ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 434 ห้า! บุตร! ติด! ขุนนาง! (1)
อย่าลืมว่า ‘ดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจล’ เป็นงานสั่งทำ
เมื่อเห็นว่าเพลงอื่นอีกสองเพลงของหลินจือไป๋พุ่งเข้าสิบอันดับแรกของตารางเพลงใหม่แล้ว
แต่ผลงานที่บริษัทภาพยนตร์แห่งหนึ่งสั่งทำ ซึ่งขับร้องโดยหลินจือไป๋เหมือนกันถึงขั้นที่ปล่อยพร้อมกันอย่าง ‘ดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจล’ กลับมีตัวเลขที่ดูธรรมดา?
ฝั่งผู้ว่าจ้างเริ่มนั่งไม่ติด
ดังนั้นคืนวันที่ห้าเดือนตุลาคม ภาพยนตร์เรื่อง ‘ไร้พ่าย’ จึงได้ปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ออกมา
บริษัทผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือผู้ว่าจ้างที่สั่งทำเพลงนั่นเอง
เนื้อหาในตัวอย่างภาพยนตร์ความจริงแล้วก็คือการตัดต่อฉากเด็ดๆ บางส่วนจากในหนังมารวมกัน
ท่ามกลางฉากการต่อสู้ในภาพยนตร์ หรือแม้แต่ฉากตะลุมบอนที่ถูกตัดต่อเข้าด้วยกันฉากต่อฉาก ดนตรีประกอบในตัวอย่างภาพยนตร์ ซึ่งก็คือเพลง ‘ดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจล’ ก็เร้าอารมณ์เข้ากับจังหวะภาพ
“ทะยานฟ้าผ่าเมฆา ข้าบุกไปตามใจสั่ง มวลชนต่างแหงนมอง! ทะยานฟ้าผ่าเมฆา ข้าไม่จำเป็นต้องหันกลับไปมองข้างหลัง! พลิกฟ้าคว่ำดิน ข้าเป็นผู้กำหนดและจ้าวแห่งกฎหมายของตัวข้าเอง! หมาป่าเถื่อนตัวนี้ที่มีแววตาเหี้ยมเกรียมวาววับ…”
คนที่ชอบดูวิดีโอสั้นเป็นประจำรู้ดี ฉากภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมบางฉากเมื่อรวมเข้ากับเพลงประกอบที่โดนใจ จะสร้างผลลัพธ์ที่หนึ่งบวกหนึ่งมากกว่าสองได้
และการตัดต่อตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องนี้ เมื่อนำมาคู่กับเพลงประกอบอย่าง ‘ดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจล’ ก็บรรลุเป้าหมายหนึ่งบวกหนึ่งมากกว่าสองทันที!
เหตุนี้จึงดึงดูดแฟนคลับและชาวเน็ตจำนวนมากอย่างรวดเร็วได้สำเร็จ
‘หล่อมาก!’
‘ทรงผมพระเอกเท่สุดๆ ฉากที่บาดเจ็บทั้งตัวแต่ยังฝืนยืนสู้บู๊ร้อยได้แล้วซูมไปที่แววตา พอดีกับท่อนเพลงที่ว่า ‘หมาป่าเถื่อนตัวนี้ที่มีแววตาเหี้ยมเกรียมวาววับ’ มันได้อารมณ์สุดๆ เลย!’
‘หนังเรื่องนี้ทำให้เลือดสูบฉีดชะมัด!’
‘หลักๆ คือพอมาคู่กับเพลงประกอบแล้ว บรรยากาศพุ่งทะลุปรอทไปเลยว่าไหม!’
‘เพลงประกอบนี้ชื่ออะไรนะ?’
‘ดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจล เป็นเพลงสั่งทำของหนังเรื่องนี้นะ ไม่ต้องขอบคุณงับ’
‘ปกติฉันไม่ค่อยชอบแนวพวกอันธพาลครองเมืองเท่าไหร่ แต่ตัวอย่างหนังอันนี้ทำให้ฉันเริ่มสนใจอยากไปดูในโรงขึ้นมาเลยแฮะ!’
‘ฟังเพลงประกอบนี้แล้วทำให้ฉันทำการบ้านได้เร็วขึ้นเยอะเลย!’
‘ตอนแรกที่ฟังเพลงนี้ ฉันรู้สึกว่าก็งั้นๆ ถึงขั้นรู้สึกว่าหนวกหูไปด้วยซ้ำ แต่ทำไมพอฟังประกอบกับวิดีโอนี้แล้ว จู่ๆ ก็รู้สึกได้ฟีลดี!’
