ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 386 นักพรตจอมปลอม!
ตอนที่ 386 นักพรตจอมปลอม!
“น่าสนใจ!”
“ดนตรีประกอบมีความคิดสร้างสรรค์มาก”
“หืม?”
“ชื่อเพลงหมายความว่าอะไร?”
พวกหลี่เซียวกับฉินเลี่ยนกำลังกระซิบกระซาบกัน ทันใดนั้นก็เห็นชื่อเพลงปรากฏบนหน้าจอขนาดใหญ่ที่สว่างขึ้น
นักพรตจอมปลอม!
หลายคนที่เห็นตัวอักษรเหล่านี้ ต่างก็งุนงงกันในแวบแรก!
นี่คือเพลงของชุยเจี้ยน
ชุยเจี้ยนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกดนตรีร็อกของประเทศจีน มีฉายาว่า ‘บิดาเพลงร็อกจีน’ ดังนั้นเพลง ‘นักพรตจอมปลอม’ นี้ เนื้อแท้แล้วเป็นแนวร็อก
แต่คีย์ดั้งเดิมของเพลงไม่สูง
ซึ่งเกี่ยวข้องกับลักษณะเสียงของชุยเจี้ยน
มีนักร้องหลายคนเคยนำเพลงนี้มาร้อง แม้แต่ซือชงคุณพ่อมหาเศรษฐีก็ยังเคยร้อง ต้องบอกเลยว่าร้องได้มีพลังมากทีเดียว
หลังจากหลินจือไป๋ตัดสินใจร้องเพลงนี้ ก็เลือกที่จะเพิ่มคีย์ขึ้นอย่างไม่ลังเล ทั้งยังปรับการเรียบเรียงดนตรีใหม่ ให้อารมณ์ของเพลงเข้มข้นมากขึ้น และเข้ากับเอกลักษณ์เสียงของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น!
ตัวเพลงได้มาจากระบบ
แต่อารมณ์ความรู้สึกนั้นกลับเป็นของเขาเอง
หรือจะพูดอีกอย่างคือ เกณฑ์ในการเลือกเพลงของหลินจือไป๋บนเวทีนี้ เน้น ‘สื่อความเป็นตัวเอง’ เสมอมา
มากสุดก็แค่ร้องเพลงแปลกๆ อย่าง ‘ฉันเป็นเด็กผู้หญิง’ ในบางครั้ง แต่เมื่อการแข่งขันมาถึงขั้นนี้ แน่นอนว่าเล่นป่วนไม่ได้อีกแล้ว
ตึ่ง ตึ่ง ตึ่ง!
วินาทีต่อมา!
เสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์ก็แผดคำรามกระหน่ำไปทั่วทั้งเวที!
“ฉันจะเดินจากใต้จรดเหนือ
ฉันจะเดินจากเช้าจรดค่ำ
ฉันอยากให้ผู้คนมองเห็นตัวฉัน
แต่กลับไม่มีใครรู้ว่าฉันเป็นใคร”
หลินจือไป๋ใช้เสียงจริงของเขา เสียงที่จริงแท้และเป็นตัวของตัวเองที่สุด!
เนื้อเสียงให้ความรู้สึกไปทางเสียงกลางต่ำแบบผู้ชาย ดังนั้นเมื่อร้องเพลงนี้ จึงแฝงด้วยความรู้สึกแผดคำรามพอเหมาะพอดี
ผู้ชมถึงกับอึ้งไป!
เนื้อเพลงนี้มีเสน่ห์เกินไปแล้ว!
ลีลาการร้องช่างเข้าถึงอารมณ์!
เข้ากับเวที ‘King of Mask Singer’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
และยิ่งเข้ากับสถานการณ์ข่าวลือที่เทพดาราร้อยลักษณ์เผชิญอยู่ในช่วงนี้!
ดนตรีร็อกที่ไม่เกรี้ยวกราดแต่กลับแฝงด้วยอารมณ์ที่ชัดเจน แทบจะทำให้หัวใจคนเต้นระรัวได้ในพริบตา การสอดประสานดนตรีพื้นเมือง ช่วยลดทอนความดุร้ายและโทสะลงไป จนเกิดเป็นความสมดุลที่แสนละเอียดอ่อน!
