ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 481 เหรียญทองเหรียญที่สอง!
หลิวจี๋ยอมแพ้ หลินจือไป๋ชนะไปสองต่อศูนย์ นี่เป็นผลลัพธ์ที่ไม่มีใครกล้าคิดมาก่อนเลย!
ก่อนหน้านี้ทุกคนเคยคุยกันถึงสถานการณ์สองต่อศูนย์อยู่เหมือนกัน แต่ในข้อสมมติเหล่านั้นล้วนเป็นหลิวจี๋ได้สอง และหลินจือไป๋ถูกไข่ต้มปิดกล่องต่างหากล่ะ ทำไมผลลัพธ์นี้ถึงกลับตาลปัตรไปได้?
อึ้งกิมกี่!
ทุกคนต่างพากันอึ้งกิมกี่ไปหมด จนกระทั่งหลินจือไป๋ลุกขึ้นยืนและจับมือกับหลิวจี๋ ผู้ชมในแต่ละทวีปถึงเพิ่งจะรู้สึกตัวราวกับเพิ่งตื่นจากความฝัน!
ทวีปฉิน
โลกอินเทอร์เน็ตทั้งหมดระเบิดอารมณ์ขึ้นมาทันที!
‘นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ไป๋ตี้ถึงขนาดเอาชนะหลิวจี๋ไปสองต่อศูนย์เลยเหรอ อีกฝ่ายน่ะเป็นถึงยอดฝีมือระดับท็อปสามอันดับแรกของบลูสตาร์เลยนะ ต่อให้นายไปเชิญอันดับหนึ่งของโลกมา ก็ไม่กล้ารับประกันว่าตัวเองจะสามารถชนะหลิวจี๋สองต่อศูนย์ได้แน่นอนใช่ไหมล่ะ?’
‘เพราะฉะนั้นระดับฝีมือของไป๋ตี้อาจจะเป็นอันดับหนึ่งของโลกงั้นเหรอ!?’
‘จะเป็นอันดับหนึ่งของโลกไหมอันนี้ไม่กล้าพูด แต่ถ้านักเล่นหมากล้อมอันดับหนึ่งของโลกมาเจอไป๋ตี้ ก็คงไม่กล้าพูดแน่นอนว่าตัวเองจะชนะใสๆ เหมือนกันแหละ เพราะอย่างไรเสียในกระดานที่สอง หลิวจี๋แทบจะเรียกได้ว่าโดนทรมานเล่นไปรอบนึงเลย!’
‘แม่งเอ๊ย ฉันยังนึกว่าหลิวจี๋จะมีมาตรการโต้กลับอะไรซะอีก!’
‘ฉันก็นึกว่าการที่เขาถูกกดดันมาโดยตลอด เป็นเพราะกำลังกลั้นปล่อยท่าไม้ตายอะไรทำนองนั้นอยู่เหมือนกัน ผลลัพธ์คือแม่งเอ๊ยยังไม่ทันถึงช่วงท้ายเกมด้วยซ้ำ พี่แกก็กดคุกลุกยอมแพ้ไปตรงๆ เลย แต่การได้เห็นฉู่ฉือฆ่าล้างบางสี่ทิศแบบนี้ ฉันรู้สึกสะใจจริงๆ ว่ะ!’
หลินจือไป๋เป็นคนทวีปฉิน
คนทวีปฉินดูการแข่งขันย่อมต้องรู้สึกสะใจอยู่แล้ว หรือจะบอกว่ามันมีความรู้สึกร่วมแบบเต็มเปี่ยมเลยทีเดียว!
……
คนที่รู้สึกสะใจเช่นเดียวกัน ยังมีทวีปฉีอีกด้วย!
เพราะอย่างไรเสีย หลินจือไป๋ก็เป็นตัวแทนของทวีปฉีในการแข่งขัน
หลินจือไป๋รบชนะหลิวจี๋ เหรียญทองที่ได้รับไม่เพียงแต่เป็นของส่วนตัวเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นของทวีปฉีทั้งหมดอีกด้วย!
‘อ๊ากกกกกก พวกเราคือแชมป์!’
‘ชนะแล้ว ถึงกับชนะเลยเหรอ! มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ระดับฝีมือหมากล้อมของคนรวยที่สุดมันน่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอ!?’
