ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 438 ทายปริศนาอักษร! (1)
ที่ฉินโจว เรื่องที่หลินจือไป๋เดินทางไปฉีโจวเพื่อพยายามผลักดันตนเองสู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ข้ามทวีปนั้น ที่จริงความคิดเห็นในวงการก่อนหน้านี้ค่อนข้างแตกออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน
บางคนมองว่าการกระทำของหลินจือไป๋นั้นผลีผลามเกินไป เพราะอย่างไรเสียหลินจือไป๋ในฉินโจวก็ขาดเพียงก้าวเดียวก็จะก้าวเข้าสู่ระดับเหนือแถวหน้าได้อย่างมั่นคงแล้ว ทำไมถึงไม่รอเป็นระดับเหนือแถวหน้าในฉินโจวให้มั่นคงเสียก่อนแล้วค่อยไปพัฒนาต่อที่ฉีโจวล่ะ?
แต่บางคนกลับมองว่า การที่หลินจือไป๋รั้งอยู่ที่ฉินโจวต่อไปเป็นการเสียของเปล่าๆ ด้วยความสามารถของเขาไม่ว่าจะไปทวีปไหนก็ต้องดังระเบิดแน่นอน!
กระทั่งเรื่องที่หลินจือไป๋เดินทางไปฉีโจวครั้งนี้ ยังเป็นเสมือนที่ยึดเหนี่ยวอุดมคติอันงดงามของคนในวงการจำนวนมาก รวมถึงประชาชนชาวฉินโจวนับไม่ถ้วน
กวาดล้างวงการบันเทิงฉีโจว!
ประกาศศักดาชาวฉินโจวให้เกริกไกร!
อุดมคติเช่นนี้ในฉินโจวคงไม่มีใครแบกรับไหว และถ้าจำเป็นต้องหาใครสักคนที่สามารถ ‘ประกาศศักดาทวีป’ ได้ ทุกคนก็นึกออกเพียงหลินจือไป๋เท่านั้น
เพราะหลินจือไป๋คือตัวตนที่มีเงื่อนไขดีที่สุดในวงการบันเทิง ความสามารถในฐานะนักร้องนักแต่งเพลงแทบจะหาคู่ต่อสู้ไม่ได้ในฉินโจว
ในขณะเดียวกัน ความสามารถด้านกวีของเขาก็ได้รับการยอมรับไปทั่ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเขาเคยพิสูจน์ฝีมือการเขียนพู่กันอันไร้เทียมทานมาแล้วในงานเลี้ยงการกุศลบลูสตาร์ ประกอบกับหลินจือไป๋ยังหนุ่มแน่นและหล่อเหลาเพียงพอ…
ถ้าไม่ใช่เขาจะเป็นใครไปได้?
แม้แต่แฟนคลับบางส่วนยังมองว่า ถ้าขนาดหลินจือไป๋ยังไม่สามารถดังในฉีโจวได้นั้น ไม่ได้หมายความว่าหลินจือไป๋มีความสามารถจำกัด แตมันหมายความว่าฉีโจวกีดกันคนนอกรุนแรงเกินไปต่างหาก!
ด้วยเหตุผลเหล่านั้น ทำให้ตั้งแตประชาชนไปจนถึงสื่อมวลชนในฉินโจว ต่างเฝ้าติดตาม ‘การเดินทางสู่ฉีโจว’ ของหลินจือไป๋อย่างใกล้ชิด!
ในทุกๆ วัน
จะมีชาวเน็ตจำนวนมากเปิดเว็บไซต์คุนเผิงวิดีโอเพื่อรับชมรายการ “เยือนเขาหลีซาน” และล็อกช่องถ่ายทอดสดของหลินจือไป๋จนเป็นนิสัย
ชาวเน็ตเหล่านี้ไม่ได้จำกัดเพียงแคแฟนคลับของหลินจือไป๋เท่านั้น เมื่อเห็นท่าทางของหลินจือไป๋ในรายการที่ยอดเยี่ยมและโดดเด่นขนาดนั้น ชาวฉินโจวทุกคนต่างก็รู้สึกภาคภูมิใจร่วมไปด้วย
เช่นตอนที่หลินจือไป๋ใช้บทกวีหรือความสามารถทางดนตรีสร้างความตกตะลึงให้กับชาวฉีโจวก่อนหน้านี้ ชาวฉินโจวในตอนนั้นต่างพากันหัวเราะร่าและแสดงความเห็นในคอมเมนต์ว่า
‘ชอบดูพวกชาวฉีโจวทำท่าทางเหมือนคนไม่เคยเห็นโลกจริงๆ’
‘พวกดาราฉีโจวพวกนี้ ทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ทุกวันด้วยนะ’
‘สำหรับไป๋ตี้แล้ว ระดับนี้มันแค่เริ่มต้นเท่านั้นแหละ’
‘ไลฟ์สดแต่งเพลง? นั่นมันมุกเก่าที่อู๋ฉือเล่นจนเบื่อเมื่อหลายปีก่อนแล้ว’
‘แต่ไม่นึกเลยว่าทักษะการขับรถของหลินจือไป๋จะเทพขนาดนี้!’
