ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 371 เทพดาราร้อยลักษณ์จอมเจ้าเล่ห์!
“ภาษาฉี?”
“ออกเสียงได้มาตรฐานมาก!”
“มันฝรั่งเป็นนักร้องจากฉีโจวเหรอ!?”
“เสียงแบบนี้ถ้าไม่เข้าใจภาษาฉีดีพอจริงๆ คงทำไม่ได้ขนาดนี้แน่!”
“ไหนว่ามันฝรั่งอ่อนที่สุดในทีมน้ำเงินไง?”
“ทำไมรู้สึกว่าพอน้องภาษาฉีแล้วฝีมือของมันฝรั่งพุ่งสูงขึ้นไม่ใช่น้อยเลยล่ะ?”
“หรือว่าเขาถนัดภาษาฉีที่สุดแต่ที่ผ่านมาไม่เคยใช้?”
“ชัดเลย!”
“ตอนแรกคิดว่าปลาคาร์ปน้อยมีโอกาสชนะมากกว่าซะอีก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันฝรั่งจะมีโอกาสชนะมากกว่าแล้ว?”
ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่ามันฝรั่งจะร้องเพลงภาษาฉี!
ในฉินโจว เพลงที่คนฟังบ่อยที่สุดย่อมเป็นเพลงภาษากลาง รองลงมาก็คือเพลงภาษาฉี!
เพราะภาษาฉีมีความใกล้เคียงกับภาษากลางมาก ไม่เหมือนกับภาษาฉู่หรือภาษาหาน ด้วยเหตุนี้ผู้ชมในฉินโจวจึงยอมรับได้ง่ายมาก!
ที่สำคัญที่สุดคือ มันฝรั่งที่ร้องเพลงภาษาฉีดูราวกับกลายเป็นคนละคน ระดับความสามารถเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ก้าวกระโดดอย่างมาก ทำให้ผู้ชมรู้สึกแปลกใหม่และเซอร์ไพรส์สุดๆ!
แต่แล้วทางฝั่งทีมแดง ปลาคาร์ปน้อยที่กำลังรอขึ้นเวทีอยู่กลับยิ้มออกมาซะอย่างนั้น
เมื่อมันฝรั่งร้องจบ ปลาคาร์ปน้อยก็ขึ้นสู่เวทีทันที
ที่เธอเริ่มเปล่งเสียงร้อง ก็ทำให้ผู้ชมทุกคนถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ!
“อะ!”
“ภาษาฉี!”
“ภาษาฉีอีกแล้ว!”
“ปลาคาร์ปน้อยก็พูดภาษาฉีได้!?”
“หรือว่าปลาคาร์ปน้อยกับมันฝรั่งเป็นนักร้องจากฉีโจวทั้งคู่?”
ท่ามกลางเสียงอุทานที่ดังขึ้นเป็นระลอก ทุกคนค่อยๆ สัมผัสได้ถึงเสน่ห์ในเสียงร้องของปลาคาร์ปน้อย!
“เยี่ยมเลย!”
“การออกเสียงมาตรฐานเหมือนกับมันฝรั่งเลย!”
“ในเมื่อเป็นภาษาฉีเหมือนกัน ฉันรู้สึกว่าปลาคาร์ปน้อยเก่งกว่านะ!”
“ฉันก็รู้สึกแบบนั้น!”
หลังเวทีทีมแดง หลินจือไป๋ยิ้มออกมา
นั่นไง ปลาคาร์ปน้อยก็คือหานเยว่ซวงจริงๆ
หานเยว่ซวงเป็นนักร้องฉีโจว เดิมทีเดินทางมาพัฒนาอาชีพในฉินโจวเพราะรายการ ‘I Am a Singer’ และได้เข้าร่วมกับคุนเผิง
มันฝรั่งคิดจะใช้ภาษาฉีโจมตีหานเยว่ซวงให้ตั้งตัวไม่ติด กลับคิดไม่ถึงว่าหานเยว่ซวงแจ้งเกิดมาจากการร้องเพลงภาษาฉี เธอเชี่ยวชาญเรื่องนี้ที่สุดแล้ว!
เป็นไปตามที่คิด รอบนี้หานเยว่ซวงคว้าชัยชนะมาได้ด้วยคะแนนที่สูงลิ่ว!
มันฝรั่งถึงกับมึนตึ้บ ปลาคาร์ปน้อยคนนี้มันอะไรกันแน่เนี่ย ทำไมเธอถึงพูดภาษาฉีได้ด้วย!?
