ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 399 เริ่มถ่ายทำ เหรียญดอกท้อ!
ตอนที่ 399 เริ่มถ่ายทำ เหรียญดอกท้อ!
ซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าของฉินโจวมาถึงฉีโจวกันหมดแล้ว
นั่นหมายความว่าการถ่ายทำรายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ทางด้านบริษัทร่วมทุนเสินฮว่าคุนเผิง หลินจือไป๋กำลังให้เฟิงซั่วรับผิดชอบการถ่ายทำหนังเรื่อง ‘เปาบุ้นจิ้นหน้าขาว’
ขอแค่โปรเจกต์นี้ยังดำเนินอยู่ หลินจือไป๋ก็ไม่รีบร้อนจะทำอย่างอื่น ชีวิตในแต่ละวันส่วนใหญ่ก็จะเป็นการวาดมังงะแต่งเพลง บางครั้งก็ให้เลขาอู๋เสวียนพาไปเดินเล่นในเมืองเซินเฉิงของฉีโจวบ้าง
กระทั่งสามวันต่อมา
ในที่สุดจดหมายเชิญจากทีมงานรายการก็มาถึง แขกรับเชิญทุกคนต้องไปรวมตัวกันที่ภูเขาลี่ซาน ในวันที่เก้าเดือนกันยายนนี้
เป็นเช่นนี้
เมื่อถึงกำหนดวัน อู๋เสวียนและหลินจือไป๋ก็ออกเดินทางอย่างเป็นทางการ
ตามข้อกำหนดของรายการ ตลอดระยะเวลาการถ่ายทำ แขกรับเชิญไม่สามารถพาผู้ช่วยส่วนตัวมาด้วยได้ ทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าหรือไม่ก็ตาม
นอกจากนี้
ก่อนการถ่ายทำจะสิ้นสุด หากไม่มีเหตุจำเป็นพิเศษ ทุกคนห้ามออกไปไหนและต้องใช้ชีวิตร่วมกันเป็นกลุ่มอย่างแท้จริงตลอดช่วงเวลานี้
ดังนั้นอู๋เสวียนจึงไปส่งหลินจือไป๋ได้แค่ถึงจุดหมายเท่านั้น
ส่วนการถ่ายทำจริง หลินจือไป๋ต้องเผชิญด้วยตัวเอง
ระหว่างทาง
อู๋เสวียนเอ่ยขึ้นว่า “การที่ตัวแทนหลินเข้าร่วมวาไรตี้นี้จะเป็นผลดีอย่างมากต่อการเพิ่มความนิยมของคุณในฉีโจว แต่มีบางเรื่องที่คุณต้องระวังหน่อยนะคะ อย่างแรกเลยคือตอนที่เย่อิงกับฉีเจียนเจียมีปัญหากัน พยายามอย่าเข้าไปยุ่งนะคะ สองคนนี้เป็นศัตรูคู่แค้นกัน ต่างฝ่ายต่างมีอิทธิพลมหาศาลในวงการ ถ้าคุณเลือกข้างฝ่ายใดในรายการ ต้องผิดใจกับแฟนคลับของอีกฝ่ายแน่ๆ ค่ะ แล้วก็ยังมีฉีเทียนเหวินกับเย่จวินจี๋ด้วย สองคนนี้ความสัมพันธ์ไม่ค่อยจะดีนัก…”
อู๋เสวียนกล่าวร่ายยาว
วิเคราะห์ให้ฟังว่าความสัมพันธ์ของแขกรับเชิญเหล่านี้ซับซ้อนขนาดไหน
สุดท้ายอู๋เสวียนก็ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ในรายการนี้มีดาราจากฉินโจวที่คุณคุ้นเคยอยู่ด้วย คุณก็คลุกคลีอยู่กับพวกเขาให้มาก แล้วพยายามยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของดาราฉีโจวให้น้อยที่สุดก็พอค่ะ คุณไม่จำเป็นต้องไปหาเรื่องพวกเขา พวกเขาก็คงไม่อยากหาเรื่องคุณเหมือนกัน ยังไงรายการนี้ก็ได้ช่องทางการออกอากาศอย่างเป็นทางการทั้งสองทวีปแล้ว ถึงเวลาจะฉายพร้อมกันทั้งสองฝั่ง ใครที่จะล่วงเกินคุณ ก็เท่ากับล่วงเกินตลาดฉินโจวที่กว้างขวางไปด้วยค่ะ”
“อืม”
หลินจือไป๋ตอบรับส่งๆ ในใจกลับไม่ได้ใส่ใจนัก