ฮือฮาด้วยการโปรโมตตัวอย่างภาพยนตร์ เพลงประกอบ ‘ดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจล’ ก็เริ่มดึงดูดให้ชาวเน็ตจำนวนมากดาวน์โหลด
แต่เท่านี้ยังไม่พอ ถ้าต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพก็ต้องเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณในระดับที่กว้างขวางและมหาศาลเสียก่อน!
หลังจากตัวอย่างภาพยนตร์ปล่อยออกมา เหล่าครีเอเตอร์ที่ทำคอนเทนต์ตัดต่อวิดีโอสั้นจำนวนมากก็ได้แรงบันดาลใจ
ในเมื่อเพลง ‘ดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจล’ ดุเดือดขนาดนี้ ดูเหมือนละครหรือหนังแนวมาเฟียหลายๆ เรื่องก็ใช้เพลงนี้เป็นเพลงประกอบได้เหมือนกันนะ!
แล้วก็เกิดกระแสฮือฮาอีกครั้ง
เหล่าบล็อกเกอร์วิดีโอนับไม่ถ้วนต่างกรูกันมาใช้เพลงใหม่ ‘ดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจล’ เป็นเพลงประกอบ ตัดต่อฉากเด็ดๆ จากหนังแนวมาเฟียที่ดุเดือด
โดยเฉพาะเน้นให้ฉากในตำนานเข้ากับจังหวะท่อนฮุคของเพลงพอดี
เพียงเพื่อต้องการยอดไลก์และยอดผู้ติดตามจากชาวเน็ต!
และในบรรดาคลิปเหล่านั้น คลิปที่ฮิตที่สุดมีชื่อว่า ‘พี่ใหญ่ล้างมือจากวงการมานาน แต่ในวงการยังคงมีตำนานของพี่เล่าขานอยู่’
วิดีโอนี้มีความคิดสร้างสรรค์มากทีเดียว
บล็อกเกอร์วิดีโอได้นำเอาหนังคนละเรื่องของนักแสดงคนเดียวกันมาตัดต่อรวมกัน อย่างเช่นในวิดีโอมีช่วงหนึ่งที่เป็นภาพที่หลานเหย่เคยรับบทเป็นขาใหญ่ประจำโรงเรียนมัธยมปลายในหนังแนววัยรุ่น
เขาพานักเรียนเกเรทั้งโรงเรียนไปต่อยตีกับพวกนักเลงจากโรงเรียนข้างๆ ในภาพหลานเหย่เดินอยู่หน้าสุดของกลุ่ม มือพาดไม้กระบองเหล็กสีเงินไว้บนบ่า ข้างหลังมีลูกน้องตามมานับไม่ถ้วน
จนกระทั่งการตะลุมบอนสิ้นสุดลง หลานเหย่เป็นฝ่ายชนะ
ในที่สุดจู่ๆ ท้องฟ้าก็พลันมีฝนตกลงมาอย่างหนักชะล้างคราบเลือดบนตัวเขา ฉากนี้หล่อเหลาเอาการเคยสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมนับไม่ถ้วน
แต่วินาทีต่อมา ภาพก็ตัดสลับไปภาพยนตร์อีกเรื่องของหลานเหย่ คราวนี้หลานเหย่รับบทเป็นเจ้าของร้านขายของชำในชุมชนแออัดแห่งหนึ่ง
ให้ความรู้สึกเหมือนกับพี่ใหญ่ที่เป็นผู้นำที่เจิดจรัสที่สุดในโรงเรียนเมื่อวันวาน สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับชีวิตเสียแล้ว
จากนั้นก็เป็นฉากของนักแสดงคนอื่นๆ ซึ่งก็เป็นการนำเอานักแสดงคนเดิมมาตัดต่อรวมกับฉากจากภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ของพวกเขา
มีช่วงที่รุ่งโรจน์
มีช่วงที่ตกต่ำ
ตรงกับธีมที่ว่าพี่ใหญ่ล้างมือจากวงการ แต่ในอดีตเคยรุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาล
ส่วนเพลงประกอบแน่นอนว่ายังคงเป็น ‘ดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจล’ บล็อกเกอร์วิดีโอถึงขั้นระบุชื่อเพลงประกอบที่เขาเลือกใช้ไว้บนวิดีโออย่างชัดเจน
‘ครีเอเตอร์เป็นอัจฉริยะด้านการตัดต่อจริงๆ!’
