ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 421 เหมือนผมจะชอบคุณเข้าแล้ว! (1)
วันถัดมาหลินจือไป๋ตื่นนอนขึ้นมาทานมื้อเช้า
ฉู่ฉู่ทำมื้อเช้าได้คล่องแคล่วขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ว่าจะเป็นไข่ดาว
หรือต้มโจ๊กหรือแม้แต่ต้มบะหมี่ก็ควบคุมไฟได้ดีมาก
หลินจือไป๋ยังคงเหมือนเดิม
ทานมื้อเช้าของเธอหนึ่งครั้งก็ให้เหรียญดอกท้อเธอหนึ่งเหรียญ
ทานเสร็จหลินจือไป๋ก็เตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังศูนย์กิจกรรม
ผู้กำกับให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่นั่นก่อนแปดโมงเพื่อเล่นเกม
“คุณไปก่อนเถอะ”
ฉู่ฉู่ไม่ได้มีท่าทีจะไปพร้อมกับหลินจือไป๋
“ฉันจะรออิงอิงกับชวงซวง”
หลินจือไป๋ “สองคนนั้นทำอะไรอยู่เหรอ?”
“น่าจะกำลังเตรียมตัวสำหรับเกมวันนี้ค่ะ”
เรื่องพรรค์นี้มีอะไรให้ต้องเตรียมตัวกัน
หลินจือไป๋ก็ไม่ได้ซักไซ้ มุ่งหน้าไปยังศูนย์กิจกรรมทันที
เห็นพวกโจวหานจินมาถึงกันแล้ว
เพียงแขกรับเชิญหญิงเท่านั้นที่ยังไม่มา
“ทำไมที่นี่มีแต่หนุ่มหล่อทั้งนั้นเลยล่ะ?”
ฉีเทียนเหวินเกาหัวเอ่ย “พวกสาวๆ ล่ะ?”
“ไม่รู้สิ”
เหล่าแขกรับเชิญชายต่างพากันสงสัย
หลินจือไป๋ถึงกับสงสัยว่าทีมงานมอบหมายภารกิจพิเศษอะไรให้แขกรับเชิญหญิงหรือเปล่า
“เหล่าโจว ภรรยาพี่ล่ะ?”
“เขาบอกให้ผมมาก่อน ผมก็ไม่ได้ถามอะไร”
โจวหานจินเกาหัวท่าเดียวกับฉีเทียนเหวิน
แต่พวกผู้ชมกลับรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
พวกแขกรับเชิญหญิงกำลังแต่งหน้ากันอยู่นะสิ!
การเข้าร่วมรายการนี้เพราะต้องเล่นเกมหรือทำงานเกษตรปกติ
ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผม
ทุกคนก็จะเน้นไปที่ความเรียบง่ายและสะดวกสบายเป็นหลัก
แต่วันนี้ต้องเล่นเกมวัดใจ
แขกรับเชิญหญิงทุกคนเลยตัดสินใจว่าวันนี้ต้องแต่งตัวให้สวยเช้ง!
‘ชุดของเจียนเจียสวยจัง!’
‘คนสวยใส่อะไรก็ดูดี!’
‘ในที่สุดอิงอิงก็แต่งหน้าจัดเต็มสักที รู้สึกดูประณีตขึ้นมากเลย โดยเฉพาะริมฝีปากสีชมพูจิ้มลิ้มน่ารักเลย!’
‘ชวงชวงสวยขนาดนี้เลยเหรอ?’
‘โอ้ตตต ดูฉินเลี่ยนสิ วันนี้มาแนวเซ็กซี่เลย!’
‘หนิงหลิงให้ความรู้สึกเหมือนสาวน้อยข้างบ้านเลย น่ารักสุดๆ!’
‘ที่แท้หลี่เซียวเท่ขนาดนี้เลยเหรอ!’
‘ดูท่าวันนี้แขกรับเชิญชายจะได้อาหารตาซะแล้ว!’
