ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 448-2 ก้าวสู่ระดับเหนือแถวหน้าแห่งฉินโจว! (2)
แน่นอนว่าในคืนเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้ บท ‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ ของหลินจือไป๋ก็ถูกส่งไปถึงวงการวรรณกรรมฉินโจวเช่นกัน
และผลที่ตามมาก็ไม่ผิดคาด ทำเอาแววตาตกกันเป็นแถว!
กลอนบทนี้ดีตรงไหน?
คนนอกวงการหลายคนอาจจะบอกไม่ถูกว่าล้ำลึกอย่างไร เพียงแต่รู้สึกว่าตัวอักษรสวยงามมาก ดูโชว์เหนือมาก และความรู้สึกโดยรวมดีสุดๆ
เหมือนคนทั่วไปฟังเพลง
ท่วงทำนองฟังแล้วสบายหูก็คือเพลงดี!
ไม่เหมือนมืออาชีพ ที่จะวิเคราะห์สารพัดว่าผลงานชิ้นนี้ดีอย่างไร
ส่วนพวกปัญญาชนฉินโจวที่ต้องตกตะลึงจนหาที่เปรียบไม่ได้ เป็นเพราะพวกเขาเข้าใจดีกว่าคนทั่วไปว่ากลอนบทนี้มันยอดเยี่ยมแค่ไหน...
ไม่ใช่แค่ระดับความสูงส่งของถ้อยคำ!
แต่มันคือระดับความสูงส่งของจินตนาการของผู้สร้างสรรค์!
การจินตนาการและใคร่ครวญโดยมีดวงจันทร์วันเพ็ญเป็นศูนย์กลาง นำเอาความรู้สึกทุกข์สุขพลัดพรากพบเจอของแดนมนุษย์ เข้ามาอยู่ในการแสวงหาความจริงเชิงปรัชญาของจักรวาลและชีวิต!
จันทร์กระจ่างมีมาแต่เมื่อไร? ชูจอกเหล้าถามฟ้าเบื้องบน
มิแจ้งว่า ณ วังบนสรวงสวรรค์ ค่ำคืนนี้เป็นปีศักราชใด?
เรียกได้ว่าคลาสสิกทุกประโยค ล้ำค่าทุกตัวอักษร นี่คือขั้นที่ผู้เขียนบทกวีและกลอนทั่วไปมิอาจจินตนาการถึงได้
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคำบางคำใน ‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ ที่จำเป็นต้องมีประสบการณ์และความลึกซึ้งในระดับหนึ่ง ถึงจะสามารถเคี้ยวกลืนซ้ำๆ เพื่อทำความเข้าใจอารมณ์สุนทรีย์ที่ลึกซึ้งได้!
เช่นประโยคที่ว่า ‘ข้าอยากขี่ลมกลับคืนไป’
หลายคนอาจจะนึกไม่ถึงว่า ทำไมตรงนี้ถึงต้องใช้คำว่า ‘คืน’?
ปัญญาชนฉินโจวเข้าใจจุดนี้ และมองเห็นความน่ากลัวของคำว่า ‘คืน’ นี้ เพราะมันคือจุดที่ทำให้ภาพวาดมังกรดูมีชีวิตขึ้นมา!
ในแง่หนึ่ง
มันสื่อว่าผู้ประพันธ์เดิมไม่ได้มองว่าตนเองเป็นปุถุชนบนแดนมนุษย์เลยสักนิด แต่เปรียบตนเองเป็นเซียนที่อยู่เหนือโลก
ดังนั้นเขาจึงเป็นการกลับคืนสู่ตำหนักเซียน
ไม่ใช่การเดินทางไปยังที่ตั้งของตำหนักเซียน!
โอหัง เหนือโลก แต่จิตวิญญาณก็ได้ก้าวข้ามแดนมนุษย์ไปแล้วด้วยความทระนงตัวนี้!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงท่อนจบที่ทำให้คนสะเทือนใจที่สุดอย่าง ‘เพียงปรารถนาให้ผู้คนอยู่ยั้งยืนยาว ร่วมชมจันทร์นวลแม้อยู่ไกลนับพันลี้’ คนเขียนกลอนทุกคนในวงการกวีฉินโจวต่างก็ต้องยอมสยบ!
ผลคือวงการวรรณกรรมฉินโจวทั้งวงการต่างก็ ‘คุกเข่า’ ให้!
เมื่อเผชิญหน้ากับกลอนบทนี้ เผชิญหน้ากับความแค้นระหว่างวงการวรรณกรรมฉินโจวกับหลินจือไป๋ในตอนนั้น ทุกคนจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องแสดงท่าทีบางอย่างออกมา
“โอ้โห!”
