ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 451 ท่านเจ็ด!
หลินจือไป๋กวาดเรียบหกตำแหน่งบนชาร์ตอันดับเพลงใหม่ เมื่อเกิดความสำเร็จนี้ขึ้น สื่อข่าวเจ้าใหญ่ต่างๆ ในฉีโจวก็พากันรายงานข่าว และหัวข้อที่เกี่ยวข้องก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ฮอตเสิร์ชในเวยซูอย่างรวดเร็ว!
‘โหดเกินไปแล้ว!’
‘นี่คือพลังของพ่อเพลงระดับท็อปจากฉินโจวอย่างนั้นเหรอ?’
‘ได้ยินว่าในฉินโจวหลินจือไป๋เคยใช้ไอดีรองถล่มวงการเพลงจนยับ ตอนแรกฉันยังนึกว่าพูดเกินจริง ตอนนี้ดูแล้ว เพื่อนชาวฉินโจวไม่ได้หลอกฉันเลย!’
‘ระดับนี้คือของจริง!’
‘ชาร์ตอันดับเพลงใหม่บ้านเรา ไม่ได้มีเหตุการณ์แบบนี้มาหลายปีแล้วใช่ไหม?’
‘ใช่แล้ว แต่ทุกคนอย่าลืมนะ เมื่อแปดปีก่อน จริงๆ แล้วฉีโจวเรามีคนที่โหดกว่านี้ พ่อเพลงท่านเก้าเคยครองชาร์ตอันดับเพลงใหม่คนเดียวถึงเก้าเพลงรวด และเพราะผลงานที่รุ่งโรจน์ขนาดนี้ เขาถึงได้ถูกเรียกว่าท่านเก้า’
‘ผลงานของหลินจือไป๋ตอนนี้ ก็มีแค่ท่านเก้าเท่านั้นแหละที่พอจะข่มเขาได้’
‘โชคดีที่มีผลงานของท่านเก้าค้ำไว้อยู่ ไม่อย่างนั้นคราวนี้พูดไปคงแอบเขิน ชาร์ตประจำฤดูกาลฉีโจวโดนพ่อเพลงฉินโจวคนเดียวถล่มชาร์ต’
‘ใช่แล้ว ท่านเก้าน่ะคือพ่อเพลงที่แข็งแกร่งที่สุดของเรา!’
ชาวเน็ตนับไม่ถ้วนกำลังสนทนากัน ทุกคนยังจำได้ว่าชื่อจริงของพ่อเพลงคนนั้นคือจ่านหยวน คนในยุทธจักรขนานนามว่า ‘ท่านเก้า’ ก็เพราะในช่วงพีคที่สุดเขาเคยใช้พลังของตนเองเพียงลำพังถล่มชาร์ตเพลงฤดูกาลได้!
ชาวฉีโจวหลายคนยังจำภาพนั้นได้ติดตา
เพลงที่จ่านหยวนเขียนเพียงคนเดียว ยึดครองสิบอันดับแรกของชาร์ตเพลงใหม่ไปถึงเก้าตำแหน่ง!
