ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 464 ท่านสิบ? หมัดนี้โคตรแรง!
ตอนที่ 464 ท่านสิบ? หมัดนี้โคตรแรง!
หมัดนี้โคตรแรง!
หมัดนี้โคตรแรง!
มันมีเพลงบางประเภทที่เจ๋งเป้งพอ โดยไม่จำเป็นต้องมีการปูบทอะไรมากมายนัก จับเอาท่อนฮุคมาวางไว้ข้างหน้าสุด ก็สามารถบรรลุเอฟเฟกต์สะกดขวัญคนฟังได้ตั้งแต่แรกเริ่ม!
แผนการเล่นแร่แปรธาตุในทำนองเดียวกันนี้ เพลง “ซุปตาร์ในยุคปั่นป่วน” ของหลินจือไป๋เคยเล่นมาก่อน เพลงเปิดฉากมาก็เป็นส่วนที่เต็มไปด้วยจังหวะจะโคนอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ฉันท่องเที่ยวไปตามใจปรารถนา มหาชนต่างเฝ้ามอง
ส่วนเพลง “ดวงตะวันสีชาด” ก็เล่นแผนการแบบเดียวกัน แต่ทว่าเอฟเฟกต์กลับยิ่งระเบิดระเบ้อมากกว่า ท่วงทำนองเพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถปลุกเร้าความฮึกเหิมของผู้ฟังทั้งหมดขึ้นมาได้ทันที!
ได้อารมณ์! มันได้อารมณ์เกินไปแล้ว!
คาดว่าคนส่วนใหญ่ที่ได้ฟังเพลง “ดวงตะวันสีชาด” เป็นครั้งแรก ต่างก็ต้องถูกความฮึกเหิมสายนั้นทำให้ติดเชื้อแผ่ซ่านไปทั่วตัวแน่นอน
ถึงแม้น้ำเสียงของหลินจือไป๋จะมีความไม่เหมือนกับเวอร์ชันของหลี่เค่อฉินอยู่บ้าง แต่ทว่าความสามารถในการควบคุมน้ำเสียงของเขามันน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง เขารู้ดีมากว่าจะทำอย่างไรถึงจะขับเน้นเอฟเฟกต์ของเพลงนี้ออกมาให้ถึงขีดสุดได้
ฮา… โอ… โอ… โอ… โอ…
ท่ามกลางเสียงเอื้อนยาวอีกสายหนึ่งของหลินจือไป๋ ส่วนเนื้อร้องหลักในที่สุดก็มาถึง:
ชั่วชีวิตนี้เลี้ยวลดผันผวน จะมองเห็นความลนลานใจได้อย่างไร ยามที่ตื่นตระหนกฉันก็เคยลองนั่งโดดเดี่ยวอยู่ตรงมุมเมือง ราวกับไรคนช่วยเหลือ ในปีหนึ่งตัวฉันในวัยเยาว์เคยล้มลงไปตั้งกี่ครั้งกี่หน หยาดน้ำตาหลั่งไหลท่ามกลางสายฝนยามค่ำคืนที่เทกระหน่ำ……
เนื้อเพลงสร้างแรงบันดาลใจ!
อารมณ์ความรู้สึกอันพลุ่งพล่าน!
วิธีการร้องอันทรงพลัง!
เพลงนี้เดินบนเส้นทางสไตล์เดียวกับเพลง “ดวงตะวัน” ของท่านเก๋า เหมือนดังที่หลินจือไป๋เคยเอ่ยไว้ในห้องไลฟ์สดจริงๆ
แต่ทว่าภายใต้สไตล์เดียวกัน กลับทำให้การเปรียบเทียบระหว่างสองเพลงนี้เด่นชัดขึ้นมาอย่างรุนแรง
พูดให้เจาะจงก็คือ เพลง “ดวงตะวันสีชาด” เอาชนะเพลงนั้นของท่านเก๋าไปมากโขเลยทีเดียว!
หากจะให้พรรณนาล่ะก็ ช่องว่างระยะห่างระหว่างสองเพลงนี้ ถึงแม้จะไม่ได้เกินจริงถึงขั้นฟ้ากับดิน แต่ทว่าขอแค่เป็นคนที่มีใบหูรับฟัง ต่างก็รู้ดีว่าเพลงไหนมีความยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่มากกว่ากัน!
โดยเฉพาะคนในวงการ พอได้ฟังเพลง “ดวงตะวันสีชาด” ก็รับรู้ได้ทันทีว่าท่านเก๋าจบเห่แล้ว!
‘ในเมื่อล้วนเป็นเพลงสร้างแรงบันดาลใจที่มีดวงอาทิตย์เป็นหัวข้อหลักเหมือนกัน เพลงนี้ของหลินจือไป๋ในระดับของการแต่งทำนอง ก็ถือว่าบดขยี้ท่านเก๋าไปเรียบร้อยแล้ว มันไม่ใช่ผลงานที่อยู่ในระดับเดียวกันเลยสักนิดเดียวเลยนะโว้ย!’
‘เนื้อเพลงก็เห็นได้ชัดว่าดีกว่าด้วย!’
