ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 383 รอบชิงชนะเลิศมาถึงแล้ว!
ตอนที่ 383 รอบชิงชนะเลิศมาถึงแล้ว!
หลินจือไป๋ไม่ได้สนใจกระแสบนอินเทอร์เน็ต เขายังคงเตรียมเพลงสำหรับรอบชิงชนะเลิศต่อไปอย่างสบายใจ แต่หลายครั้งที่ต้นไม้อยากสงบสายลมกลับไม่ยอมหยุด ยิ่งใกล้ถึงรอบชิงชนะเลิศเท่าไหร่ กระแสเกี่ยวกับคำพูดของเออิจิโร่ก็ยิ่งร้อนแรงขึ้นเท่านั้น!
ถึงขั้นที่…
ชาวเน็ตแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งย่อมเป็นผู้ชมที่ยืนกรานสนับสนุนเทพดาราร้อยลักษณ์
ผู้ชมที่สนับสนุนเทพดาราร้อยลักษณ์เหล่านี้เห็นว่า
ไม่ว่าเพลงเหล่านั้นจะเป็นผลงานที่เทพดาราร้อยลักษณ์แต่งเองหรือไม่ คุณภาพการแสดงของเขา ก็ไม่ใช่สิ่งที่เออิจิโร่อ้างว่า ‘ให้นักร้องระดับราชาเพลงคนอื่นมาร้อง ก็ได้ผลลัพธ์เหมือนกัน’ อย่างแน่นอน
อย่างเพลง ‘เจ้าปลาใหญ่’
ถ้าให้ทุเรียนระเบิดร้อง จะได้ผลลัพธ์เหมือนเทพดาราร้อยลักษณ์อย่างนั้นเหรอ?
อีกอย่างไม่ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์จะร้องเพลงที่ใครแต่ง ก็ไม่ได้ทำผิดกฎการแข่งขันเลยสักนิด
หากจะถอยกลับมามองอีกมุมหนึ่ง หรือว่าเพลงที่นักร้องคนอื่นร้อง พวกเขาเป็นคนแต่งขึ้นมาเองอย่างนั้นหรือ จะมาเข้มงวดกับเทพดาราร้อยลักษณ์ แค่เพราะเขาร้องเพลงใหม่ก็ไม่ได้หรือเปล่า?
ส่วนอีกฝ่ายคือผู้ชมที่ได้รับอิทธิพลจากเออิจิโร่
เชื่อว่าเทพดาราร้อยลักษณ์อาศัยความช่วยเหลือจากยอดฝีมือที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด
ผู้ชมเหล่านี้ถ้าไม่เป็นแฟนคลับของเออิจิโร่ ก็เป็นผู้สนับสนุนของทุเรียนระเบิดหรือนักร้องคนอื่นๆ ไม่ก็ชาวเน็ตที่ถูกชักนำตามกระแสได้ง่าย องค์ประกอบค่อนข้างซับซ้อน แต่อิทธิพลกลับไม่น้อยเลย
ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็เกิดเป็นสภาวะคานอำนาจ
และท่ามกลางความวุ่นวายนี้ รายการ ‘King of Mask Singer’ ก็เข้าสู่ช่วงโปรโมตสุดท้าย
โทรทัศน์
เว็บไซต์วิดีโอ
บทความโฆษณาในสื่อต่างๆ
แทบจะเห็นข่าวเรื่องรอบชิงชนะเลิศของ ‘King of Mask Singer’ กำลังจะมาถึงอยู่ทุกหนทุกแห่ง
หลินจือไป๋และนักร้องหน้ากากคนอื่นๆ ก็เข้าออกสถานีโทรทัศน์เทียนกวงตลอดในช่วงไม่กี่วันนี้ เพื่อซ้อมเพลงที่แต่ละคนเตรียมไว้สำหรับรอบชิงชนะเลิศ
บางครั้งพวกเขาก็ได้เจอกันบ้าง
เช่นในเช้าวันนี้ หลังจากหลินจือไป๋ซ้อมเสร็จ ก็บังเอิญเจอกับเจ้าชายกบที่เพิ่งซ้อมเสร็จเช่นกัน
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
เจ้าชายกบเอ่ยทักทายอย่างหาได้ยาก “เตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว? ฉันเตรียมไว้หกเพลงเชียวนะ!”