ตอนนั้นมีเพียงเพลงอันดับสิบเท่านั้นที่เป็นผลงานของนักร้องคนอื่น ทว่าหลังจากคราวนั้นความถี่ในการปล่อยเพลงของจ่านหยวนก็ลดลง
บางคนบอกว่าเป็นเพราะเพลงดีๆ ที่จ่านหยวนสะสมไว้ถูกงัดออกมาใช้ในฤดูกาลนั้นหมดแล้ว ผลงานเพลงในช่วงหลายปีต่อมาจึงแต่งออกมาได้น้อย
ทว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้
ความจริงแล้วใช่ว่าจะไม่มีพ่อเพลงคนไหนพยายามจะทำลายสถิติของจ่านหยวน เพื่อให้ประสบความสำเร็จครองสิบอันดับแรกเพียงคนเดียว
แต่ความยากของเรื่องนี้มันมหาศาลเกินไป
พ่อเพลงนับไม่ถ้วนที่พยายามล้วนพ่ายแพ้
สำหรับพ่อเพลงแล้ว การมีหนึ่งเพลงหรือสองเพลงเข้าสิบอันดับแรกไม่มีแรงกดดันอะไรเลย แต่ถ้าจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ยากจะรับมือไหว
หลังจากพยายามมาหลายครั้ง มีพ่อเพลงเพียงสองคนที่เข้าใกล้ผลงานของจ่านหยวน คนหนึ่งส่งเพลงเข้าชาร์ตได้เจ็ดเพลง อีกคนหนึ่งส่งได้แปดเพลง
และด้วยเหตุนี้เอง
ทั้งสองคนจึงกลายเป็นที่รู้จักในนาม ‘ท่านเจ็ด’ และ ‘ท่านแปด’ ในสายตาของทุกคน
มีทั้งส่วนที่ได้การยอมรับและส่วนที่ถูกล้อเลียน ทว่าทั้งสองคนดูจะไม่ค่อยชอบชื่อนี้นัก ถึงขั้นไม่มีใครกล้าเรียกต่อหน้าพวกเขา เพราะทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าบารมีสูงที่สุดยังคงเป็นจ่านหยวนหรือ ‘ท่านเก้า’ คนนั้น
ทว่ายามนี้
หลินจือไป๋พ่อเพลงจากฉินโจว ยึดครองไปแล้วหกเพลงในสิบอันดับแรก!
เรื่องนี้ทำให้ชาวฉีโจวต้องเหลียวมอง หรือว่าชาร์ตอันดับประจำฤดูกาลของฉีโจว ในที่สุดก็ได้ต้อนรับผู้ท้าชิงคนใหม่แล้ว?
สุดท้ายหลินจือไป๋จะคว้าเก้าอี้ในสิบอันดับแรกไปได้กี่ตำแหน่ง?
การกวาดเรียบหกตำแหน่ง จะเป็นจุดสิ้นสุดของเขาในฤดูกาลนี้หรือไม่?
ต้องรู้ก่อนว่า การกวาดหกตำแหน่งก็นับเป็นผลงานที่เกินจริงมากแล้ว
ชาวฉีโจวแทบจะหาคู่ต่อสู้ในช่วงสองปีที่ผ่านมาที่พอจะชนกับหลินจือไป๋ไม่ได้เลย
ต้องย้อนกลับไปถึงห้าปี หรือกระทั่งแปดปีก่อน ถึงจะพบพ่อเพลงที่มีผลงานใกล้เคียงกับหลินจือไป๋ในตอนนี้
“น่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน!”
ฉูฉู่มองดูชาร์ตอันดับเพลงใหม่อย่างไม่เชื่อสายตา จู่ๆ เธอก็รู้สึกโชคดีขึ้นมา
ในช่วงที่อยู่บนเขาลี่ซาน เธอถือว่ากอดขาหลินจือไป๋ไว้ได้แน่นพอ ถึงได้รับผลงานเพลง ‘เลิกราด้วยความหวังดี’ มาครอบครอง
ในตอนนี้
ต้องตีเหล็กตอนร้อน
ทุกคนกำลังจับตามองชาร์ตอันดับประจำฤดูกาล อยากรู้ว่าสุดท้ายหลินจือไป๋จะสร้างผลงานได้ถึงระดับไหน ฉูฉู่จึงตัดสินใจปล่อยเพลง ‘เลิกราด้วยความหวังดี’ ออกมาอย่างเป็นทางการ
…
ฉูฉู่จะปล่อยเพลง ‘เลิกราด้วยความหวังดี’ ย่อมต้องบอกกล่าวหลินจือไป๋ล่วงหน้า
หลินจือไป๋ไม่คัดค้านอะไร เขารู้สึกว่าด้วยคุณภาพของเพลง ‘เลิกราด้วยความหวังดี’ การพุ่งเข้าสู่สิบอันดับแรกไม่น่าจะมีแรงกดดันอะไร
และเหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่หลินจือไป๋คาดไว้
ปลายเดือนตุลาคม เพลง ‘เลิกราด้วยความหวังดี’ ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการ ยอดดาวน์โหลดก็ระเบิดทันที!