‘ควรจะพูดว่าเนื้อเพลงชิ้นนี้ เมื่อนำมาจับคู่กับชื่อเพลงและวิธีการร้องสารพัดแล้ว มันมีความส่งเสริมซึ่งกันและกันได้อย่างยอดเยี่ยม ต่างหาก ต้องยอมรับเลยว่าหลินจือไป๋เป็นคนดนตรีที่สมบูรณ์แบบจนไม่มีจุดบกพร่องข้อเสียสักนิดเลยจริงๆ ตัวเขาแต่งทำนองเอง แต่งคำร้องเอง เรียบเรียงดนตรีเอง ขับร้องเอง ทว่าเสือกทำได้เต็มขีดจำกัดทุกด้าน สมกับคำว่านักรบหกเหลี่ยมจริงๆ!’
‘ก่อนหน้านี้รู้สึกว่าเพลงนั้นของท่านเก๋าก็ค่อนข้างเจ๋งเป้งแล้วนะ คิดไม่ถึงเลยว่าเพลงนี้ของหลินจือไป๋จะยิ่งระเบิดระเบ้อมากกว่า’
‘การกำเนิดขึ้นของเพลง ‘ดวงตะวันสีชาด’ นี้มีความหมายถึงอะไรกันล่ะ? สิบอันดับแรกของชาร์ตเพลงใหม่ กำลังจะถูกหลินจือไป๋ยึดครองไปคนเดียวหมดเลยงั้นเหรอ!?’
‘ไม่น่าจะมั้ง ถึงแม้ความเป็นจริงมันจะมีความเกินจริงไปมาก แต่ทว่าความรู้สึกมันน่าจะถูกต้องแปดเก้าส่วนในสิบส่วนแล้วล่ะ ฉันยากจะจินตนาการภาพตอนที่เพลงนี้พุ่งเข้าสู่สิบอันดับแรกไม่ได้ออกเลย’
‘สิบอันดับแรกงั้นเหรอ? ด้วยคุณภาพของเพลงนี้ ต่อให้เทียบกับเพลงไหนก็ตามในสิบอันดับแรก ก็ไม่มีจุดไหนให้ด้อยกว่าเลยสักนิดเดียวไม่ใช่หรือไงกัน!’
คนดนตรีในขอบเขตวงการฉีโจวมีตั้งมากมายขนาดนี้ ระดับการแต่งเพลงอาจจะไม่มีใครสู้ท่านเก๋าได้สักคน แต่ทว่าหากจะพูดถึงเรื่องของประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นดักทางตลาดที่ไวต่อความรู้สึกละก็ ท่านเก๋าก็ไม่แน่ว่าจะแข็งแกร่งกว่าคนบางกลุ่มหรอกนะ
และยิ่งเป็นคนที่มีประสาทสัมผัสไวต่อความรู้สึกมากเท่าไหร่ ย่อมต้องยิ่งสามารถสัมผัสถึงเสน่ห์ของเพลง “ดวงตะวันสีชาด” เพลงนี้ได้มากเท่านั้น รวมถึงสัมผัสได้ว่าเพลงนี้แบกรับคุณค่าประเภทไหนไว้สำหรับตลาดดนตรีของฉีโจวด้วย!
กระทั่งถึงขนาดที่ว่า มีมืออาชีพบางคนที่รับผิดชอบด้านนี้ของบริษัทดนตรีมีความเห็นว่า: ศักยภาพทางตลาดของเพลง “ดวงตะวันสีชาด” ของหลินจือไป๋เพลงนี้ มันยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าเพลงก่อนหน้านี้ทั้งหมดของเขาซะอีก!
คำว่าศักยภาพในที่นี้มีความหมายถึง: มืออาชีพบางคนรู้สึกว่าเพลง “ดวงตะวันสีชาด” เพลงนี้ จะกลายมาเป็นหนึ่งในผลงานเพลงภาษาฉีที่มีความเป็นตัวแทนมากที่สุด ท่ามกลางเพลงภาษาฉีทั้งหมดที่หลินจือไป๋สร้างสรรค์ขึ้นมานั่นเอง!
ดนตรีย่อมต้องมุ่งเน้นไปที่มหาชนอยู่แล้ว เพลงที่ดีอย่างแท้จริงคือผลงานประเภทที่ทั้งสามารถได้รับความยอมรับจากมืออาชีพในขอบเขตอุตสาหกรรมวงการ และสามารถทำให้ชาวบ้านร้านตลาดเกิดความรักความชอบได้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เพลง “ดวงตะวันสีชาด” ก็คือผลงานประเภทนี้นั่นเอง!