‘เพลงนี้ยิ่งฟังยิ่งติดหู!’
‘นี่มันเพลงทองคำแห่งวงการนักเลงอะไรเนี่ย?’
‘ฮาๆๆๆ พระเอกแบดๆ ทุกคน หรือแม้แต่ตัวร้ายลุคบ้าอำนาจ พอจับคู่กับเพลงนี้แล้วเข้ากันได้ดีแบบไม่มีที่ติเลย!’
‘พอท่อนฮุคดัง ก็เห็นพระเอกหรือตัวร้ายกำลังซ้อมคนอย่างบ้าคลั่ง!’
‘ขอชื่อเพลงประกอบหน่อย!’
‘ชื่อเพลงกระจกตาที่หายไป ยุทธภพในวันวานคือยุทธภพของเหล่าลูกพี่สายบู๊ แต่ยุทธภพในวันนี้กลับกลายเป็นสวนสนุกของสายเปย์เบอร์หนึ่ง’
‘เพลงดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจลดังเมื่อไหร่ พี่ใหญ่ก็ปรากฏตัวอย่างเจิดจ้า!’
การปรากฏขึ้นของวิดีโอเหล่านี้ ทำให้เพลง ‘ดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจล’ ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ!
และในคอมเมนต์ใต้วิดีโอสั้นต่างๆ ที่ใช้เพลงประกอบนี้ ประโยคที่ว่า ‘เพลงดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจลดังเมื่อไหร่ พี่ใหญ่ก็ปรากฏตัวอย่างเจิดจ้า!’ ก็ปรากฏให้เห็นบ่อยขึ้นเรื่อยๆ
การเปลี่ยนแปลงในเชิงปริมาณเหล่านี้เองทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพขึ้นมา!
ในขณะที่ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว เพลง ‘ดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจล’ ก็ได้เริ่มต้นเส้นทางการปีนป่ายบนตารางอันดับแล้ว!
อันดับที่สิบแปด!
อันดับที่สิบห้า!
อันดับที่สิบสี่!
อันดับที่สิบสาม!
เช้าวันที่หกเดือนตุลาคม เหล่าชาวเน็ตที่เฝ้าติดตามตารางเพลงใหม่ รวมถึงนักดนตรีนับไม่ถ้วนในวงการเพลงฉีโจวต่างเปิดตารางดูให้!
‘เพลงดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจลของหลินจือไป๋พุ่งขึ้นมาถึงอันดับสิบของตารางแล้ว!’
ซูดดด!
“อันดับสะ…สิบ?”
“เดี๋ยวนะ ขอนับหน่อย!”
“อันดับหนึ่งคือเพลงที่หลินจือไป๋แต่ง อันดับสองก็เป็นเพลงที่หลินจือไป๋แต่ง ยังมีอันดับสี่ อันดับเก้า… อันดับสิบ?”
“ห้าเพลง!”
“ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลของฉีโจว มีถึงห้าเพลงในสิบอันดับแรกที่เป็นผลงานฝีมือหลินจือไป๋!”
“ถ้าว่าสองเพลงเรียก Brace สามเพลงเรียก Hat-trick สี่เพลงเรียกว่าสี่มงคล แล้วห้าเพลงจะเรียกอะไร?”
“ห้า! บุตร! ติด! ขุนนาง!”
“ไม่ผิด มีห้าเพลงในสิบอันดับแรกก็คือห้าบุตรติดขุนนาง!”
เดิมทีนี่เป็นสำนวนที่มีที่มาที่ไป หมายถึงการที่ลูกชายทั้งห้าคนในครอบครัวเดียวสอบติดตำแหน่งจิ้นซื่อ (ตำแหน่งที่มีเกียรติสูงสุดในการสอบคัดเลือกขุนนางจีนโบราณ) กันทุกคน
แต่ในตารางเพลงใหม่กลับหมายถึงการที่มีใครบางคนใช้ความสามารถของตนเพียงลำพังครองครึ่งหนึ่งในสิบอันดับแรกของตาราง
คิดๆ ดูแล้วก็เหมาะสมดี เพราะยังไงในวงการเพลงก็มักจะพูดกันว่าบทเพลงก็เหมือนลูกๆ ของนักดนตรี
งั้นเพลงทั้งห้านี้ก็คือ ‘ลูกทั้งห้า’ ของนักแต่งเพลงที่ชื่อหลินจือไป๋ไม่ใช่เหรอ?