‘ผู้หญิงอย่างฉันเห็นแล้วยังแทบไม่ไหวเลย หน้าตาของแขกรับเชิญหญิงแต่ละคนนี้สุดยอดจริง โดยเฉพาะอิงอิงกับฉีเจียนเจีย นี่คือที่สุดแล้ว!’
ในมุมมองของผู้ชม สามารถเห็นบรรยากาศตอนที่แขกรับเชิญหญิงกำลังแต่งหน้าได้
อีกด้านหนึ่ง เหล่าแขกรับเชิญชายรอมาได้ยี่สิบกว่านาทีก็พากันหมดความอดทน
เริ่มถามผู้กำกับว่ามีแผนการอะไรหรือเปล่า หรืออยากจะแกล้งอะไรกันแน่
ทั้งๆ ที่จะให้เซอร์วิสพวกนายแท้ๆ
ผู้กำกับยิ้มกล่าว “ลำดับต่อไป ขอเชิญเหล่าเทพธิดาปรากฏตัวครับ!”
ตึง ตึง ตึง!
ก็มีเสียงดนตรีดังขึ้น
ท่ามกลางเสียงดนตรี เหล่าแขกรับเชิญหญิงเดินเข้ามาในศูนย์กิจกรรม
หลี่เซียวเข้าประตูมาคนแรก
เธอสวมเสื้อคลุมยีนส์ไล่เฉดสี ด้านในเป็นครอปท็อปสีขาวรัดรูป
ใบหน้าสวมแว่นกันแดดอันใหญ่ ทาปากสีแดงโฉบเฉี่ยว ดูทั้งเท่และคูลสุดๆ
ต่อมาคือหนิงหลิง
หนิงหลิงมีโฉมหน้าหวานหยดย้อย วันนี้ยิ่งแต่งตัวได้หวานแหววขึ้นไปอีก
สวมชุดกระโปรงสั้นสีชมพูน่ารัก ทำให้ดูน่ารักตะมุตะมิ
เต็มไปด้วยกลิ่นอายน้องสาวข้างบ้านที่ทำให้ใครต่อใครอดไม่ได้ที่จะอยากเข้าไปอยู่ใกล้ๆ
จากนั้นเป็นฉินเลี่ยน
วันนี้ฉินเลี่ยนมาในลุคเซ็กซี่ สวมชุดเปิดไหล่ยั่วยวนพราวเสน่ห์ แต่ไม่ดาษดื่น
เย้ายวนดึงดูดใจแต่ไม่หยาบโลนไร้รสนิยม
ไหล่เนียนและกระดูกไหปลาร้าที่โผล่พ้นเสื้อผ้าออกมา
ไม่เพียงแต่ช่วยให้ใบหน้าดูเล็กลง ลำคอดูระหง
แตในทางสายตายังช่วยให้สัดส่วนรูปร่างดูเพรียวยาวขึ้นด้วย
เทียบกันแล้วหานเยว่ชวงดูจะแต่งตัวตามสบายกว่ามาก
เธอสวมเสื้อฮู้ดและสวมหมวก เน้นสไตล์สปอร์ตที่ดูเปี่ยมไปด้วยพลัง
แต่สไตล์แบบนี้กลับดูมีเสน่ห์ที่แตกต่างออกไปท่ามกลางแขกรับเชิญหญิงคนอื่น
แต่ที่ดึงดูดสายตาผู้คนได้มากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยเลยก็คือฉีเจียนเจียและเยอิง
ฉีเจียนเจียยังบุคลิกสงบเยือกเย็นเหมือนเช่นเคย
ผมยาวสีแดงไวน์ที่ดัดลอนคลายปล่อยสยายลงมา ทำให้ดูมีเสน่ห์แบบไม่พยายาม
คิ้วเรียวยาวถูกแต่งแต้มด้วยสีม่วงเข้มภายใต้อายแชโดว์สีเข้ม
ข้างสันจมูกที่โด่งรั้นเรียวแคบ ดวงตาที่ถูกขนตางอนยาวปกคลุมไว้ส่องประกายราวกับจะผลักไสผู้คนให้ถอยห่างออกไปนับพันลี้
เวลานี้เธอสวมกระโปรงสั้นประดับด้วยคริสตัลเม็ดเล็กระยิบระยับ คู่กับผ้าคลุมไหล่ผืนเล็ก
รองเท้าบูทสูงทรงย่นสีดำ เรียวขาคู่นั้นทั้งขาวทั้งยาวจนใครต่อใครอดไม่ได้ที่จะต้องเหลียวมองซ้ำอีกสักรอบ
แม้ว่าฉีเจียนเจียคนนี้มองอย่างไรก็ดูเย็นชาสูงส่ง