ในตอนที่เหล่ามืออาชีพของวงการเพลงฉีโจวต่างแสดงความยอมรับอย่างหนักแน่นออกมาพร้อมกัน ชาวเน็ตฉีโจวจำนวนนับไม่ถ้วนที่ได้ฟังเพลง “ดวงตะวันสีชาด” เพลงนี้ ต่างก็พากันเคลิบเคลิ้มหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้นเหมือนกัน
ยอมให้สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านไปเบา ๆ ส่งกลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้อันเงียบสงบไปคลอเคลีย ราวกับกำลังอวยพรให้เธอและฉัน ยอมให้ดวงดาวยามค่ำคืนกะพริบผ่านไปเบา ๆ ส่องประกายความคาดหวังในใจของเธอออกมา ดุจระลอกคลื่นกำลังจะซัดสาดหยาดน้ำตาทำให้ฉันต้องเปียกปอน
‘เนื้อเพลงในส่วนของท่อนก่อนฮุคช่วงนี้ มันแต่งได้โดนใจฉันมากเลยทีเดียว……’
‘เพลงนี้แรงบันดาลใจมาจากเพลง ‘ดวงตะวัน’ งั้นเหรอ? ทำไมฉันมีความรู้สึกว่าท่านมหาเศรษฐีกำลังฆ่าคนและยังจะทำลายจิตวิญญาณซ้ำอีกซะงั้น เพลงนี้มันดีกว่าตั้งเยอะแยะเลยไม่ใช่หรือไง ราวกับกำลังบอกว่าแมวกับเสือมันมีสายเลือดเดียวกันยังไงอย่างงั้นแหละ!’
‘ทั้ง ๆ ที่เพลง ‘ดวงตะวัน’ ก็ไม่ได้แย่นะโว้ย แต่ทว่าเรื่องราวทุกเรื่องมันกลัวการนำมาเปรียบเทียบที่สุดแล้วล่ะ’
‘ใช่สิ! ฉันอยู่ในห้องเรียนของพวกเราก็นับว่ามีความหล่อเหลาอยู่พอดูนะ แต่ทว่าพอไปยืนอยู่ข้าง ๆ เดือนโรงเรียนของพวกเรา ก็แปรเปลี่ยนเป็นดูธรรมดา ๆ ไปทันที การเปรียบเทียบประเภทนี้มันเห็นได้ชัดเจนที่สุดแล้ว’
‘ความจริงแค่ฟังตอนเริ่มต้น เพลง ‘ดวงตะวันสีชาด’ เพลงนี้ก็ปราบฉันจนอยู่หมัดเรียบร้อยแล้วล่ะ’
‘ก้าวเดินไปจนถึงตอนสุดท้าย นำเอาขวากหนามที่อยู่เต็มพื้นดินมามองเป็นดอกไม้ที่ผลิบานอยู่บนหัวไหล่ ก้าวเดินผ่านพ้นความตระหนกตกใจและความทุกข์ยากในโลกมนุษย์ก็อย่าได้เกิดความท้อแท้ใจ แสงดวงตะวันสีชาดสาดส่องพุ่งทะยาน พลังงานสีม่วงเคลื่อนมาจากทิศตะวันออก ก็คือพลังของเพลงนี้เลย ท่านมหาเศรษฐีได้สร้างแรงกระตุ้นขับเคลื่อนให้ฉันอย่างหนักหน่วงเลยทีเดียว!’
‘เด็กซิ่วปีนี้ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยพยายามเข้าล่ะ!’
‘ต่อให้ต้องผ่านพ้นอุปสรรคความผันผวนและความเจ็บปวดล้มเหลวมามากขนาดไหน ก็ไม่สามารถมอดดับความปรารถนาต่ออิสรภาพ ความรัก และความคาดหวังต่อการใช้ชีวิตของฉันได้หรอกนะ เพราะดนตรีดวงอาทิตย์ย่อมจะส่องแสงสว่างกระจ่างไปทั่วผืนแผ่นดินใหญ่แห่งนี้ตลอดกาลนาน เพราะดวงตะวันสีชาดย่อมจะส่องแสงสว่างขึ้นมาตามปกติในทุก ๆ วัน จุดไฟเปลวเพลิงแห่งชีวิตของฉันขึ้นมา!’
ดนตรีมันมีพลังขับเคลื่อนอยู่จริง สำหรับคนจำนวนมากที่กำลังประสบพบเจอกับความล้มเหลวอุปสรรคบางอย่างในเรื่องของหน้าที่การงานหรือการใช้ชีวิต หรือกำลังเผชิญหน้ากับด่านเคราะห์บางอย่างในชีวิต เพลง “ดวงตะวันสีชาด” เพลงนี้ได้นำพาพลังขับเคลื่อนมาให้ ต่อให้มันจะน้อยนิดกระจ้อยร่อยขนาดไหน แต่มันก็แบกรับความหมายอันยิ่งใหญ่เอาไว้แล้ว
โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มนักเรียนที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยอะไรทำนองนั้นละก็…… เพลง “ดวงตะวันสีชาด” เพลงนี้ ถึงกับสามารถทำให้พวกเขารู้สึกว่าในร่างกายเกิดพลังงานลึกลับมหัศจรรย์ที่สามารถ “ทำข้อสอบเพิ่มได้อีกตั้งหลายชุด” ขึ้นมาเลยทีเดียวคิดดู!
น่าจะเป็นเพราะเพลง “ดวงตะวันสีชาด” คือเพลงที่มีพลังในการสร้างแรงบันดาลใจขับเคลื่อนมากที่สุดตั้งแต่เคยมีมาแหละมั้ง ท่วงทำนองนำของมันมีความหนักแน่น ทรงพลัง ลื่นไหลรวดเดียวจบ
การขับร้องของหลินจือไป๋ยิ่งเป็นการใช้ทักษะความสามารถในการร้องเพลงแสดงออกมาจนถึงขั้นสุดยอด คนจำนวนมากตั้งใจฟังดี ๆ จะพบว่าไม่มีทางหาเสียงจังหวะการผ่อนลมหายใจของเขาเจอเลยด้วยซ้ำ!