“ฉันไม่ได้ทำให้ความทุ่มเทของอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์สูญเปล่าค่ะ!”
ปลาคาร์ปน้อยกลับถึงห้องพักเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม
ในเมื่อเทพดาราร้อยลักษณ์ยอมเผชิญหน้ากับทุเรียนระเบิดเพื่อเธอ ในสถานการณ์แบบนี้ถ้าเธอยังแพ้อีกก็คงไม่สมควรเกินไปแล้ว!
“ยินดีด้วย”
หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว “ความกดดันมาตกอยู่ที่ฝั่งสุนัขทิเบตแล้ว”
“คอยดูให้ดีเถอะ”
สุนัขทิเบตเผยรอยยิ้มจางๆ คู่แข่งของเขาคือดอกเพชฌฆาต ซึ่งแข็งแกร่งมาก!
น่าจะเป็นราชินีเพลง!
แต่ว่าคนที่เขาจะสู้ด้วยก็คือราชินีเพลงนี่แหละ!
เป็นไปตามคาด ในการดวลครั้งนี้สุนัขทิเบตเป็นฝ่ายชนะ!
แม้คะแนนของทั้งคู่จะห่างกันไม่มาก ความได้เปรียบของสุนัขทิเบตไม่ชัดเจนนัก แต่ชนะก็คือชนะ
นี่ถือว่าตรงตามการคาดการณ์ของชาวเน็ตก่อนหน้านี้ ทุกคนต่างเห็นว่าความสามารถของสุนัขทิเบตเหนือกว่าดอกเพชฌฆาตอยู่เล็กน้อย
กลุ่มที่สี่ เจ้าชายกบดวลกับหลิวริมน้ำ!
ในรอบนี้ทุกคนต่างตั้งตารอคอยอย่างมาก!
หลิวริมน้ำ ผู้เข้าแข่งขันที่แข็งแกร่งของทีมน้ำเงิน เป็นรองแค่ทุเรียนระเบิดที่ยืนยันได้เลยว่าอยู่ในระดับราชาเพลง!
ส่วนเจ้าชายกบยิ่งไม่ต้องพูดถึง คำที่อธิบายทุกอย่างได้ชัดเจนคือ “สงสัยว่าเป็นโจวหานจิน!”
ในที่สุด เจ้าชายกบก็เป็นฝ่ายชนะการแข่งขัน!
แม้ดูจากคะแนนแล้ว เจ้าชายกบจะชนะมาได้อย่างหวุดหวิดมากกว่าอีกฝ่ายแค่สามคะแนนเท่านั้น!
เมื่อคำนึงถึงการที่ทุกคนต่างก็รู้กันดีว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เจ้าชายกบจะเป็นโจวหานจิน ดังนั้นการลงคะแนนของหลายคนจึงอาจมีความลำเอียงอยู่บ้าง…
รอบนี้เจ้าชายกบดูจะทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนัก ส่วนหลินจือไป๋รู้สึกว่าเสียงของเจ้าชายกบเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ นี่เสียงแหบเหรอ?
ยังไงสภาพลำคอของหมอนี่ก็ไม่ค่อยจะดีนัก
กลุ่มที่ห้า รอบสุดท้าย นกกาเหวาดวลกับหญ้าอ่อนเขียวขจี!
รอบนี้บอกได้ยาก แต่หลินจือไป๋รู้สึกว่านกกาเหว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างอันตราย
นกกาเหว่าย่อมตระหนักดีว่าการดวลรอบนี้สำคัญมาก เขาจึงไม่ลังเลที่จะเปิดเผยเนื้อเสียงที่แท้จริงของตัวเอง!
เพราะหากไม่เปิดเผยน้ำเสียงที่แท้จริงของตนเอง เขาก็ยากที่จะแสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
“หลัวเยี่ยนเหรอ!?”
“เสียงนี้ไม่ผิดแน่!”
“เหมือนเกินไปแล้ว!”
“เว้นแต่เขาจะเป็นยอดนักเลียนเสียงเหมือนเทพดาราร้อยลักษณ์นะ!”
“ไม่ใช่เลียนเสียง!”
“ต้องเป็นเจ้าตัวแน่นอน!”
“ตอนที่ดู ‘The Voice’ ฉันชอบเขาทีสุดเลย!”