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ความตั้งใจของฉีเจียนเจียที่อยากจะทำตัวเย็นชาสูงส่ง
แต่เพราะความยอดเยี่ยมตั้งแต่เด็ก ประกอบกับสภาพแวดล้อมและการศึกษาที่เหมือนกับเจ้าหญิง
ทำให้เธอเป็นเด็กสาวที่ทรนงตัวมาแต่ไหนแต่ไร
รูปร่างหน้าตาของเธอให้ความรู้สึกเย็นชาสูงส่งมาตั้งแต่เกิด
แต่ถ้าพูดถึงนิสัยที่แท้จริงก็ไม่ได้เย็นชาขนาดนั้น
เพียงแค่วางตัวกับคนอื่นด้วยความสุภาพและรักษาระยะห่างเท่านั้นเอง
และก็เพราะรูปลักษณ์ภายนอกแบบนี้ เหล่าโอตาคุในฉีโจวเลยมักจะมองเห็นคาแรกเตอร์ตัวละครอนิเมะที่ดูเย็นชาสูงส่งซ้อนทับอยู่ในตัวของฉีเจียนเจีย
นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เธอได้รับความนิยมถล่มทลาย
หลายคนมีความรู้สึกว่าด้านหนึ่งก็ไม่กล้าเข้าใกล้หญิงงามที่เย็นชาสูงส่ง
แต่อีกด้านหนึ่งก็อดใจไม่ไหวที่จะถูกดึงดูดเข้าไป
แต่เยอิงที่มีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดาเหมือนกันกลับไม่ได้ดูเย็นชาขนาดนั้น
เยอิงให้ความรู้สึกสงางามแต่ไม่โอหัง มีออร่าความเป็นเจ้าหญิงแต่กลับไม่มีโรคเจ้าหญิง
เธอสวมเสื้อแขนกว้างสีชมพูพุดตาน มีสร้อยข้อมือสีแดงพันรอบข้อมือ
ชายพู่สีดำพลิ้วไหวคลอเคลียรอบกระโปรงกางเกงสีน้ำเงิน
ดวงตาคล้ายมีสีอำพันจางๆ นี่ไม่ใช่เอฟเฟกต์จากคอนแทคเลนส์แต่เป็นสีสันตามธรรมชาติของเธอเอง
แต่สิ่งที่น่าหลงใหลที่สุดของเยอิงคือริมฝีปาก
รูปปากของเธอช่างงดงามราวกับถ่ายภาพโคลสอัพของนางแบบที่ผ่านการรีทัชมาแล้วซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ให้ความรู้สึกที่นุ่มนิ่มนิดๆ
ริมฝีปากบนหยักโค้งเป็นรูปตัวเอ็มเชิดขึ้น ตรงร่องริมฝีปากยิ่งดูอมชมพูอวบอิ่ม ส่วนมุมปากโค้งขึ้นอย่างประณีต
สีของริมฝีปากสดใสราวกับลูกพืชที่เพิ่งปอกเปลือก ไม่ต้องพึ่งลิปสติกหรือลิปกลอสก็ดูฉ่ำวาวสุดๆ
แขกรับเชิญหญิงเหล่านี้ต่างก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
แขกรับเชิญชายพากันจ้องมองตาค้าง
แม้จะอยู่ในวงการบันเทิง รูปโฉมของแขกรับเชิญหญิงกลุ่มนี้ก็นับว่าอยู่ในระดับที่สูงมาก
โดยเฉพาะเยอิงและฉีเจียนเจียที่ถูกชาวฉีโจวยกย่องให้เป็นที่สุดแห่งความสวยในวงการบันเทิงมาตลอด
แม้แต่หลินจือไป๋เองก็ต้องยอมรับว่าการปรากฏตัวของเยอิงและฉีเจียนเจียในวันนี้น่าทึ่งมาก
จนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเพิ่มขึ้นอีกสองสามครั้ง
ถึงขั้นแอบอุทานขึ้นมาในใจว่า ทำไมเยอิงถึงได้มีริมฝีปากที่น่ารักขนาดนั้น?