อย่าไปดูสิ่งที่ในเน็ตพูดกันจนน่ากลัวเกินจริงนักเลย เรื่องที่ว่าคนนั้นกับคนนี้เป็นศัตรูกัน คนนู้นกับคนนี้เคยมีปัญหากันอะไรทำนองนั้น
แต่พอมาออกรายการเดียวกันจริงๆ ต่อให้จะไม่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตรได้ ทุกคนก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ที่ดูเป็นมิตรต่อกัน
วงการบันเทิงก็เป็นแบบนี้ ต่อให้ในใจจะเกลียดจนอยากจะขย้ำให้ตาย แต่เมื่ออยู่ต่อหน้ากล้องที่จับจ้องอยู่ เจอหน้ากันก็ต้องทักทายกันอยู่ดี
แม้ว่าการชิงดีชิงเด่นทั้งต่อหน้าและลับหลังจะเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน แต่หลินจือไป๋ก็มีมาตรฐานของตัวเอง ขอแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ
และแล้ว
หลินจือไป๋ก็มาถึงสนามบินลี่เฉิง
มีทีมงานของซิงชั่นสองสามคนมารับทันที
ด้านหลังยังมีตากล้องคนหนึ่งกำลังหันกล้องถ่ายมาที่เขา
การถ่ายทำถือว่าเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในวินาทีนี้ ทุกๆ ช็อตต่อจากนี้อาจจะถูกนำไปตัดต่อในการออกอากาศจริง
“อาจารย์หลินจือไป๋ สวัสดีครับ!”
“สวัสดีครับ”
“ตอนนี้การถ่ายทำถือว่าเริ่มต้นขึ้นแล้วนะครับ”
ทีมงานชี้ไปที่ช่างภาพพร้อมกับกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ต่อไปคุณต้องขับรถมุ่งหน้าไปที่เขาลี่ซานครับ”
“อืม”
หลินจือไป๋มีใบขับขี่ เรื่องขับรถจึงไม่มีปัญหา
อู๋เสวียนเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นฉันจะหาที่พักแถวภูเขาลี่ซานรอนะคะ ถ้าคุณต้องการอะไร ติดต่อฉันได้ตลอดเวลาเลยค่ะ ฉันจะรีบไปหาให้เร็วที่สุด”
หลินจือไป๋พยักหน้า
หลังจากอู๋เสวียนจากไป หลินจือไป๋ก็ยกสัมภาระของตัวเองตรงไปยังรถที่ทีมงานเตรียมไว้
รถยนต์ใหม่เอี่ยม น่าจะเป็นของสปอนเซอร์
หลินจือไป๋ไม่ได้ขอให้ทีมงานช่วยเหลือ เขาแบกกระเป๋าใส่ท้ายรถด้วยตัวเอง จากนั้นก็ก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ แล้วเปิดระบบนำทางในมือถือ
ภูเขาลี่ซานอยู่ห่างจากสนามบินประมาณห้าสิบกว่ากิโลเมตร คาดว่าน่าจะใช้เวลาขับรถประมาณหนึ่งชั่วโมง
ปกติเขามีคนขับรถส่วนตัว หลินจือไป๋จึงไม่ต้องขับรถเอง
แต่พอมาเข้าร่วมรายการนี้ หลินจือไป๋ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้อง ‘พึ่งพาตัวเอง’
“เดี๋ยวก่อนครับ”
ขณะที่หลินจือไป๋กำลังจะออกรถ ทีมงานก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “คุณต้องพาแขกรับเชิญไปด้วยอีกคนครับ ออกเดินทางกันเป็นคู่”
“พาใครไปครับ?”
“เธอมาถึงแล้วครับ”
ทีมงานพูดจบก็เดินไปต้อนรับเงาร่างหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป
หลินจือไป๋หันไปมอง เห็นเด็กสาวรูปร่างเพรียวบาง สวมกระโปรงพลีทเนื้อโปร่งเบา รองเท้าส้นสูง ผมยาวสยายพาดบ่าอย่างเป็นธรรมชาติ ย่างก้าวพลิ้วไหวให้ความรู้สึกสดชื่นสะอาดตา เธอโบกมือมาแต่ไกล
ราชินีเพลงฉีโจว เย่อิง!
