพราะทุกคนสงสัยว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คือหลินโสวจัว ผลคือโจวหานจินกับจางซีหยางเข้าไป ‘จับกุม’ อีกฝ่ายทันที! แถมยังถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียลด้วย ถ้าเป็นแบบนี้ เขาเองจะไม่โดนราชาเพลงทั้งสองคนจับกุมด้วยเหรอ?
พวกคุณทุกคนก็รู้อยู่เต็มอกว่านั่นไม่ใช่ผม! จะมาเหมาว่านักร้องชายที่ทำเสียงผู้หญิงได้ต้องเป็นผมทุกคนไม่ได้ปะ!
พวกคุณอยากจะจับตัวเทพดาราร้อยลักษณ์ขนาดไหนกันเนี่ย ถึงขนาดไม่ยอมปล่อยเบาะแสเล็กๆ น้อยๆ ไปเลยเหรอ ความรู้สึกนี้มันเหมือนกับว่า ทั้งที่ทุกคนรู้ดีว่าเทพดาราร้อยลักษณ์กำลังเลียนแบบ ‘วิธีการก่อเหตุ’ ของนกกาเหว่าและจงใจโยนแพะมาให้ แต่ทุกคนก็ยังยอมติดกับ! เพราะยังไงมันก็พอจะเป็นเบาะแสได้บ้างละนะ
หวงลี่เย้าแหย่ “อาจารย์หลัวเยี่ยนโดนหางเลขเลยนะครับ อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ ถ้าคุณยังทำแบบนี้ต่อไป วงการเพลงคงต้องอยู่กันอย่างหวาดระแวงแน่ๆ หรือไม่คุณก็ช่วยยอมรับมาเถอะครับว่าจริงๆ แล้วคุณเป็นนักร้องหญิง!”
“ก็มีความเป็นไปได้นะ” เทพดาราร้อยลักษณ์จงใจใช้เสียงของหลี่เชียวตอบกลับ
หลี่เชียวถึงกับตบขาฉาด “เฮ้ คุณจะทำอะไรนะ!”
ความสามารถในการเลียนแบบของหมอนี่ ไม่ว่าจะได้สัมผัสกี่ครั้งก็ยังทึ่งจนน่าตกใจอยู่ดี!
ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนรื่นเริง หวงลี่ยิ้มพลางกล่าวว่า “ต่อไปก็ถึงช่วงเวลาที่ทุกคนให้ความสนใจมากที่สุดแล้ว นั่นคือการประกาศผลโหวตครับ อันดับสุดท้ายของสัปดาห์นี้จะเป็นอย่างไร เรามาลุ้นไปพร้อมกันเลยครับ”
ผู้ชมลงคะแนนโหวตเสร็จแล้ว หลินจือไป๋ก็กลับไปที่ห้องพัก
บนหน้าจอขนาดใหญ่ของเวที มีคะแนนของนักร้องแต่ละคนแสดงในรูปแบบกราฟแท่ง ฟึ่บๆๆ แท่งที่เป็นตัวแทนของคะแนนค่อยๆ พุ่งสูงขึ้นไปไม่หยุด
ในที่สุด! ผลก็ออกมาแล้ว!
อันดับที่หนึ่ง เทพดาราร้อยลักษณ์!
เป็นครั้งที่สองที่หลินจือไป๋คว้าอันดับหนึ่งบนเวที King of Mask Singer!
อันดับสองคือสุนัขทิเบต อันดับสามคือเจ้าชายกบ อันดับสี่คือนกกาเหว่า
เมื่อเห็นผลจัดอันดับนี้ ทั่วทั้งฮอลล์ก็ระเบิดเสียงปรบมือดังสนั่นอีกครั้ง!
ท่ามกลางเสียงปรบมือนี้ หวงลี่ยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ที่คว้าอันดับหนึ่งในรอบนี้ครับ ไม่ทันรู้ตัวรายการของเราก็บันทึกเทปมาถึงรอบที่สามแล้วนะครับ ถึงเวลาแล้วที่ผมจะแนะนำกติกาการแข่งขันช่วงสุดท้ายให้ทุกท่านได้ทราบกัน!”
ผู้ชมพากันชะงัก กติกาช่วงสุดท้าย? นี่เพิ่งจะถึงรอบที่สามเองปะ? ทำไมถึงแนะนำกติกาช่วงสุดท้ายแล้วล่ะ?