ทำไมฉีเจียนเจียถึงมีออร่าที่น่าเอาชนะขนาดนี้?
ใครก็ชอบของสวยๆ งามๆ กันทั้งนั้น
หลินจือไป๋เองก็หนีไม่พ้นเหมือนกัน
ความจริงการแสดงออกของเขาในตอนนี้ก็นับว่านิ่งสงบแล้ว
เหล่าแขกรับเชิญชายคนอื่นต่างพากันเก็บอาการไม่อยู่ พูดไม่หยุด
“เทพธิดา!”
“สวยมาก!”
“สวยเกินไปแล้ว!”
“น้องหญิงทั้งหก!”
“ผมยอมเป็นอัศวินของพวกคุณเลย!”
“งั้นผมขอเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวแล้วกัน!”
“วันนี้เล่นเกมวัดใจสินะ?”
“ไม่เอาสิ น้องสาวหกคนนี่ผิดกติกาเกินไปแล้ว!”
“พวกเราไม่ได้ดูแลตัวเองกันเลย แต่ละคนกระเซอะกระเชิงจนดูไม่ได้!”
ฝั่งผู้ชมเองก็เก็บอาการไม่อยู่เช่นกัน คอมเมนต์สดพากันชมว่า ‘สวย’ และ ‘เทพธิดา’ ออกมาไม่ขาดสาย
โดยเฉพาะแฟนคลับของเยอิงและฉีเจียนเจีย ต่างพากันชื่นชมความงามของเจ้าหญิงของตัวเองกันอย่างบ้าคลั่ง!
และในตอนนี้เอง ผู้กำกับก็ได้ประกาศกติกาของ ‘เกมวัดใจ’ ในวันนี้
“‘เกมวัดใจ’ วันนี้ไม่ใช่การแข่งแบบทีม แต่เป็นการแข่งแบบรายบุคคล”
“ทุกคนสามารถท้าดวลกันได้โดยไม่จำกัดกติกาครับ”
“อย่างเช่นตอนนี้ผมขอท้าฉีเทียนเหวิน ด้วยเดิมพันเหรียญดอกท้อสองเหรียญ”
“ใครแพ้ต้องให้อีกฝ่ายสองเหรียญ แต่ถ้าฉีเทียนเหวินไม่อยากรับคำท้า ก็ต้องให้ผมหนึ่งเหรียญเพื่อเป็นการยอมแพ้”
“และห้ามท้าดวลคนเดิมซ้ำนะครับ”
“เข้าใจแล้ว!”
เทียนเหวินยิ้มพลางเอ่ย “งั้นผมขอท้าแขกรับเชิญชายก่อนได้ไหมครับ?”