“หลินจือไป๋คือปราชญ์อันดับหนึ่งแห่งฉินโจวของเราจริงๆ!”
“ยากจะจินตนาการจริงๆ ว่าตอนนั้นวงการวรรณกรรมฉินโจวของเรา มีคนกีดกันเขามากขนาดนั้นได้ยังไง!”
“พวกคนที่กีดกันหลินจือไป๋ควรจะละอายใจและลาออกจากวงการวรรณกรรมไปเองซะ!”
“ตอนนี้คุณหลินไปอยู่ที่ฉีโจว กลายเป็นผู้นำของวงการวรรณกรรมฉีโจวไปแล้ว เป็นความเจ็บปวดของวงการวรรณกรรมฉินโจวเราจริงๆ”
“ผมขอเสนอให้ปัญญาชนอาวุโสทุกคนที่เคยโจมตีคุณหลิน เลิกเขียนงานถาวรไปเลย!”
“ไม่ต้องให้คุณเสนอหรอก พวกเขาก็แทบจะเลิกเขียนกันหมดแล้ว แต่พวกเขาควรจะดีใจนะที่งานกวีฉินโจวครั้งนั้นไม่ได้จัดตรงกับวันเทศกาลไหว้พระจันทร์”
“นั่นสิ”
“ถ้าตอนนั้นคุณหลินเขียน ‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ ออกมาล่ะก็ ต่อให้พวกเขามีสิบปากก็คงพูดอะไรไม่ออกแล้ว”
น่าสนใจมาก
วงการวรรณกรรมฉินโจวในตอนนี้ การเข้าข้างหลินจือไป๋และการชำระความกับคนแก่ในวงการที่เป็นศัตรูของหลินจือไป๋กลายเป็นความถูกต้องทางการเมืองไปเสียแล้ว
คุณยายจ้าวที่กำลังคุยเรื่องงานบางอย่างกับโจวไท่ เมื่อได้ทราบเรื่องนี้เธอก็ถอนหายใจ “หากกลิ่นอายวรรณศิลป์ของฉินโจวแบ่งเป็นสิบส่วน เกรงว่าเก้าส่วนคงจะเลี้ยงดูหลินจือไป๋เพียงคนเดียวเสียแล้ว”
โจวไท่ยิ้มขมขื่น
เขาเข้าใจท่อนหลังที่คุณยายจ้าวไม่ได้พูดออกมาเป็นอย่างดี
วรรณศิลป์ที่เหลือเพียงหนึ่งส่วน เลี้ยงดูได้แค่พวกที่ชอบลู่ตามลม ตอนนั้นไม่เห็นพวกเขากล้าออกมาช่วยหลินจือไป๋พูดเลยสักนิด พอตอนนี้กลับพากันแสดงท่าทีโกรธแค้นแทนกันยกใหญ่
มิน่าล่ะหลินจือไป๋ถึงได้ไม่เห็นวงการวรรณกรรมฉินโจวอยู่ในสายตา
ตนกับคุณยายจ้าวคงยังต้องจัดระเบียบกระแสวรรณกรรมของฉินโจวใหม่อีกยกใหญ่ ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าแบกหน้าไปเชิญเทพเจ้าอย่างหลินจือไป๋กลับบ้านแน่ๆ
…
ยังคงเป็นที่ฉินโจว
คืนวันไหว้พระจันทร์นี้ย่อมต้องมีคนนอนไม่หลับทั้งคืน
เช่นแฟนคลับของหลินจือไป๋ เช่นพวกคนในวงการวรรณกรรมฉินโจว เช่นสื่อมวลชนเจ้าใหญ่ต่างๆ เป็นต้น
แม้ตัวหลินจือไป๋จะไม่อยู่ที่ฉินโจว แต่เพราะเว็บไซต์คุนเผิงวิดีโอสามารถถ่ายทอดสดรายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ ได้โดยตรง
ดังนั้นจึงดูไม่แตกต่างจากตอนที่หลินจือไป๋อยู่ที่ฉินโจวเท่าไหร่นัก
ทว่าเมื่อฟ้าสาง
ชาวฉินโจวจำนวนมหาศาลที่เพิ่งตื่นจากความฝัน ยังไม่รู้เลยว่าวันนี้ยังมีระเบิดลูกใหญ่กว่ารอพวกเขาอยู่ข้างหลัง
จนกระทั่งบางคนที่ติดนิสัยชอบตรวจสอบอันดับคนดัง เปิดคอมพิวเตอร์ดูตามปกติ แต่กลับต้องตกใจเมื่อพบว่าชื่อของหลินจือไป๋หายไปจากทำเนียบระดับแถวหน้าแล้ว พวกเขาถึงได้ตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ!