ผู้ชมรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก!
แต่แล้วเมื่อหญ้าอ่อนเขียวขจีขึ้นมาร้องเพลงบนเวทีต่อ กลับทำให้ผู้ชมรู้สึกว่ายอดเยี่ยมยิ่งกว่า!
นกกาเหว่า… แพ้แล้ว!
แม้จะพ่ายแพ้อย่างเฉียดฉิว แต่ทุกคนในทีมแดงต่างก็รู้ดีว่านกกาเหว่าตกที่นั่งลำบากแล้ว!
แค่ดูรายชื่อในกลุ่มผู้แพ้ก็รู้ได้ทันที: ทุเรียนระเบิด! หลิวริมน้ำ! ดอกเพชฌฆาต! มันฝรั่ง!
ทั้งสี่คนนี้นอกจากมันฝรั่งแล้ว นกกาเหว่าจะสู้กับใครก็ยากลำบากมากทั้งนั้น
“ไม่เป็นไรครับ”
เมื่อเผชิญกับสายตาของทุกคน นกกาเหว่าจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เดินมาได้ถึงจุดนี้ผมก็พอใจมากแล้วครับ ถึงแพ้แต่น่าภูมิใจ ร้องเพลงสุดท้ายจบผมก็จะเปิดหน้ากากแล้วละครับ”
สุนัขทิเบตหยอกล้อ “การเปิดหน้ากากของนายก็เหมือนไม่ได้เปิดเลยนะ”
ทุกคนพากันหัวเราะ เพราะตอนนี้ใครๆ ต่างก็รู้กันหมดแล้วว่านกกาเหว่าคือหลัวเยี่ยน
ลำดับถัดไปคือการแข่งขันในกลุ่มผู้แพ้ หลังจากดวลกันทีละคู่ ในที่สุดมันฝรั่งกับนกกาเหว่าก็ถูกคัดออก ซึ่งไม่ได้เหนือความคาดหมายของใครหลายคนนัก
“ผมไปเปิดหน้ากากแล้วนะครับ”
มันฝรั่งหันไปมองกลุ่มของทุเรียนระเบิดพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจอกันสัปดาห์หน้า!”
ดอกเพชฌฆาตสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ทีมน้ำเงินจะชนะกลับมาให้ได้”
หลิวริมน้ำเอ่ยอย่างจริงจัง “รอบหน้าพวกเราจะแบกรับส่วนของนายแล้วชนะกลับมาทั้งหมดให้ได้!”
หญ้าอ่อนเขียวขจีนิ่งเงียบ
แม้หญ้าอ่อนเขียวขจีจะชนะ แต่คนอื่นในทีมน้ำเงินพ่ายแพ้กันหมด
ทุเรียนระเบิดเองก็ไม่ได้พูดอะไร เขารู้สึกราวกับมีเปลวเพลิงกำลังก่อตัวขึ้นภายในอก
มันฝรั่งเปิดหน้ากากแล้ว!
เหล่าคณะกรรมการต่างพากันประหลาดใจอย่างมาก!
“โจวหยาง! ที่แท้มันฝรั่งก็คือคุณนี่เอง!”
“ผมว่าแล้วเชียวว่าทำไมเสียงของคุณถึงดูคุ้นๆ”
“ผู้ชมทุกท่านอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับโจวหยาง เขาเป็นนักร้องแถวหน้าจากฉีโจวที่ยอดเยี่ยมมาก!” หลี่เชียวช่วยแนะนำเขาให้ทุกคนรู้จัก
เมื่อห้าปีก่อน หลังจากหลี่เชียวได้เป็นราชินีเพลง ต้องการก้าวสู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับทวีป เธอได้เดินทางไปทำงานที่ฉีโจวอยู่พักหนึ่ง
แม้สุดท้ายการก้าวสู่ระดับทวีปจะล้มเหลว แต่หลี่เชียวก็ได้รู้จักกับผู้คนในฉีโจวไม่น้อย หนึ่งในนั้นรวมถึงโจวหยางคนนี้ด้วย
“โจวหยาง?”
“นักร้องแถวหน้าของฉีโจวเลย?”
“มิน่าภาษาฉีถึงเด่นดีขนาดนั้น!”
“ไม่คิดเลยว่านักร้องจากฉีโจวจะมาร่วมรายการ ‘King of Mask Singer’ ด้วย!”