นั่นไม่เท่ากับว่าตรงตามความหมายเดิมของสำนวนนี้เป๊ะเลยเหรอ ที่หมายถึงลูกชายทั้งห้าคนสอบติดจิ้นซื่อทั้งหมด?
เพียงแต่เมื่อทุกคนตระหนักได้ว่าห้าบุตรติดขุนนางนั้นมีความหมายอย่างไร ชาวเน็ตฉีโจวทุกคนก็ถึงกับสั่นสะเทือน!
ฟุ่บ!
บนแพลตฟอร์มเวยปั๋ว หัวข้อคำค้นหายอดฮิตอันดับหนึ่งได้กลายเป็น #หลินจือไป๋ห้าบุตรติดขุนนาง ภายในเวลาอันรวดเร็ว!
พูดตามตรง ถ้าเป็นคนฉินโจวที่ไม่เข้าใจวัฒนธรรมฉีโจว ไม่เก็ตนัยยะของคำสแลงในวงการเพลงแล้ว จู่ๆ มาเห็นคำค้นหายอดฮิตแบบนี้ ไม่แน่อาจจะเข้าใจว่าหลินจือไป๋แอบไปมีลูกห้าคนกับผู้หญิงบางคนในฉีโจวก็ได้
เมื่อเปิดเวยปั๋วขึ้นมา
เห็นหัวข้อคำค้นหายอดฮิตอันดับหนึ่งนี้ แม้แต่ตัวหลินจือไป๋เองยังรู้สึกแปลกๆ แต่ในใจชาวเน็ตฉีโจวตอนนี้กลับมีเพียงความตกตะลึง!
‘หลินจือไป๋?’
‘ก็คือดาราจากฉินโจวที่เข้าร่วมรายการ “เยือนเขาหลีซาน” คนนั้นน่ะเหรอ?’
‘เขานั่นแหละ!’
‘เขายังเป็นปรมาจารย์พู่กันจีนอันดับหนึ่งของบลูสตาร์ด้วยนะ!’
‘ไม่ใช่แค่นั้นนะ เขายังเป็นปรมาจารย์กวีอันดับหนึ่งรุ่นเยาว์ของฉินโจวด้วย!’
‘มีครึ่งหนึ่งบนสิบอันดับแรกของตารางเพลงใหม่ที่มาจากฝีมือของคนคนเดียวเนี่ยนะ?’
‘พี่มันปีศาจเกินไปแล้ว!’
‘นี่มันปีศาจชัดๆ โลกนี้จะมีคนที่เก่งกาจขนาดนี้ได้ยังไงกัน!’
‘บ้าเอ๊ย… จู่ๆ ฉันก็เข้าใจแล้วว่าทำไมราชินีเพลงทั้งสองถึงได้ทำท่าทีคลุมเครือกับหลินจือไป๋ ยอดคนที่หาได้ยากในรอบร้อยปีแบบนี้ แถมยังหล่อเหลาขนาดนี้อีก ถ้าฉันเป็นผู้หญิงก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน!’
หากจะบอกว่า…
ก่อนหน้านี้ในโลกอินเทอร์เน็ตอาจจะมีชาวฉีโจวบางคนไม่เคยได้ยินชื่อของหลินจือไป๋
งั้นถึงวันนี้ทั้งฉีโจวคงแทบจะไม่มีใครไม่รู้ว่า ‘หลินจือไป๋’ คือใครอีกแล้ว!
ถึงขนาดที่ในเซียนตู้ไป่เค่อของฉีโจวก็เริ่มมีการเปิดเผยข้อมูลและประวัติโดยละเอียดของหลินจือไป๋มากขึ้นแล้ว
หลินจือไป๋ ชาวซูเฉิงฉินโจว ปรมาจารย์อักษรวิจิตรจีนร่วมสมัย (คนบางกลุ่มยกย่องให้เป็นอันดับหนึ่งของบลูสตาร์), นักธุรกิจ (เจ้าของสำนักพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดในฉินโจว), นักวรรณกรรม (ปรมาจารย์กวีและปรมาจารย์กลอนคู่), นักร้องและนักแต่งเพลง (Singer Songwriter), บุคคลต้นแบบแห่งวงการดนตรีฉินโจว, หลานชายคนเล็กของหลินเจามู่ประธานกรรมการเสินฮวากรุ๊ปหนึ่งในสามบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านความบันเทิงของฉินโจว
ว่ากันว่าเขาคือผู้สืบทอดที่ถูกวางตัวไว้ คนในเครือบริษัทต่างพากันเรียกเขาว่าหลานชายจักรพรรดิ…
ประวัติการทำงานของหลินจือไป๋น่าตกใจเกินไปแล้ว!