แน่นอน เรื่องนี้ก็สามารถอธิบายได้ว่าเป็นเพราะเวอร์ชันอัดเสียงของหลินจือไป๋ได้จงใจลบเสียงผ่อนลมหายใจออกไปนั่นเอง
แต่ทว่าควบคู่ไปกับการเปิดตัวของเพลงนี้ในวันที่สอง หลินจือไป๋ก็ทำการขับร้องไลฟ์สดท่ามกลางห้องไลฟ์สดไปรอบหนึ่งทันที:
ชั่วชีวิตนี้เลี้ยวลดคดเคี้ยว ฉันก็ยังต้องก้าวเดินผ่านพ้นไป นับแต่เวลาไหนที่มีเธอมีเธอน่วมเดินทางไปพร้อมกับฉัน ค่อย ๆ ช่วยส่งเสียงปรบมือให้อย่างฮึกเหิม เปรียบดังเปลวเพลิงแห่งดวงตะวันสีชาดที่จุดไฟตัวตนที่แท้จริง ร่วมเดินทางก้าวข้ามผ่านขุนเขานับพัน ก็ย่อมต้องสามารถเหยียบย่ำผ่านพ้นไปได้แน่นอน……
ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนท่ามกลางห้องไลฟ์สดต่างก็ตกใจจนตาตั้งทันที!
‘เชี่ยเอ้ย! ท่านมหาเศรษฐีร้องเพลงนี้ชัดเจนว่ามีจังหวะหยุดพักนะโว้ย แต่ทว่าทำไมถึงไม่มีเสียงผ่อนลมหายใจเลยวะ?’
‘นี่มันคือทักษะความสามารถใช่ไหม หรือเป็นเพราะความจุปอดมันน่ากลัวเกินไปแล้ว ถึงได้มีความลื่นไหลรวดเดียวจบขนาดนี้ได้!’
‘โหดเกินไปแล้วมั้ง! ฉันร้องตามยังต้องผ่อนลมหายใจตั้งหลายรอบเลยนะโว้ย ท่านมหาเศรษฐีดันร้องยาวไปพรวดเดียวตรง ๆ เลยเฉยเลย!’
‘พลังลมปราณเต็มเปี่ยมชะมัด!’
‘ทักษะความสามารถในการร้องเพลงระดับนี้ของหลินจือไป๋ ไม่แปลกใจเลยขนาดเยี่ยจวินจียังถูกเขาทำร้ายจนน่วมได้!’
‘จะแค่เยี่ยจวินจีที่ไหนกันล่ะ ลองนำไปเปรียบเทียบกับเอฟเฟกต์ของเพลง “ดวงตะวัน” สิ ฉีเทียนเหวินใช่ว่าโดนระเบิดพลังทำร้ายซึ่ง ๆ หน้าจนน่วมเหมือนกันหรอกเหรอ?’
‘จริงแท้แน่นอน! ในส่วนของการแต่งคำร้องทำนองทำร้ายท่านเก๋าจนน่วม ส่วนในแงของการขับร้องก็ทำร้ายฉีเทียนเหวินจนน่วมเหมือนกัน!’
‘สามารถพูดได้เลยว่าเป็นการระเบิดพลังเอาชนะได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุก ๆ ด้าน!’
หลี่เค่อฉินตอนขับร้องเพลง “ดวงตะวันสีชาด” ก็ไม่ได้มีเสียงผ่อนลมหายใจมากมายอะไรเหมือนกันนั่นแหละ หลินจือไป๋ไม่ได้จงใจเรียกร้องเอฟเฟกต์ประเภทนี้ หรอกเขาเพียงแค่รู้ดีว่าเพลงนี้พลังลมปราณมันต้องให้ไปจนเต็มพิกัด ไม่อย่างนั้นมันจะไม่มีกลิ่นอายแบบนั้นออกมาต่างหาก
ผลลัพธ์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การคาดการณ์ของหลินจือไป๋ไม่มีตรงไหนที่ผิดพลาดเลย ตลาดจะไม่ปล่อยให้เพลงดี ๆ ที่มีชื่อเสียงคำชมปากต่อปากต้องผิดหวังหรอกนะโว้ย!
เพลง “ดวงตะวันสีชาด” เพลงนี้เปิดตัวปล่อยออกมาตอนสองทุ่มของคืนวันที่ยี่สิบ ผลลัพธ์คือช่วงเวลาประมาณหกโมงเช้าของวันรุ่งขึ้น ก็พุ่งทะยานเข้าสู่สิบอันดับแรกได้โดยตรงเรียบร้อยแล้ว!
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง! ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในฉากมหัศจรรย์สายหนึ่งบนชาร์ตเพลงใหม่ของฉีโจวพร้อมกัน!