“เหรอครับ?”
หลินจือไป๋กดเสียงต่ำตอบ “ผมก็ประมาณนั้นครับ”
เจ้าชายกบพยักหน้าพลางกล่าว “นายไม่ต้องเก็บคำพูดของเจ้าเออิจิโร่นั่นไปใส่ใจหรอกนะ ถ้ามัวแต่พะวงจนทำให้การแสดงในรอบชิงออกมาไม่ดี งั้นถึงฉันชนะก็ไม่มีความหมาย”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะกล่าวอย่างไม่พอใจ “เออิจิโร่น่ะแกล้งโง่ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจ เพลงพวกนั้นนายถ่ายทอดได้ดีมาก ไม่ใช่ใครร้องก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกับนายหรอกนะ โดยเฉพาะสองเพลงที่เกี่ยวกับพ่อแม่นั่นน่ะ”
เจ้าชายกบหยุดอีกครั้ง
แล้วจู่ๆ ก็พึมพำเบาๆ “สองเพลงนั้นร้องได้เจ๋งทีเดียว ถ้าให้ฉันร้องก็คงสู้นายไม่ได้…”
“อะไรนะครับ?”
“ไม่มีอะไร”
เจ้าชายกบหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วโบกมือลาจากไป
หลินจือไป๋มองตามหลังเจ้าชายกบแล้วยิ้มออกมา
และในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ก่อนที่หลินจือไป๋จะเริ่มซ้อมก็ได้พบกับสุนัขทิเบตและปลาคาร์ปน้อย
ปลาคาร์ปน้อยเดินเข้ามาปลอบใจ “อาจารย์เทพดาราร้อยลักษณ์สู้ๆ นะคะ คำพูดของเออิจิโร่น่ะจงใจบิดเบือนประเด็นชัดๆ ฉันเชื่อว่าคนที่เข้าใจดนตรีจริงๆ ต่างก็ได้เห็นฝีมือของคุณในช่วงไม่กี่รอบที่ผ่านมาแล้วค่ะ”
ฟังออกเลย
ปลาคาร์ปน้อยรู้สึกโกรธแค้นแทน พยายามทวงคืนความเป็นธรรมให้กับเทพดาราร้อยลักษณ์ เดิมทีนักร้องก็แยกจากนักแต่งเพลงไม่ออกอยู่แล้ว เรื่องนี้มันกลายเป็นความผิดไปได้ยังไง?
“อื้ม”
หลินจือไป๋ยิ้มจางๆ
สุนัขทิเบตที่อยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า “เป้าหมายของเออิจิโร่คือช่วยทุเรียนระเบิด บั่นทอนกำลังใจของคุณในการแข่งรอบชิง ถ้าเราเก็บมาใส่ใจก็เท่ากับตกหลุมพราง ผมเองก็อยากได้แชมป์เหมือนกัน แต่ถ้าผมไม่ได้ ผมก็หวังว่าจะเป็นคนในทีมสีแดงของเราที่ได้มา เจอกันในรอบชิงนะ”
“เจอกันในรอบชิงครับ”
ไม่ว่ากระแสบนอินเทอร์เน็ตจะเป็นยังไง อย่างน้อยเพื่อนๆ ในทีมสีแดงต่างก็สนับสนุนหลินจือไป๋
จนกระทั่งหนึ่งวันก่อนรอบชิงชนะเลิศ ในที่สุดหลินจือไป๋ก็ไม่ได้ซ้อมอีก เขาเตรียมเพลงไว้หลายเพลง และบอกกับวงดนตรีไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงพอที่จะรับมือกับตัวแปรต่างๆ ในรอบชิงชนะเลิศ
…
วันรุ่งขึ้น!
รอบชิงชนะเลิศมาถึง!
เวลาห้าโมงเย็น!
ที่หน้าประตูสถานีโทรทัศน์เทียนกวง ผู้ชมที่มีบัตรเข้าชมในสตูดิโอต่างเริ่มมารวมตัวกันแล้ว!