ลำพังตัวฉูฉู่เองก็เป็นดาราหญิงระดับแถวหน้าอยู่แล้ว บวกกับกระแสความร้อนแรงที่เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ของหลินจือไป๋ในฉีโจว…
แถมช่วงนี้ทุกคนต่างก็จดจ้องว่าหลินจือไป๋จะยึดตำแหน่งในท็อปเท็นของชาร์ตฉีโจวได้กี่ตำแหน่ง เพลงนี้จึงได้รับการโปรโมตชั้นเยี่ยมไปโดยปริยาย!
ชนิดที่ว่าถ้าไม่ดังก็คงจะแปลกแล้ว
ทว่าหลังจากเพลงดังพลุแตกแล้ว ยังต้องดูศักยภาพในระยะยาวด้วย
เพลงบางเพลงพอปล่อยปุ๊บก็ยึดอันดับต้นๆ ของชาร์ตได้เลย แต่พอเวลาผ่านไปสักพักก็ร่วงลงมา
ทว่าบางเพลงในเดือนแรกที่ปล่อยอาจจะมีกระแสทั่วไป แต่พอผ่านไปนานเข้ากลับพุ่งขึ้นไปอยู่หน้าชาร์ตแทน
ดูเหมือนว่าเพลง ‘เลิกราด้วยความหวังดี’ จะจัดอยู่ในประเภทหลัง
ตอนกลางคืนระหว่างทางกลับบ้าน หลินจือไป๋ผ่านห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงเพลงที่ตนเองร้องคู่กับฉูฉู่อย่างซึ้งกินใจ
“พอมองย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เดินร่วมทางกับคุณ ฉันไม่เคยสัมผัสถึงความสุขเลยสักครั้ง มีความแค้นเคืองมากเกินไปจนไร้บทสรุปดีๆ การรื้อฟื้นเรื่องราวในอดีตมีแต่จะทรมานเปล่าๆ หากครึ่งชีวิตที่เหลือยังต้องอยู่กับคุณต่อไป ฉันก็สงสัยเหลือเกินว่าคงหาความสุขได้ไม่เท่าไหร่ ฉันถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ คุณก็เจ็บปวดไปด้วย…”
ในเวลาเดียวกัน
ชาวเน็ตระหว่างทางไปทำงานและกลับบ้าน ต่างก็พบว่าแม้แต่ในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางแห่งก็เปิดเพลงนี้
“ถ้าหวังดีจริงก็ควรปล่อยฉันไปตั้งนานแล้ว ต่อให้ฝืนพยายามเริ่มใหม่ มันก็ไปไม่รอดอยู่ดี ในเมื่อไม่มีใครมีความสุขเลยสักคน แล้วเราจะมัวทนรั้งกันไว้ทำไม เลิกกันเพราะความโกรธแค้น ยังจะมาถามหาการอภัยจากฉันอีกเหรอ หากถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องเจ็บปวด สู้ฉันเป็นคนลงมือตัดขาดมันด้วยตัวเองเสียยังดีกว่า…”
ทำไมถึงเป็นแบบนี้?
เพียงเพราะเพลงนี้ผสมผสานการร้องคู่ระหว่างภาษากลางและภาษาฉีโจวออกมาได้ยอดเยี่ยมเกินไป!
เพลงร้องคู่แนวรักเพลงอื่น ถ้าไม่เป็นฉีโจวคู่ฉีโจว ก็จะเป็นภาษากลางคู่ภาษากลาง จะไปมีที่ไหนที่เป็นฉีโจวคู่ภาษากลางแบบนี้?