จนกระทั่งหวงลี่อธิบายว่า “รายการ King of Mask Singer แบ่งออกเป็นสามส่วนหลักๆ ได้แก่ การคัดเลือกทีมสีแดง การคัดเลือกทีมสีน้ำเงิน และส่วนสุดท้ายคือการดวลระหว่างราชาเพลงทีมสีแดงและทีมน้ำเงินครับ ตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงการคัดเลือกทีมสีแดงซึ่งมีทั้งหมดห้าตอน และตอนนี้มาถึงตอนที่สามแล้ว ในห้าตอนนี้จะคัดเลือกนักร้องหกคนเพื่อเป็นตัวแทนของทีมสีแดง ส่วนตอนที่หกถึงตอนที่สิบจะเป็นช่วงการคัดเลือกของทีมสีน้ำเงิน ส่วนตอนที่สิบเอ็ดจะเป็นศึกชิงบัลลังก์ราชาเพลงแดงน้ำเงินของจริงครับ!”
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง ตอนนี้ทุกคนเข้าใจกระจ่างแล้ว กติกานี้มีเพื่อให้โอกาสนักร้องจำนวนมากขึ้นได้เข้าร่วมรายการ!
แต่การคัดเลือกทีมสีแดงนั้นน่าตื่นเต้นขนาดนี้ มีนักร้องระดับยอดฝีมือปรากฏตัวออกมาไม่ขาดสาย ทั้งสุนัขทิเบต เจ้าชายกบ และเทพดาราร้อยลักษณ์
แล้วถ้าเริ่มตอนที่หกเป็นการคัดเลือกทีมสีน้ำเงิน จะยังมีนักร้องระดับท็อปแบบนี้ออกมาอีกไหม? ถ้าไม่มีนักร้องระดับเดียวกันมาสู้ จะไม่โดนทีมสีแดงถล่มยับเลยเหรอ?
“ทุกท่านวางใจได้ครับ” หวงลี่ราวกับเดาใจผู้ชมออก เขายิ้มกล่าวว่า “นักร้องหน้ากากในทีมสีแดงนั้นแข็งแกร่งมาก แต่ทีมสีน้ำเงินก็ไม่ด้อยไปกว่ากันหรอกนะครับ ถึงแม้ผมจะไม่รู้ว่ามีนักร้องคนไหนบ้างที่จะเข้าร่วมการคัดเลือกของทีมสีน้ำเงิน แต่จากข้อมูลวงในที่เชื่อถือได้ว่ากันว่า ทีมสีน้ำเงินอาจจะมีคนระดับราชาเพลงและราชินีเพลงเข้าร่วมด้วยนะครับ!”
ราชาเพลง? ราชินีเพลง?
ผู้ชมตื่นเต้นจนตาโต เสียงโห่ร้องดังขึ้นเป็นระลอก จะบอกว่าทีมสีน้ำเงินอาจจะมีความแข็งแกร่งที่น่ากลัวกว่าทีมสีแดงอีกอย่างนั้นเหรอ!?
บนเวที หวงลี่ยังคงแนะนำต่อไป “การคัดเลือกทีมสีน้ำเงินจะเริ่มในสัปดาห์ที่หก ส่วนสัปดาห์ที่สี่และห้ายังคงเป็นการคัดเลือกของทีมสีแดงครับ ดังนั้นแขกรับเชิญในทีมกรรมการนักทายจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลานี้ แต่เมื่อเริ่มการคัดเลือกทีมสีน้ำเงิน ทีมกรรมการนักทายของเราก็จะเปลี่ยนเป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งครับ”
ในห้องพัก ภายใต้หน้ากากเจ้าชายกบ โจวหานจินยิ้มอย่างมั่นใจ ทีมสีน้ำเงินมีราชาและราชินีเพลงงั้นเหรอ? แล้วไงล่ะ? ใครบ้างไม่ใช่ระดับเหนือแถวหน้า?
แต่กติกานี้คงไม่ใช่จังหวะที่จะให้เขาเป็นเพื่อนร่วมทีมกับเทพดาราร้อยลักษณ์หรอกนะ? บ้าเอ๊ย! หมอนี่มันจอมแกล้งตัวพ่อเลยนะ! อย่าให้ถึงตอนนั้น เป็นเพื่อนร่วมทีมกันแล้วยังมาแกล้งฉันอีกนะ!