ท่ามกลางฝูงชน
หลินจือไป๋ก็มาพร้อมกับครอบครัว
แน่นอนว่าเขาสวมแว่นกันแดดและหน้ากากอนามัย ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดความวุ่นวายได้ วันนี้คนเยอะมากจริงๆ รอบข้างเต็มไปด้วยเสียงเซ็งแซ่
หลังจากเข้าไปข้างในได้อย่างยากลำบาก หลินจือไป๋ก็ส่งครอบครัวไปยังที่นั่งผู้ชมแถวหน้า ขณะที่เขากำลังเตรียมตัวไปหาที่เปลี่ยนชุด จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงฮือฮาดังมาจากประตู
“นั่นมัน?”
พ่อก็สังเกตเห็นความวุ่นวายที่ประตูเช่นกัน สายตากวาดมองไปก็พลันตกตะลึงตาค้าง!
“เป็นไปได้ยังไง!”
หลินเซิ่งเทียนมองไปทางประตู เมื่อเห็นเงาร่างหนึ่งที่ถูกห้อมล้อมด้วยบอดี้การ์ดชุดดำ ก็ตกใจสะดุ้งโหยง
แม่ถึงกับอุทานออกมาว่า “ทำไมท่านถึงมาที่นี่ได้ล่ะเนี่ย!”
หลินซีพึมพำ “ที่แท้ปู่ก็สนใจการแข่งขันร้องเพลงแบบนี้ด้วยเหรอ…”
ใช่แล้ว
ที่มาของความวุ่นวายที่ประตูหน้าก็คือ หลินเจามู่ ประธานเสินฮว่ากรุ๊ปนั่นเอง!
แน่นอนว่าหลินจือไป๋ก็เห็นเช่นกัน สีหน้าภายใต้หน้ากากอนามัยฉายแววตระหนกออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ปู่มาที่สตูดิโอรอบชิงชนะเลิศของ ‘King of Mask Singer’ ได้ยังไง!?
ถ้ารู้ว่าปู่จะมา เจียงเฉิงต้องแจ้งเขาล่วงหน้าอย่างแน่นอน
ในเมื่อไม่มีการแจ้ง ก็หมายความว่าเจียงเฉิงเองก็ไม่รู้ว่าวันนี้หลินเจามู่จะมาชมรอบชิงชนะเลิศของ ‘King of Mask Singer’
ฮือฮา
ผู้ชมที่นั่งประจำที่แล้วก็จำหลินเจามู่ได้ ในสตูดิโอพลันเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ ทั้งที่การแข่งขันยังไม่ทันเริ่ม
“เชี่ย!”
“นี่มันหลินเจามู่นี่นา!”
“หลินเจามู่?”
“ประธานของเสินฮว่ากรุ๊ป!”
“เชี่ย! ปู่ของไป๋ตี้เหรอ?”
“ผู้ทรงอิทธิพลอันดับหนึ่งแห่งวงการบันเทิงฉินโจว!”
“เขาก็มาดูรอบชิงด้วยเหรอ!”
“วาไรตี้ของคุนเผิงนี่ประสบความสำเร็จเกินไปแล้วมั้ง!”
“ผู้นำเสินฮว่าถึงกับมาดูการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่สถานที่จริงด้วยตัวเองเลย!”
เหล่าผู้ชมตื่นเต้นกันสุดขีด!
หลินเจามู่คือขาใหญ่ระดับท็อปที่ชั่วชีวิตของคนส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสได้สัมผัส มาเห็นตัวจริงด้วยตาตัวเองแบบนี้ จะไม่ตื่นเต้นได้เหรอ!
และท่ามกลางการถกเถียงมากมายนับไม่ถ้วนนั้น
หลินเจามู่เดินตรงไปยังที่นั่งแถวหน้า โดยมีเลขาจินและบอดี้การ์ดนำทาง คอยกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
“ต้องเข้าไปทักทายหน่อยไหม?”
พ่อลังเล แต่แม่กลับไม่รีรอ เธอจูงมือเขาแล้วพูดว่า “แน่นอนว่าต้องไปทักทายสิ นั่นพ่อของคุณนะ”
“ไปกันเถอะ”
หลินซีลุกขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
หลินเซิ่งเทียนกล่าว “แล้วเสี่ยวเฮยล่ะ?”