แน่นอน
ที่สำคัญที่สุดคือ เพลงเพราะ กลมกลืน และไม่ทำให้รู้สึกขัดหู
เมื่อมีการเปิดฟังซ้ำไปซ้ำมา ยอดดาวน์โหลดของเพลง ‘เลิกราด้วยความหวังดี’ ก็พุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆ ปล่อยออกมาได้แค่สองวัน ก็พุ่งเข้าสู่อันดับหกของชาร์ตประจำฤดูกาลทันที!
นอกจากนี้
เพลงประกอบภาพยนตร์ที่โด่งดังอย่าง ‘ก็ปล่อยให้ฝนห่าใหญ่นี้ตกลงมาให้หมด’ ตอนนี้อยู่อันดับที่เก้า และดูเหมือนจะเริ่มหมดแรงส่งแล้ว
หลินจือไป๋อดจะทอดถอนใจไม่ได้ว่าทางฝั่งฉีโจวเนี่ยชอบเพลงภาษาถิ่นของตนเองจริงๆ การยอมรับเพลงภาษากลางนั้นด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด หากคิดจะสยบชาร์ตประจำฤดูกาลของฉีโจวให้ได้จริงๆ การไม่เขียนเพลงภาษาฉีโจวเห็นทีจะไม่ได้การเสียแล้ว
โชคดีที่อย่างไรก็ตาม
ในสิบอันดับแรกของชาร์ตเพลงใหม่ฉีโจว ตอนนี้มีถึงเจ็ดเพลงที่เป็นฝีมือของหลินจือไป๋!
นั่นก็คือผลงานของหลินจือไป๋ในตอนนี้ ถือว่าตีเสมอพ่อเพลงในตำนานผู้ยิ่งใหญ่อย่าง ‘ท่านเจ็ด’ แห่งวงการเพลงฉีโจวได้แบบพอถูไถแล้ว
ทำไมถึงต้องใช้คำว่าพอถูไถ?
เพราะ ‘ท่านเจ็ด’ คนนั้นครองเจ็ดตำแหน่งในสิบอันดับแรกตอนที่ปิดชาร์ตประจำฤดูกาล
ส่วนหลินจือไป๋แม้จะยึดครองไปเจ็ดตำแหน่งแล้ว แต่ตอนนี้ยังเป็นช่วงต้นฤดูกาล เขาจะรักษาอันดับไปจนจบฤดูกาลได้หรือไม่นั้นยังพูดยาก
ชาร์ตอันดับประจำฤดูกาลของฉีโจว การนำหน้าชั่วคราวไม่ได้หมายถึงบทสรุปสุดท้ายเสมอไป
เพราะการกรำศึกของชาร์ตประจำฤดูกาลนี้ต้องลากยาวตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนจบเดือนธันวาคม ตอนนี้เพิ่งจะปลายเดือนตุลาคม หนทางยังอีกยาวไกลนัก
ถึงกระนั้น
รายงานข่าวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด
เช่น ‘หลินจือไป๋ บุกทะลวงท็อปเท็นชาร์ตประจำฤดูกาล คว้าไปแล้วเจ็ดตำแหน่ง’
หรืออย่าง ‘ชาร์ตเพลงใหม่สั่นสะเทือน พ่อเพลงหลินจือไป๋จะกลายเป็นท่านเจ็ดคนใหม่’ อะไรทำนองนี้
จะเห็นได้ว่าเริ่มมีชาวฉีโจวเรียกหลินจือไป๋ว่า ‘ท่านเจ็ด’ กันแล้ว แม้ผลงานนี้จะมีโอกาสสูงที่จะเป็นเพียงเรื่องชั่วคราวก็ตาม
…
หลินจือไป๋ไม่ได้แปลกใจกับผลงานของเพลง ‘เลิกราด้วยความหวังดี’ เพราะอย่างไรมันก็คือผลงานคลาสสิกที่โด่งดังมานานหลายปีในโลกเก่าจนแทบไม่มีใครไม่เคยได้ยิน
ดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่นดี
ทว่าเมื่อถึงสิ้นเดือนตุลาคม ตัวแปรที่สำคัญก็ได้ปรากฏขึ้นในที่สุด
‘ท่านเจ็ด’ ตัวจริงแห่งฉีโจว พ่อเพลงนามว่าเย่หง ได้ปล่อยเพลงใหม่รวดเดียวสองเพลง!