ส่วนใหญ่แล้วเวลาเห็นหลินจือไป๋โชว์เหนือ ผู้ชมชาวฉินโจวต่างก็คุ้นเคยกันดี
เพราะชาวฉินโจวรู้ถึงความสามารถทางดนตรี ทักษะกวี ไปจนถึงฝีมือพู่กันของหลินจือไป๋มานานแล้ว ทว่า…
ชาวฉินโจวก็มีช่วงเวลาที่ต้องตกตะลึงเช่นกัน
อย่างเช่นตอนที่หลินจือไป๋แสดงทักษะการขับรถ ใครจะไปนึกว่าทักษะการขับรถของหลินจือไป๋จะดีขนาดนั้น?
หรืออย่างตอนที่หลินจือไป๋วาดรูปก่อนหน้านี้ ทุกคนไม่เคยรู้เลยว่าเขาวาดรูปเป็นด้วย
แต่เมื่อเทียบกับทักษะการขับรถและฝีมือการวาดรูปที่เห็นเพียงแวบเดียว ทักษะการทำอาหารอันน่าทึ่งของหลินจือไป๋ กลับทำให้ชาวเน็ตฉินโจวงงงวยยิ่งกว่า ในตอนนั้นแม้แต่แฟนคลับระดับเดนตายของหลินจือไป๋ในฝั่งฉินโจวต่างก็อึ้งไปตามๆ กัน
ใครจะไปนึกว่าไอดอลที่ดูยังไงก็เหมือนคนที่ไม่เคยหยิบจับงานบ้านงานเรือน กลับมีฝีมือระดับยอดเชฟซ่อนอยู่แบบนี้?
คุณเป็นคุณชายตระกูลมหาเศรษฐีนะ!
ใครจะทำอาหารเป็นก็ไม่แปลกหรอก แต่คุณทำเป็นเนี่ยมันแปลกจริงๆ นะ แถมฝีมือดูเหมือนจะเทพสุดๆ อีกด้วย!
ทว่าเรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่ายังตามมาหลังจากนั้น เรื่องประหลาดเรียกได้ว่ามาเป็นระลอก อย่างเช่นการที่หลินจือไป๋แสดงทักษะการตกปลาอันน่าทึ่งในภายหลัง!
นั่นมันไลฟ์สดนะ!
ไม่มีการตัดต่อใดๆ ทั้งสิ้น!
ทักษะล้วนเป็นของจริง!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลังจากที่หลินจือไป๋ขึ้นเขาไปแล้ว เขาก็กลายร่างเป็นนักพฤกษศาสตร์ในทันที ความรู้เกี่ยวกับพืชพรรณและธรรมชาติพรั่งพรูออกมาอย่างง่ายดายยิ่งกว่าผู้เชี่ยวชาญเสียอีก!
‘มนุษย์เลเวลตันของจริง?’
‘สรุปว่าท่านผู้นี้ยังปิดบังพวกเราไว้อีกกี่เรื่องกันแน่เนี่ย!’
‘ถ้าเขาไม่มารายการนี้ ใครจะไปนึกว่าเขาขับรถเป็น ทำอาหารได้ ตกปลาเก่ง ตัดขนแกะเป็น แต่งกีบเท้าแกะได้ แถมยังมีความรู้ระดับผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์อีก!?’