คนในครอบครัวหันไปมอง พบว่าหลินจือไป๋หายตัวไปไร้วี่แววแล้ว ต่างคนต่างมองหน้ากันงุนงง แต่ยังคงเดินตรงไปยังทิศทางที่หลินเจามู่นั่งอยู่
“พ่อครับ…”
ทางฝั่งเลขาจินยอมปล่อยให้ผ่านเข้ามาทันที หลินตงพาครอบครัวเข้ามาทักทาย หลินเซิ่งเทียนและหลินซีต่างก็เรียกอย่างสำรวมว่า
“คุณปู่”
หลินเจามู่ขานรับเสียงหนึ่ง สายตากวาดมองสมาชิกในครอบครัว แล้วพบว่าขาดหลินจือไป๋ไป แววตามีร่องรอยความคิดบางอย่างวาบผ่าน
และในวินาทีนี้เอง
จู่ๆ ด้านนอกก็เกิดความวุ่นวายอีกครั้ง พร้อมกับเสียงอุทานของผู้ชมนับไม่ถ้วน “อ๊าย! เออิจิโร่ก็มาที่กองถ่ายด้วย!”
…
หลินจือไป๋ปลีกตัวเข้าไปในห้องพักสำรองที่ไร้ผู้คน แล้วต่อสายหาเจียงเฉิง ผลปรากฏว่าอีกฝ่ายรีบอธิบายขึ้นมาทันที “ผมเองก็ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนเลยครับ เจ้านายคิดว่าคุณปู่ของเรา ระแคะระคายอะไรเข้าหรือเปล่าครับ?”
“อาจจะนะ”
หลินจือไป๋ยังคงดูนิ่งสงบ
ปู่จะรู้อะไรบ้างนั้นไม่สำคัญ ยังไงวันนี้ก็ต้องเปิดหน้ากากอยู่แล้ว ความลับที่ว่าเขาคือฉู่ฉือ ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป
ส่วนปู่จะรู้มากแค่ไหน?
หลินจือไป๋เองก็ไม่แน่ใจ แต่มันก็ไม่สำคัญเช่นกัน เขาเชื่อว่าต่อให้ปู่รู้ว่าเขาคือเจ้าของคุนเผิง ก็คงจะไม่โกรธอยู่ดี
นี่แหละสไตล์ของปู่
เจียงเฉิงกล่าว “ตกลงครับ ยังไงวันนี้ก็ต้องเปิดหน้ากากอยู่แล้ว อ้อ วันนี้เออิจิโร่ก็มาครับ นั่งแถวแรกเลย ตอนที่คุณขึ้นไปร้องเพลงก็จะเห็นเขาด้วย”
พูดถึงตรงนี้
น้ำเสียงของเจียงเฉิงก็แฝงด้วยรอยยิ้ม
หลินจือไป๋ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาล็อกประตูแล้วเปลี่ยนชุด จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังห้องพักทีมสีแดงในฐานะเทพดาราร้อยลักษณ์ ทันทีที่ก้าวเข้าประตูไปก็ได้ยินเสียงสนทนากันด้านใน
“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
“ผู้เฒ่าหลินมาล่ะ!”
“ผู้เฒ่าหลินไหน?”
“จะผู้เฒ่าหลินคนไหนได้อีกเล่า!”
“หลินเจามู่ ประธานเสินฮว่ากรุ๊ปไง!”
หลินจือไป๋ที่เปลี่ยนร่างเป็นเทพดาราร้อยลักษณ์แล้วเอ่ยขึ้นลอยๆ ว่า “พวกคุณลนลานอะไรกัน เขาไม่ใช่กรรมการซะหน่อย จะกินพวกคุณเข้าไปหรือไง?”
“พูดแบบนั้นก็จริงอยู่ค่ะ”
ปลาคาร์ปน้อยกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “แต่เขาคือผู้เฒ่าหลิน ปู่ของอาจารย์ไป๋ตี้ ผู้ทรงอิทธิพลอันดับหนึ่งของวงการบันเทิงฉินโจวเชียวนะคะ ในพวกเราก็น่าจะมีนักร้องของเสินฮว่าอยู่ใช่ไหม?”