อันดับชาร์ตเพลงใหม่ล่าสุด
อันดับหนึ่ง: ‘บทเพลงยามค่ำคืนในคืนเดือนเสี้ยว’
อันดับสอง: ‘เลิกราด้วยความหวังดี’
อันดับสาม: ‘บทเพลงนับพัน’
อันดับสี่: ‘ตีนเขาฟูจิ’
อันดับห้า: ‘ชอบเธอ’
อันดับหก: ‘ผู้หญิงเจ็บง่าย’
อันดับเจ็ด: ‘เพลงแห่งตะวันรอน’
อันดับแปด: ‘ความผิดฐานไม่โรแมนติก’
อันดับเก้า: ‘รักที่สุด’
อันดับสิบ: ‘ดวงตะวันสีชาด’
สามารถมองเห็นได้ เพลงในไม่กี่อันดับแรกการแข่งขันค่อนข้างมีความดุเดือดเลือดพล่านอยู่พอสมควร วันนี้เพลงนี้ได้อันดับหนึ่ง วันพรุ่งนี้เพลงนั้นได้อันดับหนึ่งสลับกันไปมา แต่ทว่านี่ไม่ใช่จุดสำคัญที่ทุกคนให้ความสนใจหรอกนะ
จุดที่ทุกคนรู้สึกตื่นตาตื่นใจและสะท้อนใจที่สุดในเวลานี้ก็คือ เพลงทั้งหมดสิบเพลงบนชาร์ตการจัดเรียงล้วนมาจากน้ำมือของหลินจือไป๋คนเดียวหมดเลยต่างหากเล่า!
พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ: หลินจือไป๋ได้ทำลายสถิติของท่านเก๋าลงได้อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว!
นี่สำหรับวงการเพลงฉีโจวแล้ว มันคือฉากมหัศจรรย์ระดับเทพจริงๆ นั่นแหละไม่ใช่หรือไงกันเล่า
ด้วยเหตุนี้ สื่อมวลชนจึงพากันคลุ้มคลั่ง หัวข้อพาดหัวข่าวสารต่างก็มีความเกินจริงเหนือล้ำยิ่งกว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น!
ตั้งแต่ “เทพเจ้าสูงสุดแห่งวงการเพลงได้กำเนิดขึ้นแล้ว” พุ่งตรงไปถึง “จักรพรรดิแห่งวงการเพลง หลินจือไป๋”, จาก “บันทึกการแต่งตั้งเป็นเทพของอัจฉริยะปีศาจ” ข้ามไปถึง “ผู้ชายที่ทำให้ท่านเจ็ดต้องหลั่งน้ำตา ท่านแปดต้องทอดถอนใจ และท่านเก๋าต้องตกสู่ความเงียบงัน” สารพัดหัวข้อข่าวยากจะจินตนาการได้จริงๆ
หัวข้อพาดหัวข่าวที่ดูเหมือนกับหนังสือพิมพ์ข่าวโคมลอยเกรดสามเหล่านี้ความจริงแล้วเสือกมาจากน้ำมือของกลุ่มนักข่าวมืออาชีพ สังกัดสื่อมวลชนระดับท็อปที่เป็นทางการของฉีโจวต่างหากเล่า คิดดูแค่หัวข้อพาดหัวข่าวมันก็เป็นลูกเล่นการปั่นกระแสอย่างถึงที่สุดแล้วล่ะ ปกติคนที่เล่นแร่แปรธาตุกับตัวอักษรขนาดนี้ล้วนจัดอยู่ในกลุ่มพวกปั้นหัวข้อพาดหัวข่าวทั้งนั้นแหละ
แต่ทว่าคนที่ชอบท่องโลกอินเทอร์เน็ตด้วยความถี่ที่ค่อนข้างสูง ต่างก็รู้ดีว่านี่คือความเป็นจริงในโลกใบนี้ไม่ใช่หรือไงโว้ย โดยเฉพาะคนที่ไม่มีอะไรทำก็ชอบเปิดดูเวยป๋อในทุก ๆ เวลา ล้วนสามารถมองเห็นคำว่า ‘หลินจือไป๋’ สามตัวนี้ปรากฏอยู่บนท็อปฮิตได้อยู่ตลอดเวลาเลยทีเดียว รวมถึงในชั่วขณะเวลานี้ด้วย
หลินจือไป๋ เทพเจ้าสูงสุดแห่งวงการเพลง
หลินจือไป๋ เพดานสูงสุดของเพลงภาษาฉี
ดวงตะวันสีชาด ไพเราะมาก
หลินจือไป๋แสดงความเคารพต่อท่านเก๋า
นักร้องนักแต่งเพลงที่แข็งแกร่งที่สุด
หากมองดูจากทำเนียบหัวข้อเรื่องราวท็อปฮิตในไม่กี่อันดับแรกล้วนตกเป็นของหลินจือไป๋หมดเลย ย่อมไม่มีทางมองไม่เห็นหรอกว่าทราฟฟิกข้อมูลของเขาความจริงแล้วมันมีความเกินจริงขนาดไหนกันแน่ ส่วนคนเหล่านั้นที่เฝ้าจับตาดูหลินจือไป๋ไลฟ์สดอยู่ทุกวันยิ่งรู้ดียิ่งกว่าใคร: เรื่องราววีรกรรมของหลินจือไป๋ความจริงแล้วมันยิ่งใหญ่เกินจริงยิ่งกว่าหัวข้อข่าวสารที่เขียนซะอีกนะโว้ย!
‘ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในประวัติศาสตร์เรียบร้อยแล้ว!’