เพลงใหม่ทั้งสองเพลงพุ่งเข้าสู่สิบอันดับแรกของชาร์ตเพลงใหม่ทันที!
และเพลง ‘ก็ปล่อยให้ฝนห่าใหญ่นี้ตกลงมาให้หมด’ ของหลินจือไป๋ก็ถูกสองเพลงนี้เบียดจนหลุดจากท็อปเท็นไป!
“ในที่สุดวงการเพลงฉีโจวก็ขยับตัวเสียที”
หลินจือไป๋ไม่ได้รู้สึกหดหู่หรือขุ่นเคืองที่เพลงของตนร่วงจากสิบอันดับแรก เขารู้ดีว่าวงการเพลงฉีโจวจะต้องมีคนขยับตัวแน่นอน
เพราะสำหรับวงการเพลงฉีโจวแล้ว เขาคือคนนอก
แค่ไม่นึกว่าวงการเพลงฉีโจวจะให้เกียรติขนาดนี้ ถึงขั้นส่ง ‘ท่านเจ็ด’ ในตำนานออกมาตรงๆ
หลินจือไป๋ไม่ได้รู้จักวงการเพลงฉีโจวลึกซึ้งนัก แต่ก็ได้ฟังเลขาตัวน้อยแนะนำคร่าวๆ มาแล้ว เขารู้ว่าวงการเพลงที่นี่มีพ่อเพลงสามคนที่เป็นกำลังรบระดับสูงสุด!
ท่านเจ็ด เย่หง
ท่านแปด หลี่หราน
ท่านเก้า จ่านหยวน
ตัวเลขข้างหน้านั้นไม่ใช่ลำดับอาวุโส แต่คือผลงานสูงสุดที่พวกเขาเคยทำได้ในชาร์ตเพลงใหม่!
เรื่องที่น่าสนใจคือ คู่หูในการร่วมงานของสองเพลงนี้จากเย่หง ก็คือแขกรับเชิญที่เพิ่งถอนตัวจากรายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ ไป สุนัขขี้ประจบของฉีเจียนเจีย เย่เจิ้นหนึ่งในสี่จตุรเทพนั่นเอง!
ไม่งั้นเพลงนี้คงไม่พุ่งแรงขนาดนี้
เย่เจิ้นคือดาราครบเครื่องที่ประสบความสำเร็จที่สุดของฉีโจว ความนิยมย่อมไม่ธรรมดา ขอเพียงคุณภาพเพลงถึงเกณฑ์ การเข้าสิบอันดับแรกก็เหมือนเดินเล่นในสวนหลังบ้าน
ชาวเน็ตฉีโจวต่างพากันหัวเราะร่า
‘นี่ถือเป็นภาคต่อของรายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ หรือเปล่านะ?’
‘เย่เจิ้นถอนตัวจากรายการไปแล้ว แต่สุดท้ายยังต้องมาปะทะกับท่านมหาเศรษฐีตรงๆ ในชาร์ตอันดับเพลงใหม่’
‘นี่เปิดฉากมาก็จัดหนักใส่ท่านมหาเศรษฐีเลยนะเนี่ย’
‘ท่านมหาเศรษฐีอุตส่าห์ยึดได้เจ็ดตำแหน่ง ตอนนี้ร่วงกลับมาเหลือหกตำแหน่งแล้ว’
‘ฉันว่าก็ยังโอเคนะ เพราะหกอันดับแรกตอนนี้ก็ยังเป็นของท่านมหาเศรษฐีอยู่ดี!’