หลินจือไป๋มาอยู่ฉีโจวได้พักหนึ่งแล้ว สำหรับสี่ราชาสองราชินีแห่งฉีโจวเขาพอจะรู้จักอยู่บ้าง แค่เข้าอินเทอร์เน็ตก็เห็นข่าวของซูเปอร์สตาร์พวกนี้แล้ว จึงจำเธอได้ในทันที เด็กสาวคนนี้หน้าตาสวยมาก ต่อให้อยู่ในวงการบันเทิงที่เต็มไปด้วยการประชันโฉม ก็ยังนับว่าเป็นเพชรยอดมงกุฎที่โดดเด่นอย่างยิ่ง
“สวัสดีค่ะ”
เย่อิงลากกระเป๋าเดินทางมาข้างรถแล้วส่งยิ้มหวานให้หลินจือไป๋
“ฉันเย่อิงค่ะ”
“สวัสดีครับ หลินจือไป๋ครับ”
หลินจือไป๋เหลือบมองรูปร่างที่ดูบอบบางเหมือนจะต้านแรงลมไม่อยู่ของอีกฝ่าย ก่อนจะลงจากรถไปช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถให้
หนักทีเดียว ไม่รู้ว่าข้างในยัดของอะไรไว้บ้าง
“ขอบคุณค่ะ”
เย่อิงกล่าวขอบคุณ
หลินจือไป๋โบกมือ พอกลับมาที่ที่นั่งคนขับก็ถามขึ้นประโยคหนึ่ง “คุณมีใบขับขี่ไหมครับ?”
เย่อิงตอบอย่างเก้อเขิน “ขี้เกียจเรียนมาตลอดเลยค่ะ”
“เข้าใจแล้วครับ”
หลินจือไป๋เอ่ยอย่างเป็นสุภาพบุรุษ “เชิญขึ้นรถครับ”
เย่อิงคลี่ยิ้ม ไม่ได้เดินไปนั่งที่เบาะหลัง แต่นั่งลงบนตำแหน่งข้างคนขับทันที
ทีมงานเตือนขึ้นว่า “ก่อนที่ทั้งสองท่านจะออกเดินทาง ผมจำเป็นต้องแนะนำข้อมูลเบื้องต้นก่อนครับ อย่างแรกเลยคือหลังจากเข้าสู่ภูเขาลี่ซาน แขกรับเชิญจะกลายเป็นชาวบ้านท้องถิ่นโดยอัตโนมัติครับ และต่อจากนี้ไป นอกจากของใช้ส่วนตัวในชีวิตประจำวันแล้ว พวกอาหารเครื่องดื่มทั้งหลายห้ามนำติดตัวเข้าไปโดยเด็ดขาด ต้องใช้ ‘เหรียญดอกท้อ’ ของพวกเราซื้อเอาเท่านั้นครับ”
“เหรียญดอกท้อ?”
เย่อิงชะงักไปเล็กน้อย
ทีมงานอธิบายว่า “ชาวบ้านแต่ละคนจะมีเหรียญดอกท้อติดตัวเริ่มต้นคนละหนึ่งร้อยเหรียญ หากต้องการเพิ่มหลังจากนั้นต้องหาวิธีหาเหรียญเองครับ ไม่ว่าจะเป็นการทำภารกิจที่ทีมงานมอบหมาย หรือหาจากเหรียญในมือของชาวบ้านท่านอื่น ผมขอบอกไว้ก่อนเลยนะครับว่าถ้าไม่มีเหรียญดอกท้อที่ภูเขาลี่ซาน ทุกท่านจะขยับตัวไปไหนไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นต้องรักษาไว้ให้ดีนะครับ”
“หา?”
เย่อิงเอ่ยอย่างลำบากใจ “แล้วขนมในกระเป๋าของฉันจะทำยังไงล่ะคะ?”