‘ถึงแม้จะมีความน่าเสียดายอยู่บ้าง ที่อันดับหนึ่งคนใหม่ของวงการเพลงฉีโจวดันเสือกเป็นคนฉินโจวซะได้ แต่ทว่าเขาเข้าใจภาษาฉีได้ลึกซึ้งลึกล้ำมากจริงๆ เลยนะโว้ย!’
‘ใช่แล้ว ฤดูกาลนี้ถูกกำหนดไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะต้องกลายมาเป็นตำนานของวงการเพลงฉีโจวแน่นอน!’
‘ความสำเร็จของท่านมหาเศรษฐีในวงการเพลงฉีโจวบ้านพวกเรา ไม่เพียงแต่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนในอดีต แต่อนาคตก็คงไม่มีใครสามารถทำตามได้อีกแล้วล่ะ’
‘ดารานักแสดงที่มาพัฒนาฝีมือที่ฉีโจวมันมีตั้งเยอะแยะมากมายขนาดไหน แต่กลับไม่มีใครหน้าไหนที่จะเจ๋งเป้งได้เหนือล้ำยิ่งกว่าท่านมหาเศรษฐีอีกแล้วโว้ย!’
‘อารมณ์ความรู้สึกมันมีความสลับซับซ้อนอธิบายยากชะมัด คิดไม่ถึงเลยท่านเก๋าจะพ่ายแพ้ไปซะแล้ว’
‘ท่านเก๋าจะแค่พ่ายแพ้ไปที่ไหนกันล่ะ เพลงสุดท้ายอย่าง ดวงตะวัน เพลงนั้นถึงกับถูกกดหัวลงไปสีกับพื้นดินเลยไม่ใช่หรือไงกันเล่า!’
‘ดนตรีฉีโจวถูกดนตรีฉินโจวจัดการลงไปเรียบร้อยแล้วใช่ไหมเนี่ย?’
สำหรับชาวฉีโจวบางกลุ่มที่มีความภาคภูมิใจในทวีปค่อนข้างสูง ตำนานที่หลินจือไป๋สร้างขึ้นมามันสร้างขึ้นมาบนความจนปัญญาของพวกเขาต่างหากเล่า
แต่ทว่าเมื่อมองเห็นคอมเมนต์คำพูดในทำนองเดียวกันนี้ท่ามกลางห้องไลฟ์สด หลินจือไป๋กลับยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า:
“ทำไมถึงได้มีความรู้สึกว่าเป็นฉินโจวเอาชนะฉีโจวไปได้ล่ะครับ? เป็นเพราะแค่ตัวผมเป็นคนฉินโจวแค่นั้นเองเหรอครับ? อย่าลืมสิครับว่าสิบอันดับแรกบนทำเนียบชาร์ตเพลงใหม่ ถึงแม้จะล้วนเป็นผลงานของผมหมดเลยก็เถอะ แต่ในขณะเดียวกันพวกมันทั้งหมดก็ล้วนเป็นเพลงภาษาฉีเหมือนกันนะครับโว้ย นี่ไม่ใช่การแข่งขันระหว่างทวีปกับทวีป ตัวผมไม่ได้พ่ายแพ้ และดนตรีฉีโจวก็ไม่ได้พ่ายแพ้เหมือนกันครับ”
หลินจือไป๋พูดความจริงออกมา ตัวเขาใช้เพลงภาษาฉีเอาชนะเหล่าบิดาแห่งเพลงและเหลาราชาเพลงของฉีโจว ผลลัพธ์ข้อสรุปประเภทนี้มันพูดไม่ได้จริงๆ หรอกว่าใครชนะใครแพ้กันแน่ หรือจะพูดอีกอย่างหนึ่งว่า: ระลอกนี้มันเป็นการสร้างตำนานที่เป็นตัวของตัวเองให้กับหลินจือไป๋มากกว่า ไม่ใช่การสร้างตำนานให้กับฉินโจวซะหน่อย ความสำเร็จของหลินจือไป๋ย่อมเป็นของตัวเขาเอง ดอกไม้และเสียงปรบมือย่อมไม่มีทางส่งข้ามไปให้ฉินโจวหรอกนะ
แต่ทว่าเรื่องราวประเภทนี้ มันไม่มีทางขัดขวางความรู้สึกภาคภูมิใจในส่วนลึกของหัวใจของคนในฉินโจวได้หรอกนะโว้ย!
เมื่อได้รับรู้ว่าหลินจือไป๋ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งถามไถ่ด้านเทพเจ้าสูงสุดในวงการเพลงฉีโจวเรียบร้อยแล้ว ผ่านการไลฟ์สด ผ่านการส่งต่อข่าวสารบางส่วนผ่านแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนระหว่างทวีปบางแห่งละก็ คนทั้งอินเทอร์เน็ตของฉินโจวระเบิดพลังทันที!
‘หลินจือไป๋ในฉีโจวฆ่ากันจนบ้าคลั่งไปแล้ว!’
‘พระเจ้าช่วย!’
‘ได้ยินมาว่าชาร์ตประจำฤดูกาลของฉีโจว สิบอันดับแรกล้วนเป็นเพลงของหลินจือไป๋หมดเลยนะโว้ย!’
‘นี่มันจะมีความดุร้ายโหดเหี้ยมเกินไปแล้วมั้ง!’