‘ฉันนึกว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดทางฝั่งเราคือหลี่ไป๋ซะอีก ผลลัพธ์คือนึกไม่ถึงเลยว่าคนรวยที่สุดต่างหากที่เป็นท่าไม้ตายลับที่ซ่อนอยู่ตัวจริง เสียงจริง ถ้าไม่มีเขาโครงการนี้ของพวกเราคงถูกไข่ต้มปิดกล่องอย่างสมบูรณ์แบบไปแล้ว!’
‘คนรวยที่สุดฆ่าจนบ้าคลั่งไปแล้ว!’
‘หลินจือไป๋ช่วยทวีปฉีของพวกเราคว้าเหรียญทองมาได้สองเหรียญแล้ว ฉันรักเขาจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้วเนี่ย!’
ต่อให้เป็นคนทวีปฉีที่ไม่ค่อยชอบหน้าหลินจือไป๋ด้วยเหตุผลบางประการ ในเวลานี้ต่างก็ถูกสยบลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว!
ในทวีปฉี ณ เวลานี้ หลินจือไป๋มีบารมีสูงส่งขนาดไหน ทุกคนถึงขนาดไม่กล้าจินตนาการเลยทีเดียว!
เพียงแค่จุดเดียว
หากมีใครกล้าพูดจาไม่ดีถึงหลินจือไป๋สักคำ ผลลัพธ์ก็อาจจะโดนชาวทวีปฉีรวมตัวกันไซเบอร์บูลลี่ถล่มยับ!
เพราะอย่างไรเสีย สองโครงการของการประชันอักษรฉีฉู่ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าพึ่งพาหลินจือไป๋ล้วนๆ จุดนี้คนทวีปฉีทั้งหมดต่างเห็นพ้องต้องกัน
……
ทวีปฉู่
ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างพากันสวมหน้ากากแห่งความทุกข์ทรมาน!
‘มีใครสามารถหยุดยั้งผู้ชายคนนี้ได้บ้างไหมเนี่ย นี่มันปีศาจเกินไปแล้ว ปรมาจารย์หมากล้อมระดับท็อปสามของโลก ยังเอาชนะเขาไม่ได้สักครั้งเลยเหรอ!?’
‘แม่งเอ๊ย ฉันมันตัวตลกบริสุทธิ์จริงๆ เลย ที่ดันไปคิดว่าหลินจือไป๋ลงสมัครตั้งหลายโครงการเพื่อเรียกร้องความสนใจ นึกไม่ถึงเลยว่าคนเขาจะทำเป็นทุกอย่างจริงๆ สองโครงการที่ผ่านมาในปัจจุบันนี้ล้วนเป็นระดับท็อปของโลกทั้งนั้นเลย!’
‘เขาไม่ใช่คน!’
‘แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คน หมอนี่มันราวกับเทพเจ้าชัดๆ!’
‘ฉันนึกว่าตัวละครแบบนี้จะมีปรากฏอยู่แค่ในมังงะซะอีก เขาแทบจะทำได้สารพัดนึก ทั้งหมดมีแค่เจ็ดโครงการ หลินจือไป๋ช่วยทวีปฉีคว้าชัยชนะไปได้สองโครงการแล้ว!’
คนทวีปฉู่ไม่ได้เคียดแค้นหลินจือไป๋หรอกนะ
กระทั่งบางคน ในส่วนลึกของหัวใจความจริงแล้วได้ถูกหลินจือไป๋สยบลงไปแล้วด้วยซ้ำ
ในฐานะคนทวีปฉู่ ในเวลานี้พวกเขาส่วนใหญ่ทำได้เพียงแค่รู้สึกสิ้นหวัง ความรู้สึกถูกกดดันที่หลินจือไป๋นำมาให้มันเต็มพิกัดแล้วจริงๆ!
หากไม่มีหลินจือไป๋ ตำแหน่งแชมป์ของสองโครงการนี้ก็น่าจะเป็นของทวีปฉู่ทั้งหมด!
……
ทวีปจ้าว
หากจะพูดถึงความทุกข์ทรมาน คนทวีปจ้าวความจริงแล้วไม่ได้น้อยไปกว่าคนทวีปฉู่เลยสักนิดเดียว
เพราะพวกเขาเฝ้ามองดูอาจารย์หลิวจี๋ผู้เป็นความภาคภูมิใจในวงการหมากล้อมของทวีปจ้าว ถูกหลินจือไป๋กดลงไปทุบตีกับพื้นกับตาตัวเอง!