‘พูดแบบนั้นก็ถูก แต่เห็นได้ชัดว่าเพลงบางเพลงของท่านมหาเศรษฐีเริ่มจะแผ่วปลายแล้ว’
‘ดูท่าหกหรือเจ็ดเพลงคงเป็นขีดจำกัดของท่านมหาเศรษฐีแล้วล่ะ’
‘นั่นไม่แน่หรอกนะ ท่านมหาเศรษฐีบอกว่าจะเขียนเพลงให้เพื่อนชาวฉินโจวไม่ใช่เหรอ?’
‘นั่นน่ะนายคิดมากไปแล้ว เพื่อนชาวฉินโจวของท่านมหาเศรษฐีก็น่าจะเป็นจางซีหยาง โจวหานจิ้น หลี่เซียวพวกนั้นมั้ง ราชาราชินีเพลงจากฉินโจวพวกนี้ ชื่อเสียงในฉีโจวของเรายังไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้าง ความดังพึ่งพาแค่แอร์ไทม์จากรายการ ‘เยือนเขาลี่ซาน’ เท่านั้น เพราะงั้นจริงๆ แล้วก็ยากมากที่จะโชว์ฟอร์มเทพๆ ในชาร์ตประจำฤดูกาลได้’
ทุกคนสนทนากันไป
แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามีกลิ่นอายขัดแย้งรุนแรงอะไร
เพราะเย่เจิ้นเองก็มีฐานะเป็นนักร้องอยู่แล้ว การที่เขาปล่อยเพลงในฤดูกาลนี้จึงเป็นเรื่องปกติและสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
เหล่าบิ๊กบอสในวงการเพลงฉีโจว อย่างพวกท่านเจ็ด ท่านแปด ท่านเก้าอะไรพวกนี้ ก็แอบมีความคิดอยากจะกดข่มความโดดเด่นของหลินจือไป๋ในชาร์ตประจำฤดูกาลอยู่บ้าง แต่จะไม่ป่าวประกาศไปทั่ว เพราะชื่อเสียเรื่อง ‘กีดกันคนนอก’ มันฟังดูไม่ดีนัก
ทว่าในความเป็นจริงล่ะ?
เย่เจิ้นทุ่มสุดตัว เดินสายปั่นชาร์ตทุกที่เพื่อโปรโมตเพลงใหม่สองเพลงของตนเอง!
เพราะเย่เจิ้นเป็นดาราที่ทำงานทั้งด้านภาพยนตร์ ละคร และเพลง ดังนั้นปกติแล้วต่อให้เขาปล่อยเพลงก็จะไม่เดินสายโปรโมตถี่ยิบขนาดนี้
คนในวงการเพลงไม่น้อยต่างก็มองการกระทำของเย่เจิ้นออก และจับความนัยบางอย่างได้
จตุรเทพท่านนี้อยากจะซัดกับหลินจือไป๋จริงๆ สินะ!
ไม่รู้ว่าหลินจือไป๋คิดอย่างไร แต่ดูเหมือนเย่เจิ้นจะมองเขาเป็นศัตรูหัวใจไปเสียแล้ว
…
หลินจือไป๋ย่อมไม่ได้สนใจเย่เจิ้น เขาไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายแสดงความจริงจังและกระตือรือร้นในการปั่นชาร์ตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาสัมผัสได้เพียงแค่ว่า
เพลงใหม่ที่เย่เจิ้นร่วมงานกับท่านเจ็ดคนนั้นมันโหดเอาเรื่องแฮะ อันดับในชาร์ตพุ่งพรวดพราดเลยทีเดียว!