ห้องข้างๆ ภายใต้หน้ากากสุนัขทิเบต จางซีหยางยังคงสงบนิ่ง นักร้องระดับราชาและราชินีเพลงต่างมีความเชื่อมั่นไร้เทียมทาน ทุกคนคือราชันที่ฟันฝ่าอุปสรรคพายุฝนในวงการเพลงฉินโจวมากันทั้งนั้น ใครกลัวใครล่ะ! มีเขากับเจ้าชายกบอยู่ ทีมสีน้ำเงินไม่มีทางได้เปรียบแน่นอน!
แถมทีมสีแดงยังมีเทพดาราร้อยลักษณ์อีก! เทพดาราร้อยลักษณ์อาจจะกลายเป็นฝันร้ายของทีมน้ำเงินก็ได้ ใครจะไปรู้? หมอนี่มันพวกเอาแน่เอานอนไม่ได้ เรื่องอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นกับเขาไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิด หวังแค่ถึงเวลานั้น เทพดาราร้อยลักษณ์จะแกล้งแค่คู่ต่อสู้ก็พอนะ ช่วยปล่อยวางเพื่อนร่วมทีมทีมสีแดงไปเถอะ
ห้องถัดไปอีก นกกาเหว่ารู้สึกกดดันอย่างหนัก ที่แท้ฉันอยู่ทีมสีแดงเหรอ? แล้วต่อไปยังมีทีมสีน้ำเงินอีก? ทีมสีน้ำเงินถึงกับมีราชาราชินีเพลงอยู่ด้วย? นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย ทีมงานรายการไม่มีทางไม่รู้ถึงความสำคัญของสมดุล ถ้าทีมสีน้ำเงินมีนักร้องระดับเหนือแถวหน้าอยู่นั่นก็หมายความว่า ทางฝั่งทีมสีแดงก็น่าจะมีนักร้องระดับเหนือแถวหน้าอยู่เหมือนกัน!
เป็นใครกันล่ะ? สุนัขทิเบต? เจ้าชายกบ? หรือว่าจะเป็นเทพดาราร้อยลักษณ์? นี่ฉันกำลังเข้าร่วมการแข่งขันระดับไหนอยู่กันแน่เนี่ย มันคนละระดับกับรายการ ‘The Voice’ เลยนะ!
ห้องข้างๆ กันอีก ชูหลิวเชียงรู้สึกเซ็งจิต ตนพยายามแทบตายเพื่อที่จะอยู่ต่อ เพื่ออะไรกันเนี่ย? รายการนี้สำหรับเขาแล้วมันคือถ้ำมังกรซ่องเสือชัดๆ! ยอดฝีมือเยอะเกินไปแล้ว! แคการคัดเลือกในทีมสีแดงตนยังกระท่อนกระแท่นขนาดนี้! แล้วต้องไปสู้กับทีมสีน้ำเงินอีกเหรอ? ทีมสีน้ำเงินที่มีราชาราชินีเพลงเนี่ยนะ? หรือว่าตอนหน้าฉันควรถูกคัดออกดีนะ!
ห้องพักของเทพดาราร้อยลักษณ์ หลินจือไป๋เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รายการนี้หลินจือไป๋แค่เสนอรูปแบบไอเดียเบื้องต้นเท่านั้น เพราะเขาต้องเข้าร่วมการแข่งขันด้วยตัวเอง ดังนั้นกติกาโดยละเอียดจึงมอบหมายให้ทีมงานรายการเป็นคนออกแบบ เพียงแต่หลินจือไป๋ก็คิดไม่ถึงว่าพวกทีมงานจะเล่นใหญ่ขนาดนี้ ถึงขั้นมีการดวลกันระหว่างทีมสีแดงและสีน้ำเงินในช่วงท้าย
แต่ข่าวนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องแย่ เพราะนั่นหมายความว่าเดือนหน้าเขาสามารถพักผ่อนได้แล้ว รอจนกว่าการคัดเลือกของทีมสีน้ำเงินจะจบลง แล้วค่อยลงสนามพร้อมกับคนในทีมสีแดงเพื่อดวลกับคนในทีมสีน้ำเงิน แบบนี้จะได้มีเวลาเตรียมเพลงเพิ่มขึ้นอีกหน่อย
ส่วนเรื่องราชาเพลงหรือราชินีเพลงอะไรนั่น หลินจือไป๋ไม่ได้กังวลเลย เพราะยังไงตอนนี้เขาก็มีทักษะระดับราชาเพลงอยู่แล้ว แถมยังมีระบบผู้ช่วยคอยสนับสนุนอีก