นี่เป็นแรงกระแทกทางจิตใจสำหรับคนทวีปจ้าวอย่างใหญ่หลวงอย่างไม่ต้องสงสัยเลย!
แถมก่อนหน้านี้ เย่ฉ่ายเอ๋อร์ เทพธิดากู่ฉินผู้เป็นความภาคภูมิใจในหัวใจของคนทวีปจ้าวเช่นเดียวกัน ก็เคยถูกหลินจือไป๋กดลงไปเสียดสีกับพื้นมาแล้วรอบหนึ่ง
พูดตามตรง คนทวีปจ้าวเริ่มจะรู้สึกโดนทำลายจิตใจเข้าให้แล้ว!
ความมั่นใจในส่วนลึกของหัวใจ เริ่มมีร่องรอยของการพังทลายปรากฏขึ้นมาลางๆ!
‘หลินจือไป๋คนนี้ตกลงมีหัวนอนปลายเท้ายังไงกันแน่ ทำไมถึงมีคนที่น่ากลัวขนาดนี้อยู่ได้นะ!’
‘หมากล้อมของเขา ระดับท็อป! กู่ฉินของเขา ระดับท็อป! ลายมือพู่กันของเขาก็เป็นระดับท็อปเหมือนกัน ต่อให้หลินจือไป๋เริ่มเรียนรู้ทักษะเหล่านี้ตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่ ก็ไม่น่าจะเก่งกาจขนาดนี้ป่ะ!’
‘คนคนนี้เคยช่วยชีวิตเง็กเซียนฮ่องเต้มาหรือไง?’
‘ต่อไปเป็นโครงการพู่กันจีน คนที่จะสกัดกั้นหลินจือไป๋ได้มีเพียงจูเก่อชิวเหลียงแล้วล่ะ!’
‘จูเก่อชิวเหลียงสู้ๆ นะ!’
ก่อนหน้าที่จะมีหลินจือไป๋ จูเก่อชิวเหลียงเป็นนักประดิษฐ์อักษรพู่กันจีนอันดับหนึ่งของโลกมาโดยตลอด
จนกระทั่งหลังจากที่หลินจือไป๋ปรากฏตัวขึ้นมา ถึงได้เริ่มมีข้อพิพาทว่าระหว่างพวกเขาสองคนใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน
คนทวีปจ้าวถูกทำลายจิตใจติดต่อกันถึงสองครั้ง ตอนนี้ถึงขนาดฝันอยากจะเห็นหลินจือไป๋ถูกจูเก่อชิวเหลียงทุบเอาชนะให้ได้
ต่อให้จูเก่อชิวเหลียงจะเป็นคนทวีปจงก็ตามที
……
ทวีปจง
เดิมทีคนทวีปจงไม่ได้มีความสนใจในการแข่งขันนี้มากมายขนาดนั้น พวกเขาแค่อยากจะดูโครงการพู่กันจีน เพื่อเป็นสักขีพยานในการดวลกันระหว่างหลินจือไป๋และจูเก่อชิวเหลียงเท่านั้น
ทว่าการแสดงออกของหลินจือไป๋มันน่าทึ่งเกินไปแล้ว!
ตั้งแต่วันแรกที่เป็นกู่ฉิน จนมาถึงวันนีที่เป็นหมากล้อม ล้วนกำลังอธิบายให้เห็นว่าอะไรคืออัจฉริยะที่แท้จริง อะไรคือปีศาจที่แท้จริง!
ด้วยเหตุนี้จึงมีคนทวีปจงถูกดึงดูดเข้ามาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ!
ต่อให้ไม่ใช่การดวลกันระหว่างจูเก่อชิวเหลียงและหลินจือไป๋ หรือกระทั่งไม่ใช่โครงการพู่กันจีน พวกเขาก็ดูลักษณะอย่างมีรสชาติได้เหมือนกัน!
‘ฉันขอประกาศว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลินจือไป๋คือไอดอลคนใหม่ของฉันแล้ว!’
‘ไอดอลในทวีปฉีคงจะขึ้นสู่จุดสูงสุดไปแล้วแน่ๆ หลังจากนี้สามารถมาที่ทวีปจงของพวกเราได้นะ ทวีปจงยินดีต้อนรับคุณ!’