“แน่นอนครับ”
ผู้กำกับทำหน้าตาเหมือนจะบอกว่าพวกคุณอยากทำอะไรก็เชิญเลย
“ห้ามใช้กำลังนะครับ การดวลสามรอบแรกคือการถามคำถาม อีกฝ่ายต้องตอบ หลังจากสามรอบแล้วถึงจะเล่นเกมเล็กๆ น้อยๆ กันได้”
“ได้เลย”
ฉีเทียนเหวินกล่าวอย่างเริงร่า “คนแรกที่ผมจะท้าก็คือหลินจือไป๋!”
หลินจือไป๋ชะงักไป
ทีมงานรายการก็เดินยิ้มกริ่มเข้ามาพันอุปกรณ์วัดการเต้นของหัวใจให้เขาทันที
“คุณคงไม่คิดจะปฏิเสธใช่ไหม?”
เทียนเหวินเอ่ยอย่างสนุกสนาน “ถ้าปฏิเสธก็ต้องให้เหรียญดอกท้อผมหนึ่งเหรียญนะ”
“ผมไม่ได้ปฏิเสธ”
แม้หลินจือไป๋จะไม่มีความมั่นใจนัก แต่ก็ตัดสินใจที่จะเล่นกับอีกฝ่ายดู
เพราะยังไงต่อให้วันนี้เขาเสียเหรียญดอกท้อไปทั้งวัน เขาก็ยังเป็นมหาเศรษฐีแห่งเขา ลี่ซานอยู่ดี
ฉีเทียนเหวินพยักหน้า
อัตราการเต้นของหัวใจเริ่มต้นของทั้งคู่ปรากฏขึ้นมาแล้ว
ฉีเทียนเหวิน 66
หลินจือไป๋ 79
คนปกติในสภาวะทั่วไปหัวใจเต้นอยู่ที่ 60 ถึง 100 ถือว่าปกติ
ผู้กำกับประกาศว่า “เริ่มจับเวลาหนึ่งนาที การแข่งเกมวัดใจเริ่มได้”
ฉีเทียนเหวินจ้องหลินจือไป๋พลางเอ่ยว่า “คำถามแรก คุณคิดว่าแขกรับเชิญหญิงในวันนี้ใครสวยที่สุด? ตอบได้คนเดียวเท่านั้นนะ!”
เริ่มมาก็ขุดหลุมกันเลยเหรอ?
หลินจือไป๋ไม่สนว่าแขกรับเชิญหญิงจะมองเขาอยู่ ตอบออกไปโดยไม่ลังเลว่า
“ฉีเจียนเจีย”
“โอ้โห!”
ทุกคนพากันส่งเสียงเชียร์
ฉีเจียนเจียประหลาดใจเล็กน้อย แต่พอหันไปมองอัตราการเต้นของหัวใจหลินจือไป๋ก็ยังคงอยู่ที่ 79 เท่าเดิม
กลับเป็นฉีเทียนเหวินที่หลังจากถามคำถามจบ การเต้นของหัวใจก็พุ่งไปถึง 70
หลินจือไป๋ถามกลับ “แล้วคุณล่ะ?”
ฉีเทียนเหวินกัดฟันพูด “แน่นอนว่าอิงอิงอยู่แล้ว”
ตึกตัก!
ตึกตัก!
หัวใจของฉีเทียนเหวินพุ่งไปถึง 80 แซงหน้าหลินจือไป๋ไปแล้ว
‘ฮ่าๆๆ!’
‘เหล่าฉี ทำไมเล่นเองเจ็บเองอย่างนั้นล่ะ?’
‘ทำไมตอนท่านมหาเศรษฐีบอกว่าฉีเจียนเจียสวยที่สุดถึงหน้าไม่แดงใจไม่สั่นเลย?’
‘ดูท่าเหล่าฉีจะชอบอิงอิงจริงๆ สินะ!’