“หากคุณเห็นฉันเริ่มเหนื่อยล้า
โปรดช่วยรินน้ำให้ฉันสักหน่อย
หากคุณตกหลุมรักฉันแล้ว
โปรดประทับจูบบนริมฝีปากฉันหน่อย”
ทุเรียนระเบิดที่ผ่านเข้ารอบไปแล้วหรี่ตาลงเล็กน้อย
การโจมตีของเออิจิโร่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการแสดงของเขาเลยแม้แต่น้อย
สุนัขทิเบตที่ผ่านเข้ารอบไปแล้วเช่นกันเผยรอยยิ้มออกมา รอบสี่คนสุดท้ายไม่อาจกักขังเทพดาราร้อยลักษณ์ไว้ได้จริงๆ ถึงเพลงเพิ่งจะเริ่ม แต่จุดจบของดอกเพชฌฆาตก็ดูเหมือนถูกกำหนดไว้แล้ว
เสียงเพลงยังคงดำเนินต่อไป
มือของหลินจือไป๋ชี้ไปยังผู้ชม ชี้ไปยังฟากฟ้า ชี้ไปยังที่ห่างไกล เหมือนกับเสียงร้องของเขาที่ล่องลอยไปไกลแสนไกล!
“ฉันมีเท้าคู่นี้
ฉันมีขาคู่นี้
ฉันมีขุนเขาและสายนทีนับหมื่นแสน
ฉันต้องการครอบครองทุกสิ่ง แต่ไม่ต้องการความเกลียดชังและความเสียใจ
หากจะรักฉัน
ก็อย่ากลัวจะเสียใจ”
ผู้ชมต่างขนลุกซู่ อารมณ์ของผู้คนมากมายพลันสับสนปนเป เนื้อเพลงนี้มีความหมายแฝง ที่แทบจะเขียนออกมาโต้งๆ อยู่แล้ว!
รักคุณเข้าแล้ว…
ก็อย่ากลัวจะเสียใจเหรอ?
คำถามที่เคยผุดขึ้นในใจนับหมื่นนับพันหนได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง!
เทพดาราร้อยลักษณ์คือใครกันแน่?
เพลงนี้ ตอบโต้กระแสวิจารณ์บนอินเทอร์เน็ตเหรอ?
ตอกกลับพวกที่บอกว่าคุณต้องพึ่งพาคนอื่นแต่งเพลงให้ จึงเดินมาได้ถึงวันนี้เหรอ?
เนื้อเพลงที่เข้ากับสถานการณ์ขนาดนี้ ยากที่จะไม่ทำให้ผู้คนตกตะลึง และยากที่จะไม่ทำให้ผู้คนจินตนาการไปไกลในชั่วพริบตา!
หลายคนถูกคำพูดของเออิจิโร่ทำให้หวั่นไหวในการสนับสนุนเทพดาราร้อยลักษณ์ ในนี้ถึงขั้นที่มีบางคน ทั้งที่เคยประกาศตัวว่ารักหมอนี่ที่สุด ก็ยังเงียบกริบท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์!
แต่วินาทีนี้
เมื่อได้ฟังเพลงนี้
ผู้คนนับไม่ถ้วนที่เคยหวั่นไหวตามกระแส ต่างรู้สึกว่าหัวใจของตนกำลังถูกสั่นสะเทือนทีละนิด ทำไมถึงไม่ยืนหยัดมั่นคงกว่านี้นะ?
“สักวันฉันจะโบยบินไปไกลแสนไกล
ฉันไม่อยากหยุดอยู่แค่ตรงนี้
และไม่อยากให้ใครเดินตาม”
เสียงร้องของเทพดาราร้อยลักษณ์มีพลังทะลุทะลวงหัวใจ คำบอกเล่าเหล่านั้นมาพร้อมท่วงทำนอง ล่องลอยเข้าไปในหูของทุกคน!
ผู้ชมบางคนถึงกับขอบตาแดงก่ำ
แต่เทพดาราร้อยลักษณ์กลับยังคงชี้มือไปบนท้องฟ้า ร้องเสียงดังว่า
“ฉันเพียงอยากเห็นเธองดงาม!
แต่ไม่อยากรู้ว่าเธอต้องทนทุกข์!
ฉันต้องการน้ำจากสวรรค์!