‘ความสามารถระดับหลินจือไป๋ รู้สึกว่าถ้ามาที่ทวีปจงของพวกเรา ก็สามารถฆ่าล้างบางได้ราบคาบเหมือนกันแหละ!’
‘เมื่อวานนี้หลินจือไป๋คือเทพเจ้าแห่งกู่ฉิน วันนี้เขาคือเทพเจ้าแห่งหมากล้อม ก็ต้องดูแล้วล่ะว่าพรุ่งนี้เขาจะกลายร่างเป็นเทพเจ้าแห่งพู่กันจีนด้วยหรือเปล่า!’
‘ฉันเดิมพันห้าสลึง พรุ่งนี้จูเก่อชิวเหลียงชนะชัวร์!’
ในแง่ของความรู้สึกแน่นอนว่าคนทวีปจงยังคงสนับสนุนจูเก่อชิวเหลียงมากกว่าอยู่ดี
ทว่าเมื่อดูจากสถานการณ์การแข่งขันในช่วงสองวันนี้ คนทวีปจงต่างพากันหลั่งเหงื่อเย็นแทนจูเก่อชิวเหลียงไปตามๆ กัน
หลินจือไป๋มีความเป็นปีศาจมากเกินไปจริงๆ มักจะสามารถทลายขีดจำกัดจินตนาการของทุกคนได้อยู่เรื่อยเลย!
หรือจะบอกว่า:
หลินจือไป๋มักจะแข็งแกร่งกว่าที่ทุกคนจินตนาการเอาไว้เป็นร้อยเป็นพันเท่าเสมอ!
……
และท่ามกลางความอัศจรรย์ใจของแต่ละทวีปนั่นเอง
ทางกองโครงการก็เริ่มทำการมอบเหรียญรางวัล
หลินจือไป๋ได้เหรียญทอง หลังจากที่มือขวาของเขาได้รับมันมาแล้วก็ชูขึ้นสูง เผยรอยยิ้มต่อหน้ากล้อง ส่วนมือซ้ายทำท่าชูสองนิ้วเป็นรูปกรรไกร
เมื่อได้เห็นภาพเหตุการณ์นี้
มุมปากของคณะผู้แทนทวีปฉู่ถึงกับกระตุกยิกๆ
มีใบหน้าของท่านผู้นำคนหนึ่งมืดมนลงไปแล้ว
“ทางกลุ่มหมากล้อมไม่ได้บอกหรอกเหรอว่าไม่มีทางพลาดแน่ ต่อให้จะคว้าเหรียญเงินมาได้หนึ่งเหรียญและเหรียญทองแดงหนึ่งเหรียญ มูลค่ามันก็เทียบไม่ได้เลยกับเหรียญทองที่หลินจือไป๋ได้รับมา!”
โคบายาชิ โอทาเกะ นิ่งเงียบ
ส่วนนักเล่นหมากล้อมคนอื่นๆ ต่างพากันทำหน้าเบ้ราวกับจะร้องไห้และกล่าวว่า:
“ใครจะไปนึกว่าระดับฝีมือหมากล้อมของหลินจือไป๋จะอยู่ในระดับอันดับหนึ่งของโลกกันล่ะครับ ในรอบที่สองบดขยี้หลิวจี๋ซะยับเยินเลย!”