‘เรื่องนั้นต้องพูดด้วยเหรอ เหล่าฉีแทบจะไม่เคยปิดบังเลยด้วยซ้ำ’
ฉีเทียนเหวินยังไม่ยอมแพ้ ไล่ถามหลินจือไป๋ต่อ “คุณคิดว่าตรงไหนของเจียนเจียยอดเยี่ยมที่สุด?”
หลินจือไป๋มองไปทางฉีเจียนเจีย
ฉีเจียนเจียยิ้มบางแล้วหมุนตัวรอบหนึ่งอย่างสงางาม
หลินจือไป๋เอ่ย “เธอมีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูงมาก จัดการความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลได้ดี มีสติปัญญาที่เหนือกว่าคนทั่วไป”
ระหว่างที่พูดนั้น หัวใจของหลินจือไป๋ยังคงเต้นในระดับเดิม
เขายิ้มแล้วพูดว่า “ถึงตาผมถามบ้างแล้ว เหรียญดอกท้อของคุณเหลืออยู่เท่าไหร่เหรอ?”
เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว?
ฉีเทียนเหวินนึกว่าหลินจือไป๋จะถามคำถามเกี่ยวกับอิงอิง แต่คิดไม่ถึงว่าหมอนี่จะไม่เล่นตามเกม ถามเรื่องเหรียญดอกท้อซะอย่างนั้น!
นี่จงใจจี้จุดอ่อนกันสินะ!
ฉีเทียนเหวินเอ่ยอย่างฉุนเฉียว “เหลืออีกสามเหรียญก็จะล้มละลายแล้ว!”
แม้จะโกรธแต่คราวนี้หัวใจของฉีเทียนเหวินไม่ได้เต้นแรงมากนัก อยู่ที่ราวๆ 85
จากนั้นฉีเทียนเหวินก็เอ่ยต่อ “คำถามสุดท้าย คุณชอบฉีเจียนเจียตรงไหน?”
หลินจือไป๋: “…”
ฉันก็ไม่ได้บอกว่าชอบฉีเจียนเจียสักหน่อย
แต่ในเมื่อเขาถามมาแบบนั้น หลินจือไป๋จึงตอบตามความจริง
“ผมชอบเหรียญดอกท้อของฉีเจียนเจีย”
พรืด!
ทุกคนพลันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที
ฉีเจียนเจียเองก็หลุดยิ้มออกมาเช่นกัน
คำตอบนี้ของหลินจือไป๋ช่างสมกับภาพลักษณ์ของเขาจริงๆ
‘แม้แต่ผู้ชมยังรู้สึกว่าไม่มีอะไรผิดเพี้ยนเลย!’
‘นี่ไม่ถือว่าหลินจือไป๋เล่นแง่หรือใช้ไหวพริบเอาตัวรอดเลยนะ!’
‘ท่านมหาเศรษฐีชอบเหรียญดอกท้อจริงๆ!’
‘ฮ่าๆๆๆๆๆ!’
‘แต่คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่สวยที่สุดในใจท่านมหาเศรษฐีจะเป็นเจียนเจีย’
‘ฉันยังนึกว่าเป็นอิงอิงซะอีก’
‘เหอะ เจียนเจียสวยกว่าอิงอิงอยู่แล้ว’
‘ไร้สาระ เจียนเจียเย็นชาจะตาย จะไปสู้อิงอิงได้ยังไง!’
“ถึงตาหลินจือไป๋ถามกลับบ้าง”
“คุณเหลือเหรียญดอกท้อแค่สามเหรียญ ดูท่าวันนี้คงต้องล้มละลายแล้วละ เตรียมตัวย้ายไปอยู่ในกระท่อมซอมซ่อที่ลมโกรกนั่นหรือยัง?”
ตึกตัก!
หัวใจของฉีเทียนเหวินพุ่งทะยานไปถึง 90 แล้ว
และเวลาสองนาทีก็หมดลงพอดี เพราะคำถามของทั้งคู่ทำให้เสียเวลาไปมาก
“หลินจือไป๋ชนะ!”