ในวินาทีต่อมา
สื่อใหญ่ทุกเจ้าทั่วทั้งฉินโจว ต่างพากันแย่งรายงานข่าวที่น่าตื่นตะลึงในเวลาเพียงไม่กี่นาที!
‘หลินจือไป๋ ขึ้นสู่ระดับเหนือแถวหน้าแล้ว!’
‘หลินจือไป๋ ก้าวสู่จุดสูงสุดของวงการบันเทิง!’
‘เหนือแถวหน้าที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฉินโจวถือกำเนิดขึ้นแล้ว!’
‘หลินจือไป๋ เหนือแถวหน้า อายุยี่สิบปี!’
‘หลังจากที่ทุกคนเฝ้ารอ ในที่สุดวินาทีนี้หลินจือไป๋ก็ได้ขึ้นครองบัลลังก์แห่งวงการบันเทิง!’
‘หลังจากที่ไป๋ตี้และฉู่ฉือรวมร่างกันไม่กี่เดือน หลินจือไป๋ก็ได้ก้าวสู่ระดับเหนือแถวหน้าอย่างเป็นทางการ!’
ใช่แล้ว
ในเช้าวันนี้เอง
ทำเนียบอันดับคนดังของฉินโจวได้มีการอัปเดตแล้ว!
และในการอัปเดตครั้งนี้ สิ่งที่ดึงดูดสายตาผู้คนที่สุดก็คือ…
หลินจือไป๋ที่เดิมทีอยู่ในสถานะระดับแถวหน้ารอเลื่อนขั้น ได้ก้าวเข้าสู่ทำเนียบระดับเหนือแถวหน้าเรียบร้อยแล้ว!
ในความเป็นจริงตั้งแต่วินาทีที่หลินจือไป๋ใช้ชื่อฉู่ฉือเข้าร่วมรายการ ‘King of Mask Singer’ และเปิดหน้ากากเฉลยตัวตนในรอบชิงชนะเลิศ ทุกคนก็รู้ดีอยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึงในที่สุด
ทว่าเมื่อวันนี้มาถึงจริงๆ
สื่อมวลชนฉินโจวก็ยังคงรู้สึกถึงความบ้าคลั่งอย่างถึงที่สุด!
เพราะหลินจือไป๋นั้นแตกต่างจากระดับเหนือแถวหน้าคนอื่นในวงการเพลงโดยสิ้นเชิง!
ระดับเหนือแถวหน้าของวงการเพลงคนอื่นๆ ในฉินโจว ถ้าไม่เป็นนักร้อง ก็ต้องเป็นนักแต่งเพลง
มีเพียงหลินจือไป๋คนเดียวที่เป็นทั้งนักร้องและนักแต่งเพลงในคนเดียวกัน ดังนั้นหลินจือไป๋ในระดับเหนือแถวหน้า จึงได้กลายเป็น…
ราชาเพลง!
รวมถึงพ่อเพลง!
หากจะกล่าวในเชิงแฟนตาซีก็คือ
ระดับเหนือแถวหน้าของวงการเพลงคนอื่นๆ ถ้าไม่เป็นราชาเพลง ก็ต้องเป็นพ่อเพลง ซึ่งนั่นคือเส้นทางสู่ความสำเร็จที่แตกต่างกันสองเส้นทาง
มีเพียงหลินจือไป๋ที่เป็นปีศาจที่หาได้ยากยิ่งคนนี้ ที่ก้าวสู่จุดสูงสุดด้วยวิธี ‘ฝึกทั้งสายเวทและสายต่อสู้’ ไปพร้อมกัน!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่านอกจากความสำเร็จในวงการเพลงแล้ว หลินจือไป๋ยังมีความสำเร็จในด้านลายพู่กันและการวาดภาพมาช่วยเสริมบารมีอีกด้วย แถมทุกอย่างยังอยู่ในระดับที่สูงส่งไม่ธรรมดา
ด้วยเหตุนี้
หลินจือไป๋ที่เป็นระดับเหนือแถวหน้าคนนี้ จึงถือเป็นคนที่มีมูลค่าความเก่งกาจสูงที่สุดในบรรดาระดับเหนือแถวหน้าทุกคนของฉินโจว!
แบบไม่มีใครเทียบได้!