แต่ไม่ใช่หยาดน้ำตาของเธอ!”
เมื่อร้องถึงตรงนี้ นิ้วของเทพดาราร้อยลักษณ์ค่อยๆ เลื่อนต่ำลง ในที่สุดก็หยุดลงที่เงาร่างหนึ่งในแถวหน้าสุด พร้อมกับร้องเนื้อเพลงอีกสองประโยคออกมา
“ฉันไม่อยากเชื่อเลย!
ว่าจะมีปีศาจอยู่จริง!
ไม่ได้อยากเป็นศัตรูกับใครทั้งนั้น!”
คนที่ถูกชี้ไปก็คือเออิจิโร่ที่มาดูการแข่งขันในวันนี้ ซึ่งนั่งอยู่ตรงปลายแถวหน้าพอดี!
หางตาของเออิจิโร่พลันกระตุกขึ้นมา!
เขามั่นใจว่าเทพดาราร้อยลักษณ์จงใจชี้มาที่ตน!
แม้ว่าในสายตาของผู้ชม เขาแค่การสื่อสารกับทุกคนเท่านั้น!
“เธออย่าได้คิดเลยว่าจะรู้ว่าแท้จริงฉันคือใคร!
และอย่าหวังว่าจะได้เห็นความจอมปลอมของฉัน!”
น้ำเสียงของเทพดาราร้อยลักษณ์แฝงโทสะ แฝงอารมณ์ความรู้สึก มีพลังดึงดูดที่รุนแรงมหาศาล จนผู้ชมเกือบทั้งหมดต่างจมดิ่งลงไปในบทเพลง!
…
ด้านหลังเวที
เจ้าชายกบได้ฟังมาถึงตรงนี้จนเลือดในร่างกายเดือดพล่าน สไตล์ที่โจวหานจิ้นชอบที่สุดก็คือร็อก!
“เยี่ยม!”
เจ้าชายกบรู้สึกว่าเพลงนี้ของเทพดาราร้อยลักษณ์ โดยเฉพาะประโยคที่ว่า ‘เธออย่าได้คิดเลยว่าจะรู้ว่าแท้จริงฉันคือใคร และอย่าหวังว่าจะได้เห็นความจอมปลอมของฉัน’ ถือเป็นการถ่ายทอดแก่นแท้ของชาวร็อกได้อย่างลึกซึ้ง!
เรียบง่าย!
ดุดัน!
บรรดาแขกรับเชิญต่างตกตะลึง!
ทั้งสตูดิโอระเบิดความมันแล้ว!
นี่เป็นครั้งที่สองที่เทพดาราร้อยลักษณ์ร้องเพลงสไตล์ร็อกบนเวทีนี้ ครั้งก่อนก็คือเพลง ‘รักแม่จริงๆ’!
และผลลัพธ์
ก็เหมือนกับครั้งที่แล้ว!
ทั่วทั้งฮอลล์ต่างเดือดพล่าน!
เสียงร้องของเทพดาราร้อยลักษณ์ได้ปลุกผู้คนจำนวนมากที่มัวแต่สับสน หมกมุ่นอยู่กับคำถามที่ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนแต่งเพลงเหล่านั้น…
เรื่องนี้มันสำคัญเหรอ?
ทุกคนรักเทพดาราร้อยลักษณ์กันขนาดนั้น จะเปลี่ยนใจเพียงเพราะคำพูดไม่กี่ประโยคของเออิจิโร่อย่างนั้นเหรอ ทั้งที่เขาพยายามอย่างหนักเพื่อให้ผู้ชมยิ้มได้ ออกตัวปกป้องเพื่อนร่วมทีมครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงขั้นมอบโอกาสชุบชีวิตที่ล้ำค่าที่สุดสองครั้งให้กับปลาคาร์ปน้อยและเจ้าชายกบ!
คนแบบนี้!
มีสิทธิ์อะไรที่ทำให้เขาต้องมาแบกรับความกดดันมหาศาล ทำให้ความรักที่ทุกคนมีต่อเทพดาราร้อยลักษณ์ต้องเปลี่ยนไป เพียงเพราะคำพูดของเออิจิโร่ไม่กี่คำ?
ที่บอกว่า ให้คนอื่นมาร้องก็ได้ผลลัพธ์เหมือนเทพดาราร้อยลักษณ์งั้นเหรอ?