ยิ่งชาวฉีโจวทำความรู้จักเขาลึกเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่าหลินจือไป๋นั้นยากแท้หยั่งถึง!
ถ้าไม่ได้เห็นการแสดงออกที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ของหลินจือไป๋ในรายการ ‘เยือนเขาหลีซาน’ ทุกคนคงคิดว่าคำกล่าวอ้างเหล่านั้นเป็นแค่การปั้นแต่งเกินจริงของเหล่านายทุน
เพราะคนปกติที่จู่ๆ ได้ยินประวัติการทำงานที่บ้าคลั่งขนาดนั้น ย่อมต้องรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วจริงไหม?
แต่เมื่อทุกคนตระหนักได้ว่าประวัติเหล่านั้นคือเรื่องจริง ชาวฉีโจวมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มเกิดความศรัทธาอย่างบ้าคลั่งต่อหลินจือไป๋!
โดยเฉพาะในวงการบันเทิง ถึงขั้นมีคนออกมาแสดงความเห็นว่า ‘หลินจือไป๋คู่ควรกับตำแหน่งจตุรเทพคนที่ห้าแห่งวงการบันเทิง!’
ฉีโจวมีสี่จตุรเทพ
การที่มีชาวเน็ตตะโกนว่า ‘จตุรเทพคนที่ห้า’ ออกมา แสดงให้เห็นว่ารู้ถึงคุณค่าผลงาน ‘ห้าบุตรติดขุนนาง’ เป็นอย่างดี!
แน่นอนว่า
หากไม่มีประวัติเบื้องหลังที่แข็งแกร่ง ลำพังแค่ความสำเร็จห้าบุตรติดขุนนาง ก็คงไม่ถึงขั้นทำให้ผู้คนเรียกขานว่า ‘จตุรเทพคนที่ห้า’ หรอก
เพราะยังไงฉายาสี่จตุรเทพก็คือดาราเจ้าถิ่นแห่งฉีโจว
ตัวตนของหลินจือไป๋ถือเป็นคนนอก ในฐานะคนนอกการจะได้รับการยอมรับขนาดนี้ในฉีโจวได้ถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง
เมื่อมีความสำเร็จห้าบุตรติดขุนนาง หลินจือไป๋จึงลองคำนวณในใจดูเล่นๆ ว่าตัวเขาในฉีโจวตอนนี้คงเทียบได้กับความโด่งดังของลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอในประเทศจีนชาติก่อนเลยละมั้ง?
เหตุผลที่มีข้อสรุปแบบนี้ เพราะค่าความนิยมในไลฟ์สดของหลินจือไป๋ตอนนี้พุ่งไปถึงสี่สิบเอ็ดล้านแล้ว
มีเพียงไลฟ์สดของเยี่ยอิงและฉีเจี้ยนเจียเท่านั้นที่ยังมีค่าความนิยมกดหัวหลินจือไป๋เอาไว้อยู่
ถึงแม้ค่าความนิยมในไลฟ์จะไม่ได้เป็นตัวแทนของระดับความดังอะไรทำนองนั้น เพราะไม่แน่ผ่านไปสักพักอาจจะลดลงก็ได้
เหมือนกับเพลงในอินเทอร์เน็ตบางเพลง ตอนที่ดังที่สุดอาจจะมีคนฟังกันทั้งเน็ต แต่ผ่านไปแค่ครึ่งเดือนก็เงียบหาย ทุกคนถึงกับจำชื่อเพลงไม่ได้ด้วยซ้ำ
แต่อย่างน้อยมันก็พิสูจน์ได้ว่าตอนนี้หลินจือไป๋ดังแค่ไหน!
อีกอย่าง การยกตัวอย่างนี้ดูจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ เพราะยังไงหลินจือไป๋ก็ไม่เหมือนกับพวกที่ไม่มีพื้นฐานที่จู่ๆ ดังเปรี้ยงขึ้นมาชั่วข้ามคืน เขาเป็นคนที่มีผลงานมัดใจผู้คนได้อยู่หมัด