ปลาคาร์ปน้อยพูดพลาง
หันไปมองสุนัขทิเบต
มุมปากสุนัขทิเบตกระตุกทีหนึ่ง ขณะที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เจ้าหน้าที่ก็เดินเข้ามาแจ้งให้ทุกคนจับสลาก การดวลรอบแรกในวันนี้ยังเป็นการปะทะกันระหว่างทีมสีแดงและสีน้ำเงิน
หลินจือไป๋จับสลาก
ไม่เลว ได้หมายเลขสาม
คนอื่นๆ ก็จับสลากจนครบ
จินเสี่ยวเฟิงบันทึกผลเสร็จก็ประกาศรายชื่อการดวลในรอบแรก ปลาคาร์ปน้อยปะทะทุเรียนระเบิด สุนัขทิเบตปะทะหลิวริมน้ำ คู่ต่อสู้ของเทพดาราร้อยลักษณ์คือดอกเพชฌฆาต ส่วนเจ้าชายกบดวลกับหญ้าอ่อนเขียวขจี
เมื่อเห็นผลลัพธ์
ปลาคาร์ปน้อยพลันยิ้มขื่น “ฉันรู้อยู่แล้วว่าสัปดาห์สุดท้าย ฉันก็เป็นแค่ตัวประกอบ”
เมื่อต้องเจอกับทุเรียนระเบิด ปลาคาร์ปน้อยไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย แต่พอลองคิดดูดีๆ เธอรู้สึกว่าวันนี้ตนจะเจอกับใครก็สู้ไม่ได้ทั้งนั้น คนที่เหลือในทีมสีน้ำเงิน ถ้าไม่เป็นราชาเพลงก็เป็นราชินีเพลง
ล้วนแต่เป็นนักร้องตัวท็อปของฉินโจวทั้งสิ้น
เจ้าชายกบพึมพำ “ฉันล่ะอยากเจอกับทุเรียนระเบิดก่อนจริงๆ”
สุนัขทิเบตเลิกคิ้ว “หวัดนายหายแล้วเหรอ?”
เจ้าชายกบตอบ “หายแล้ว เพราะงั้นวันนี้พวกนายต้องระวังตัวไว้ให้ดี!”
สุนัขทิเบตไม่สนใจเขา
เทพดาราร้อยลักษณ์เองก็ไม่ใส่ใจ
เจ้าชายกบพลันรู้สึกเก้อเขิน ยังดีที่ปลาคาร์ปน้อยช่วยพูดสนับสนุนขึ้นมา “สมกับเป็นราชาเพลงโจวเลยค่ะ น่าเกรงขามมาก!”
…
เมื่อเวลาของรอบชิงชนะเลิศรายการ ‘King of Mask Singer’ ใกล้เข้ามา แพลตฟอร์มออนไลน์อย่างจี๋กวงก็เริ่มคึกคักอย่างรวดเร็ว!
‘จะเริ่มแล้ว!’
‘ถึงรอบไฟนอลแล้ว เดาไม่ออกเลยว่าใครจะได้เป็นแชมป์รายการนี้ การคว้าตำแหน่งราชาเพลงในรายการนี้ได้นี่ถือว่าทรงคุณค่ามากจริงๆ!’
‘สภาพร่างกายของเจ้าชายกบน่าจะฟื้นตัวแล้วใช่ไหม? รอบนี้ราชาเพลงโจวมีโอกาสคว้าแชมป์อยู่นะ!’
‘ทุเรียนระเบิดที่หนึ่ง!’
‘สุนัขทิเบตสู้ๆ!’
‘สนับสนุนหลิวริมน้ำ!’
‘เทพดาราร้อยลักษณ์แข็งแกร่งที่สุด!’
‘ยังจะเชียร์เทพดาราร้อยลักษณ์อีก เพราะการวิเคราะห์ของเออิจิโร่ คะแนนนิยมของเขาเลยร่วงไปเยอะเลย ตอนนี้คะแนนสนับสนุนหล่นไปอยู่อันดับสามแล้ว!’
‘ฉันจะสนับสนุนเทพดาราร้อยลักษณ์ตลอดไป!’
ท่ามกลางการสนทนามากมายนับไม่ถ้วน รอบชิงชนะเลิศ ‘ค่ำคืนแห่งจุดสูงสุดของ King of Mask Singer’ ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!
………………………………………………
ตอนเก่าๆกำลังทยอยลงนะคะโปรดอดใจรอเรารู้หลายท่านอ่านถึงปัจจุบันกันหมดแล้ว