อันดับหนึ่งของโลกที่วงการหมากล้อมให้การยอมรับโดยทั่วกัน เป็นนักเล่นหมากล้อมคนหนึ่งของทวีปจง
ทว่าอันดับหนึ่งคนนั้นดวลหมากกับหลิวจี๋สามกระดาน ก็ไม่ถึงขั้นบดขยี้ได้ขนาดนี้
กระทั่งหลิวจี๋เล่นสามกระดาน ก็ยังสามารถเอาชนะได้สักกระดานนึงด้วยซ้ำ เพราะอย่างไรเสียทุกคนต่างก็เป็นระดับท็อปของโลก ความห่างชั้นของพละกำลังไม่ได้เกินจริงขนาดนั้น
“พรุ่งนี้ก็เป็นพู่กันจีนแล้วสินะ”
อย่างไรเสียผู้นำก็ดูการแข่งขันมาโดยตลอดทั้งกระบวนการ รู้ดีว่าวันนี้หลิวจี๋เก่งกาจมากแล้วจริงๆ เพียงแต่น่าเสียดายที่หลินจือไป๋ราวกับเทพแห่งสงคราม มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ
ความหวัง……
ทำได้เพียงไปตกอยู่ที่โครงการพู่กันจีนในวันพรุ่งนี้แล้วล่ะ
ทว่าไม่เหมือนกับเมื่อคืนนี้ เมื่อผู้นำบอกว่าพรุ่งนี้ก็คือพู่กันจีนแล้ว คณะผู้แทนทวีปฉู่ทุกคนต่างพากันนิ่งเงียบไปหมด
เหล่านักประดิษฐ์อักษรพู่กันจีนของทวีปฉู่ ยิ่งพากันเงียบกริบราวกับจิ้งหรีดหน้าหนาว
สุดท้ายยังคงเป็นโคบายาชิ โอทาเกะ ที่มองเห็นสีหน้าของผู้นำดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จึงกัดฟันเอ่ยปากเปิดประเด็นขึ้นมาว่า:
“ระดับฝีมือของหลินจือไป๋ในเรื่องกู่ฉินและหมากล้อม มันอยู่เหนือความคาดหมายของพวกเราจริงๆ ครับ ทว่าในส่วนของพู่กันจีนนี้ท่านเองก็รู้ดี เขาเคยเป็นตัวตนที่เคยเอาชนะจูเก่อชิวเหลียงมาได้ก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้นการจะหวังพึ่งพาผู้เข้าแข่งขันของทวีปฉู่เราเองเพื่อเอาชนะเขามันคงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะครับ พวกเราทำได้เพียงหวังพึ่งเอาจูเก่อชิวเหลียงเท่านั้น”
ผู้นำทอดถอนใจ
เนิ่นนานหลังจากนั้นถึงได้เอ่ยปากขึ้นมาว่า: “พวกนายตั้งเยอะแยะมารวมตัวกัน ถึงกับสู้หลินจือไป๋แค่คนเดียวไม่ได้เลยงั้นเหรอ”
คณะผู้แทนทวีปฉู่ไม่พูดจา ทว่าในใจกลับค่อนขอดด่าทอ ใครจะไปนึกว่าทวีปฉีจะไปเชิญตัวแทนระดับทะลุฟ้ามากันล่ะ หลินจือไป๋คนนั้นมันสัตว์ประหลาดชัดๆ!
……
ทางฝั่งคณะผู้แทนทวีปฉู่ หูเหวยและสือยวินและคนอื่นๆ ต่างพากันหัวเราะฮ่าๆ ลั่น
วันนี้สถานการณ์พลิกผันกลับมาได้ พวกเขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าหลินจือไป๋จะสามารถเอาชนะหลิวจี๋ได้!
นี่ไม่เหมือนกับการแข่งขันเมื่อวานนี้เลย หลินจือไป๋กดดันควบคุมเย่ฉ่ายเอ๋อร์ที่ซ่อนเร้นความสามารถเอาไว้ตั้งแต่ในรอบแรกเลยต่างหาก
ในความทรงจำอันเลือนลางหูเหวยนึกถึง ‘คำพูดอวดดี’ ที่หลินจือไป๋เคยพูดเอาไว้ขึ้นมาได้
อีกฝ่ายบอกว่าการประชันอักษรฉีฉู่ในครั้งนี้ เขาจะช่วยทวีปฉีคว้าเหรียญทองมาให้ได้เจ็ดเหรียญ!
คำพูดนี้ในตอนนั้นหูเหวยฟังผ่านๆ ไปหัวเราะทีเล่นทีจริง ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจเลยสักนิด คิดแค่ว่าหลินจือไป๋กำลังพูดเล่นขี้โม้โอ้อวดเฉยๆ
ทว่าในเวลานี้ตรงหน้า
หลินจือไป๋ช่วยทวีปฉีคว้าเหรียญทองมาได้สองเหรียญแล้ว!
พู่กันจีนในวันพรุ่งนี้ ก็เป็นสิ่งที่หลินจือไป๋มีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย
ดีดพิณ หมากรุก อักษรพู่กัน ภาพวาด บทกวี คำกลอน คู่ปรับ……
ยกเว้นเรื่องระดับฝีมือการวาดภาพของหลินจือไป๋ที่เขายังไม่มีความมั่นใจเพียงพอแล้ว
ในความทรงจำของหูเหวย โครงการที่เหลือดูเหมือนว่าหลินจือไป๋จะมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่งทั้งหมดเลยนี่หว่า!