“ทีมงานจะช่วยเก็บรักษาไว้ให้ครับ” ทีมงานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันครับ”
เย่อิงส่งเสียงร้องงุ้งงิ้ง
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาออกรายการวาไรตี้ประหลาดๆ แบบนี้ รู้สึกไม่ค่อยดีเลยแฮะ เพื่อประชดยัยผู้หญิงนิสัยไม่ดีคนนั้นมันคุ้มไหมเนี่ย?
หลินจือไป๋กลับยิ้มออกมาเล็กน้อย
กฎพวกนี้คือมุกเดิมๆ ที่เรียลลิตี้ในชาติก่อนเล่นกันจนเบื่อแล้ว เขาเตรียมใจไว้นานแล้ว
“ทั้งสองท่านเข้าใจแล้วใช่ไหมครับ?”
ทีมงานยิ้มกล่าว “นี่คือเหรียญดอกท้อของพวกคุณครับ คนละร้อยเหรียญ”
พูดพลาง
ทีมงานก็หยิบห่อของสองห่อส่งให้หลินจือไป๋และเย่อิง
เย่อิงเปิดออกดู สิ่งที่เรียกว่าเหรียญดอกท้อที่แท้ก็คือชิปสีชมพูบางๆ เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ๆ ก็เห็นฝ่ามือหนึ่งแบยื่นมาตรงหน้า นิ้วทั้งห้าที่เรียวยาวขาวสะอาดนั้นดูดีมาก แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น
“นี่คุณทำอะไรคะ?”
เย่อิงกอดห่อเหรียญดอกท้อไว้แน่น
หลินจือไป๋กะพริบตาปริบๆ “จ่ายค่ารถด้วยครับ ระยะทางห้าสิบกิโลเมตร ขอเก็บคุณแค่ห้าเหรียญดอกท้อแล้วกันครับ”
“?”
เย่อิงมองหลินจือไป๋อย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ก่อนหน้านี้ยังรู้สึกว่าหมอนี่หน้าตาดี ดูเป็นสุภาพบุรุษอยู่เลย นึกไม่ถึงว่าพอหันมาอีกทีก็จ้องจะงาบเหรียญดอกท้อในมือเธอซะแล้ว!
ฉันคือเย่อิงนะ!
ราชินีเพลงที่ป๊อปที่สุดในฉีโจว!
ทำไมหมอนี่เปิดมาก็จะเชือดเธอเลยล่ะ?
หรือหมอที่มาจากฉินโจวจะไม่ได้ศึกษาข้อมูลของเธอมาล่วงหน้าเลย?
ทีมงานก็บอกชัดเจนแล้วว่าเหรียญดอกท้อคือเงินที่ใช้ในภูเขาลี่ซาน รายการนี้ถ่ายทำกันตั้งหลายเดือน ถ้าไม่มีเงินแล้วเธอจะใช้ชีวิตต่อไปยังไงล่ะ?
“ไม่ถูกมั้ง?”
เย่อิงพยายามโต้แย้งด้วยเหตุผล “ทีมงานกำหนดให้คนสองคนนั่งรถคันเดียวกันนี่นา”
“แต่คนขับคือผม และคุณไม่มีใบขับขี่”
หลินจือไป๋รู้ดีว่าการใช้ชีวิตที่ภูเขาลี่ซานต่อจากนี้ มีเพียงการกำเหรียญดอกท้อไว้ในมือเท่านั้นถึงจะมีชีวิตที่ดีได้ ดังนั้นเขาจึงต้องฉวยทุกโอกาสในการหาเงิน “ปกติคุณนั่งแท็กซี่แล้วไม่จ่ายเงินเหรอครับ?”
“ฉันมีคนขับรถส่วนตัวย่ะ!”
“คนขับรถก็ต้องได้เงินเดือนเหมือนกันครับ”
“รถเถื่อน!”