‘นายลืมไปอย่างหนึ่งนะ หลินจือไป๋ยังเขียนกวีสมัยใหม่ได้ด้วย’
นี่ก็เป็นทักษะที่เขาไม่เคยแสดงให้เห็นที่ฉินโจวมาก่อนเหมือนกัน แฟนคลับชาวฉินโจวรู้เพียงว่าหลินจือไป๋เชี่ยวชาญบทกวีแนวโบราณ แต่ไม่เคยรู้เลยว่าไอดอลของตนเองจะสามารถแต่งกวีสมัยใหม่ได้ด้วย!
เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีชาวเน็ตที่ใช้ชื่อไอดีว่า ‘จอมพลห้าดาวแมกอาเทอร์’ ได้สรุปไว้ว่า
‘ฉันว่ารายการนี้ไม่ควรชื่อว่า “เยือนเขาหลีซาน” หรอก เปลี่ยนชื่อเป็น “บันทึกการโชว์เหนือของหลินจือไป๋” จะตรงตัวกว่า หรือจะชื่อ “ตกลงหลินจือไป๋ยังมีความสามารถอะไรที่เราไม่รู้อีกไหม” ดี หรือไม่ก็ “ตัวอย่างมนุษย์เลเวลตัน” ไปเลย?’
ฟุ่บๆๆ คำวิจารณ์ของแมกอาเทอร์คนนี้ได้รับการกดไลก์จากชาวเน็ตฉินโจวนับไม่ถ้วน
ความสนุกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้ชมชาวฉินโจวที่ดูรายการนี้ คือการได้เห็นหลินจือไป๋โชว์เหนือจริงๆ
เหมือนกับคนที่อ่านนิยาย ต่างก็ชอบอ่านเรื่องที่พระเอกโชว์เทพ
พอดูรายการนี้หลายคนเกิดความรู้สึกในทำนองเดียวกันกับตัวหลินจือไป๋ เพราะในรายการส่วนใหญ่เป็นชาวฉีโจว ทุกคนจึงมีความรู้สึกร่วมกับหลินจือไป๋ที่เป็นคนฉินโจวอย่างเต็มเปี่ยม อย่าถามเลยว่าทำไมไม่รู้สึกร่วมกับพวกจางซีหยางหรือโจวหานจิ้น
และเป็นเพราะฉินโจวเฝ้าติดตามหลินจือไป๋อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ดังนั้นหลังจากที่หลินจือไป๋ก้าวขึ้นสู่ระดับแถวหน้าของฉีโจว ชาวเน็ตฉินโจวจึงได้รับข่าวอย่างรวดเร็ว สื่อเจ้าใหญ่ต่างๆ ต่างก็เริ่มเคลื่อนไหวในทันที
[ข่าวล่าสุดของหลินจือไป๋!]
[หลินจือไป๋ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบคนดังระดับแถวหน้าของฉีโจว!]
[ความเร็วในการเลื่อนระดับที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน หลินจือไป๋โด่งดังเป็นพลุแตกในฉีโจว!]
[ไปฉีโจวไม่กี่เดือน หลินจือไป๋ก็กลายเป็นไอดอลที่ทำให้สาวๆ นับพันนับหมื่นในฉีโจวคลั่งไคล้!]
[หลินจือไป๋ขึ้นสู่ระดับแถวหน้าของฉีโจว ประกาศศักดาชาวฉินโจว!]
[หลินจือไป๋กำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางซูเปอร์สตาร์ข้ามทวีป!?]
อะไรนะ?
หลินจือไป๋ขึ้นสู่ระดับแถวหน้าของฉีโจวแล้ว!?
หลังจากตระหนักได้ว่าสิ่งนี้หมายถึงอะไร วงการบันเทิงฉินโจวต่างก็เฉลิมฉลองกันอย่างคึกคัก!
แม้แต่คนที่เคยมองว่าหลินจือไป๋ไม่ควรรีบไปตีตลาดที่ฉีโจว ต่างก็เปลี่ยนท่าทีจากเดิม!
‘เชี่ย!’
‘โหดเกินไปแล้ว!’
‘ฉันยังรู้สึกว่าเมื่อไม่นานมานี้ หลินจือไป๋ยังอยู่แถวสามของฉีโจวอยู่เลย พริบตาเดียวขึ้นแถวหน้าแล้วเหรอ?’