หรือว่าเขาจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาได้จริงๆ งั้นเหรอ?
รูม่านตาของหูเหวยหดตัวลงเล็กน้อย หากหลินจือไป๋สามารถทำได้จริงละก็ คงทำได้เพียงใช้สำนวนคำหนึ่งมาอธิบายแล้วล่ะ:
หนึ่งไม่มีสองในปฐพี!
ทว่าเมื่อกลับมาคิดอีกทีหูเหวยก็รู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ โครงการตั้งมากมายขนาดนี้ แต่ละโครงการล้วนเต็มไปด้วยยอดฝีมือมาชุมนุมกัน หลินจือไป๋คงไม่สามารถฆ่าล้างบางได้ทุกครั้งหรอกมั้ง?
ข้างๆ กัน
สือยวินเอ่ยปากว่า: “ฉันไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยที่หลินจือไป๋สามารถคว้าเหรียญทองมาได้สองเหรียญ พละกำลังของเขามันแข็งแกร่งขนาดนั้นอยู่แล้ว! แต่ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะอาศัยหมากล้อมและกู่ฉินในการคว้าเหรียญทองมาต่างหาก! เดิมทีฉันนึกว่าเขาจะต้องอาศัยโครงการพู่กันจีนและบทกวีคำกลอนคู่ปรับสองสามโครงการเหลานี้ เพื่อช่วงชิงเหรียญทองมาได้สองเหรียญซะอีก”
หูเหวยเคยพูดคุยพิจารณากับสือยวินก่อนการแข่งขัน
ทั้งสองคนรู้สึกว่า หากหลินจือไป๋ช่วยทวีปฉีคว้าเหรียญทองมาได้เพียงเหรียญเดียว นั่นก็บอกได้แค่ว่าผ่านเกณฑ์แบบหวุดหวิด ไม่ถึงกับดูน่าเกลียดเกินไป
หากได้สองเหรียญละก็ถือว่าดีขึ้นมากแล้ว หลินจือไป๋ก็ถือว่ามีคำอธิบายให้แก่พวกเขาได้แล้วเหมือนกัน
หากได้สามเหรียญก็คือความประหลาดใจ ตอนนี้หูเหวยและสือยวิน เริ่มมีความคาดหวังแล้วว่า ‘ความประหลาดใจ’ นี้จะเกิดขึ้นในส่วนของพู่กันจีนด้วยหรือไม่
เป็นเช่นนี้เอง
หลังจากที่การแข่งขันหมากล้อมสิ้นสุดลง
หลินจือไป๋ก็กลับไปที่โรงแรมเพื่อรับประทานอาหารค่ำ
หูเหวยยิ้มและกล่าวว่า: “ลำบากประธานหลินของเราแล้ว วันนี้พึ่งพาคุณล้วนๆ เลยนะ!”
“คำพูดนี้พูดออกมาได้นะ”
หลี่ไป๋ทำท่าทางเหมือนไม่พอใจ เอ่ยถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง: “หรือว่าเมื่อวานนี้ไม่ได้พึ่งพาประธานหลินงั้นเหรอ?”
หูเหวย: “……”
หลี่ไป๋กล่าวว่า: “พรุ่งนี้ก็ยังต้องพึ่งพาประธานหลินอยู่ดีนั่นแหละ”
หูเหวยถลึงตาใส่หลี่ไป๋ทีหนึ่ง: “นั่นมันไม่ใช่เพราะพวกนายไม่ได้เรื่องเองหรอกเหรอ?”
หลินจือไป๋ที่กำลังเคี้ยวของกินอยู่เอ่ยปากว่า: “ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์ของสมาคมนักเขียนทวีปฉี สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้วครับ”
อย่างไรเสียก็ต้องให้หน้ากันบ้าง
หูเหวยได้รับคำพูดนี้ไปพิจารณาอย่างพึงพอใจจริงๆ ยิ้มแย้มแจ่มใสและกล่าวว่า: “งั้นวันพรุ่งนี้ก็ขอฝากฝังไว้กับประธานหลินด้วยนะ”
หลินจือไป๋แทะน่องไก่ไปชิ้นหนึ่ง “พูดง่ายครับ หู老ก็อย่าลืมข้อตกลงระหว่างพวกเราล่ะ”
“ข้อตกลง?”