โดยเฉพาะหนึ่งในนั้นที่ชื่อว่า ‘ชอบเธอ’ ปล่อยออกมาเพียงไม่กี่วัน ก็พุ่งขึ้นมาอยู่อันดับหกแล้ว…
ใช่แล้ว
ถูกต้อง
ในสองเพลงที่เย่เจิ้นร่วมงานกับท่านเจ็ดนั้น มีเพลงหนึ่งที่ชื่อว่า ‘ชอบเธอ’ จริงๆ
หากร้องด้วยภาษาฉีโจวก็คงจะเป็น ‘เฮยฟ่งเหล่ย์’?
และยามนี้สถานการณ์ในสิบอันดับแรกเป็นดังนี้
อันดับหนึ่ง : ‘ความผิดฐานไม่โรแมนติก’
อันดับสอง : ‘เรื่องราวความรักบทนำ’
อันดับสาม : ‘รองเท้าส้นสูงสีแดง’
อันดับสี่ : ‘ดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจล’
อันดับห้า : ‘เลิกราด้วยความหวังดี’
อันดับหก : ‘ชอบเธอ’
อันดับเจ็ด : ‘วันฝนตก’
อันดับแปด : ‘เป็นเช่นนี้เอง’
เพลงอันดับแปดนี้ คืออีกหนึ่งผลงานที่ท่านเจ็ดแต่งและเย่เจิ้นร้อง แต่เห็นได้ชัดว่าศักยภาพยังสู้เพลง ‘ชอบเธอ’ ไม่ได้
ทว่าหลินจือไป๋ไม่รีบร้อน
เพราะเดิมทีเขากำลังลังเลอยู่ว่าจะจัดเพลงอะไรให้ศิลปินในสังกัดคุนเผิงของตนอย่างหานเยว่ซวงดี
จะให้เพลง ‘เหนือปีแสง’ ดีไหม?
เห็นได้ชัดว่าเพลงนั้นเป็นเพลงดี แต่ไม่ใช่ภาษาฉีโจว ในชาร์ตนี้จะเสียเปรียบเกินไป!
ทว่านึกไม่ถึงว่าท่านเจ็ดในตำนานจะมอบแรงบันดาลใจให้เขา เอาเพลง ‘ชอบเธอ’ นี่แหละ!
เพลง ‘ชอบเธอ’ ของวง Beyond ในโลกเก่าที่เติ้งจื่อฉีนำมาร้องใหม่ หลินจือไป๋รู้สึกว่ามันเหมาะกับหานเยว่ซวงสุดๆ!
ส่วนการกระทำนี้จะถูกบางคนตีความว่าเป็นการยั่วยุโอหังหรือไม่? หลินจือไป๋ไม่ได้ใส่ใจว่าใครจะคิดอย่างไร
เพราะหลินจือไป๋ไม่ได้ต้องการยั่วยุ เขาแค่รู้สึกจากใจจริงว่าเพลง ‘ชอบเธอ’ เพลงนี้ เหมาะกับสไตล์การร้องของหานเยว่ซวงมากๆ!
คิดได้ก็ลงมือทำทันที!
หลินจือไป๋เขียนเพลงนี้เสร็จภายในวันนั้น และส่งให้หานเยว่ซวง
เมื่อหานเยว่ซวงได้รับเพลงจากหลินจือไป๋ ตอนแรกเธอรู้สึกยินดีจนเนื้อเต้น ทว่าหลังจากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย!
ชอบเธอ?
หานเยว่ซวงถามด้วยความลังเลว่า “เจ้านายจงใจหรือเปล่าคะ ชื่อเพลงนี้มันไปชนกับเพลงที่เย่เจิ้นร่วมงานกับท่านเจ็ดเข้าพอดีเลย…”
“คงไม่มีกฎข้อไหนบอกว่าชื่อเพลงนี้พวกเขาสามารถใช้ได้แค่คนเดียวหรอกมั้งครับ?”