แม้แต่คนทำงานสื่อหลายคนยังสงสัยเลยว่า เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการคำนวณอันดับคนดังของฉินโจว ก็น่าจะเคยปวดหัวกับกรณีของหลินจือไป๋มาไม่น้อย
เพราะหลินจือไป๋น่ะพิเศษเกินไป เขาอยู่วงการบันเทิง แต่ดันมีความสำเร็จในด้านลายพู่กันและการวาดภาพที่สูงลิ่วด้วย
ถือเป็นกรณีพิเศษในหมู่กรณีพิเศษ!
และตอนนี้เมื่อส่งหลินจือไป๋เข้าทำเนียบเหนือแถวหน้าได้แล้ว เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการจัดอันดับทางการของฉินโจว ก็น่าจะลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกได้เสียที
เพราะถ้าขืนยังไม่ให้หลินจือไป๋ขึ้นระดับเหนือแถวหน้าอีกล่ะก็ แฟนคลับของเขาคงจะเริ่มถล่มหาว่าผู้รับผิดชอบอันดับจงใจเล่นงานอีกฝ่ายอยู่แน่ๆ
…
ท่ามกลางรายงานข่าวมากมาย แฟนคลับของหลินจือไป๋และชาวเน็ตจำนวนมหาศาลต่างก็ตื่นเต้นราวกับกำลังฉลองวันปีใหม่!
ในแพลตฟอร์มปู้ลั่ว
‘ในที่สุดพระเจ้าก็ได้ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ของพระองค์แล้ว!’
‘ในใจฉัน พระเจ้าเป็นระดับเหนือแถวหน้ามานานแล้ว!’
‘รักไป๋ตี้มาสามปี เฝ้ามองเขาเดินขึ้นสู่จุดสูงสุดมาตลอดทาง!’
‘จุดสูงสุด? ยังหรอกนะ ที่ฉีโจวเขายังไม่ได้เป็นระดับเหนือแถวหน้าเลย ถึงฉันจะรู้สึกว่ามันคงอีกไม่นานก็เถอะ’
‘รอคอยวันที่ฉู่ฉือจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ข้ามทวีป!’
‘เห็นยังมีคนเรียกฉู่ฉือแล้วน้ำตาจะไหล พอเขายิ่งดังขึ้น ชื่อเรียกเขาก็ยิ่งเยอะขึ้น ทางฉีโจวเขาชอบเรียกกันว่าท่านมหาเศรษฐีไม่ใช่เหรอ’
‘ฉันเรียกฉู่ฉือจนติดปากไปแล้ว’
‘ยินดีด้วยนะหลินจือไป๋ ฉันรักเขาจะตายอยู่แล้ว!’
‘หลินจือไป๋น่าจะเป็นไอดอลขวัญใจมหาชนคนแรกในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงฉินโจวเลยนะเนี่ย แทบจะหาแอนตี้แฟนในเน็ตไม่เจอเลย’
…
ราวกับวงล้อแห่งประวัติศาสตร์กำลังหมุนผ่านไป ในวงการบันเทิงฉินโจว คนในแวดวงหลายคนต่างก็เกิดความรู้สึกถึงการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย
“ในที่สุดวินาทีนี้ก็มาถึง”
“พอย้อนกลับไปดูประวัติการก้าวสู่จุดสูงสุดของหลินจือไป๋ ก็ช่างเป็นตำนานจริงๆ!”
“ไม่เคยมีใครคนไหนก้าวสู่จุดสูงสุดด้วยวิธีแบบเขาเลย!”
“ตั้งแต่ดนตรีไปจนถึงการร้องเพลง ตั้งแต่การวาดภาพไปจนถึงลายพู่กัน ตั้งแต่บทกวีไปจนถึงกลอนคู่ ตัวตนของเขาแทบจะนิยามไม่ได้เลยจริงๆ!”
“จริงๆ แล้วตัวตนหลักของเขาก็คือหลานชายเจ้าของเสินฮว่ากรุ๊ป หรือจะบอกว่าเป็นนักธุรกิจก็ได้”
“เป็นทั้งศิลปินที่ควบหลายตำแหน่ง และยังเป็นตัวแทนของกลุ่มทุนที่ใหญ่ที่สุดที่ควบหลายตำแหน่งด้วย แม้แต่วิธีการก้าวสู่จุดสูงสุดเขายังไม่เหมือนคนอื่น ทั้งที่ตัวเขาไปอยู่ที่ฉีโจวแท้ๆ แต่กลับอาศัยรังสีความร้อนแรงที่สะท้อนจากฉีโจว กลับมาเติมเต็มการสะสมความนิยมและอิทธิพลในก้าวสุดท้ายให้สมบูรณ์!”