ไม่ใช่เลย!
คิดดูดีๆ เพลงเหล่านั้นของเทพดาราร้อยลักษณ์แฝงด้วยอารมณ์ที่เข้มข้น สื่อถึงความเป็นตัวเองอย่างเปี่ยมล้น จะเป็นไปได้ยังไงที่ใครมาร้องก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน!
ไม่ต้องมองไกล
แค่เพลง ‘นักพรตจอมปลอม’ นี้ ใครมาร้อง ก็จะให้อารมณ์ความรู้สึกมากไปกว่าเทพดาราร้อยลักษณ์งั้นเหรอ!?
ด้านล่างเวที
เออิจิโร่ใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก เขาดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงเงาร่างของเทพดาราร้อยลักษณ์ แม้เป็นเพียงการชี้นิ้วเบาๆ และเหลือบมองเพียงแวบเดียวเท่านั้น!
แขกรับเชิญทีมกรรมการนักทายทุกคนต่างลุกขึ้นยืนกันหมดแล้ว!
หลี่เซียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย “ที่แท้นี่ก็คือความหมายของ ‘นักพรตจอมปลอม’!”
ฉินเลี่ยนฉายแววตาซับซ้อน “เนื้อเพลงพวกนี้ เหมือนเขาร้องให้พวกเราฟัง แล้วก็เหมือนเขาร้องให้ตัวเองฟังด้วย บางประโยคยังเหมือนร้องให้พวกที่ชอบตั้งข้อสงสัยฟังอีกต่างหาก ไม่ว่าคนแต่งเพลงจะเป็นใคร แต่อารมณ์เหล่านี้ ความรู้สึกเหล่านี้ และน้ำเสียงนี้ ย่อมต้องเป็นของเทพดาราร้อยลักษณ์อย่างแน่นอน แต่บางคนก็พยายามจะหามุมมาจับผิดเทพดาราร้อยลักษณ์ให้ได้…”
หลัวเยี่ยนก็เลือดลมพลุ่งพล่าน!
ส่วนปลาคาร์ปน้อยหานเยว่ซวงยิ่งตื่นเต้น “นี่แหละเทพดาราร้อยลักษณ์ สไตล์ไหนเขาควบคุมได้ทั้งนั้น บนเวทีนี้ไม่มีอะไรที่เขาทำไม่ได้!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์!”
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มก่อน ผู้ชมเริ่มตะโกนเรียกชื่อของเทพดาราร้อยลักษณ์ดังสนั่น จากตอนแรกที่สับสนวุ่นวายจนกลายเป็นเสียงเดียวกันในที่สุด!
เสียงรัวกลองดังกึกก้อง!
เสียงปรบมือดังกึกก้อง!
ดอกเพชฌฆาตที่รออยู่ข้างเวทีถึงกับฝีเท้าอ่อนแรงลงเล็กน้อย นึกไม่ถึงเลยว่าเทพดาราร้อยลักษณ์จะใช้เพลงเพลงเดียว เอาชนะหัวใจผู้ชมได้อีกครั้ง!
ถึงแม้จะไม่ใช่ทุกคนที่เปลี่ยนความคิดบางอย่างเพราะเพลงนี้…
แต่ดอกเพชฌฆาตมั่นใจว่า เพลงนี้เพียงพอที่จะทำให้เทพดาราร้อยลักษณ์เอาชนะเธอได้แน่นอน!
เธอไม่ควรหวังพึ่งโชคช่วยจริงๆ เดิมทีดอกเพชฌฆาตคิดว่าการโจมตีของเออิจิโร่ จะส่งผลต่อคะแนนนิยมของเทพดาราร้อยลักษณ์ ทำให้เธอได้รับผลประโยชน์ทางอ้อมไปด้วยเสียอีก
“เล เล เล เล เล
เล เล เล เล เล
เล เล เล เล เล
เล เล เล เล เล”
เทพดาราร้อยลักษณ์ร้องฮัม อารมณ์คล้ายสงบนิ่งลง น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความปล่อยวาง สอดประสานเสียงตะโกนเชียร์ของผู้ชม ไม่ว่าอารมณ์เพลงหรือจิตวิญญาณ ต่างก็หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
และบทเพลง
ในตอนนี้ก็ใกล้จบลงแล้ว
เทพดาราร้อยลักษณ์ร้องเพลงพลางเยื้องกรายไปบนเวทีอย่างอิสระ แสงไฟสปอตไลท์สวยงามส่องไล่ตามทุกย่างก้าวของเขา ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่เขา!