“แน่นอนค่ะ เพียงแต่ถ้าเป็นแบบนี้ ทุกคนจะจับตามองตัวเลขข้อมูลของทั้งสองเพลงนี้แน่นอน”
หานเยว่ซวงพูดอ้อมค้อม ความหมายที่แท้จริงของเธอก็คือ หากตัวเลขสู้คนอื่นไม่ได้ หลินจือไป๋และตัวเธอเองจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่กระอักกระอ่วนมาก
เพราะอย่างที่รู้กันดีว่า
ผลงานชื่อซ้ำน่ะไม่น่ากลัวหรอก ใครแป้กขึ้นมาคนนั้นแหละที่เขิน ในโลกเก่าโจวเจี๋ยหลุนก็เคยชื่อเพลงซ้ำกับหลินจวิ้นเจี๋ยในเพลง ‘นางเงือก’ มาแล้ว ซึ่งยอดความนิยมตอนนั้นเขาก็แพ้ไป
“ถ้าไม่ได้จริงๆ พวกเราเปลี่ยนชื่อเพลงก็ได้นะคะ”
หานเยว่ซวงลองเอ่ยปากดู เพราะกลัวหลินจือไป๋จะคิดว่าเธอดูถูกเขา เธอจึงรีบเสริมว่า
“ฉันไม่ได้หมายความว่าเจ้านายจะสู้ท่านเจ็ดไม่ได้นะคะ เพียงแต่ศิลปินที่ท่านเจ็ดร่วมงานด้วยคือเย่เจิ้น หนึ่งในสี่จตุรเทพแห่งฉีโจว ส่วนฉันในฉีโจวเป็นแค่ดาราแถวสองที่เพิ่งจะเลื่อนระดับขึ้นมาได้ไม่กี่วันก่อนเอง ฉันกลัวว่าจะกลายเป็นตัวถ่วงของเจ้านายเอาค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ”
หลินจือไป๋ยืนกรานที่จะไม่เปลี่ยนชื่อ เขาเชื่อว่าคุณภาพของเพลง ‘ชอบเธอ’ ของเขาสูงกว่าของท่านเจ็ดอยู่หนึ่งขั้น!
ที่สำคัญที่สุดคือแม้หลินจือไป๋จะมีการปรับเปลี่ยนเพลงจากโลกเก่าบ้างเป็นครั้งคราว แต่ปกติเขาจะทำก็ต่อเมื่อเนื้อเพลงบางท่อนไม่เหมาะสมจริงๆ หรือการเรียบเรียงไม่เข้ากับสไตล์นักร้อง เช่นตอนร้องเพลง ‘ฟังคำสอนของแม่’ ที่มีท่อนว่า ‘จริงด้วย ฉันจะได้เจอโจวเหวินฟะ เธอเอาไปอวดเพื่อนได้เลยนะว่าในอนาคตโคตรเซียนจะมาเป็นพ่อเธอ’ อะไรแบบนี้ ซึ่งถ้าไม่แก้ก็คงคุยกันไม่รู้เรื่องจริงๆ
ทว่าหากไม่มีกรณีพิเศษ
หลินจือไป๋จะให้ความเคารพต้นฉบับอย่างเต็มที่
เมื่อหานเยว่ซวงเห็นหลินจือไป๋ยืนกราน เธอก็ไม่กล้าพูดมากอีก ได้แต่ตั้งใจฝึกซ้อมเพลงนี้อย่างซื่อสัตย์ ทว่าหลังจากคล้อยตามท่วงทำนองและลองฮัมเพลงออกมาได้เพียงไม่กี่ท่อน แววตาของเธอก็เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยทันที
“เพลงนี้…”
เพลงนี้ไม่เพียงแต่คุณภาพสูง แต่ยังเข้ากับเธออย่างสูงลิ่ว โดยเฉพาะท่อนไคลแมกซ์ที่ร้องว่า ‘เฮยฟ่งเหล่ย์’ หลินจือไป๋ราวกับออกแบบเพลงนี้มาเพื่อเธอโดยเฉพาะ ตั้งแต่เนื้อเสียงไปจนถึงช่วงเสียง ล้วนถูกคำนวณมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว!
……………………………………