“ว่าแต่ปลาคาร์ปน้อยจะเป็นนักร้องจากฉีโจวด้วยหรือเปล่า?”
“ยังไงภาษาฉีของปลาคาร์ปน้อยก็ดีมากเหมือนกันนี่นา”
“ไม่รู้สิ”
ผู้ชมพากันวิจารณ์ด้วยความสนใจ
เวลานี้ทีมน้ำเงินขึ้นบนเวที ทุกคนสวมกอดส่งมันฝรั่งจากไป บรรยากาศเศร้าสร้อยเล็กน้อย
พิธีกรหวงลี่กล่าว “ขอขอบคุณการแสดงจากนักร้องแถวหน้าชื่อดังจากฉีโจว โจวหยาง ครับ เขาได้ทิ้งความทรงจำที่น่าประทับใจไว้บนเวทีแห่งนี้มากมาย เช่นนั้นลำดับต่อไปขอเสียงปรบมือดังๆ ต้อนรับการเปิดหน้ากากของอาจารย์นกกาเหว่าครับ!”
สิ้นเสียง นกกาเหว่าก็เดินขึ้นไปบนเวที หน้ากากบนใบหน้าถูกถอดออก ใบหน้าของหลัวเยี่ยนปรากฏสู่สายตาผู้ชม
“อะ!”
“หลัวเยี่ยนจริงๆ ด้วย!”
“ฮ่าๆๆ สรุปเทพดาราร้อยลักษณ์ไม่ใช่หลัวเยี่ยนจริงๆ สินะ!”
“หลัวเยี่ยนต้องรับเคราะห์แทนเทพดาราร้อยลักษณ์เต็มๆ เลย!”
“เดิมทีเราก็รู้อยู่ว่าไม่ใช่ แต่ใครจะห้ามราชาเพลงโจวที่จ้องจับผิดทุกคนได้ล่ะ”
“สู้ๆ นะ!”
“หลัวเยี่ยนอนาคตยาวไกลแน่นอน!”
“เดินมาถึงจุดนี้ได้ก็น่าทึ่งมากแล้ว ยังไงศึกดวลแดงน้ำเงินของ ‘King of Mask Singer’ คนกลุ่มนี้ต่างก็เป็นนักร้องยอดฝีมือทั้งนั้น!”
ตอนนี้หลัวเยี่ยนเพิ่งจะอยู่แถวสี่เอง! ด้วยฐานะนักร้องแถวสี่แต่ทะลุมาถึงช่วงการดวลแดงน้ำเงินในรายการ ‘King of Mask Singer’ ได้ การแสดงของหลัวเยี่ยนเป็นตำนานมากจริงๆ!
อย่าลืมว่านักร้องแถวหน้าตั้งมากมายต่างก็ถูกคัดออกไปหมดแล้ว!
หวงลี่หันไปมองหลัวเยี่ยน “อาจารย์หลัว คุณมีอะไรอยากจะพูดไหมครับ?”
หลัวเยี่ยนยิ้มกล่าว “ผมอยากบอกอาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์ว่า คุณไม่มีทางแกล้งผมได้อีกแล้วนะครับ!”
ผู้ชมหัวเราะลั่น ก่อนหน้านี้หลัวเยี่ยนโดนเทพดาราร้อยลักษณ์แกงซะอ่วม!
หลัวเยี่ยนเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ “แล้วผมก็สงสัยจริงๆ ครับว่า อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์คือใครกันแน่”
หวงลี่ยิ้มกล่าว “พวกเราก็สงสัยเหมือนคุณครับ”
คำพูดนี้ไม่ใช่เรื่องโกหก นักร้องหน้ากากมีมากมายหลายคน แต่คนที่ทุกคนอยากรู้ตัวตนมากที่สุดก็คือเทพดาราร้อยลักษณ์!
จากนั้นพิธีกรเชิญทีมแดงออกมาร่วมส่งอำลานกกาเหว่า หลัวเยี่ยน
สุนัขทิเบต เจ้าชายกบ ปลาคาร์ปน้อย เข้าสวมกอดหลัวเยี่ยนทีละคน
เมื่อถึงตอนที่ต้องกอดกับเทพดาราร้อยลักษณ์ หลัวเยี่ยนก็ขยิบตาแล้วเอ่ยว่า “หรืออาจารย์จะแอบบอกผมหน่อยก็ได้นะครับ ผมรับรองว่าจะไม่บอกใครเลย!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ คนทั้งห้องส่งก็พากันหัวเราะเกรียวกราว
หลี่เชียวตะโกนจากข้างล่างเวที “ถ้าเขาบอกนาย นายก็แอบมาบอกฉันนะ!”