เย่อิงกัดฟันกรอดด้วยความเข่นเขี้ยว มิน่าเปิดมาหมอนี่ก็ถามเธอเลยว่ามีใบขับขี่ไหม เธอเอ่ยอย่างฮึดฮัด “ฉันเรียกแท็กซี่ไปเองก็ได้”
“ขออภัยครับ”
ทีมงานนึกไม่ถึงว่าหลินจือไป๋จะกล้าขนาดนี้ เปิดฉากมาก็พุ่งเป้าโจมตีชิงเหรียญดอกท้อของราชินีเพลงเย่อิงทันที เขาพยายามกลั้นยิ้มแล้วเอ่ยว่า “รายการเริ่มต้นขึ้นแล้วครับ คุณทำได้แค่เจรจากับอาจารย์หลิน หรือไม่ก็ลองถามแขกรับเชิญท่านอื่นดูว่ามีใครเต็มใจจะให้คุณติดรถไปฟรีๆ หรือเปล่า”
“แค่ห้าเหรียญดอกท้อเองครับ”
หลินจือไป๋ยิ้มพลางเอ่ย “คุณจ่ายแค่ห้าเหรียญดอกท้อ ก็ได้ผมมาขับรถให้ตั้งหนึ่งชั่วโมง ราคานี้ยุติธรรมที่สุดแล้วครับ”
“ให้ก็ได้ๆๆ!”
เย่อิงยอมแพ้ให้กับผู้ชายคนนี้ ควักเหรียญจ่ายค่ารถไปห้าเหรียญทันที
“ออกเดินทาง”
เมื่อหลินจือไป๋ได้เงินก้อนแรกก็อารมณ์ดี เหยียบคันเร่งออกรถไปทันที
“เฮ้ยๆๆๆ จะชนแล้ว จะชนแล้ว!”
อาจเพราะอารมณ์ดีไปหน่อย หลินจือไป๋เลยเสียจังหวะ รถเกือบครูดกับกำแพงทางออกลานจอดรถ ทำเอาเย่อิงหน้าซีดเผือด
นี่ไม่ใช่แค่รถเถื่อน คนขับยังเป็นเพชฌฆาตบนท้องถนนอีก!
หลินจือไป๋เองก็ตกใจเหมือนกัน ปกติเขาไม่ค่อยได้ขับรถเอง ตั้งแต่ได้ใบขับขี่มาก็แทบจะไม่ได้แตะพวงมาลัย ไม่นึกเลยว่าฝีมือจะกากขนาดนี้!
“เดี๋ยวนะ ขอผมปรับตัวแป๊บหนึ่ง”
หลินจือไป๋เรียกระบบอย่างเงียบๆ แล้วแลกเปลี่ยนทักษะ ‘การขับขี่ระดับต้น’ ทันที
หลังจากร้านค้าในระบบอัปเกรดก็แลกเปลี่ยนได้แทบทุกอย่าง ทักษะการใช้ชีวิตสารพัดรูปแบบโผล่ออกมาเพียบ
อย่างทักษะ ‘การขับขี่ระดับต้น’ นี้ ตามคำแนะนำของระบบบอกว่าเทียบเท่ากับฝีมือยอดนักขับระดับเทพเลยทีเดียว
หลังจากแลกเปลี่ยนสำเร็จ
หลินจือไป๋รู้สึกถึงความเย็นที่แล่นผ่านสมองวูบหนึ่ง ทันใดนั้นความรู้สึกก็พรั่งพรู เขาเหยียบคันเร่งอีกครั้ง คราวนี้กลับนิ่งสงบและมั่นคงที่สุด!
“คุณอย่าแกล้งทำให้ฉันตกใจสิคะ”
เย่อิงเห็นว่าพอหลินจือไป๋เริ่มใหม่อีกครั้ง ฝีมือการขับรถก็เปลี่ยนไปสิ้นเชิง เลยคิดว่าเมื่อกี้เขาจงใจแกล้งให้เธอตกใจแน่ๆ
“เมื่อกี้ผมไม่ได้ระวังครับ”
หลินจือไป๋อธิบาย เขาไม่เอาเรื่องความปลอดภัยมาล้อเล่นกับใครแน่นอน “ในเมื่อการบริการของผมเกิดความผิดพลาด ผมจะคืนเงินให้คุณหนึ่งเหรียญดอกท้อครับ”
พูดพลาง
หลินจือไป๋ก็หยิบเหรียญดอกท้อเหรียญหนึ่งส่งคืนให้เย่อิง
เอ๊ะ?
ระเบียบจัดขนาดนี้เลยเหรอ?
เย่อิงรู้สึกดีขึ้นมาทันที นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีเรื่องดีๆ แบบนี้
ดูท่าคนที่ชื่อหลินจือไป๋คนนี้ ก็ไม่ได้ดูน่ารังเกียจขนาดนั้นแฮะ