หลี่ไป๋เอ่ยถามด้วยความเคลือบแคลงใจ: “ข้อตกลงอะไรกันครับ?”
หูเหวยกล่าวว่า: “ประธานหลินบอกว่าเขาจะคว้าเหรียญทองเจ็ดเหรียญมาให้ทวีปฉีล่ะ”
หา?
หลี่ไป๋อึ้งไปครู่หนึ่ง “เหล่าหู คุณอย่ามาล้อเล่นกับผมเลยครับ”
หูเหวยกล่าวว่า: “ก็ถือซะว่าฉันล้อเล่นแล้วกัน ประธานหลินรู้ไหมว่าพู่กันจีนในวันพรุ่งนี้มีกฎกติกาอะไรบ้าง?”
“ยังไม่ค่อยชัดเจนครับ”
“โครงการพู่กันจีนมันง่ายๆ กฎกติกาในแต่ละปีก็คล้ายๆ กันนั่นแหละ”
หลี่ไป๋กล่าวว่า: “ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการประชันรูปแบบตัวอักษรสามชนิด ได้แก่ อักษรหางซู (อักษรตัวหวัดแกมบรรจง) และอักษรข่ายซู (อักษรตัวบรรจง) ตลอดจนอักษรเฉ่าซู (อักษรตัวหวัด) ในส่วนของอักษรหางซูนี้ประธานหลินไร้เทียมทานอยู่แล้ว ต่อให้เป็นจูเก่อชิวเหลียงก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ เพราะฉะนั้นวันพรุ่งนี้ประธานหลินจะสามารถคว้าแชมป์ได้ไหม ส่วนใหญ่ต้องดูที่การปล่อยฝีมือของอักษรข่ายซูและอักษรเฉ่าซูแล้วล่ะ”
“อักษรข่ายซูและอักษรเฉ่าซูงั้นเหรอ?”
หลินจือไป๋ยิ้มออกมาเล็กน้อย ระดับฝีมือในรูปแบบตัวอักษรต่างๆ ของเขา มันอยู่ในระดับที่เสมอกันหมดนั่นแหละ
หลี่ไป๋พยักหน้าและกล่าวว่า: “แต่อักษรข่ายซูอย่างไรเสียก็เป็นตัวอักษรเขียนมือตามระเบียบแบบแผนปกติที่พวกเราใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นในบรรดาตัวอักษรทั้งสามชนิดนี้ กรรมการจะให้ความสนใจกับอักษรข่ายซูมากที่สุด เขียนอักษรข่ายซูได้ดีจะยิ่งได้คะแนนสูงได้ง่ายขึ้น ส่วนอักษรเฉ่าซูและอักษรหางซูที่เหลือก็ได้รับผลปฏิบัติพอกัน สิ่งที่ควรค่าแก่การเอ่ยถึงก็คือคนสองคนอย่างโคบายาชิ โอทาเกะ และจูเก่อชิวเหลียง ต่างก็เขียนอักษรข่ายซูได้ดีเป็นเลิศ ประธานหลินวันพรุ่งนี้ต้องระวังตัวด้วยนะ”
“เข้าใจแล้วครับ”
ประชันรูปแบบตัวอักษรสามชนิดงั้นเหรอ
ดูท่าทางการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ คงจะไม่ยืดยาวน่ารำคาญเหมือนอย่างหมากล้อมหรอกมั้ง
……
เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว
วันพรุ่งนี้ก็คือการแข่งขันของโครงการพู่กันจีนแล้ว
ทว่าจูเก่อชิวเหลียงที่จะเป็นตัวแทนของทวีปฉู่ในการเข้าแข่งขัน กลับมีความรู้สึกนอนไม่หลับอยู่บ้าง พลิกตัวไปพลิกตัวมาอย่างไรก็รนหาที่นอนไม่ได้สักที
ติ๊ด
โทรศัพท์มือถือดังขึ้น
จูเก่อชิวเหลียงลืมตาขึ้นมาดู เป็นข้อความที่โคบายาชิ โอทาเกะ ส่งมาให้ อีกฝ่ายถึงขนาดก็ยังไม่นอนเหมือนกัน
โคบายาชิ โอทาเกะ: ‘ชิวเหลียงคุงนอนหรือยัง?’
จูเก่อชิวเหลียง: ‘มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?’