…
ที่บ้านของหลินจือไป๋
พ่อหัวเราะร่า “พ่อนึกว่าเจ้าลูกคนนี้ต้องกลับมาสักเที่ยวถึงจะจบขั้นตอนการสวมมงกุฎขั้นสุดท้ายได้ ที่ไหนได้ ตัวไม่ต้องโผล่มาเลยก็เดินมาถึงก้าวนี้ได้แล้ว”
“ก็ดูด้วยว่าลูกใคร!”
แม่มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “ตอนนี้แม่เดินสายออกงาน พอไปเจอคุณนายเซเลบพวกนั้น ก็ไม่รู้ว่าพวกเธอจะอิจฉาแม่แค่ไหนที่มีลูกชายดีๆ แบบนี้!”
“แม่ครับ!”
หลินเซิ่งเทียนพูดอย่างน้อยใจ “ผมก็ลูกแม่เหมือนกันนะ!”
แม่เกาหัว “อุ๊ย ลืมไปเลยว่ามีลูกด้วย”
หลินเซิ่งเทียนบ่นอุบอิบ “แต่เจ้าเสี่ยวเฮยนี่สิ ตอนนี้แม้แต่ผมยังอดจะอิจฉาไม่ได้เลย ช่วงนี้ผมกำลังจีบสาวคนหนึ่งอยู่ ที่เธอทำท่าทางกระตือรือร้นกับผมน่ะ สรุปเพราะว่าน้องชายผมคือไป๋ตี้… เฮ้อ! สรุปว่าต่อไปแม้แต่พี่สะใภ้เขาก็จะเป็นแฟนคลับเขาด้วยใช่ไหมเนี่ย?”
“งั้นนายต้องโทรไปดุเจ้าเสี่ยวเฮยหนักๆ เลยนะ!”
หลินซีช่วยยุยงอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอามือป้องหน้าแล้วพูดว่า “แหม ไม่รู้ว่าเสี่ยวเฮยไปฉีโจวเนี่ย จะพาราชินีเพลงกลับมาสักคนไหมนะ แม่คะ แม่ชอบฉีเจียนเจียหรือเย่อิงมากกว่ากันล่ะ?”
“แม่ชอบซูฉานนะ แต่แม่ชอบไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
แม่รู้หน้าที่เป็นอย่างดี “เสี่ยวเฮยชอบใครก็เลือกคนนั้นแหละ หรือเขาจะเลือกหลายคนแม่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ”
“ชิ”
หลินซีเบะปาก
…
ฉีโจว
เป็นเพราะเมื่อวานหลินจือไป๋ดื่มเหล้าเยอะไปหน่อย คืนนี้เลยนอนหลับสบายเป็นพิเศษ
ตื่นนอนตอนเช้าก็เป็นเวลาเก้าโมงตรงแล้ว ทีมงานก็ไม่ได้ปลุกเขากลางคันเพื่อจะถ่ายทำรายการ จึงยังไม่ได้เริ่มเปิดกล้องถ่ายทำ
“รอผมยี่สิบนาทีนะครับ”
หลินจือไป๋บอกทีมงาน แล้วเดินไปล้างหน้าแปรงฟัน พลางหยิบมือถือขึ้นมาดูตามความเคยชิน
ทันทีที่ดูหลินจือไป๋ก็ต้องตกใจ มือถือของเขามีสายที่ไม่ได้รับหลายสิบสาย และยังมีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านอีกนับร้อย
ทั้งเพื่อน ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และคนอื่นๆ ต่างก็พากันตามหาเขาหมด
หรือว่าที่บ้านเกิดจะเกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้น นิ้วมือของหลินจือไป๋สั่นระริกเล็กน้อย เขากดเปิดข้อความที่หยิ่นตงหน่วนส่งมา
‘กรี๊ดดดด นายพุ่งทะลุเข้าสู่ระดับเหนือแถวหน้าของฉินโจวแล้วนะ!’
“…” หลินจือไป๋ที่หัวใจเต้นระรัว รีบไปดูข้อความจากครอบครัว และจากเจียงเฉิงกับคนอื่นๆ ก็พบว่าเป็นเนื้อหาในทำนองเดียวกัน ในที่สุดเขาก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างหนัก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกโกรธเคืองแทน
ให้ตายสิ!
ก็แค่ได้เป็นระดับเหนือแถวหน้าของฉินโจวไม่ใช่เหรอ?
เรื่องแค่นี้มีอะไรน่าตื่นเต้นตกใจกัน?
ทำซะเป็นเรื่องใหญ่โต ฉันก็นึกว่าปู่ที่บ้านเกิดเป็นอะไรไปเสียอีก ทำเอาตกใจจนเหงื่อไหลพรากเลย!
…………………………………..