‘ไป่ตี้อูฉือในปีนั้น ตอนที่ทำศึกชาร์ตประจำฤดูกาลของฉินโจวบ้านพวกเรา ทัศนคติยังถือว่ามีความนุ่มนวลอ่อนโยนมากอยู่เลยนะ’
‘ฮ่าๆๆ คนฉีโจวในที่สุดก็ได้รับรู้ถึงพละกำลังในการปกครองของเทพเจ้าแห่งดนตรีของฉินโจวบ้านพวกเราเข้าให้แล้วละน่า!’
‘ระลอกนี้หลินจือไป๋กำลังจะกลายมาเป็นดาราระดับทวีปเรียบร้อยแล้วใช่ไหมเนี่ย? ตัวเขาในฉีโจวก็นับว่าเป็นแถวหนึ่งเรียบร้อยแล้ว ระลอกนี้พุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับทวีป มันสมเหตุสมผลอย่างที่สุดอยู่แล้วละน่า’
‘จริงแท้แน่นอน!’
เมื่อไม่กี่เดือนก่อน หลินจือไป๋เดินทางมุ่งหน้าสู่ฉีโจว ตอนนั้นคนจำนวนมากยังคงนั่งอภิปรายพูดคุยกันอยู่เลยว่า เขาจะสามารถยืนหยัดฝังรากลึกได้อย่างมั่นคงในฉีโจวไหมนะ
คิดไม่ถึงเลยว่าเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน หัวข้อเรื่องราวที่ทุกคนนั่งอภิปรายพูดคุยกัน ได้แปรเปลี่ยนกลายมาเป็นเรื่องที่ว่า หลินจือไป๋ในลำดับต่อไปจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแถวหน้าเหนือระดับธรรมดาทั่วไปเลยใช่ไหม ไปเรียบร้อยแล้วต่างหากเล่าคิดดู!
ความเร็วประเภทนี้มันทำให้คนเกิดอาการตกตะลึงจนพูดไม่ออกเลยทีเดียวไม่ใช่หรือไง! เมื่อไม่กี่เดือนก่อนตีคนฉินโจวเหล่านี้ให้ตาย พวกเขาก็คาดคิดไม่ถึงแน่นอนการพัฒนาฝีมือในฉีโจวของหลินจือไป๋ มันดันมีความราบรื่นผ่าเผยขนาดนี้ได้! มันแทบจะเป็นการผงาดพุ่งทะยานขึ้นมาดุจดาวหางดวงหนึ่งเลยไม่ใช่หรือไง!
ทางฝั่งบ้านของหลินจือไป๋ ยิ่งเป็นคนทั้งครอบครัวต่างก็มีความเบิกบานใจกันถ้วนหน้า!
คุณพ่อ:
“เสี่ยวเฮย ความเร็วในการพัฒนาฝีมือประเภทนี้มันรวดเร็วเกินไปแล้วนะโว้ย หากอิงตามประสิทธิภาพระดับนี้ของเขา ไม่ถึงสิ้นปีเขาก็สามารถหันหลังกลับบ้านมาได้เรียบร้อยแล้วละน่า!”
คุณแม่:
“การจะกลายมาเป็นดาราระดับทวีป มันมีความง่ายดายขนาดนี้เลยงั้นเหรอเนี่ย?”
พี่ชาย:
“คำว่าง่ายดายมันใช้ได้จริงเหรอครับคุณแม่ คุณแม่ก็อย่ามองแค่ความราบรื่นผ่าเผยของเสี่ยวเฮยขนาดนี้สิครับ เรื่องราวที่เขาทำสำเร็จออกมามันยิ่งใหญ่เหนือล้ำเกินจินตนาการมากเลยนะครับโว้ย!”
พี่สาว:
“วงการเพลงฉีโจวได้ถูกตีตราประทับที่เป็นของเสี่ยวเฮยลงไปตลอดกาลนานเรียบร้อยแล้ว นี่ต่างหากคือหนึ่งในความหมายอันยิ่งใหญ่ที่สุดในการเดินทางไกลในครั้งนี้ของเขาละนา ใช่แล้ว วงการเพลงฉีโจวได้ถูกตีตราประทับของหลินจือไป๋ลงไปเรียบร้อยแล้วจริงๆ นั่นแหละ!”
วันข้างหน้าไม่ว่าจะพัฒนาไปอย่างไร ประชาชนชาวฉีโจวย่อมไม่มีทางลืมเลือนตำนานวีรกรรมที่หลินจือไป๋ทิ้งเอาไว้แน่นอน!
อาจจะเป็นเพราะหัวข้อท็อปฮิตของหลินจือไป๋มีความบ้าคลั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ พลอยส่งผลให้ภาพยนตร์เรื่อง “เปาบุ้นจิ้นหน้าขาว” ยิ่งฮอตระเบิดมากขึ้นตามไปด้วยเลยไม่ใช่หรือไงกันเล่า! เพราะยังไงซะนี่ก็เป็นโปรเจกต์ภาพยนตร์ที่หลินจือไป๋เป็นคนรับผิดชอบดูแลนี่นา ประกอบกับคุณภาพของตัวภาพยนตร์เองมันมีความสูงส่งเพียงพอ ยอดรายได้รวมจึงเรียกได้ว่าพุ่งทะยานขึ้นไปข้างบนทีละขั้นบันไดอย่างต่อเนื่อง ฉายแววของการกลายมาเป็นระเบิดระเบ้อชิ้นงานยอดฮิตในระยะเวลาอันสั้นนี้อย่างเต็มตัวแล้ว!