โคบายาชิ โอทาเกะ: ‘ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากจะส่งอักษรข่ายซูของหลินจือไป๋ให้ชิวเหลียงคุงดูหน่อยน่ะ’
โคบายาชิ โอทาเกะ: (รูปภาพ)
จูเก่อชิวเหลียงรับรูปภาพมาเปิดดู เป็นบทกวีบทหนึ่งที่หลินจือไป๋เขียนขึ้นมา
เขียนได้งดงามมาก โดยเฉพาะสองประโยคหลัง ‘เมามายมิตระหนักฟ้าอยู่ในน้ำ นาวาแน่นขนัดฝันกระจ่างกดทับทางช้างเผือก’
ทว่านี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ประเด็นสำคัญก็คือ บทกวีบทนี้หลินจือไป๋เขียนขึ้นมาด้วยอักษรข่ายซู
นี่ก็เป็นผลงานอักษรข่ายซูเพียงชิ้นเดียวของหลินจือไป๋ที่สามารถหาเจอได้บนโลกอินเทอร์เน็ตแล้วเหมือนกัน (ความจริงแล้วมันคือภาพแคปหน้าจอจากวิดีโอของงานชุมนุมบทกวีวันไหว้พระจันทร์ทวีปฉี)
ทว่าเนื่องจากบทกวีบทนี้หลินจือไป๋เขียนค่อนข้างตามใจชอบไปหน่อย เพราะฉะนั้นจึงดูได้เพียงแค่ภาพรวมคร่าวๆ เท่านั้น
ทว่า……
ในฐานะยอดฝีมืออักษรข่ายซูระดับท็อป จูเก่อชิวเหลียงเพียงแค่ดูภาพรวมคร่าวๆ ก็รู้แล้วว่า ระดับฝีมืออักษรข่ายซูของหลินจือไป๋สูงส่งเป็นอย่างยิ่ง!
ก่อนหน้านี้
จูเก่อชิวเหลียงเคยจินตนาการเอาไว้ว่าหลินจือไป๋มีความเชี่ยวชาญในอักษรหางซู แต่อักษรข่ายซูคงจะธรรมดาทั่วไป
หากเป็นเช่นนี้ละก็ โอกาสชนะของจูเก่อชิวเหลียงในวันพรุ่งนี้ ก็ยังคงมีสูงมากอยู่ดี
ทว่าระดับฝีมืออักษรข่ายซูของหลินจือไป๋ แม้ว่าจะแสดงออกมาเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเพิ่งจะโผล่พ้นน้ำก็ตามที แต่มันก็ทำให้จูเก่อชิวเหลียงเกิดความรู้สึกหวาดหวั่นใจขึ้นมาในส่วนลึกของหัวใจแล้ว
โคบายาชิ โอทาเกะ: ‘รู้สึกว่าแข็งแกร่งมากเลยล่ะ’
จูเก่อชิวเหลียง: ‘ทำได้เพียงพูดว่าความปรารถนาที่อยากจะให้ระดับฝีมืออักษรข่ายซูของเขาอยู่ในระดับธรรมดาทั่วไปได้พังทลายลงแล้วล่ะครับ แต่นี่ถึงจะสมเหตุสมผล’
คนที่มีความเก่งกาจในอักษรหางซูขนาดนั้น
อักษรข่ายซูจะย่ำแย่ได้อย่างไรกันล่ะ
อย่าลืมนะว่ามีรูปแบบตัวอักษรชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ‘หางข่าย’ อยู่ด้วย
อักษรหางข่ายคืออักษรข่ายซูประเภทหนึ่งที่ใกล้เคียงกับอักษรหางซู มีทั้งความเข้มงวดของอักษรข่ายซู ในขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยความรู้สึกปล่อยวางสง่างามของอักษรหางซูไปพร้อมๆ กัน
รูปแบบตัวอักษรทั้งสองชนิดนี้ มีจุดที่เชื่อมโยงถึงกันอยู่
โคบายาชิ โอทาเกะ: ‘งั้นชิวเหลียงคุงมีโอกาสชนะกี่ส่วนกันล่ะ?’
จูเก่อชิวเหลียงผ่านไปเนิ่นนานมากก็ไม่ได้ตอบกลับประโยคนี้ ทว่าโคบายาชิ โอทาเกะ กลับราวกับรู้คำตอบไปเสียแล้ว
………………………………………..