‘ฉันถามเพื่อนที่ฉีโจวมา ไป๋ตี้ที่ฉีโจวตอนนี้ดังระเบิดจริงๆ ยอดผู้ชมในห้องไลฟ์สดไล่บี้เยี่ยอิงกับฉีเจี้ยนเจียมาติดๆ (สำหรับเพื่อนที่ไม่รู้ เยี่ยอิงกับฉีเจี้ยนเจียคือดาราหญิงสองคนที่ดังที่สุดในฉีโจว)’
‘สรุปคืออาจารย์ไป๋ตี้กวาดล้างวงการบันเทิงฉีโจวไปแล้วใช่ไหม?’
‘ยังไม่ถึงขั้นกวาดล้างหรอก แต่ความเร็วในการเลื่อนระดับแบบนี้ รู้สึกว่าอีกไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะ’
‘ฮาๆ แต่ว่านะ หลินจือไป๋ที่ฉินโจวก็อยู่แถวหนึ่งเหมือนกัน ไม่นึกเลยว่าไปฉีโจวแล้วจะได้ตำแหน่งในระดับเดียวกันแบบนี้’
‘ไม่เหมือนกันนะ หลินจือไป๋ในฉินโจวอยู่ระดับแถวหน้าก็จริง แต่เขาเป็นแถวหน้าที่พร้อมเลื่อนขั้น หมายความว่าเขาเข้าใกล้ระดับเหนือแถวหน้าแบบไร้ขีดจำกัดแล้ว เพียงแต่เขาไม่ได้รั้งอยู่ที่ฉินโจวเพื่อพังทลายกำแพงนั้นในรวดเดียวเท่านั้นเอง’
ไม่ใช่แค่ในวงการบันเทิง ชาวเน็ตทั่วไปนับไม่ถ้วนในฉินโจวที่เห็นข่าวต่างก็รู้สึกมีความสุขและภาคภูมิใจ!
อย่างไรหลินจือไป๋ก็มาจากฉินโจว!
เพราะตัวหลินจือไป๋นั้นแบกรับอุดมคติของชาวฉินโจวไว้มากมาย!
และการก้าวขึ้นสู่ระดับแถวหน้าของฉีโจว ก็ถือว่าหลินจือไป๋ได้ทำตามความคาดหวังของทุกคนสำเร็จในแง่หนึ่งแล้ว!
‘เยี่ยมเลย!’
‘ดูท่าฉินโจวของพวกเรากำลังจะมีซูเปอร์สตาร์ข้ามทวีปอายุน้อยเพิ่มอีกคนแล้ว!’
‘จากแนวโน้มของหลินจือไป๋ในฉีโจว เขาจะต้องกลายเป็นระดับเหนือแถวหน้าได้แน่นอน!’
‘หลินจือไป๋จะกลับมาเมื่อไหร่เนี่ย มาทำภารกิจ “ครองตำแหน่งเหนือแถวหน้าแห่งฉินโจว” ให้เสร็จๆ ไปเลยเถอะ’
‘ภารกิจนี้สำหรับหลินจือไป๋ในตอนนี้ เรียกได้ว่าไม่มีความยากเลยสักนิด’
ตอนนี้ทุกคนในฉินโจวต่างรู้ชัด ตำแหน่งเหนือแถวหน้าแห่งฉินโจวเป็นของในกำมือของหลินจือไป๋ที่สามารถคว้ามาได้ทุกเมื่อ ขอเพียงหลินจือไป๋กลับมาฉินโจวและปล่อยผลงานอะไรออกมาสักนิด ก็น่าจะเลื่อนขั้นเป็นเหนือแถวหน้าได้แล้ว เพราะเขาอยู่ในสถานะพร้อมเลื่อนขั้นนี่นา
ถ้าใช้คำพูดแบบแนวแฟนตาซีก็คือ สถานะพร้อมเลื่อนขั้นหมายความว่าหลินจือไป๋ในตอนนี้ก็คือระดับกึ่งจุดสูงสุดขั้นสมบูรณ์ไหมนะ?