ส่วนเรื่องที่ว่าตัวเขาตกลงแล้วจะสามารถอาศัยเกียรติยศชื่อเสียงของวงการเพลง มากลายมาเป็นดาราระดับทวีปได้จริงไหมน่ะเหรอ? หลินจือไป๋มีความรู้สึกว่ามันคงแน่นอนแล้วเก้าส่วนในสิบส่วน
ทว่าในเวลานี้ย่อมต้องมีกลุ่มคนที่มีความเบิกบานใจ และมีกลุ่มคนที่มีความกลัดกลุ้มใจเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ในตอนที่ฝั่งของหลินจือไป๋แต่งตั้งเป็นเทพในวงการเพลงเรียบร้อยแล้ว สามยักษ์ใหญ่แห่งวงการดนตรีฉีโจวได้ตกเข้าสู่สภาวะจิตตกพร้อมกันเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
ท่านเจ็ดส่งเสียงพูดคุยท่ามกลางกลุ่มแชต:
“ทำไมต้องเจาะจงเป้าหมายมาเป็นฉีโจวด้วยวะ? พวกแกพูดมาหน่อยสิ บนบลูสตาร์มันมีตั้งกี่ทวีป หลินจือไป๋อยากจะรังแกใครก็รังแกไปสิ ทำไมต้องเจาะจงมาที่ฉีโจวเพื่อรังแกพวกเราสามพี่น้องด้วยละโวย!”
เฮ้อ ท่านแปดทอดถอนใจรัวพิมพ์ข้อความว่า:
“ตอนนี้ฉันมีความปรารถนาอยู่แค่ข้อเดียวเท่านั้นแหละ กราบอ้อนวอนให้หลินจือไป๋รีบย้ายไปสร้างความผันผวนหายนะให้ทวีปอื่นซะทีเถอะนะโว้ย!”
ท่านเก๋าตกสู่ความเงียบงัน เรื่องราวพูดออกมาคนจำนวนมากคาดว่าคงไม่มีใครยอมเชื่อหรอก ตอนนี้ท่านเก๋าสิ้นหวังจนถึงขั้นจำเป็นต้องเปิดฟังเพลง “ดวงตะวันสีชาด” ของหลินจือไป๋ ถึงจะสามารถสร้างแรงกระตุ้นขับเคลื่อนให้ตัวเองไม่ต้องรู้สึกทรมานใจมากเกินไปได้ซะงันคิดดู
ถูกทำลายสถิติไปเรียบร้อยแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องที่ท่านเก๋ายอมรับไม่ได้ที่สุดหรอกนะ เรื่องที่ท่านเก๋ายอมรับไม่ได้ที่สุด คือการที่หลินจือไป๋ใช้เพลงที่มีสไตล์เดียวกันเป๊ะมาบดขยี้เพลง “ดวงตะวัน” ของตัวเองจนยับเยินต่างหากเลาโวย!
ตีคนไม่ตีหน้า ด่าคนไม่แฉความจริงใจไม่ใช่หรือไงกันเลา! ฉันไม่ต้องรักษาหน้าตาเกียรติยศแล้วหรือไง?
สิ่งปลอบใจสิ่งเดียวในตอนนี้ของท่านเก๋าก็คือ หลินจือไป๋เคยเอ่ยปากชื่นชมเพลง “ดวงตะวัน” ท่ามกลางห้องไลฟ์สด แถมยังบอกว่าเพลงนี้ส่งมอบแรงบันดาลใจมาให้ตัวเขาด้วย
“นี่น่าจะเป็นความหมายอันยิ่งใหญ่ที่สุดของเพลง ‘ดวงตะวัน’ แล้วแหละมั้ง”
ท่านเก๋าทอดถอนใจออกมาอย่างลึกล้ำสายหนึ่ง จากนั้นกดเปิดเวยป๋อส่งข้อความเคลื่อนไหวสายหนึ่งออกไปทันที:
“ขอส่งมอบเสียงพลุเฉลิมฉลองให้กับการกำเนิดขึ้นของราชาองค์ใหม่ครับ”
ภาพประกอบคือดอกไม้ไฟ
คนยกย่องคนไม่ว่าในใจจะมีความคิดอ่านอย่างไร ในเมื่อพ่ายแพ้ไปเรียบร้อยแล้ว งั้นสู้ทำตัวให้มีความปล่อยวางผ่าเผยหน่อยจะดีกว่า
ท่านเก๋าเลือกที่จะหลั่งน้ำตาถอนตัวลงจากตำแหน่ง แสร้งทำเป็นว่าตัวเขาเป็นฝ่ายเสนอตัวสละตำแหน่งลงมาเองต่างหาก
ฉีโจวมีท่านเจ็ด ท่านแปด ท่านเก๋า หากวันข้างหน้าจะมีสิ่งที่เรียกว่าท่านสิบโผล่มาละก็ นั่นก็ทำได้เพียงตกเป็นของหลินจือไป๋คนเดียวเท่านั้นแหละ
=================