ฉินเลี่ยนยกมือขึ้น “ฉันด้วย!”
หลัวเยี่ยนเป็นศิษย์จากรายการ ‘The Voice’ จางซีหยางเป็นโค้ชของเขา ซึ่งฉินเลี่ยนและหลี่เชียวเองก็คุ้นเคยกับหลัวเยี่ยนเป็นอย่างดี เพราะเธอทั้งสองต่างก็เป็นโค้ชในรายการ ‘The Voice’ เช่นกัน
“ก็ได้ครับ”
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนในห้องส่งคาดไม่ถึงก็คือ!
เทพดาราร้อยลักษณ์ตอบตกลง “ผมจะบอกคุณแค่คนเดียว”
วินาทีถัดมา หลินจือไป๋ขยับเข้าไปใกล้หูของหลัวเยี่ยนแล้วเอ่ยเบาๆ ว่า “คุณแน่ใจเหรอว่าผมจะไม่มีทางแกล้งคุณได้อีกนะ ยังอ่อนเยาว์เกินไปนะ…”
เสียงนี้เบามาก มีแค่หลัวเยี่ยนที่ได้ยิน
สีหน้าของหลัวเยี่ยนพลันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขารู้ตัวว่ากำลังจะถูกแกล้งอีกแล้ว!
เป็นไปตามคาด วินาทีถัดมา เทพดาราร้อยลักษณ์ตบบ่าหลัวเยี่ยนแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “อย่าไปบอกคนอื่นล่ะ”
หลัวเยี่ยน: “!!!”
แล้วคุณบอกอะไรผมล่ะเนี่ย!
แต่ฉินเลี่ยนกลับลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น “รีบบอกมาว่าเขาคือใคร!”
หลี่เชียวเองก็อดไม่ได้ หัวเราะลั่น “ไม่เป็นไรหรอก บอกพวกเรามาเถอะ เก็บความลับไว้คนเดียวมันจะลำบากเกินไปนะ!”
แม้แต่เจ้าชายกบและสุนัขทิเบตเองก็เริ่มอยู่ไม่นิ่ง ผู้ชมยิ่งพากันโห่ร้องอย่างบ้าคลั่ง!
“บอกมา!”
“บอกมา!”
“บอกมา!”
“แล้วฉันจะไปบอกอะไรได้ล่ะเนี่ย!” หลัวเยี่ยนแทบร้องไห้ “เขาไม่ได้พูดอะไรเลยครับ หลอกปั่นหัวผมอีกแล้ว!”
เทพดาราร้อยลักษณ์ยิ้มกล่าว “ใช่ แบบนี้แหละ วันหลังถ้าคนอื่นถามคุณก็ให้ตอบไปแบบนี้นะ!”
อ๊าก!
หลัวเยี่ยนสติแตก!
เทพดาราร้อยลักษณ์ได้มอบบทเรียนสุดท้ายแก่เขา! คืนนี้โจวหานจิ้นและจางซีหยางต้องมาหาเขาเพื่อเค้นความจริงแน่ หลัวเยี่ยนแทบจะมองเห็นอนาคตได้เลย!
เพราะทุกคนย่อมจะคิดว่าตัวเขาได้ล่วงรู้ตัวตนของเทพดาราร้อยลักษณ์แล้ว! เพราะยังไงทุกคนก็เห็นกันเต็มสองตาว่าเทพดาราร้อยลักษณ์กระซิบกระซาบกับเขา!
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นจริงๆ! แม้ตอนนี้หลัวเยี่ยนจะเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป เทพดาราร้อยลักษณ์เจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว!
“เอาละๆ”
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะคุมไม่อยู่ พิธีกรหวงลี่จึงรีบเอ่ยตัดบท
“เรื่องที่ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์คือใครนั้น เราค่อยมาคุยกันอีกทีนะครับ ลำดับถัดไปต้องมาตัดสินกันว่าใครคือราชาเพลงประจำสัปดาห์นี้ ขอให้กลุ่มผู้ชนะเริ่มเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันชิงตำแหน่งราชาเพลงสัปดาห์นี้ได้เลยครับ!”