วันต่อมา วันที่ 7 เดือนตุลาคม หลินจือไป๋ออกเดินทางไปยังชานเมืองเซิน งานชุมนุมกวีเทศกาลไหว้พระจันทร์ถูกจัดขึ้นที่ชานเมืองเซินนั้นเอง ส่วนทำไมวันที่ 7 เดือนตุลาคมถึงเป็นงานกวีเทศกาลไหว้พระจันทร์ นั้นก็เกี่ยวข้องกับปฏิทินสุริยคติและปฏิทินจันทรคติของบลูสตาร์
ในขณะที่หลินจือไป๋ออกเดินทาง ตากล้องก็เริ่มถ่ายทำแล้ว ส่วนเรื่องการขับรถมีอู๋เสวียนที่เป็นเลขารับหน้าที่
“วันนี้ยอดผู้ชมในห้องไลฟ์สดสูงมากเลยครับ”
หลินจือไป๋เหลือบมองยอดผู้ชม ตอนนี้อยู่ที่ 43 ล้านกว่าๆ ดูเหมือนผู้ชมชาวฉีโจวจะคาดหวังกับการที่เขาไปร่วมงานกวีมาก
‘ทุกคนมาเพื่อรอดูคุณโชว์เหนือทั้งนั้นแหละ!’
‘ท่านมหาเศรษฐี วันนี้ในงานกวีเราต้องโชว์ฝีมือให้หนักๆ เลยนะ!’
‘ต้องประกาศศักดาต่อหน้าผู้คนให้ได้!’
‘ชอบดูตอนท่านมหาเศรษฐีโชว์เหนือที่สุด!’
‘ถ้าวันนี้โชว์เหนือไม่สำเร็จ ฉันจะเลิกติดตามเลยนะ!’
‘ฮาๆ นายเห็นท่านมหาเศรษฐีเป็นสตรีมเมอร์จริงๆ เหรอเนี่ย มีขู่เลิกติดตามด้วย’
‘ท่านมหาเศรษฐี วันนี้คุณจะไปถล่มงานเขาไหม?’
‘เคยเห็นคุณในงานกวีที่ฉินโจวแล้ว แอบกังวลจริงๆ’
‘วงการวรรณกรรมฉีโจวของเรานี่กล้ามากนะ ถึงกับกล้าเชิญท่านมหาเศรษฐีด้วยตัวเอง’
หลินจือไป๋เคยไปร่วมงานกวีที่ฉินโจว ผลคือการกระทำเพียงระลอกเดียวก็ถล่มงานจนเละเทะ เรื่องนี้ตอนนี้ไม่ได้รู้กันแค่ในฉินโจว แต่ในฉีโจวก็เริ่มมีการเล่าขานอย่างแพร่หลายแล้ว
“วันนี้ผมเน้นทำตัวเงียบๆ ครับ”
หลินจือไป๋ยิ้มและเอ่ยออกมา เขาไม่อยากไปถล่มงานกวีของฉีโจวอีกครั้งหรอก ไม่งั้นเขาจะกลายเป็นตัวอะไร?
ตัวซวยงั้นเหรอ?
ครั้งก่อนที่ถล่มงานที่ฉินโจว เป็นเพราะพวกปัญญาชนกลุ่มนั้นไม่รู้จักกาลเทศะเอง แน่นอนว่าพวกปัญญาชนที่ไม่รู้จักกาลเทศะในตอนนั้นต่างก็ต้องชดใช้อย่างหนัก โดยเฉพาะปรมาจารย์วงการวรรณกรรมฉินโจวที่ทำตัวไม่ดีกับหลินจือไป๋จนต้องพ้นจากตำแหน่งไป
ปัญญาชนหลายคนที่เคยแสดงความเป็นศัตรูต่อหลินจือไป๋ในตอนนั้น ช่วงนี้ชีวิตก็ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
ไม่ใช่เพราะหลินจือไป๋ลงมือเองหรอก
แต่หลินจือไป๋รู้ดีว่าทางฝั่งฉินโจวจะมีคนที่ยอมลงมือเพื่อให้เขาพอใจเอง
‘จะเงียบเกินไปไม่ได้นะ!’
‘ฉันชอบดูคุณโชว์เหนือที่สุด!’
‘ถ้าคุณไม่โชว์เหนือ ฉันจะรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัวเลย!’
ดูคำพูดของผู้ชมพวกนี้สิ เริ่มจะหยาบกระด้างขึ้นเรื่อยๆ แล้ว คงไม่ใช่พวกแอนตี้แฟนหรอกนะ ฉันแค่เขียนบทกวีออกมาบ้าง จะเรียกว่าโชว์เหนือได้ยังไง?
ฉันตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานจริงๆ นะ
ใช่ไหมเฟยหง?
ทำไมเฟยหงไม่ตอบล่ะ ระบบค้างเหรอ?
========================