“ฉันจะเดินจากใต้จรดเหนือ!
ฉันจะเดินจากเช้าจรดค่ำ!
ฉันอยากให้ผู้คนมองเห็นตัวฉัน!
แต่…
ไม่รู้ว่าฉัน! คือ! ใคร!”
เสียงรัวกลองดุเดือด เสมือนช่องทางระบายอารมณ์ของทุกคน เมื่อเนื้อเพลงประโยคสุดท้ายจบลงด้วยเสียงลากยาว เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นต่อเนื่อง ราวกับผู้ชมต่างก็ถูกจุดไฟในตัวจนลุกโชน!
“กรี๊ดดดดด!”
“ฉันจะสนับสนุนเทพดาราร้อยลักษณ์ตลอดไป!”
“เทพดาราร้อยลักษณ์สู้ๆ!”
“หน็อยแน่ เออิจิโร่เกือบจูงจมูกฉันไปแล้ว!”
“ระดับการร้องของเทพดาราร้อยลักษณ์ที่ใส่อารมณ์ได้ถึงขนาดนี้ ยังมีอะไรให้ตำหนิอีก!”
“เพลงนี้ฉันฟังแล้วเลือดมันเดือดพล่านจริงๆ!”
“ฉันไม่สนว่าใครจะแต่งเพลง ฉันรู้แค่ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์ร้องได้เข้าถึงใจฉันแล้ว!”
“เนื้อเพลงนี้มันสะใจสุดๆ เลยเว้ย!”
“ฮ่าๆๆ ทุกคนมองเห็นคุณแล้ว แต่กลับไม่มีใครรู้ว่าคุณเป็นใคร!”
“เร่าร้อนเกินไปแล้ว!”
ถ้าจะบอกว่าก่อนเริ่มเพลงนี้ ยังมีคนเกือบครึ่งที่ลังเลว่าจะโหวตให้เทพดาราร้อยลักษณ์ดีไหม เช่นนั้นหลังจากเพลงนี้จบลง คนส่วนใหญ่ต่างก็เลือกโหวตให้อย่างไม่ลังเลแล้ว ไม่ต้องมานั่งคิดมากอีกต่อไป!
หรือพูดอีกอย่างคือ!
เพลงนี้ทำให้ทุกคนมองข้ามเสียงรบกวนเหล่านั้น ลืมคำพูดของเออิจิโร่ไป เพราะเทพดาราร้อยลักษณ์ได้สร้างสรรค์การแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่นักร้องคนหนึ่งจะทำได้ออกมาแล้ว!
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว!
ทางด้านหลินเจามู่ที่นั่งดูการแสดงเงียบๆ มาตลอด จู่ๆ แววตาก็พลันไหววูบ “ดูเหมือนวันนี้พวกเราจะไม่ได้มาเสียเที่ยว ฉันมั่นใจได้แล้ว”
สายตานั้น
แฝงความเอ็นดู
แฝงรอยยิ้ม
แฝงความภาคภูมิใจ
เลขาจินชะงักไปครู่หนึ่ง ย่อมเข้าใจความหมายประโยคนี้ของประธานดี แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ “ท่านมั่นใจได้ยังไงครับ ว่าเทพดาราร้อยลักษณ์ก็คือคุณชายน้อยไป๋?”
“แกไม่เข้าใจหรอก”
มุมปากของหลินเจามู่ยกยิ้มจางๆ “นี่อาจจะเป็นสายใยสื่อใจระหว่างปู่กับหลานละมั้ง เด็กคนนี้เหมือนฉันตอนหนุ่มๆ มากเลย”
เลขาจิน : “…”
เขาพบว่าท่านประธานชอบเน้นย้ำว่าคุณชายน้อยไป๋เหมือนตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากใบหน้าที่เหมือนกันจริงๆ แล้ว ด้านอื่นก็ดูจะไม่เหมือนกันเลยสักนิดเดียว